ตอนที่ 3 กุศโลบายยามวิกาล
ความมืดมิดของค่ำคืนคืบคลานเข้ามาปกคลุมวิลล่าหรูริมชายหาดหัวหินอย่างเชื่องช้า เสียงเกลียวคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งทรายดังก้องเป็จังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ แ่เบาทว่าทรงพลังอยู่ในความเงียบสงัดของยามวิกาล นาฬิกาข้อมือของผมชี้บอกเวลาเกือบสี่ทุ่มครึ่งแล้ว แต่ทว่าภายในห้องพักรวมของทีมงานที่กว้างขวางและเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ สมองของผมกลับร้อนรุ่มและไม่สามารถรับรู้ข้อมูลใดๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเอกสารสรุปงบประมาณสัมมนาของวันรุ่งขึ้นได้เลย
เพื่อนนอนร่วมห้องอีกสองสามคนซึ่งเป็พนักงานฝ่ายจัดซื้อรุ่นพี่เริ่มส่งเสียงหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ทว่าผมนั่งเกร็งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงมุมห้อง สองมือที่ถือแผ่นกระดาษรายงานสั่นระริกจนแทบจะจับความรู้สึกไม่ได้ เหงื่อกาฬไหลซึมจากฝ่ามือจนกระดาษขาวบางแผ่นนั้นเริ่มเปียกชื้นและยับย่น ความคิดในหัวสมองของผมลอยเตลิดเปิดเปิง วนเวียนอยู่กับสายตาคมกริบดุจนางเสือสาวและความนุ่มหยุ่นชวนฝันยามที่คุณรสรินใช้นิ้วชี้แตะปลายคางของผมเมื่อตอนหัวค่ำ
*‘คืนนี้... หลังจากทุกคนกลับเข้าห้องพักกันหมดแล้ว... เอาเอกสารสรุปงบประมาณทริปของวันพรุ่งนี้มาให้ฉันที่นี่... ห้ามช้าแม้แต่นาทีเดียว... และเตรียมตัวรับโทษแรกของเธอได้เลย เด็กดื้อ’*
ประโยคคำสั่งพร่ากระซิบนั้นดังก้องสะท้อนอยู่ในความทรงจำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกถ้อยคำเหมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นลากจูงให้หัวใจของผมเต้นระรัวบ้าคลั่งจนปวดหนึบที่หน้าอกข้างซ้าย ยิ่งเวลาล่วงเลยไป ความกดดันและหวาดเสียวก็ยิ่งเพิ่มพูน ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก สายตาจับจ้องไปยังกองกระดาษที่ถืออยู่ มันเป็เพียงข้ออ้างที่คุณรสใช้ดึงตัวผมเข้าไปหาเธอภายใต้ความมืดมิดของราตรีนี้เท่านั้น ผมรู้ดี... และเธอก็รู้ดี
ผมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบที่สุด พยายามไม่ให้เกิดเสียงรบกวนพี่ๆ ที่กำลังนอนหลับ สวมรองเท้าแตะยางแล้วสาวเท้าก้าวออกจากห้องพักรวมไปอย่างเชื่องช้า ทันทีที่บานประตูปิดลงไล่หลัง ความเย็นเยียบของสายลมทะเลภายนอกพัดเข้ามาปะทะผิวหน้าพากลิ่นเกลือและไอชื้นละอองน้ำมาจางๆ สวนไม้ประดับร่มรื่นระหว่างทางเดินไปสู่วิลล่าเบอร์ 01 สลัวเลือนราง มีเพียงแสงไฟสีส้มอบอุ่นดวงเล็กๆ ที่ปักอยู่ตามโคนต้นไม้คอยนำทาง
บรรยากาศเงียบสงัดจนผมได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นตึกตักราวกับเสียงกลองศึกที่กระหน่ำรัว ขาสองข้างก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ ความรู้สึกขัดแย้งในใจกำลังสู้รบกันอย่างหนักหน่วง จิตสำนึกฝ่ายดีคอยเตือนสติว่าเธอคือหัวหน้างาน เป็ผู้จัดการฝ่ายที่มีตำแหน่งสูงกว่าและมีอายุห่างจากผมถึงยี่สิบเอ็ดปี แต่ทว่าฮอร์โมนความเป็ชายของเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีที่ถูกกระตุ้นจากกลิ่นกายและสายตาเปี่ยมเสน่ห์ชวนสะกดนั่น กลับขับเคลื่อนให้ขาทั้งสองข้างไม่ยอมหยุดก้าวเดิน
ในที่สุด ผมก็มายืนหยุดอยู่ตรงหน้าบานประตูไม้สักแกะสลักหนาหนักของวิลล่าเบอร์ 01 ตัวเลขโลหะสีทองต้องแสงไฟสลัวดูหรูหราทว่าน่าเกรงขามคล้ายกับทางเข้าสู่ดินแดนต้องห้าม ผมยกมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อขึ้นลูบหน้าขาเพื่อเช็ดเหงื่อที่เปียกชื้น ก่อนจะรวบรวมลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วยกนิ้วขึ้นเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังแ่ท่ามกลางเสียงลมทะเลที่พัดอื้ออึง แต่สำหรับผม มันดังราวกับเสียงฟ้าผ่า ผมยืนเกร็งตัวแข็งทื่อ รอคอยอย่างจดจ่อด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น
เพียงไม่ถึงอึดใจ บานประตูไม้ก็ถูกดึงเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เสียง เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนทอดสายตามองลงมาจากด้านใน ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง กลิ่นกายอุ่นละมุนที่ผสมผสานระหว่างน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบเข้มข้นและกลิ่นหรูหราของไม้กฤษณา รวมถึงครีมบำรุงผิวหอมหวานก็โชยมาปะทะจมูกของผมอย่างจัง มันเป็กลิ่นเฉพาะตัวของคุณรสรินที่ผมจำได้แม่นยำ กลิ่นหอมเย้ายวนจนทำให้สติของผมพลันขาดผึงและหัวใจกระตุกวู
แสงไฟสีส้มสลัวดวงอุ่นภายในโถงทางเข้าขับให้ร่างของคุณรสรินดูงดงามสะกดสายตาจนผมต้องอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟมาจ่อใกล้ๆ
เ้านายสาวใหญ่วัยสี่สิบห้าปีในยามนี้ ไม่เหลือคราบคุณผู้จัดการจอมเนี๊ยบในชุดสแลกสีทึบอีกต่อไป เธออยู่ในชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวผ้าซาตินบางเบาสีดำขลับ ชายกระโปรงสั้นร่นขึ้นมาเหนือเข่าอวดเรียวขาขาวผ่องนวลตา เนื้อผ้าซาตินที่ละเอียดนุ่มและพลิ้วไหวแเีไปกับทรวดทรงโค้งเว้าอันสะพรั่งของหญิงสาวใหญ่ที่มีสะโพกผายกลมกลึง เอวคอดกิ่วเด่นชัด และสิ่งที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจคือส่วนหน้าอกอวบอิ่มปทุมถันคู่งามที่นูนเด่นอยู่ใต้เนื้อผ้าซาตินบางเฉียบอย่างโจ่งแจ้ง ปลายยอดถันสีเข้มดุนดันเนื้อผ้าบางเบานั้นออกมาจนเห็นร่องรอยกลมโตสล้างสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจของเธอ แผ่นหลังขาวเนียนเปลือยเปล่าลึกเกือบถึงเอวอวดผิวละเอียดผุดผ่องดั่งประติมากรรมหินอ่อน
"มาตรงเวลาดีนี่... ตง" เสียงทุ้มดุกระซิบแ่เบาทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจสั่งการ คล้ายจะพอใจที่ผมไม่ผิดนัด
ผมได้แต่ก้มหน้าลงมองพื้นอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเลี่ยงภาพเย้ายวนตรงหน้า ใบหน้าร้อนผ่าวและแดงซ่านลามไปจนถึงใบหูและลำคอ "ขะ...ขอโทษที่มารบกวนดึกๆ ครับคุณรส นี่...นี่เอกสารที่สั่งครับ..." ผมพยายามเอ่ยปากพูดพร้อมกับยื่นซองเอกสารในมือออกไปข้างหน้าอย่างสั่นเทา
คุณรสรินไม่รับกระดาษแผ่นนั้น เธอปรายสายตามองท่าทียืนบิดตัวเกร็งสั่นระริกของผมพร้อมกับรอยยิ้มหยักมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยจังหวะแห่งความเหนือกว่า ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินนำกลับเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวอันกว้างขวาง ปล่อยให้ชายกระโปรงผ้าซาตินสะบัดพลิ้วตามเรียวขาขาวผ่องยามก้าวเดิน
"ยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะตง... ปิดประตู ล็อกห้องซะ แล้วตามฉันเข้ามาข้างใน"
คำสั่งเฉียบขาดทิ้งท้ายสั้นๆ ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของผม การปิดประตูยามวิกาลก็น่ากลัวพออยู่แล้ว แต่การ "ล็อกประตู" ห้องนอนส่วนตัวของเ้านายสาวใหญ่สองต่อสองในค่ำคืนนี้ มันไม่ต่างอะไรจากการปิดกั้นเส้นทางหลบหนีและตัดขาดผมออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ผมยืนอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง สองจิตสองใจระหว่างการหันหลังวิ่งกลับห้องพักหรือทำตามคำสั่ง
แต่สุดท้าย แรงขับทางเพศและความยำเกรงในมาดนางพญาก็สยบความยับยั้งชั่งใจในหัวของผมลง มือที่สั่นระริกค่อยๆ เอื้อมไปดึงบานประตูไม้สักหนาหนักให้ปิดสนิท ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือกดปุ่มล็อกประตูด้านในช้าๆ
*คลิก!*
เสียงสปริงตัวล็อกสะท้อนดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนอน เสียงเล็กๆ นั้นเปรียบเสมือนเสียงดนตรีเปิดฉากพิพากษา มันปลุกประสาทััทุกอณูในร่างกายของผมให้ตื่นตัวและเสียวสะท้านไปถึงแนวสันหลัง ความหนาวเยือกสลับความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วขุมขนจนผมต้องยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานหลายวินาทีเพื่อดึงสติตัวเอง
"ล็อกเสร็จแล้วก็เข้ามาสิ จะยืนเป็ท่อนไม้ตรงนั้นอีกนานไหม?" เสียงเข้มดุของคุณรสรินดังแว่วมาจากห้องนอนชั้นใน
ผมกลืนน้ำลายอีกอึกใหญ่ ก้าวเท้าเดินตามกลิ่นหอมกุหลาบและไม้กฤษณาเข้าไปด้านในอย่างเหนียมอาย สองมือยังคงถือเอกสารสัมมนาเอาไว้แน่นราวกับมันเป็โล่กำบังภัยชิ้นสุดท้าย ภายในห้องนอนของคุณรสรินกว้างขวางและสลัวราง แสงไฟโคมตั้งโต๊ะหัวเตียงสีส้มเหลืองนวลตาส่องสว่างเพียงรำไร ขับเน้นเตียงนอนขนาดคิงไซส์สีขาวสะอาดหนานุ่มที่ตั้งอยู่กลางห้องให้ดูเด่นชัดและน่าหวั่นวิตก
คุณรสรินทรุดตัวลงนั่งเอนกายพิงหัวเตียงหนานุ่มอย่างเกียจคร้าน เรียวขาขาวผ่องข้างหนึ่งยกขึ้นพาดทับขาอีกข้างในท่าไขว่ห้าง ชายกระโปรงซาตินตัวบางร่นขึ้นสูงเผยให้เห็นต้นขาอวบกลมกลึงและนวลเนื้อขาวละเอียดสะกดสายตา ผิวของเธอยังคงสะท้อนประกายความชุ่มชื้นจากครีมบำรุงผิวชั้นดี แววตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ผมโดยไม่มีทีท่าล้อเล่น
ผมเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงห่างจากเรียวขาของเธอเพียงสองก้าว ยื่นซองเอกสารออกไปด้วยมือกดต่ำลง "เอกสารครับคุณรส..."
คุณรสรินเหลือบสายตามองกระดาษรายงานแผ่นนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกนิ้วชี้เรียวสวยแตะลงบนหลังมือของผมเบาๆ แล้วดันออกห่างตัว ััอุ่นจากนิ้วของเธอทำเอาแขนของผมเกร็งสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
"เอาเอกสารไปวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงเถอะตง... คืนนี้ฉันไม่ได้เรียกเธอมาเพื่อเื่งานหรอกนะ" เธอกล่าวเสียงเรียบ ปลายเสียงหยักยิ้มมุมปากราวกับมองทะลุเข้าไปถึงหัวใจที่เต้นรัวของผม
"คะ...ครับ..." ผมรีบหันไปวางเอกสารลงบนโต๊ะหัวเตียงตามคำสั่งอย่างเชื่องช้า พยายามดึงมือกลับมาประสานไว้ข้างหน้าลวกๆ ร่างกายส่วนล่างภายใต้กางเกงสแลกเริ่มตื่นตัวจนอึดอัดแน่นตึง ตัวตนของผมที่หลับใหลเริ่มพองขยายใหญ่ขึ้นทีละน้อยจากการจ้องมองยอดอกสล้างที่เด่นลอยใต้กระโปรงซาตินบางสีดำ
คุณรสรินมองอาการหน้าแดงและสะโพกเกร็งหนีบขาของผมด้วยสายตาที่ดูพึงพอใจลึกๆ ก่อนที่เธอจะขยับตัวนั่งหลังตรงขึ้น ใบหน้าสวยเฉียบคมคายไร้ริ้วรอยดูน่าเกรงขามดั่งราชินีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
"ในเวลางาน เธออาจจะเป็พนักงานจัดซื้อผู้อ่อนหัดที่คอยตามงานคนอื่น..." คุณรสรินเอ่ยช้าๆ เน้นคำพูดชัดถ้อยชัดคำ "แต่ในห้องนี้ ยามวิกาลแบบนี้... เธอคือเด็กดื้อซุ่มซ่ามที่ทำผิดสัญญา และต้องโดนฉันทำโทษ..."
ผมยืนกลั้นลมหายใจ หัวใจบีบครัดอย่างรุนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำตัดสิน
"คุกเข่าลงต่อหน้าฉันสิตง"
เสียงประกาศิตของคุณรสรินราบเรียบทว่าทรงพลังอำนาจจนแทบสะกดให้ร่างกายของผมทำตามทันทีโดยสัญชาตญาณ ทว่าสมองส่วนหนึ่งยังคงประท้วงเตือน ความขัดแย้งในใจปะทุขึ้นอีกครา ผมเป็พนักงานชายคนหนึ่ง การมาคุกเข่าต่อหน้าผู้หญิงรุ่นพี่ที่เป็เ้านายบนเตียงนอนยามวิกาลมันเป็เื่ชวนให้ใจสั่นสะท้านและเสียวไส้อย่างรุนแรง แต่เมื่อสบสายตาคมปลาบสีนิลคู่นั้นที่จ้องมองมาอย่างไร้ความเมตตา ราวกับพญาเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อที่ขัดขืน ขาสองข้างของผมก็พลันอ่อนแรงลงอย่างหมดสภาพ
ผมค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำทีละน้อย เข่าทั้งสองข้างแตะลงบนพื้นพรมหนานุ่มสีเทาเข้มตรงหน้าเตียงนอน สองมือวางคว่ำลงบนหน้าขาของตัวเอง ผมคุกเข่าต่อหน้าเรียวขาขาวผ่องของคุณรสรินในท่าทางจำนนอย่างที่สุด
เมื่อคุกเข่าลงแล้ว ระดับใบหน้าของผมอยู่สูงกว่าเข่าของคุณรสรินเพียงเล็กน้อย ทำให้ผมสามารถมองเห็นรอยแยกและส่วนโค้งของต้นขาอวบหยุ่นใต้กระโปรงซาตินบางสีดำได้อย่างใกล้ชิดที่สุด กลิ่นอายกายสาวใหญ่วัยสะพรั่งและกลิ่นแป้งเด็กอ่อนละมุนผสมผสานกับน้ำหอมไม้กฤษณาหรูหราอบอวลกระจายตัวอยู่รอบกายของเธอ มันโชยเข้าจมูกของผมในทุกๆ ลมหายใจเข้าออกจนผมรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนคล้ายสมองกำลังจะขาดออกซิเจน
ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจสั่นระริกของผมที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้ไม่ให้เสียงดังเกินไป
คุณรสรินโน้มตัวลงมาหาผมช้าๆ ชายกระโปรงซาตินบางเบาขยับไหวเปิดเผยเรียวขาขาวผ่องมากขึ้นเรื่อยๆ มือเรียวสวยทาเล็บสีส้มพีชอุ่นจัดแตะลงบนกลุ่มผมของผมอย่างแ่เบา ััอุ่นจากมือของเธอแผ่ซ่านลงมาตามหนังศีรษะจนผมต้องเผลอครางเครือในลำคอเบาๆ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวของเธอจะเลื่อนลงมาเชยปลายคางของผมขึ้นช้าๆ บังคับให้ผมต้องแหงนหน้าสบดวงตาคมปลาบที่จับจ้องอยู่แล้วในระยะกระชั้นชิด
ใบหน้าของเราสองคนอยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ ผมสามารถมองเห็นแววตาคมกริบที่สั่นระริกด้วยไฟตัณหาเบาๆ ของเธอได้อย่างชัดเจน ลมหายใจร้อนผ่าวของคุณรสรินเป่ารดริมฝีปากและซอกคอของผมจนขนอ่อนทั่วร่างลุกเกรียว ยามที่เธอโน้มตัวลงมา หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มปทุมถันคู่งามที่ดันกระโปรงซาตินบางสีดำสนิทก็เบียดชิดหย่อนตัวลงมาเกือบแตะจมูกและริมฝีปากของผม ความนุ่มหยุ่นสั่นไหวของเนินเนื้ออุ่นร้อนอยู่ใกล้เพียงเอื้อมจนผมรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็ลม สองมือของผมเกร็งขยำกางเกงสแลกของตัวเองจนเกิดรอยยับย่นขนาดใหญ่
คุณรสรินใช้นิ้วชี้ลากไล้ผ่านแก้มร้อนผ่าวของผมช้าๆ เลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากล่างที่สั่นระริกราวกับจับไข้ของผมอย่างจงใจ แกล้งขยับนิ้วกดเบาๆ บนเรียวปากสั่นเทาขณะกระซิบสั่งเสียงพร่าแหบ
"กฎของบทลงโทษคือ... ห้ามส่งเสียงดังออกไปข้างนอกเด็ดขาดตง..." น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและกระเส่าลึกเปี่ยมไปด้วยตัณหาเย้ายวน "ถ้าเพื่อนร่วมงานหรือใครก็ตามในรีสอร์ทข้างนอกได้ยินเสียงเธอ... บทลงโทษจะยิ่งร้ายแรงกว่านี้อีกหลายเท่าตัว เข้าใจไหมเด็กดื้อ?"
"คะ...เข้าใจครับ... คุณรส..." ผมตอบกลับเสียงสั่นพร่าแทบไม่ได้ยิน ขาสองข้างหนีบเกร็งเข้าหากันแน่น ความวาบหวามแล่นปราดไปทั่วทุกอณูกาย ร่างกายท่อนล่างของผมตอบสนองต่อกลิ่นกาย ัั และสายตาสะกดของเธออย่างรวดเร็ว แก่นกายขนาดใหญ่บวมพองขยายตัวแข็งปูดโปนขึงขังอยู่ภายใต้กางเกงสแลกผ้าเนื้อดีและกางเกงชั้นในชาย ความแข็งเกร็งขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะปวดหนึบทรมานอย่างหนักหน่วงจนเป้ากางเกงของผมดุนดันนูนขึ้นมาเด่นชัดอย่างปิดไม่อยู่
ดวงตาคมกริบของคุณรสรินปรายมองลงต่ำไปยังกึ่งกลางลำตัวของผม แววตาของเธอดิบและเข้มขึ้นเล็กน้อย ประกายความปรารถนาลุกโชนรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอหยักยิ้มมุมปากเ้าเล่ห์พร้อมกับละปลายนิ้วจากคางของผมลงมา
เธอเลื่อนมือเรียวสวยทั้งสองข้างลงไปที่บริเวณเอวของผม ััอุ่นร้อนของฝ่ามือคุณรสััโดนผิวเอวบางส่วนผ่านขอบกางเกงสแลก ส่งผลให้ผมสะดุ้งตัวโยนและลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้นด้วยความตื่นเต้นสุดระทึก
*แกรก...*
เสียงหัวเข็มขัดโลหะของผมถูกมือเรียวสวยของคุณรสปลดแกะออกอย่างชำนาญในความเงียบสงัดของห้องนอน เธอค่อยๆ ดึงปลายสายเข็มขัดหนังออกช้าๆ เสียงเข็มขัดโลหะขูดสีเกลียวหนังก้องกังวานในโสตประสาทของผมราวกับเสียงระฆังเปิดฉากกิเลสตัณหา
ใจของผมหล่นวูบเต้นรัวดั่งกลองศึกที่กระหน่ำไม่ยอมหยุด สายตาของผมจับจ้องปลายนิ้วเรียวสวยทาเล็บสีส้มพีชของคุณรสที่เลื่อนช้าๆ ลงมาจับหัวซิปกางเกงสแลกสีเทาเข้มของผม ความร้อนผ่าวจากข้อนิ้วของเธอแตะโดนหน้าท้องน้อยของผมจนผมต้องเกร็งกล้ามเนื้อท้องแน่น ลมหายใจขาดห้วงไปอย่างฉับพลัน
คุณรสขยับนิ้วดึงหัวซิปโลหะรูดรั้งลงมาด้านล่างช้าๆ อย่างเยือกเย็น
*ครูด........*
เสียงซิปโลหะเบียดเสียดสีกันดังก้องเบาๆ ในความเงียบสงัด ค่อยๆ เปิดเผยพื้นที่ซ่อนเร้นภายในกางเกงสแลกของผมทีละนิดทีละน้อย เผยให้เห็นกางเกงชั้นในชายสีเข้มที่โอบอุ้มตัวตนใหญ่โตแข็งขึงขังปูดโปนเป็ท่อนลำชัดเจน แก่นกายที่ตื่นตัวเต็มพิกัดของผมสั่นระริกต้านแรงบีบรัด ยอดปลายหัวเบียดสู้กับเนื้อผ้าเปียกชื้นฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำใสเยิ้มจากความเสียวซ่านรุนแรง ตัวตนร้อนผ่าวแทบะเิพร้อมจะดีดตัวผุดพ้นพันธนาการกางเกงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
ลมหายใจของผมขาดห้วงไปทันที หัวใจเต้นกระชั้นรัวบ้าคลั่งจนแทบทะลุออกจากอก ความตื่นเต้นเสียวสะท้านผสมผสานความประหม่าอายพุ่งสูงขึ้นสู่จุดตึงเครียดสูงสุดจนร่างกายสั่นระริกไปทั้งร่าง ท่ามกลางสายตาคมปลาบสีนิลของคุณรสรินที่จ้องมองท่อนลำบวมพองแข็งตึงตรงหน้าด้วยประกายตาวาวโรจน์สะกดกลั้นอารมณ์ใคร่ดุจนางเสือสาวที่กำลังจะเขมือบเนื้อชิ้นโต...
*(โปรดติดตามตอนต่อไป )*