ณ บริษัท...
ความมืดปกคลุมในยามเที่ยงคืน มีเพียงแสงไฟบางจุดสำคัญๆเท่านั้นที่ส่องสว่างเป็ทางให้ได้เห็น พิมฐากลั้นหายใจขับรถเข้าไปใกล้ป้อม ทันทีที่เธอเลื่อนกระจกลง หญิงสาวก็เห็นรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของไอ้ลุงหน้าหนวดที่ส่งความวิปริตจ้องมองมายังเธอ
“กูนึกว่าจะมาไม่ซะแล้ว”
“….”
พิมฐากำพวงมาลัยด้วยความโกรธ จากนั้นจึงขับรถเข้าไปจอดด้านในชั้นใต้ดิน เธอเดินลงมาพร้อมกับเงินก้อนใหญ่ คุณหนูได้แต่หวังว่าจำนวนเงินครั้งนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา คุณหนูพิมฐาก็ใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่าง ทั้งเื่เพื่อน เื่เรียน หรือแม้กระทั้งเื่ผู้ชาย
“เอานี่ไป แกเอาไปตั้งตัวซะ”
“มึงนี่มันถูกเลี้ยงมาผิดวิธีจริงๆ”
“แต่…เงินนี่แก้หาทั้งชีวิตก็ไม่ได้เลยนะ’
“เงินกูหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ผู้หญิงปากดีอย่างมึงมันหาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้หญิงลูกคุณหนูนมโตๆแบบนี้”
“ก…แก…แกยังอยากจะ”
“มาถึงขนาดนี้ กูนึกว่ามึงยอมรับชะตากรรมของตัวเองได้แล้วซะอีก”
พิมฐาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ถ้าเป็คนอื่นคงยอมรับเงินและบินหนีเข้ากลีบเมฆไปนานแล้ว แต่ทำไมไอ้ยามชั้นต่ำคนนี้ถึงได้เย่อหยิ่งขนาดนั้น ถ้าหากจะให้เธอยอมลดตัวไปให้มันััร่าง...คุณหนูพิมฐาขอยอมตายซะดีกว่า!
“ฉัน…ฉันไม่ทาง...ยอมทำอย่างนั้นเด็ดขาด”
“แน่ใจหรอ”
“….”
ไอ้คมเปิดโทรศัพท์ให้เธอดูอีกครั้ง นอกจากมันจะมีรูปภาพนิ่งแล้วไอ้ยามชั่วคนนี้ยังมีภาพเคลื่อนไหวอีกด้วย!
“นี่แก...รู้มาตลอด...อย่างนั้นหรอ”
“หึหึ ตอนแรกกูก็ว่าจะเก็บไว้ดูเล่นคนเดียว แต่ในเมื่อมึงปากดีขนาดนี้ กูก็อยากลองของซักหน่อย”
“ฉัน….ฉัน….ขอร้องล่ะ”
เมื่อไอ้คมได้ยินน้ำเสียงอ้อนวอนเช่นนั้นมันก็หัวเราะเยาะออกมาในลำคออย่างผู้ชนะ ยามร่างสูงใหญ่ที่อยู่ชนชั้นล่างอย่างมันได้เหยียบย้ำคุณหนูลูกผู้ดีเสียจมดิน พิมฐาก้มหน้าก้มตาไร้ทางสู้ ในขณะที่ร่องสวาทก็ชื้นแฉะโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว...
“เอาน่า...มึงอาจจะติดใจก็ได้”
“หยุดพูดอะไรน่ารังเกียจแบบนั้นซักที!”
“โถเอ้ย คนที่อ้าขาให้ผู้ชายเลียกลางลานจอดรถแบบนั้นยังจะมีหน้ามาสอนกูอีกหรอ”
“…อึก”
คำพูดของไอ้ยามตรงหน้าทำให้พิมฐาถึงกับไปไม่เป็ เธอเบียดเรียวน่องขาขาวเนียนเพื่อระงับความคันที่กำลังก่อตัว ยิ่งอยู่ใกล้ไอ้คมมากเท่าไหร่รูสวาทก็เร่งปฏิกิริยาประหลาดขึ้นมาทุกที น้ำเสียงทุ่มต่ำหื่นกระหายเร้าสั่นอยู่ในหัวใจ ใบหน้าดิบเถื่อนเหมือนนักโทษหลุดออกจากคุก...มันทำให้คุณหนูที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายมาตลอดเริ่มสั่นไหวแปลกๆ!
“ถ้านั่นเป็ทางเดียว...”
“มันมีแค่ทางเดียวอยู่แล้ว...หึหึ”
“แก….แกจะไม่เอาเื่นี้...ไปบอกใครใช่มั้ย”
“รับรองได้เลย”
พิมฐากัดริมฝีปาก หัวใจของเธอเต้นระรัวเหมือนคนตีกลองนับสิบ เมื่อไอ้ยามเ้าเล่ห์เดินเข้ามาใกล้ ร่างระหงก็เริ่มสั่นไหวแต่สองเท้ายังคงแน่นิ่งอยู่กับที่ กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นเหล้าราคาถูกที่ไอ้คมดื่มย้อมใจระหว่างรอลูกเ้าของบริษัทโชยฉุนเตะจมูก ทันทีที่ไอ้ยามจากชนชั้นกรรมาชีพประชันหน้ากับหญิงสาวที่อยู่เหนือฟ้า สายตาหื่นโหดของมันก็แสดงออกมาราวกับจะฉีกเืฉีกเนื้อให้ตายไปเลยทีเดียว...
“เข้าไปคุยกันในป้อมดีกว่า”
“อึก…อือ”
ร่างเล็กเดินตามหลังชายรุ่นลุงไปติดๆ เธออยากจะเปลี่ยนใจ...แต่ข้อมือเล็กก็ถูกมือหนาสากกร้านลากไปเสียก่อน น้ำสวาทพรั่งพรูออกมาจากความตื่นเต้นปะปนไปกับความกลัว แม้แต่เ้าตัวเองก็ไม่คิดว่าเธอจะรู้สึกอ่อนไหวไปกับสถานการณ์อันน่ารังเกียจเช่นนี้ มารู้ตัวอีกที....พิมฐาก็นั่งอยู่บนพื้นกลางป้อมยามเสียแล้ว!
“เด็กปากดีอย่างมึง...ก็ต้องโดนสั่งสอนแบบนี้แหละ”
“ถ้าเกิด...เื่นี้หลุดออกไปเมื่อไหร่...ฉันเอาแกตายแน่”
“หึหึ…ถึงตอนนี้มึงยังปากดีอยู่อีก ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ไหน”
“จะรีบทำอะไร....ก็ทำๆซะ”
“อย่ามาสั่งกู”
“อื้อออออ”
แก้มขาวใสของหญิงสาวถูกมือหนาหยาบโลนบีบจนริมฝีปากอวบอิ่มยู่เข้าหากัน เมื่อได้จ้องใบหน้าของไอ้คมใกล้ๆ ร่างกายทั้งร่างก็สั่นระริก ใบหน้าของมันดิบเถื่อนกว่าเดิมหลายเท่า แถมหนวดเคราก็รุงรังเหมือนคนป่าวิปริตที่หลงเข้ามาในเมืองกรุง กลิ่นเหงื่อและกลิ่นอับชื้นภายในป้อมช่างเหมาะสมกับคนชนชั้นล่างอย่างมัน แต่สำหรับพิมฐา...กลิ่นอุจาดเช่นนี้เธอไม่เคยสูดดมมาก่อนเลย
“ปากคุณหนูอยากมึงนี่แหละที่จะดูดให้กู”
“ก…แกว่าอะไรนะ”
“มึงฟังไม่ผิดหรอก”
“ฉัน…ฉันขอทำอย่างอื่นได้มั้ย”
“ไม่ได้”
ดวงตากลมโตนั่งจ้องไอ้ยามหื่นยืนถอดเข็มขัดออกจากกางเกง ทันทีที่มันรูดซิบลง...ลำเอ็นอัปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเม็ดกลมๆมากมายก็ห้อยเป็พวงยาวลงมาคล้ายกล้วยหอมั์ หัวบานม่วงคล้ำมีน้ำใสๆน่ารังเกียจซึมอยู่ หนังหุ้มปลายสีดำเข้มราวกับถ่าน ทำให้พิมฐารับรู้ว่าของลับของไอ้คมมันสกปรกแค่ไหน แต่ขนาดที่หดตัวอยู่แบบนี้....ทำไมมันถึงได้ใหญ่เท่ากับของแฟนหนุ่มที่แข็งตัวอย่างน่าใจหาย แล้วถ้าเกิดของไอ้คมได้แข็งกล้าขึ้นมา....มันจะใหญ่กว่าของมาร์ชมากแค่ไหนกัน!