ภารกิจปั๊มคะแนนความเกลียดชังของยัยน้องสาวตัวร้าย!

    บทที่ 36 วันนี้มีเรื่องสำคัญกว่า

            มือที่ถือหนังสืออยู่ของเจียงมั่วสั่นไปแวบหนึ่ง "ฉันไปพูดแบบนั้นตอนไหนกัน"

     

            พอพูดจบเธอก็แอบชำเลืองมองฮั่วหลินเชินแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขายังคงดูนิ่ง ๆ หน้าตาไม่ได้เปลี่ยนไปจากปกติ เธอถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

     

            ฮั่วจิ่งทำหน้าตาเอาแต่ใจ "ไม่รู้แหละ ตอนที่พี่เจออารองของผมครั้งแรก พี่ก็ดูทึ่งในตัวเขาแล้ว ถ้าปัดขึ้นมาหน่อยอารองก็คือผู้ชายในฝันของพี่ชัด ๆ !"

     

            เจียงมั่ว "..."

     

            แถจนสีข้างถลอกขนาดนี้... เธอถึงกับไปต่อไม่ถูกเลย

     

            "บอกมาเร็ว!" ฮั่วจิ่งกดหนังสือของเจียงมั่วเอาไว้ "สรุปแล้วพี่กับไอ้งั่งฉีอิ้นหรานนั่นเกี่ยวข้องกันยังไงแน่?"

     

            "ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย" เจียงมั่วตอบด้วยท่าทางใสซื่อที่สุดเท่าที่จะทำได้

     

            แต่ฮั่วจิ่งไม่เชื่อเด็ดขาด "พี่เห็นผมเป็นเด็กหลอกง่ายหรือไง ถ้าไม่มีอะไรกันจริง ๆ ทำไมเขาต้องทำท่าทางแบบนั้นกับพี่ด้วย"

     

            เจียงมั่วกวาดสายตามองฮั่วจิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความแปลกใจ ก่อนจะพูดอย่างไม่รีบร้อน "หรือจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่เด็กแล้ว?"

     

            "ผม... ผม... ผมอายุสิบห้าแล้วนะ เป็นผู้ใหญ่ตั้งนานแล้ว!"

     

            เจียงมั่วหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงทั้งเบาทั้งเนิบนาบ "สำหรับฉันแล้ว ใครที่อายุยังไม่ถึงสิบแปด ก็เป็นแค่เด็กกะโปโลทั้งนั้นแหละ"

     

            ฮั่วจิ่งจ้องหน้าเธอด้วยความโมโห แต่จ้องอยู่นานสองนานเจียงมั่วก็ยังนิ่งเฉย สุดท้ายเขาเลยเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องซะเอง "พี่อย่ามาทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง รีบสารภาพเรื่องของพี่กับฉีอิ้นหรานมาซะดี ๆ !"

     

            เจียงมั่วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองฮั่วหลินเชินโดยไม่รู้ตัว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราวกับกุมความลับใหญ่เอาไว้ "ความจริงแล้ว... เขาเลียนแบบฉันอยู่"

     

            ฮั่วจิ่งทำหน้าไม่เข้าใจ "เลียนแบบอะไร?"

     

            "เลียนแบบสิ่งที่ฉันทำกับอารองของนายไง"

     

            ฮั่วจิ่ง "???"

     

            เขากำลังจะอ้าปากถามต่อว่าเป็นเรื่องอะไร แต่พอหันไปมอง ก็เห็นฮั่วหลินเชินที่กำลังดื่มน้ำอยู่ทำน้ำหกออกมาสองสามหยด

     

            ฮั่วจิ่งทำหน้าเหมือนเห็นผี อารองเคยทำอะไรซุ่มซ่ามแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เขาชี้ไปที่เสื้อของฮั่วหลินเชินอย่างอึ้ง ๆ "อา... อารอง น้ำหกใส่เสื้อแล้วครับ"

     

            ฮั่วหลินเชินไม่ได้สนใจเลยสักนิด แต่กลับปรายตามองเจียงมั่วด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก

     

            ฮั่วจิ่งถึงกับใจหายวาบ ในหัวพลันฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หรือว่าในช่วงเวลาที่เขาไม่รู้ อารองกับเจียงเสี่ยวมั่วจะมีเรื่องปิดบังอะไรบางอย่างกันอยู่กันแน่!

     

            หลังจากนั้นฮั่วจิ่งก็นิ่งเงียบไปตลอดทาง แม้แต่ตอนที่เจียงมั่วอธิบายโจทย์ให้ฟังหลังจากนั้น เขาก็ทำเพียงแค่นั่งฟังตาค้างตอบรับสั้น ๆ แบบคนขวัญเสีย

     

            เจียงมั่วนิ่วหน้าพลางเคาะโต๊ะ "ฮั่วจิ่ง ตั้งใจหน่อยสิ!"

     

            ฮั่วจิ่งทำหน้าตาย "ผมก็ตั้งใจอยู่นี่ไง"

     

            เจียงมั่วระอาใจอยู่นิดหน่อย พอคิดดูแล้วเธอก็เริ่มเก็บข้าวของ "วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน ยังไงสองวันหลังจากนี้ก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ บ้านตระกูลฮั่วกับบ้านตระกูลกู้อยู่ไกลกันเกินไป พรุ่งนี้เราไปเจอกันที่หอสมุดประจำเมืองแล้วกัน"

     

            ฮั่วจิ่งพยักหน้าอย่างใจลอย กระทั่งเจียงมั่วเดินออกไป เขาถึงได้พึมพำกับตัวเองเบา ๆ "บ้าจริง! นี่พี่เป็นหมาป่าหรือไงเนี่ย"

     

            หลังออกจากบ้านตระกูลฮั่ว เจียงมั่วก็เช็กเวลาแล้วเดินตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินทันที ช่วงเวลานี้คนบนรถไฟมีไม่มากนัก แถมข้างในยังเปิดแอร์เย็นฉ่ำจนเธอเริ่มเคลิ้ม หลับ ๆ ตื่น ๆ ไปได้สักพัก เมื่อเจียงมั่วลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

     

            บนรถไฟใต้ดินมีคนนั่งอยู่ประปรายไม่กี่คน แต่เธอกับรู้สึกได้ตลอดว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยแอบมองสำรวจร่างกายเธออยู่

     

            พอเธอเงยหน้าขึ้นไปมอง สายตานั้นก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปสักพักสายตานั้นก็โผล่มาอีก พอเธอหันไปมองหาคนคนนั้นก็จะหลบสายตาไป เป็นแบบนี้สลับกันไปมาตลอดทางจนเจียงมั่วเริ่มรู้สึกหงุดหงิด จนรถจอดเทียบสถานี เธอก็คว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากสถานีรถไฟใต้ดินอย่างรวดเร็ว

     

            แต่สายตาคู่นั้นยังไม่หายไป! เขาเดินตามเธอออกมา! แววตาของเจียงมั่วเคร่งขรึมขึ้น นี่เธอโดนสะกดรอยตามงั้นเหรอ? แต่ที่แปลกก็คือ สายตาคู่นั้นเดินตามเธอมาได้ระยะหนึ่งแล้วก็จู่ ๆ หายวับไป

     

            เจียงมั่วตั้งสติ เร่งฝีเท้าเดินตรงไปยังบ้านตระกูลกู้ทันที พอกลับถึงห้องก็รีบเปิดแอปขายของชื่อดัง...

     

            ...

     

            วันต่อมา

     

            เจียงมั่วกินข้าวเช้าเสร็จและกำลังจะออกไปข้างนอกต่อตามนัดกับฮั่วจิ่ง กู้หลิงเยว่เหลือบมองเธอพลางเคี้ยวขนมปังในปาก ก่อนจะแสร้งพูดขึ้นมาลอย ๆ "ออกไปข้างนอกทุกวัน ไม่รู้ไปทำอะไรนักหนา ถ้าไปรู้จักกับพวกคนไม่หวังดีเข้า จะไม่กลัวอันตรายหรือไง"

     

            พอได้ยินแบบนั้น กู้โย่วก็รีบเก็บนิตยสารในมือทันที "มั่วมั่ว นาน ๆ จะมีวันหยุดสุดสัปดาห์สักที พี่ได้ยินว่ามีหนังใหม่เข้าหลายเรื่องเลย เห็นว่าสนุกมากด้วย พวกเราไปดูหนังด้วยกันไหม?"

     

            เจียงมั่วส่ายหน้า ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "วันนี้ฉันมีธุระค่ะ"

     

            กู้หลิงเยว่เบะปาก "อยู่ ม.6 แล้วแท้ ๆ จะมีธุระอะไรสำคัญไปกว่าการเรียนอีกล่ะ ไม่รู้ว่าออกไปคลุกคลีอยู่กับใครข้างนอกบ้าง"

     

            กู้โย่วจ้องหน้าเธอด้วยความไม่พอใจ "กู้หลิงเยว่ ทำไมเดี๋ยวนี้เธอชอบพูดจาประชดประชันแบบนี้ตลอด?"

     

            กู้หลิงเยว่จิบน้ำพลางเหยียดยิ้มอย่างไม่พอใจ "เห็นชัด ๆ ว่าเป็นเพราะพี่รองอคติกับฉันต่างหาก ถึงได้รู้สึกว่าฉันพูดอะไรก็น่ารำคาญไปหมด"

     

            กู้โย่วนิ่วหน้า ในใจรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อย ส่วนเจียงมั่วที่ยันผนังตรงโถงทางเข้าขณะเปลี่ยนรองเท้า พอได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมาบ้าง "ฉันจะไปหอสมุดประจำเมือง กู้หลิงเยว่ ถ้าเธอไม่สบายใจนักก็ไปด้วยกันกับฉันได้นะ"

     

            รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หลิงเยว่แข็งทื่อไปทันที จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าขนมปังในมือไม่อร่อยขึ้นมาซะอย่างนั้น

     

            กู้โย่วได้ยินแบบนั้นสีหน้าก็ผ่อนคลายลงทันที เขาเดินทอดน่องเข้าไปหาเจียงมั่วพลางตวัดสายตาตำหนิกู้หลิงเยว่แวบหนึ่ง แต่พอหันมามองเจียงมั่ว เขากลับส่งยิ้มให้แทน "หอสมุดประจำเมืองอยู่ค่อนข้างไกล เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ"

     

            ตอนแรกเจียงมั่วตั้งใจจะบอกว่าไม่ต้อง แต่พอคิดถึงสายตาแปลก ๆ เมื่อวานขึ้นมา เธอก็เลยพยักหน้าตกลง

     

            นาน ๆ ทีกู้เหลียนจะได้นอนตื่นสาย พอเดินลงมาข้างล่างแล้วเห็นกู้โย่วถือกุญแจรถกำลังจะออกไปข้างนอกก็เลยถามขึ้นลอย ๆ "เจ้ารอง นายจะไปไหนน่ะ?"

     

            กู้โย่วควงกุญแจรถไปมา "มั่วมั่วจะไปหอสมุดประจำเมือง ฉันเลยจะขับรถไปส่ง"

     

            น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างไม่ปิดบังเลยสักนิด

     

            กู้เหลียนถึงกับเงียบไปทันทีที่ได้ยิน

     

            กู้หลิงเยว่มองท่าทางอวดดีของกู้โย่วแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดจนทนไม่ไหว จึงกระแทกแก้วนมลงบนโต๊ะอาหารเสียงดัง "ฉันขึ้นไปอ่านหนังสือข้างบนแล้วนะ"

     

            ทว่า ต่อให้เธอเรียกร้องความสนใจขนาดไหน ก็ไม่มีใครสนใจเธอสักคน

     

            ...

     

            หอสมุดประจำเมือง

     

            เจียงมั่วก้าวลงจากรถหรู และทันทีที่เห็นกู้โย่วเดินตามลงมา ทำท่าเหมือนจะเดินเข้าไปข้างในด้วยกัน เธอรีบชะงักฝีเท้าก่อนจะถามหยั่งเชิงทันที "พี่รอง พี่จะเข้าไปข้างในด้วยเหรอ?"

     

            กู้โย่วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มพลางส่ายหน้าปฏิเสธ "เปล่า พี่แค่จะเดินไปส่งให้ถึงหน้าประตูเฉย ๆ "

     

            ได้ยินแบบนั้นเจียงมั่วก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ เธอหันหลังแล้วเดินตรงเข้าห้องสมุดไปทันที ส่วนกู้โย่วทำเพียงทอดสายตามองตามแผ่นหลังของเจียงมั่วอย่างใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหมุนตัวเดินแยกไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ติดกันต่อ

     

            ผ่านไปไม่นาน ฮั่วจิ่งก็เดินทางมาถึง ทันทีที่เขาเหลือบเห็นเจียงมั่วก็รีบโบกไม้โบกมือให้อย่างกระตือรือร้น จนเจียงมั่วต้องหรี่ตามองพลางลดเสียงต่ำ "แปลกคนจริง ๆ นายรู้ตัวไหมว่าวันนี้มาที่นี่เพื่อทำอะไร?"

     

            "ก็มาติวหนังสือไงครับ"

     

            "รู้ว่าต้องมาเรียนแล้วยังร่าเริงขนาดนี้ สมองโดนประตูหนีบมาหรือไง?"

     

            ฮั่วจิ่งส่ายหน้าพลางทำท่าทางลึกลับ "วันนี้เรื่องเรียนไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดหรอก พวกเรามีภารกิจอื่นที่สำคัญกว่านั้นต้องไปทำต่างหาก!"

     

            เจียงมั่วเลิกคิ้วสูง ก่อนจะคว้าปากกาเจลในมือเคาะหัวฮั่วจิ่งไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ "ฉันไม่มีเวลามาฟังนายพูดจาไร้สาระหรอกนะ วันนี้ต่อให้ไอดอลตัวท็อปของวงการมาเอง นายก็ต้องนั่งติวกับฉันที่นี่!"

     

            "โธ่ เจียงเสี่ยวมั่ว ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ ตอนนี้มีเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ ผมรับรองเลยว่าถ้าจัดการเรื่องนี้จบ ผมจะยอมเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนเลย พี่ไปกับผมสักแป๊บเถอะน่า!"

     

            ฮั่วจิ่งร้อนรนจนนั่งไม่ติด ถึงขั้นยอมลดศักดิ์ศรีส่งเสียงอ้อนวอนเจียงมั่วอย่างไร้ทางเลือก

    นิยายแนะนำ

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592