สองพ่อลูกแซ่ฝูยังคุกเข่าต่อหน้าเซี่ยลี่หยางโดยไม่มีทีท่าว่าจะลุก เซี่ยลี่หยางได้แต่ส่งสัญญาณให้น้องชายช่วย
เซี่ยเหวินซูเดินไปประคองให้ทั้งสองลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ “ลุงฝู พี่เจ๋อกั๋ว ตอนนี้พี่ใหญ่เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็คนใหม่แล้ว และตระกูลเซี่ยก็เพิ่งทำหนังสือตัดความสัมพันธ์และตัดชื่อพวกเราออกจากผังของตระกูลไปเมื่อเช้านี้ เงินสักอีแปะพวกเขาก็ไม่ให้เรานำติดตัวออกมา เพราะฉะนั้นสมบัติที่เรามีก็เหลือเพียงบ้านและโรงสุราแห่งนี้ ที่ข้ากับพี่ใหญ่มาหาพวกท่านก็เพราะกำลังจะปรับปรุงโรงสุราของเราให้ดีขึ้นขอรับ”
“ตัดสัมพันธ์แล้วยังตัดชื่อออกจากผังของตระกูล! ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยทำเช่นนี้ได้อย่างไรขอรับ สมบัติทุกชิ้นของตระกูลเซี่ยล้วนหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงและหยาดเหงื่อของนายท่านสาม” ฝูเกาพูดขึ้นอย่างโมโห “ไม่ได้! ข้าจะไปแจ้งทางการเพื่อทวงความยุติธรรม”
“ลุงฝูอย่าทำให้เสียเื่ กว่าข้าจะพาครอบครัวออกมาจากตระกูลใจร้ายนั้นได้มันไม่ใช่เื่ง่าย” เซี่ยลี่หยางรีบห้าม
“เื่ทั้งหมดเป็เพราะท่านคนเดียว หากท่านสนใจกิจการของครอบครัวและไม่ทำตัวเกเรไปวันๆ ครอบครัวของนายท่านสามจะต้องมาลำบากอย่างนี้ไหม” ฝูเกาต่อว่าเซี่ยลี่หยาง
แต่เซี่ยลี่หยางก็ยังไม่โกรธ “ลุงฝูนั่งลงก่อนเถอะ ข้ารับรองว่าหลังจากนี้กิจการของท่านพ่อจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งภายใต้การนำของข้า”
“เหอะ...คนไม่เป็โล้เป็พายอย่างท่านจะไปทำอะไรได้ เห็นแก่ที่คุณชายรองพาท่านมาหาข้าหรอกนะ ไม่เช่นนั้นข้าเอาไม้กวาดมาไล่ท่านออกไปนานแล้ว”
“ที่นี่เป็กิจการของครอบครัวข้า หากข้าจะมา ท่านห้ามข้าได้หรือ” เซี่ยลี่หยางพูดเสียงดุ เขาอยากรีบพูดธุระให้เสร็จ
หากเป็ปกติเมื่อฝูเกากับเซี่ยลี่หยางทะเลาะกัน จะเป็เซี่ยลี่หยางที่โมโหและเป็ฝ่ายเดินจากไป แต่ท่าทางน่าเกรงขามเช่นนี้ สองพ่อลูกไม่เคยเจอมาก่อน พวกเขาจึงนั่งบนเก้าอี้อย่างสงบเสงี่ยม
เซี่ยลี่หยางหลับตานึกถึงเคาน์เตอร์บาร์ในมิติ ทีแรกเขาตั้งใจจะเอาเบอร์เบินวิสกี้ออกมาแค่อย่างเดียว แต่ดูจากสภาพของโรงสุรา เขาคงต้องเอาเหล้าออกมาอีกสักสองสามขวดเพื่อเรียกลูกค้า
“เหล้าที่โรงสุราของเราตอนนี้ เหล้าชนิดใดเป็เหล้าที่ดีที่สุด” เซี่ยลี่หยางถาม
“ก็ต้องเป็เหล้านารีแดงอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้ที่ร้านของเราเหลือเพียงเหล้าต้มธรรมดาเท่านั้น” ฝูเกาก้มหน้าตอบคำถาม “โรงสุราของเราไม่มีเงินพอที่จะซื้อเหล้าชั้นดีเข้ามาอีกแล้วขอรับ”
“แล้วทุกวันนี้พวกท่านสองพ่อลูกใช้ชีวิตกันอย่างไร”
“เจ๋อกั๋วจะออกไปทำงานรับจ้างที่ท่าเรือใน่ดึก เราสองคนจะมีรายได้มาจากส่วนนั้น”
“ั้แ่วันนี้พวกท่านไม่ต้องทำเช่นนั้นอีกแล้ว” เซี่ยลี่หยางถอนหายใจ เวลานี้เขาก็ไม่มีเงินสักอีแปะเหมือนกัน แต่ปัญหาเื่ปากท้องยังพอช่วยเหลือสองพ่อลูกได้อยู่ “เจ๋อกั๋ว เย็นนี้เ้าเอารถเข็นตามข้ากลับไปขนอาหารและที่นอนดีๆ กลับไปบ้านของเ้า รอให้กิจการของเรามีรายรับเข้ามา ข้าถึงจะเริ่มจ่ายเงินเดือนให้เ้ากับลุงฝู”
ฝูเจ๋อกั๋วหันไปมองบิดา แต่เมื่อบิดาพยักหน้ารับ “ขอรับคุณชายใหญ่”
“เอาล่ะ ตอนนี้ข้ามีเหล้ามาให้พวกท่านได้ลองชิม”
เซี่ยลี่หยางนำเบอร์เบินวิสกี้ เหล้าจู๋เย่ชิง โซจูรสดั้งเดิม รสพีช รสองุ่นเขียว และรสบลูเบอร์รี ออกมาอย่างละขวด
“เหล้าสีอำพันนี้เรียกว่าเบอร์เบินวิสกี้ และเหล้าขวดสีเขียวทรงหยดน้ำเรียกว่าเหล้าจู๋เย่ชิง เหล้าสองชนิดนี้ข้าจะขายด้วยการประมูล พวกท่านลองชิมดู” เซี่ยลี่หยางรินเหล้าใส่แก้วที่ตนเองเตรียมมาให้สองพ่อลูกได้ชิมรสชาติ
“พี่ใหญ่ ข้าขอชิมด้วยได้หรือไม่ขอรับ” เซี่ยเหวินซูถาม
“ไม่ได้ รอให้เ้าอายุครบ อืม...” เซี่ยลี่หยางคิด ในยุคนี้ชายหญิงอายุสิบห้าก็ถึงวัยออกเรือนและถือว่าเป็ผู้ใหญ่เต็มตัว แต่สำหรับเขา อายุเท่านี้ยังเป็เพียงแค่เด็กมัธยม ในยุคของเขาอายุยี่สิบถึงจะดื่มเหล้าได้ เช่นนั้นก็หยวนๆ ให้น้องชายหน่อยก็แล้วกัน “รอให้เ้าอายุสิบแปดปีเสียก่อน ถึงตอนนั้นข้าจะอนุญาตให้เ้าดื่มเหล้าได้”
“ข้าจำได้ว่าตอนท่านอายุสิบสาม ท่านก็ดื่มเหล้าจนเมาแล้ว” เซี่ยเหวินซูพูดอย่างไม่เห็นด้วย
“แล้วชีวิตที่ผ่านมาของข้าเป็อย่างไร หรือเ้าอยากให้ผู้อื่นมองเ้าว่าเป็คนไม่เอาไหนแบบข้า”
เซี่ยเหวินซูได้ยินก็ซาบซึ้ง พี่ใหญ่กำลังปกป้องเขา
“เช่นนั้นข้าจะรอให้อายุครบสิบแปดปี ข้าถึงจะดื่มเหล้าขอรับ” เซี่ยเหวินซูรีบรับคำ
ส่วนสองพ่อลูกแซ่ฝูกลับเหมือนอยู่ในความฝัน เหล้าสีอำพันมีรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอมที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก ส่วนเหล้าขวดสีเขียวมีกลิ่นของสมุนไพรหลายชนิด และยังมีกลิ่นใบไผ่ที่เป็เอกลักษณ์ ให้รสชาติขมและหวานในตอนท้าย
“คุณชายใหญ่ ชั่วชีวิตนี้ข้าดื่มเหล้ามามากกว่าน้ำเสียอีก เหล้าสองชนิดนี้ไม่เคยมีในแผ่นดินต้าเยี่ยนของเรามาก่อนอย่างแน่นอน หากท่านจะประมูล ไม่ว่าจะตั้งราคาสูงเท่าไหร่ก็ย่อมขายได้ขอรับ” ฝูเกาพูดอย่างดีใจ โรงสุราของนายท่านสามสามารถฟื้นตัวได้แล้ว
“คุณชายใหญ่ แล้วเหล้าสีเขียวอีกสี่ขวดนี้เล่าขอรับ เอ่อ...ข้ากับท่านพ่อขอชิมได้หรือไม่” ฝูเจ๋อกั๋วถามอย่างกระดาก เขากลัวว่าเ้านายจะหาว่าเขาละโมบ
“ข้าตั้งใจจะเอามาให้พวกท่านได้ลองชิมอยู่แล้ว พวกท่านรินดื่มได้ตามสบาย”
สองพ่อลูกไม่รอช้า พวกเขาเริ่มชิมรสชาติของเหล้าโซจูแต่ละขวดอย่างพิจารณา
“คุณชายใหญ่ เราจะเปิดขายเหล้าพวกนี้ได้เมื่อไหร่หรือขอรับ” ฝูเกาถามอย่างกระตือรือร้นเมื่อชิมเสร็จ
ดีที่ในยุคนี้มีการผลิตเครื่องแก้วออกมาใช้แล้ว แม้จะราคาสูง แต่เซี่ยลี่หยางก็อยากจะลงทุน ของที่จะนำออกมาประมูลอย่างไรก็ต้องออกมาดูดีและให้เหมาะสมกับราคา
“เหล้าสีอำพันข้าจะตั้งชื่อว่าสุราอำพันเรืองรอง ให้ท่านไปสั่งทำขวดแก้วและแก้วตามแบบที่ข้าจะวาดให้เพื่อเอามาบรรจุเหล้า อ้อ...ยังต้องสั่งทำกล่องไม้บุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงและแกะสลักลวดลายสวยงามลงไปบนฝากล่องด้วย” เซี่ยลี่หยางบอก
“แล้วเหล้าขวดสีเขียวทรงหยดน้ำเล่าขอรับ” ฝูเจ๋อกั๋วถาม
“เ้าไปสั่งทำขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวพร้อมกับแก้วสีขาว ให้เขาวาดลวดลายใบไผ่สีเขียวมรกตลงไปด้วย และให้ตั้งชื่อสุราชนิดนี้ว่าสุรามรกตมั่งมี”
“ต้องทำกล่องไม้ด้วยหรือไม่ขอรับ”
“ทำสิ อย่าลืมแกะสลักรูปใบไผ่ลงไปบนฝากล่องด้วย”
“แล้วเหล้าสี่ขวดนี้เล่าขอรับ” ฝูเจ๋อกั๋วชี้ไปที่เหล้าโซจู
“ต่อไปนี้เรียกเหล้าทั้งสี่ขวดนี้ว่าเหล้าหวาน ส่วนว่าแต่ละขวดจะเป็กลิ่นใด เ้ากับลุงฝูคงรู้อยู่แล้วกระมัง” เซี่ยลี่หยางี้เีอธิบายต่อแล้ว เขาบอกให้ฝูเจ๋อกั๋วไปหยิบกระดาษกับพู่กันมาให้เขาเขียนรายละเอียดเพื่อไปสั่งทำขวดแก้วกับขวดกระเบื้องเคลือบตามแบบและสีที่เขา้า
เซี่ยเหวินซูมองดูพี่ใหญ่ของเขาเขียนอักษรและวาดรูปบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ว ตัวอักษรของพี่ใหญ่ช่างทรงพลังและสวยงาม ส่วนรูปที่วาดออกมาก็งดงามไม่แพ้กัน เวลานี้เซี่ยเหวินซูมองพี่ใหญ่ของเขาเป็ต้นแบบที่เขาควรเอาอย่าง
ฝูเกาและฝูเจ๋อกั๋วรับแบบภาพและรายละเอียดมาดู พวกเขาล้วนตกตะลึงกับความคิดอันเป็อัจฉริยะของเ้านาย เมื่อก่อนที่เ้านายทำตัวเกเร คงเพราะอยากปิดบังความสามารถไว้เป็แน่
แต่ถึงอย่างนั้นฝูเกาก็ทำหน้าลำบากใจ “เอ่อ...คุณชายใหญ่ เรา...เราต้องมีเงินไปวางมัดจำให้กับร้านขวดแก้วกับร้านกระเบื้องเคลือบด้วยนะขอรับ”
เซี่ยลี่หยางลืมนึกถึงเื่นี้ไปสนิท แต่ขณะที่คิดก็มีคนะโเข้ามา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นคุณชายท่าทางเกเรเดินเข้ามาสองคน คงเป็เพื่อนไม่ได้ความของเขาสินะ
“โอ...น้องชายลี่หยาง วันนี้ข้าอยากดื่มเหล้าดีๆ สักหน่อย ไม่รู้ว่าน้องชายจะใจดีนำเหล้ามาให้พี่ใหญ่เช่นข้าได้ดื่มหรือไม่”
เซี่ยลี่หยางมองคุณชายสองคนนั้นพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ‘ข้ากำลังอยากได้เงินทุนสักก้อน พวกเ้ามาได้จังหวะพอดี’
“โรงสุราย่อมต้องมีเหล้าขาย ขอแค่พวกเ้ามีเงินจ่าย ข้าก็พร้อมจะมอบเหล้าดีๆ ให้เ้าได้ลองชิม” เซี่ยลี่หยางตอบ
“เ้าพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือไม่เซี่ยลี่หยาง ที่ข้าสองคนลดตัวมาดื่มที่โรงสุราเล็กๆ แห่งนี้ก็นับว่าเป็บุญของเ้าแล้ว”
“ฮ่าๆๆ” เซี่ยลี่หยางหัวเราะออกมาเสียงดัง ในความทรงจำของร่างเดิม บุรุษสองคนนี้เปรียบประดุจนักรบที่ร่างเดิมไม่อาจต่อกร แต่สำหรับเขา สองคนนี้มันก็แค่ไอ้กล้ามโตไร้สมองเท่านั้นเอง “จูอู๋เซิน กัวฮุ่ยหลิง การที่พวกเ้าได้รู้จักข้าต่างหากที่นับว่าเป็บุญ”
ฝูเกาได้ยินอย่างนั้นก็รีบจูงมือฝูเจ๋อกั๋วกับเซี่ยเหวินซูให้ไปยืนหลบที่มุมห้องก่อนจะถามเซี่ยเหวินซู
“คุณชายรองบอกข้ามา คุณชายใหญ่ไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหน แต่ไหนแต่ไรคุณชายใหญ่กลัวกำปั้นของสองคนนี้มากที่สุด”
“ลุงฝูคงเห็นว่าพี่ใหญ่ทำตัวเกเรไปวันๆ ใช่หรือไม่ขอรับ อันที่จริงพี่ใหญ่ไปกราบอาจารย์และได้ร่ำเรียนวิชาความรู้มาจากอาจารย์ผู้มีวิชาหลายท่าน หากท่านไม่เชื่อก็รอดูว่าพี่ใหญ่จะจัดการกับสองคนนั้นอย่างไรดีหรือไม่ขอรับ” เซี่ยเหวินซูไม่ลืมคำที่พี่ชายบอก พี่ใหญ่ของเขาเคยถูกส่งให้ไปอยู่ที่โลกอนาคตที่ห่างจากยุคนี้ไปนับหมื่นปีเชียวนะ น่าเสียดายที่พี่ใหญ่กำชับว่าไม่ให้นำเื่นี้ไปบอกใคร
จากนั้นการต่อสู้ตรงหน้าก็ทำให้ฝูเกาตกตะลึง แต่ฝูเจ๋อกั๋วกับเซี่ยเหวินซูกลับเลื่อมใสเ้านายและพี่ชายอย่างฉุดไม่อยู่แล้วในเวลานี้