เช้าวันถัดมา ไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
ไม่มีคำว่าขอโทษที่ทำอะไรลงไป
ไม่มีคำว่าเผลอ
มีเพียงสายตาที่สบกันขณะอยู่ในครัว
มือที่แตะแขนอีกฝ่ายขณะเดินสวน
และเสียงหายใจที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย…เวลานั่งใกล้กันบนโซฟา
มันไม่ใช่เพียงครั้งเดียวแน่นอน
และไม่มีใครคิดจะหยุดมันด้วย
—
ค่ำวันนั้น แพรวาเปิดประตูห้องนอนเพียงครึ่งเดียว
ในขณะที่แทนไทแกล้งเดินผ่าน…ก็เหมือนร่างกายเขา “รู้” ว่าต้องทำอะไร ????
ไม่ถึงนาทีต่อมา ร่างเธอก็ถูกยกขึ้นแนบกำแพง เสียงหอบเบา ๆ สลับกับเสียงจูบแแ่ ดังก้องในห้องนอนที่เคยเงียบเชียบ…
“แรงขึ้น…ได้อีก”
เธอกระซิบข้างหู ขณะขาเธอโอบรัดเอวเขาแน่น
มือของเขาก็ลากลูบั้แ่ต้นคอลงถึงแผ่นหลังเปลือยเปล่า
ลมหายใจทั้งคู่พันกันราวกับไม่มีอากาศให้ใช้ร่วมกันอีกแล้ว
—
ตอนสายวันถัดไป ในครัว
แพรวาเปิดตู้เย็นอยู่ในเสื้อเชิ้ตชายยาวแค่ต้นขา
แทนไทเดินเข้ามาข้างหลัง ประคองร่างเธอไว้จากด้านหลังทันที
ริมฝีปากแนบซอกคอ ไล่ขึ้นไปถึงหลังใบหู
“เมื่อเช้าเธอบอกจะทำแซนด์วิช”
“เปลี่ยนใจแล้ว”
เธอตอบ พลางเอียงคอให้เขาได้แนบชิดยิ่งขึ้น
เสียงถอนหายใจของเขากลายเป็เสียงครางเบา ๆ
ไม่นานนัก…เธอก็ถูกยกนั่งบนเคาน์เตอร์ครัว มือเขารั้งเสื้อเชิ้ตนั้นขึ้นช้า ๆ
เสียงหอบหายใจดังสลับกับเสียงถ้วยบนชั้นที่สั่นจากแรงกระแทกของทั้งสอง
และลมหายใจที่จบลงพร้อมคำกระซิบว่า
“…เดี๋ยวจะล้างให้ทีหลังนะ”
—
ในห้องซักผ้า
ในห้องเก็บของใต้บันได
แม้แต่ในห้องนั่งเล่นที่ม่านปิดไม่สนิท
ทุกมุมของบ้านกลายเป็สนามอารมณ์ของทั้งคู่เพียงแค่สบตากันเท่านั้น
เป็ที่ที่ร่างกายของทั้งสองเรียกหากันโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ ????
บางคืน เธอแค่นั่งขัดผมอยู่หน้ากระจก
เขาเดินเข้ามา แนบหน้าอกจากด้านหลัง
และก็จบลงตรงพรมหน้ากระจกตรงนั้นเลย…
—
“ทั้งคู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความสัมพันธ์ของเขาเรียกว่าอะไร”
แต่ทุกคืนที่ร่างกายเกี่ยวผสานกัน
ทุกครั้งที่เธอจิกแขนเขาแน่นจนเป็รอยแดง
ทุกเช้าที่เธอตื่นขึ้นมาพร้อมเขานอนหายใจอยู่ข้างเตียง
มันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด
พวกเขา…กำลังเสพติดกัน
ในแบบที่ไม่ได้อยากหยุดความสัมพันธ์นี้เลย
⸻
บางครั้ง ความสัมพันธ์ไม่ต้องมีชื่อเรียก
เพราะทุกมุมของบ้าน คือหลักฐานที่ลบไม่ออกจากความทรงจำของเขาทั้งสองเลย…????