แสงตะวันยามอัสดงอาบย้อมกำแพงหินสูงตระหง่านของ "เมืองเมฆา" ให้กลายเป็สีทองอร่าม เมืองหน้าด่านแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตีนเขาเทียมเมฆ เป็ประตูด่านสุดท้ายก่อนจะขึ้นสู่ยอดเขาซึ่งเป็สถานที่จัดงานประลองยุทธ์ 5 สำนัก
บรรยากาศภายในเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ััได้ในอากาศ จอมยุทธ์จากทั่วสารทิศ ทั้งจากสำนักใหญ่ ตระกูลขุนนาง และชาวยุทธ์พเนจร ต่างหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันจนถนนแทบไม่มีที่ว่าง
รถม้าของคณะ ภัตตาคารัทอง เคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองเข้ามาอย่างยากลำบาก สภาพรถที่เต็มไปด้วยฝุ่นโคลนจากการเดินทางผ่านป่ามรณะ และกลิ่นคาวเืจางๆ ที่ยังติดอยู่ ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านต่างพากันแหวกทางให้ด้วยความรังเกียจระคนสงสัย
"คนเยอะชะมัด..." เจ๊หงส์ บ่นอุบผ่านม่านหน้าต่าง "หวังว่าคงจะมีโรงเตี๊ยมว่างนะ"
หลินฟาน บังคับรถม้ามาหยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดกลางเมือง "โรงเตี๊ยมหอเมฆา" "ที่นี่น่าจะเหมาะกับฐานะของนายหญิง" หลินฟานกล่าวเรียบๆ ก่อนจะะโลงจากรถ
ทันทีที่เท้าแตะพื้น สายตาดูแคลนนับร้อยคู่ก็พุ่งตรงมาที่พวกเขา หลินฟานในชุดจอมยุทธ์สีน้ำเงินที่เปื้อนฝุ่น ที่เอวเหน็บตะหลิวเหล็กดำ หยางเจียนที่แบกดาบปังตอั์ห่อผ้าเก่าๆ จูเกัดที่ดูเหมือนบัณฑิตไส้แห้ง และอาเป่า ทารกตัวใหญ่ที่กัดแทะน่องไก่ย่างอย่างตะกละตะกลาม
"เสี่ยวเอ้อ!" เจ๊หงส์เดินลงจากรถด้วยมาดนางพญา "เปิดห้องที่ดีที่สุด 3 ห้อง! และเตรียมอาหารชุดใหญ่เดี๋ยวนี้!"
เสี่ยวเอ้อรีบวิ่งออกมา แต่เมื่อเห็นสภาพของคณะเดินทาง เขาก็ชะงัก สีหน้าลำบากใจ "เอ่อ... แม่นาง ขออภัยด้วยขอรับ ห้องพักของเราเต็มหมดแล้ว ส่วนใหญ่ถูกเหมาโดยศิษย์จากสำนักใหญ่..."
"เต็ม?" เจ๊หงส์เลิกคิ้ว "ข้าจ่ายไม่อั้น! สองเท่า! สามเท่า!"
"นี่ไม่ใช่เื่เงินขอรับ..." เสี่ยวเอ้อกระซิบ "แต่เป็เื่ 'ศักดิ์ศรี' ...จอมยุทธ์ที่พักที่นี่ล้วนเป็ระดับหัวกะทิ หากให้คนทั่วไปพักปะปน... เกรงว่าจะเกิดปัญหา"
"ปัญหางั้นรึ?" เสียงห้าวหาญดังขึ้นจากโต๊ะใหญ่กลางโถงชั้นล่าง ชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีแดงเพลิง ปักลายดวงอาทิตย์ที่อกเสื้อ นั่งจิบเหล้าอยู่ท่ามกลางลูกศิษย์นับสิบคน เขาคือ 'จ้าวเฟิง' ศิษย์เอกแห่ง 'สำนักสุริยันเพลิง' (Blazing Sun Sect) 1 ใน 5 สำนักใหญ่
จ้าวเฟิงวางจอกเหล้าลง สายตาโลมเลียมมองเจ๊หงส์ั้แ่หัวจรดเท้า "แม่นางผู้นี้งดงามยิ่งนัก... หากท่าน้าที่พัก ข้าพอจะแบ่งห้องของข้าให้ท่านได้... แต่สำหรับ 'คนรับใช้' สกปรกพวกนี้..." เขาชี้ไปที่หลินฟานและเด็กๆ "ให้พวกมันไปนอนในคอกม้าน่าจะเหมาะสมกว่า กลิ่นตัวพวกมันจะได้ไม่รบกวนสุนทรียภาพในการดื่มเหล้าของข้า"
ศิษย์สำนักสุริยันเพลิงพากันหัวเราะครืน "ฮ่าๆๆ! ศิษย์พี่พูดถูก! ดูอาวุธพวกมันสิ ตะหลิว? ปังตอ? นี่พวกเ้าจะมาประลองยุทธ์หรือมาเปิดโรงทาน?"
หยางเจียนกำด้ามดาบแน่น แววตาเปลี่ยนเป็แข็งกร้าว จิตสังหารเริ่มแผ่ออกมา หลินฟานยกมือขวางลูกชายไว้ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย "คนพวกนี้ตาบอดหรือไร..." หลินฟานพูดเสียงดังพอให้ได้ยินทั้งร้าน "ถึงมองไม่เห็น 'พยัคฆ์' แต่กลับเห็นเป็สุนัข... สงสัยวิชาของสำนักสุริยันเพลิงจะเน้นแต่เผาผลาญจนสมองไหม้เกรียมไปหมดแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมโรงเตี๊ยมทันที... จ้าวเฟิงหุบยิ้ม ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "เ้าว่าอะไรนะ? ไอ้สวะบ้านนอก!"
"ข้าบอกว่า..." หลินฟานจ้องตาจ้าวเฟิงกลับ "หุบปากเน่าๆ ของเ้าซะ แล้วก้มหน้ากินเหล้าไป ก่อนที่เ้าจะไม่มีฟันไว้เคี้ยวกับแกล้ม"
"สามหาว!" จ้าวเฟิงตบโต๊ะจนแตกกระจาย ร่างพุ่งทะยานข้ามห้องมาหาหลินฟานดุจลูกธนูเพลิง ฝ่ามือขวาห่อหุ้มด้วยปราณความร้อนสูง "ตายซะ!"
หลินฟานยืนนิ่ง ไม่ขยับแม้แต่ปลายนิ้ว แต่เงามืดสายหนึ่งพุ่งสวนออกไปจากด้านหลังเขา!
หยางเจียน!
เด็กชายวัย 7 ขวบ ะโลอยตัวข้ามไหล่พ่อ ดาบปังตอั์ถูกชักออกจากผ้าห่อ วูบ! ไม่มีกระบวนท่าสวยงาม ไม่มีแสงสีอลังการ มีเพียงการฟันที่เรียบง่าย แต่รวดเร็วและแม่นยำดุจจับวาง
เคร้ง! ดาบปังตอปะทะเข้ากับฝ่ามือของจ้าวเฟิง (ที่สวมถุงมือเหล็กกล้า) แรงปะทะทำให้จ้าวเฟิงต้องม้วนตัวถอยหลังกลับไปตั้งหลักที่เดิมด้วยความตกตะลึง เขามองดูถุงมือเหล็กระดับสูงของตัวเอง... มันมีรอยบากลึกจนเกือบถึงเนื้อ!
"เด็กนั่น..." จ้าวเฟิงหน้าซีด "พลังวัตรแค่ขั้นรวบรวมปราณ... แต่ทำไมแรงปะทะถึงหนักหน่วงขนาดนี้!"
หยางเจียนลงมายืนขวางหน้าหลินฟาน ดาบปังตอชี้ไปที่พื้น หยดเื (จากถุงมือที่บาดโดนผิวนิดหน่อย) หยดลงพื้น "ท่านพ่อบอกว่า..." หยางเจียนเอ่ยเสียงเย็น "การหั่นเนื้อที่ดี ต้องตัดที่ข้อต่อและเส้นเอ็น... ดูเหมือนเ้าจะมีเส้นเอ็นที่มือเยอะดีนี่"
"ไอ้เด็กเวร!" จ้าวเฟิงคำรามด้วยความอับอาย "รุมมัน! สั่งสอนพวกสวะนี่ให้รู้สำนึก!"
ศิษย์สำนักสุริยันเพลิงอีก 5 คน ชักกระบี่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด!
"จูเกัด... อาเป่า..." หลินฟานเรียกชื่อเบาๆ "ขอรับ"
จูเกัดสะบัดพัดขนนก ลูกคิดทองคำในมือซ้ายดีดออกไปทีละเม็ด เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ลูกคิดเม็ดเล็กๆ พุ่งแหวกอากาศด้วยความแม่นยำ กระแทกเข้าที่ "จุดมรณะ" บนข้อมือและหัวเข่าของศิษย์ทั้ง 5 คน จนอาวุธหลุดมือและเข่าทรุดลงกระแทกพื้น "ความน่าจะเป็ในการชนะของพวกเ้า... 0%" จูเกัดกล่าว
ส่วนอาเป่า... เขาวางน่องไก่ลง เดินต้วมเตี้ยมไปหาศิษย์คนหนึ่งที่ตัวใหญ่ที่สุด ศิษย์คนนั้นง้างหมัดจะชก "เด็กบ้า! หลบไป!" อาเป่ารับหมัดนั้นด้วยมือเปล่า... หมับ! แล้วบีบ... กร๊อบ! เสียงกระดูกแตกดังลั่นร้าน ศิษย์คนนั้นร้องโหยหวน อาเป่าเหวี่ยงร่างศิษย์ั์นั้นราวกับตุ๊กตาผ้า โยนออกไปนอกหน้าต่างโรงเตี๊ยม โครม!
ภายในเวลาไม่ถึง 10 ลมหายใจ... ศิษย์สำนักสุริยันเพลิงนอนเกลื่อนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเ็ป เหลือเพียงจ้าวเฟิงที่ยืนสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและความกลัว
หลินฟานเดินแหวกวงล้อมเข้าไปหาจ้าวเฟิง "เอาล่ะ... ทีนี้จะแบ่งห้องให้พวกข้าได้หรือยัง?"
จ้าวเฟิงกัดฟันกรอด "ฝากไว้ก่อนเถอะ! ในงานประลอง... ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าจะมาคิดบัญชีกับพวกเ้า!" พูดจบ เขาก็พยุงร่างเพื่อนร่วมสำนักหนีออกไปอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจอมยุทธ์ทั้งโรงเตี๊ยม
เสี่ยวเอ้อที่หลบอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ค่อยๆ โผล่หัวออกมา "นะ... นายท่าน... ห้องพักว่างแล้วขอรับ... เชิญ... เชิญทางนี้"
เจ๊หงส์สะบัดพัด เดินเชิดหน้าขึ้นบันได "ก็แค่นั้นแหละ... หลินฟาน! คืนนี้ทำกับข้าวด้วย ข้าหิวจนจะกินช้างได้แล้ว!"
หลินฟานยิ้มบางๆ เดินตามนางขึ้นไป ทิ้งให้จอมยุทธ์ในร้านซุบซิบกันด้วยความหวาดหวั่น "คนกลุ่มนี้เป็ใครกัน?" "พ่อครัว? บัณฑิต? ทารกปีศาจ?" "ดูเหมือนงานประลองปีนี้... จะมีม้ามืดตัวจริงปรากฏตัวแล้ว"
แต่ในมุมมืดของชั้นสอง... สายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองหลินฟานด้วยความสนใจ หญิงสาวสวมชุดขาวปิดหน้า มีกลิ่นอายเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "วิชาของชายคนนั้น... คล้ายกับ 'เขา' ผู้นั้นที่หายสาบสูญไปเมื่อ 300 ปีก่อน..."