บทที่ 13 พื้นที่สาธิตและกองกำลังพลเรือน
คุณชายหมี่เหลียงเป็คนที่รักตัวกลัวตายอย่างไม่ต้องสงสัย หากยังไม่มีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะกวาดล้างโจรเสาหูได้ สยงอู่เหลียงย่อมไม่วู่วามลงมือแน่นอน!
แต่แม้ตอนนี้จะไม่มีกำลังเพียงพอที่จะเป็ฝ่ายบุกโจมตี ก็ควรเตรียมมาตรการป้องกันไว้ให้ดี อย่างน้อยก็ไม่ควรปล่อยให้โจรเสาหูทำตามอำเภอใจอย่างการเข้าออกในเขตของสยงอู่เหลียงได้อีก...
"ในเมืองฉู่หยางมีทาสอยู่เท่าไร?" จู่ ๆ สยงอู่เหลียงก็ถามขึ้นมาลอย ๆ
จงหัวกวาดสายตามองสยงอู่เหลียงด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่ "นายท่าน นอกจากช่างทาสในโรงงานแปรรูปแล้ว ในจวนมีทาสทั้งหมดห้าร้อยกว่าคนขอรับ"
คุณชายหมี่เหลียงพลันตระหนักได้! ตนเองเป็ขุนนางเพียงคนเดียวในเมืองฉู่หยาง ทาสที่ตนก็คือทาสทั้งหมดของอำเภอฉู่หยางนั่นเอง ห้าร้อยคนจำนวนไม่น้อย เพียงพอแล้ว!
หาก้าจำกัดการรุกรานของโจรเสาหู สยงอู่เหลียงมีวิธีที่ดีจริง ๆ! นั่นคือสร้างพื้นที่สาธิต! ฝึกกองกำลังพลเรือนของพื้นที่สาธิต! และระดมพลเรือนให้ป้องกันตนเอง! สรุปสั้น ๆ ก็คือ การรวมกลุ่มชาวนาที่กระจัดกระจายเหมือนเม็ดทรายให้เป็ปึกแผ่น!
ชาวนาที่ถูกจัดระเบียบไม่เพียงจะยับยั้งการรุกรานของโจรเสาหูได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมหาศาล
ตัวอย่างเช่นการเผยแพร่สิ่งใหม่ ๆ อย่างกังหันน้ำก็จะทำได้ง่ายขึ้นมาก รูปแบบการผลิตของพื้นที่สาธิตยังเอื้อต่อการที่ตนจะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในภาวะาด้วย
"เรียกทาสทั้งหมดมารวมตัวกัน ข้ามีเื่จะพูด" สยงอู่เหลียงสั่งการสั้น ๆ
ใจกลางจวนฉู่หยางจวินมีลานกว้างขนาดใหญ่ และไม่นานทาสห้าร้อยกว่าคนก็ถูกนำตัวมาที่นี่ ทาสเหล่านี้ไม่ได้ถูกกดขี่ข่มเหง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง หรือผอมโซจนหน้าเหลืองเหมือนที่สยงอู่เหลียงจินตนาการเอาไว้
ความจริงแล้วหากมองเพียงผิวเผิน ทาสเหล่านี้แทบไม่มีความแตกต่างจากชาวนาทั่วไปเลย เพราะอย่างไรทาสก็คือทรัพย์สินของเ้านาย
จริงอยู่ที่ว่ามีเ้านายบางคนที่ร่ำรวยมหาศาลและไม่สนใจความเป็ตายของทาส... แต่สายเืของฉู่หยางจวินไม่ว่าจะเป็สยงเวยหรือสยงอู่เหลียง ต่างก็ดูแลทาสเหล่านี้เป็อย่างดี
สยงอู่เหลียงมองทาสเหล่านี้พลางครุ่นคิดในใจ ในแผนการของเขา ทาสเหล่านี้จะกลายเป็พื้นที่สาธิตแห่งแรกของอำเภอฉู่หยาง เนื่องจากพื้นที่สาธิตเป็สิ่งใหม่ในยุคนี้จึงจำเป็ต้องมีตัวอย่างสาธิต มิฉะนั้นหากฝืนบังคับใช้ก็เกรงว่าจะทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ
"นายท่าน ทาสทั้งหมดในจวนมาพร้อมหน้ากันที่นี่แล้วขอรับ" จงหัวประสานมือกล่าว
ทาสห้าร้อยคนที่อยู่ตรงหน้ามีทั้งชาย หญิง หรือแม้แต่เด็ก
ในแคว้นฉู่สถานะทาสนั้นสืบทอดกันทางสายเื ทาสเหล่านี้อาจไม่ได้ถูกลดชนชั้นลงมาเป็ทาสเพราะทำความผิดทุกคน หลายคนเพียงมีบรรพบุรุษทำผิดจึงต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย
แม้แคว้นฉู่จะเคยผ่านการปฏิรูปของอู๋ฉี่ แต่การปฏิรูปนั้นไม่เด็ดขาดจึงยังคงรักษาระบบทาสแบบดั้งเดิมไว้เกือบทั้งหมด
ลองหันไปมองการปฏิรูปของบอสใหญ่อย่างแคว้นฉิน ซางยางได้ปฏิรูประบบทาสในแคว้นฉินไปนานแล้ว แม้จะถูกลดชนชั้นเป็ทาสเพราะความผิด แต่ก็สามารถหลุดพ้นจากสถานะทาสได้ด้วยการสร้างผลงานจากการตัดศีรษะศัตรูในสมรภูมิ
เพื่อตนเองหรือครอบครัว กฎหมายของแคว้นฉินเข้มงวดมาก 'โทษเก้ารางวัลหนึ่ง' ไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ บ่อยครั้งที่มีคนถูกลดชนชั้นเป็ทาสเพราะเื่ขี้ผง ดังนั้นชาวฉินจึงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อสร้างผลงานในสมรภูมิ จนถึงขั้นที่ว่า 'ได้ยินเสียงศึกก็ยินดี'
ดังนั้นระบบบรรดาศักดิ์ตามผลงานทางทหารของแคว้นฉินจึงไม่ใช่แค่เื่การตัดศีรษะแลกความดีแบบง่าย ๆ
หลังจากแคว้นฉินแข็งแกร่งขึ้น แคว้นต่าง ๆ ในจงหยวนต่างพากันเลียนแบบแคว้นฉินโดยประกาศใช้นโยบายตัดศีรษะแลกความดี ทว่ากองทัพของแคว้นต่าง ๆ ก็ยังคงมีพลังรบห่างไกลจากกองทัพฉินมาก!
สาเหตุนั้นเป็เพราะเื้ัระบบบรรดาศักดิ์ของแคว้นฉิน มีชุดความคิดชี้นำ ระบบข้าราชการ และคำสั่งทางปกครองที่สมบูรณ์รองรับอยู่ ระบบบรรดาศักดิ์เป็เพียงรูปแบบการแสดงออกที่เป็ธรรมชาติของเครื่องจักรานี้เท่านั้น
แคว้นต่าง ๆ ในจงหยวนรู้จักเพียงการคัดลอกระบบนี้ โดยมองว่าระบบบรรดาศักดิ์เป็ 'ยาครอบจักรวาลที่ซางยางคิดขึ้นมาได้โดยบังเอิญ'
แต่ในความเป็จริงพวกเขาไม่ได้ปฏิรูปอย่างถอนรากถอนโคนเป็เวลาหลายสิบปีเหมือนแคว้นฉิน อีกทั้งยังไม่มีสภาพสังคมและโครงสร้างรัฐที่สอดคล้องกับระบบบรรดาศักดิ์... จึงกลายเป็เพียงการวาดเสือแต่ไม่เหมือนเสือ
หากมองจากมุมมองของพระเ้าและแนวโน้มการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ การยกเลิกระบบทาสย่อมส่งผลดีต่อการเพิ่มผลผลิตอย่างแน่นอน
แม้สยงอู่เหลียงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแคว้นฉู่ได้ทั้งแคว้น ทว่าการจะพลิกฟ้าคว่ำดินภายในดินแดนศักดินาของตนเองนั้นย่อมไม่มีปัญหา!
ในขณะที่สยงอู่เหลียงกำลังพิจารณาทาสเ่าั้ บรรดาทาสก็แอบพิจารณาคุณชายน้อยผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ที่เพิ่งเคยพบหน้ากันเป็ครั้งแรกเช่นกัน
"นี่น่ะหรือคุณชายน้อยที่เพิ่งรับตำแหน่ง?"
"ช่างเยาว์วัยเหลือเกิน!" เหล่าทาสกระซิบกระซาบกัน
"ได้ยินว่าตอนอยู่อิ่งโตวเป็คุณชายเ้าสำราญที่ไม่มีความรู้ความสามารถเอาซะเลย"
"อะ? แล้วเขาเรียกพวกเรามาทำไมกัน?" ทุกคนเริ่มมีความกังวล
"คงไม่ใช่ว่ามีความคิดประหลาด ๆ อะไร แล้วจะให้พวกเราไปเสี่ยงชีวิตหรอกนะ?" บางคนเริ่มบ่นพึมพำในใจ
"เป็ไปได้สูง ได้ยินว่าหลังจากคุณชายน้อยรับตำแหน่ง คำสั่งแรกคือห้ามถ่ายหนักถ่ายเบาเรี่ยราด... สรุปก็คือเพี้ยนพิลึกนั่นแหละ"
"มีเื่แบบนี้ด้วยหรือ??!" ทุกคนต่างรู้สึกว่ามันช่างไร้สาระสิ้นดี หลังจากความกังวลผ่านไป ทุกคนก็เริ่มคิดถึงอดีตนายท่านสยงเวย...
จงหัวกระทืบเท้าเสียงดังหนึ่งครั้ง สถานการณ์ตรงหน้าจึงเงียบสงบลงอย่างรวดเร็ว สยงอู่เหลียงกระแอมไอเล็กน้อย
"พวกเ้าจงฟังให้ดี ข้าคือบุตรของหมี่เวย หมี่เหลียง ผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ฉู่หยางจวินคนใหม่"
เหล่าทาสไม่กล้าชักช้าต่างพากันก้มกราบ "คำนับนายท่าน..."
สยงอู่เหลียงโบกมือเป็สัญญาณว่าไม่ต้องมากพิธี "พวกเ้าล้วนเป็คนเก่าแก่ของจวน ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสายเืฉู่หยางจวินมาหลายปีนับว่ามีความดีความชอบมาก! หลังจากข้ารับตำแหน่งก็รู้สึกซาบซึ้งในความจงรักภักดีและความพยายามตลอดหลายปีของพวกเ้า จึงเห็นว่าควรจะมอบที่พึ่งพิงที่ดีให้แก่พวกเ้า"
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย สยงอู่เหลียงหยุดชะงักครู่หนึ่งเพื่อให้อารมณ์และบรรยากาศก่อตัว ก่อนจะทิ้งะเิลูกใหญ่!
"ข้าตั้งใจจะให้พวกเ้าทุกคนหลุดพ้นจากสถานะทาส! พวกเ้าอยากใช้ชีวิตแบบผู้มีอิสระในภายภาคหน้าหรือไม่?"
สิ้นคำพูดนี้เสียงฮือฮาก็ดังสนั่น! เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที!
จงหัวที่อยู่ด้านข้างถึงกับอ้าปากค้าง กระทั่งเกือบจะหลุดปากพูดว่า 'คุณชายโปรดคิดทบทวนอีกครั้ง' ไหนว่า้าจัดการโจรเสาหูไม่ใช่หรือ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการปล่อยทาสเหล่านี้ให้เป็อิสระด้วยเล่า? นี่มันทรัพย์สินของจวนฉู่หยางจวินนะ! เป็สมบัติที่นายท่านสยงเวยสะสมไว้ให้ตั้งหลายปี! ให้ตายเถอะ นี่คือลูกขายนาพ่อ ใจไม่เ็ปเลยหรือ??
เมื่อนึกถึงว่าั้แ่สยงอู่เหลียงมาถึงอำเภอฉู่หยาง แม้จะมีพฤติกรรมที่น่าเหลือเชื่ออยู่เสมอแต่ก็ไม่เคยทำเื่อะไรพังเลยสักครั้ง... จงหัวจึงไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงเม้มปากแน่น สีหน้าดูอึดอัดเหมือนคนท้องผูก...
จงหัวเกือบเสียกิริยาส่วนเหล่าทาสนั้นยิ่งตกตะลึงจนตาค้าง! ทาสในแคว้นฉู่ปกติแล้วแทบไม่มีโอกาสได้พลิกชีวิตเลย แต่ตอนนี้... เหล่าทาสต่างพากันคุกเข่าพร้อมโขกศีรษะไม่หยุด "นายท่านช่างเมตตาอย่างยิ่ง!"
คุณชายหมี่เหลียงยิ้มบาง ๆ "ช้าก่อน ข้ายังไม่สามารถให้พวกเ้าหลุดพ้นจากสถานะทาสได้ทันที!"
สิ้นคำนี้ทุกคนก็กลับมาใและสงสัยอีกครั้ง
"หึ ข้าว่าแล้วเชียว! เขาจะใจดีขนาดนั้นได้อย่างไร?" บางคนเริ่มรู้สึกขุ่นเคืองในใจ
"ไม่รู้ว่าคุณชายน้อยท่านนี้จะยื่นเงื่อนไขที่โหดร้ายเพียงใด..." ทุกคนต่างกระวนกระวาย
หากดูตามกฎหมายปัจจุบันของแคว้นฉู่ โอกาสที่จะหลุดพ้นจากสถานะทาสนั้นมีน้อยนิดเหลือเกิน! ไม่ว่าอย่างไรต่อให้สยงอู่เหลียงจะสั่งให้พวกเขาไปเดินลุยกับะเิ ตอนนี้ทาสเหล่านี้ก็จะยอมทำตามทุกอย่าง เพราะนี่คือเื่ใหญ่ที่จะส่งผลถึงลูกหลานไปชั่วกัลปาวสาน!
สยงอู่เหลียงหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเผยรอยยิ้มที่ดู 'ห่วงใยเป็ที่สุด'
"พวกเ้าไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว อีกทั้งยังไม่มีบ้านเรือนหรือที่ดินทำกิน หากต้องจากจวนฉู่หยางไป เกรงว่าแม้แต่อาหารมื้อถัดไปก็ยังเป็ปัญหา ต่อให้ข้าปล่อยพวกเ้าไปตอนนี้ แล้วพวกเ้าจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร?"
ทุกคนชะงัก คำพูดนี้ดูเหมือนจะมีเหตุผล แต่ก็มีบางคนแอบค่อนแคะในใจ "พูดมาตั้งยาว สุดท้ายก็แค่ไม่อยากปล่อยพวกเราไป!"
สยงอู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ "ข้ามีข้อเสนอ ขอให้ทุกคนตั้งใจฟัง! จวนฉู่หยางจวินจะจัดสรรที่ดินผืนหนึ่งให้แก่พวกเ้า โดยทางจวนจะเป็ผู้จัดหาเมล็ดพันธุ์และเครื่องมือให้ ภายใต้การชี้แนะของจวน พวกเ้าจะร่วมกันบุกเบิกที่ดิน สร้างบ้านเรือน และสร้างความมั่งคั่งด้วยสองมือที่ขยันขันแข็งของตนเอง! ขอเพียงพวกเ้าพิสูจน์ได้ว่าสามารถพึ่งพาตนเองได้ ข้าก็จะให้พวกเ้าหลุดพ้นจากสถานะทาส และที่ดินผืนนั้นที่ข้ามอบให้ก็จะกลายเป็บ้านเกิดของพวกเ้า!"
ทุกคนต่างส่งเสียงฮือฮา!
ทาสที่ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกไม่พอใจต่างพากันก้มหน้าด้วยความละอายใจ! นี่คือคนดีแท้ ๆ! ไม่เพียงจะปล่อยพวกเขาไป แต่ยังกลัวว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตไม่ได้จึงให้ความช่วยเหลือ ช่างเห็นอกเห็นใจและคิดเผื่อถึงเพียงนี้!
นายท่านที่ใจดีและใจกว้างเช่นนี้ แต่ก่อนหน้านี้เรากลับสงสัยว่าท่านมีเจตนาร้าย... ข้านี่มันสมควรตายจริง ๆ! ขอให้นอนไม่หลับสามวันสามคืน!
มุมปากของจงหัวกระตุกเบา ๆ เมื่อเื่ราวมาถึงตอนนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว คุณชายบ้านตนคนนี้จะเป็สยงอู่เหลียงได้อย่างไร... เห็นได้ชัดว่าเป็ 'สยงอู๋เหลียง' (ไร้คุณธรรม) ต่างหาก!
ปากบอกว่าให้ทาสเป็อิสระ แต่ความจริงคือทาสเหล่านี้จะบุกเบิกที่ดินให้แคว้นฉู่หยางโดยไม่มีค่าจ้าง และในระหว่างกระบวนการนี้พวกเขายังรู้สึกว่ากำลังบุกเบิกบ้านเกิดของตนเองในอนาคต จึงขยันขันแข็งเป็พิเศษ!
ทว่าหลังจากบุกเบิกที่ดินเสร็จแล้วล่ะ? เมื่อมีที่ดินในพื้นที่แห่งนี้แล้ว ทาสเหล่านี้ก็ยังคงจะอาศัยอยู่ในอำเภอฉู่หยางอย่างว่าง่าย และกลายเป็ประชากรในดินแดนศักดินาของฉู่หยางจวินต่อไป...
นอกจากชื่อว่าจะไม่ใช่ทาสแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติบ้าง? มีสิ! ต่อไปต้องทำนาแล้ว!
ส่วนจวนฉู่หยางจวินล่ะ? เท่ากับว่าไม่มีอะไรสูญเสียเลย! อีกทั้งพวกเขายังต้องมาขอบคุณเราอีกต่างหาก!
สยงอู่เหลียงกุมชัยชนะไว้ในมือ ทั้งหมดนี้คือกลอุบายที่เปิดเผย ไม่ต้องห่วงว่าพวกเขาจะไม่หลงกล รอจนกว่าพื้นที่สาธิตแห่งนี้เริ่มเป็รูปเป็ร่าง ตนจะใช้การล้างสมองแบบง่าย ๆ อีกรอบ
พูดอะไรทำนองว่า 'ปกป้องบ้านเกิดของตนเอง ปกป้องชีวิตที่สวยงาม' อะไรประมาณนั้น คนเหล่านี้ก็จะรวมตัวกันจัดตั้งกองกำลังพลเรือนขึ้นมาเองตามคำเรียกร้องของตน ติดอาวุธและต่อต้านการรุกรานของโจรเสาหูหรือแม้แต่ชาวเยว่!
ห้าร้อยคนนี้คือกลุ่มทดลองการปฏิรูป สร้างพื้นที่สาธิตขึ้นมาหนึ่งแห่ง! ทาสห้าร้อยคนนี้ซาบซึ้งในบุญคุณของคุณชายหมี่เหลียงอย่างยิ่งย่อมไม่มีทางต่อต้านลับหลัง
ในพื้นที่สาธิตแห่งนี้สยงอู่เหลียงจะสามารถผลักดันคันไถชวีหยวน กังหันน้ำ ปุ๋ยคอก และสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมายได้อย่างไร้อุปสรรค นอกจากนี้ยังสามารถระดมกำลังคนทำโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่นการขุดร่องน้ำและขยายคลอง
อีกไม่นานพื้นที่สาธิตเกษตรกรรมแบบรวมกลุ่มแห่งแรกในยุครณรัฐจะมีระดับการผลิตที่ทำให้คนทั้งโลกต้องตกตะลึง! และเมื่อถึงเวลานั้นชาวนาคนอื่น ๆ ในอำเภอฉู่หยางจะต้องร้องห่มร้องไห้อยากเข้าร่วมด้วยแน่นอน
จากนั้นตนก็จะสามารถจัดระเบียบดินแดนศักดินาทั้งหมดใหม่ ทำให้หมู่บ้านที่มีอยู่เป็ระบบ สร้างโครงสร้างองค์กรแบบใหม่ และเผยแพร่รูปแบบพื้นที่สาธิตไปทั่วอำเภอฉู่หยาง!
ภายในดินแดนศักดินาไม่เพียงผลผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถจัดตั้งกองกำลังพลเรือนที่คุ้นเคยกับภูมิประเทศ และมีจิติญญาในการต่อสู้ที่เด็ดเดี่ยวเพื่อปกป้องบ้านเกิด
และเมื่อถึงเวลานั้นใครที่กล้ารุกรานจะต้องคิดให้ดีเสียก่อน จากการทำนาแบบรายย่อยสู่พื้นที่สาธิต ถือได้ว่าเป็การ 'ปฏิรูปที่ดิน' ฉบับดั้งเดิมเลยทีเดียว!