ทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 วางเพลิงห้องลับ

            ขณะที่ต้วนเหลยถิงพยายามจะทำลายกลไกกับดักการเปิดประตู พลันมีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากอีกฝั่งของประตูทางออก เสียงนั้นขยับเข้าใกล้และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

            ต้วนเหลยถิงรีบส่งสายตาให้เคอโยวหราน

            เคอโยวหรานเข้าใจโดยพลัน นางจัดการปลดไข่มุกราตรีเหนือศีรษะกลับไปเก็บไว้ในมิติวิเศษ จากนั้นใช้วิชาตัวเบาทะยานกายไปยังข้างเตียงก่อนทิ้งศีรษะแกล้งทำทีเป็นสลบ

            บุรุษในชุดบ่าวรับใช้ที่นอนอยู่บนเตียงถูกต้วนเหลยถิงหิ้วขึ้นมา เคลื่อนย้ายไปยังประตูทางออกและบังไว้เบื้องหน้าตน

            เพิ่งจะเตรียมการเสร็จสิ้น เสียงเปิดกลไกกับดักพลันดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกำแพงเคลื่อนตัวไปยังด้านบนอย่างเชื่องช้า

            ไม่นานนัก มีชายร่างสูงระดับปานกลางสวมชุดคลุมตัวยาวสีน้ำเงินทำจากผ้าแพรเดินเข้ามา

            เขาทอดมองไปทางเคอโยวหรานที่อยู่บนเตียง ตามด้วยยกมือขึ้นตบบ่าบุรุษสลบไสลและถูกมัดไว้ด้วยเชือกตรงหน้าต้วนเหลยถิง เอ่ยพลางยกยิ้มชั่วร้ายว่า

            “ฮ่าๆๆ ไม่เลว นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะลงมือได้ว่องไวถึงเพียงนี้...”

            กล่าวยังไม่ทันจบก็ถูกต้วนเหลยถิงใช้สันมือสับต้นคอจนสลบไปเสียแล้ว

            เคอโยวหรานพลิกกายลุกขึ้นจากเตียง นางหิ้วตะกร้าลูกหมาป่าเดินไปข้างกายต้วนเหลยถิงและเอ่ยว่า

            “ผู้ที่เพิ่งเข้ามาเมื่อครู่จะต้องเป็นคุณชายน้อยสกุลต่งอย่างแน่นอน พาทั้งสองคนนี้ออกไปด้วยเถิด ต่งปี้อู่จะตายมิได้เจ้าค่ะ เพราะทันทีที่ทำให้ผู้อยู่เบื้องหลังพวกเขาไหวตัวทันแล้วตามสืบขึ้นมา จะไม่เป็นผลดีต่อพวกเรานะเจ้าคะ”

            ต้วนเหลยถิงพยักหน้าเอ่ย “ล้วนแต่ฟังเจ้า!”

            สิ้นคำกล่าวพลันฉวยคบเพลิงบนกำแพงโยนไปยังน้ำมันที่ถูกราดไว้เต็มพื้น ตามด้วยหิ้วบุรุษไม่ได้สติทั้งสองคนขึ้นมาแล้วพาเคอโยวหรานออกไปจากห้องลับ

            หลังจากออกมาข้างนอก ยังไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องลับเอาไว้

            เมื่อเคอโยวหรานคลานออกมาจากห้องลับก็พบว่าที่นี่คือห้องตำรา ส่วนทางออกคือเส้นทางลับใต้โต๊ะตำรานั่นเอง

            ภายในห้องไม่มีผู้ใดสักคน ต้วนเหลยถิงจึงโยนต่งปี้อู่กับบุรุษไม่ได้สติลงบนตั่งเตียง

            ยามนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว นอกจากแสงเทียนพลิ้วไหวของห้องตำรา บรรยากาศด้านนอกจวนสกุลต่งล้วนเงียบสงัดเป็นอย่างยิ่ง

            ต้วนเหลยถิงเจาะกระดาษบุหน้าต่างเพื่อมองสำรวจความเคลื่อนไหวภายนอก มุมปากของเขาหยักโค้งก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า

            “สกุลต่งแห่งนี้ไม่ธรรมดา แลดูคลื่นลมเงียบสงัด แต่กลับมีเลศนัยซุกซ่อนอยู่”

            “เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?” เคอโยวหรานถามพลางเดินไปยังข้างกายต้วนเหลยถิงอย่างแผ่วเบา

            ต้วนเหลยถิงเอ่ยพลางเฝ้าสังเกตการณ์ “นอกห้องตำรามีค่ายกลซ่อนอยู่ หากเป็นผู้ที่ไม่คุ้นเคย ทันทีที่เหยียบลงไป ร่างกายคงแหลกสลายกลายเป็นชิ้นๆ แล้ว

            บนกำแพง บนภูเขาปลอม และบนต้นไม้ล้วนมีคนซุ่มอยู่ เมื่อมีดวงตาหลายสิบคู่คอยจับตามองเช่นนี้ หากจะออกไปจากที่นี่คงยากยิ่งกว่าบินขึ้นฟ้าเสียอีก”

            “คงไม่กระมัง! พวกเราวางเพลิงในทางลับไปแล้ว สามารถลุกลามขึ้นมาด้านบนได้ทุกเมื่อ ถ้าออกไปมิได้จะไม่กลายเป็นหมูย่างหรือเจ้าคะ?”

            เคอโยวหรานกล่าวจบ ครั้นคิดดูแล้วเหมือนจะไม่ถูกต้องจึงรีบกลับคำ “ถุ้ยๆ หมูย่างอันใด คนงามถูกย่างต่างหาก”

            “อุ๊บ!” ต้วนเหลยถิงหลุดหัวเราะเสียแล้ว

            แม่นางน้อยผู้นี้ ไฟจะลนก้นแล้วแท้ๆ ยังมีกะจิตกะใจเอ่ยวาจาหยอกล้อ นางไม่ตื่นตระหนกหรืออย่างไร?

            ขณะเขาคิดเช่นนี้ หางตาพลันเหลือบไปเห็นว่าด้านล่างโต๊ะตำรามีควันลอยออกมา จึงเอ่ยในใจว่า ‘มิได้การแล้ว!’

            เคอโยวหรานเองก็พบว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีเช่นกัน ทันใดนั้นได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจากข้างนอก ฝีเท้าจำนวนมากห้อมล้อมเข้ามา หากคิดจะหนีออกไปยามนี้คงไม่ทันเสียแล้ว

            ฉับพลันนั้นนางเกิดความคิดหลักแหลมในยามคับขัน ดึงศีรษะของต้วนเหลยถิงให้โน้มลงมา กระซิบข้างหูอีกฝ่ายเพื่อบอกกล่าวแผนการของตน

            มุมปากของต้วนเหลยถิงยกขึ้นก่อนพยักหน้าเห็นด้วย เคอโยวหรานจึงแก้เชือกที่มัดอยู่บนกายบุรุษชุดบ่าวรับใช้แล้วโยนมันกลับเข้าไปในมิติทันที

            ต้วนเหลยถิงหิ้วบุรุษในชุดบ่าวรับใช้ขึ้นมา ยังคงเอาร่างสลบไสลมาบังไว้ตรงหน้าเลียนแบบวิธีการก่อนหน้านี้ ส่วนเขากับเคอโยวหรานหลบอยู่ด้านหลังของบุรุษผู้นั้น

            ตรงนี้คือจุดบอดข้างประตูพอดี แสงสว่างมิอาจสาดส่องมาถึงส่วนนี้ได้

            หลังเตรียมการทั้งหมดจนเสร็จ พลันได้ยินเสียงคนเปิดประตูดังปังด้วยความบุ่มบ่าม บุรุษวัยสี่สิบถึงห้าสิบปีพาคนคุ้มกันจวนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในห้องตำรา

            ครั้นเข้ามาในห้องและเห็นบุรุษที่ยืนอยู่ข้างประตู คนผู้นั้นก็ยกมือขึ้นตบหน้าเขาหนึ่งฉาดแล้วเอ่ยด้วยความโกรธจัดว่า

            “กุ่ยโส่ว เจ้าตายแล้วหรืออย่างไร? ไม่เห็นหรือว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้น? ยังไม่รีบไปดับไฟอีก? ข้าวของด้านล่างสำคัญถึงเพียงใด คงไม่ต้องให้ข้าบอกเจ้ากระมัง?

            หากนายท่านทราบเรื่องนี้ พวกเราสองคนก็จงรอหัวหล่นจากบ่าเถิด! เจ้าคนไม่ได้ความ!”

            อาจเป็นเพราะสถานการณ์วุ่นวาย เพราะคนผู้นี้ตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะสถานการณ์มิอาจควบคุม หรืออาจเป็นเพราะแสงสว่างไม่เพียงพอ...

            คนผู้นี้จึงไม่ทันสังเกตแม้แต่นิดว่าบุรุษชุดบ่าวรับใช้มีบางสิ่งไม่ปกติ

            หลังบันดาลโทสะออกมาก็รีบวิ่งไปรวบรวมบ่าวรับใช้ หญิงรับใช้ และคนคุ้มกันจวนให้มาดับไฟโดยไม่ได้หยุดพัก

            กระทั่งจารชนที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ยังถูกเรียกลงมาทั้งหมด

            ต้วนเหลยถิงฉวยโอกาสขณะสถานการณ์คับขันใช้บุรุษชุดบ่าวรับใช้เป็นเครื่องกำบังเพื่อพาเคอโยวหรานถอยหลังออกไปนอกห้อง หลบเลี่ยงบรรดาผู้คนพลางคลำทางเดินอ้อมออกจากขอบเขตกลไกกับดักของห้องตำรา

            หลังจากนั้นคนทั้งสองพลันกระโดดขึ้นไปบนกำแพง สอดส่องหาทางออกจากมุมสูง ไม่นานนัก ในที่สุดก็ออกมาจากจวนใหญ่ของสกุลต่งได้สำเร็จ

            เคอโยวหรานกุมอกเอ่ยด้วยความดีใจ “ยังดี โชคดีที่ถูกท่านอาจารย์ทั้งสอง ‘เคี่ยวกรำ’ จนฝึกวิชาตัวเบาได้สำเร็จ มิเช่นนั้นวันนี้คงต้องจบชีวิตลงที่นี่เสียแล้วเจ้าค่ะ”

            “หึๆ!” ต้วนเหลยถิงเห็นท่าทางรอดพ้นเคราะห์กรรมเช่นนั้นของนางจึงเอ่ยทั้งรอยยิ้มว่า

            “เห็นทียามฝึกฝนในภายหน้าเจ้าคงไม่บ่นว่าเหนื่อยแล้วกระมัง?”

            “ไม่บ่นๆๆ ภายหน้าข้าจะว่านอนสอนง่ายและตั้งใจฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจังเจ้าค่ะ” เคอโยวหรานโบกมือพัลวัน หลังประสบกับเรื่องนี้ มีหรือนางจะกล้าแอบเกียจคร้านอีก

            ต้วนเหลยถิงพลันโยนบุรุษในมือลงกับพื้น จากนั้นเตะลงไปสองครั้งแล้วเอ่ยว่า “จะจัดการคนผู้นี้เช่นไร?”

            “ข้าจำได้ว่าในใบรางวัลนำจับมีประกาศจับของเขา ข้าป้อนยาเขาไปสองเม็ดและตัดเส้นเอ็นข้อมือแล้ว ส่งไปยังจวนว่าการโจวฝู่เถิดเจ้าค่ะ ไม่แน่ว่าพวกเราอาจหาเงินได้จำนวนหนึ่ง”

            เคอโยวหรานนึกไม่ถึงว่าหลังจับพลัดจับผลูและผ่านการเคี่ยวกรำมานานถึงเพียงนี้ ท้ายที่สุดยังคงพาตัวบุรุษชุดบ่าวรับใช้ออกมาได้จริงๆ

            ต้วนเหลยถิงพยักหน้า ชายหนุ่มแบกคนขึ้นบนบ่า ก่อนจะเอ่ยพลางจูงมือเคอโยวหราน “ยามนี้เวลากลางดึกแล้ว มิอาจออกทางไปประตูเมือง ข้าจะพาเจ้าไปอีกเส้นทางหนึ่ง”

            ......

            ยามนี้ภายในจวนใหญ่สกุลต่งเรียกได้ว่าอยู่ท่ามกลางแม่น้ำลึกทะเลเพลิงอย่างแท้จริง ห้องลับใต้ดินของพวกเขาทำให้พื้นดินใต้จวนใหญ่กลวงโบ๋เสียแล้ว

            มีเพลิงไหม้หลายจุดถึงขั้นลุกลามไปยังตรอกหลายสาย โชคดีที่ดินเหนียวกันน้ำและขุดห้องใต้ดินไว้ลึกมากพอ

            ในทางเดินลับใต้ตรอก หลังจากอากาศภายในถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น ไฟก็ค่อยๆ มอดดับลง

            ทางด้านห้องตำราของจวนใหญ่สกุลต่งสถานการณ์ย่ำแย่ที่สุด ถึงขั้นถล่มลงมาหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

            นายท่านสกุลต่งสั่งให้คนขุดดินในสวนดอกไม้หลายแห่ง วิดน้ำจนในสระน้ำแห้งขอดถึงจะสามารถดับเพลิงสำเร็จในยามฟ้าสาง

            นายท่านสกุลต่งตบหน้าต่งปี้อู่ที่ถูกน้ำสาดจนได้สติกลับมาแล้วร้องบริภาษว่า

            “เจ้าลูกเวรไม่ได้เรื่อง ยามเรียนหนังสือทำการค้าขายกลับไม่เคยเห็นเงาของเจ้า แต่พอชนไก่จูงหมาหาความสนุกกลับเก่งกาจไปเสียทุกอย่าง

            ไฟไหม้จนกลายเป็นเช่นนี้ เจ้ายังนอนหลับอยู่ในห้องตำราได้อย่างไร? เหตุใดยังไม่รีบตรวจดูแล้วเรียกคนไปดับเพลิงอีกเล่า?

            รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ถูกเพลิงไหม้ในวันนี้ล้วนแต่คือชีวิตสกุลต่งของพวกเรา! เจ้ามันโง่เง่าเลวทรามรู้จักเพียงเล่นสนุก”

            ทั้งบริภาษและต่อยตีลงบนกายต่งปี้อู่ครั้งแล้วครั้งเล่า ความรุนแรงของกำปั้นเรียกได้ว่าหมายจะทุบให้ตายก็มิปาน

            ต่งปี้อู่กัดฟันอดกลั้นเอาไว้ ไม่เอ่ยสิ่งใดเลยสักคำ ด้วยรู้ดีว่าตนได้ก่อหายนะครั้งใหญ่แล้ว จึงไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดแม้แต่นิด

            เรื่องในวันนี้จึงได้แต่เก็บซ่อนไว้ที่เขาเพียงผู้เดียว

            มิเช่นนั้นหากท่านพ่อรู้ว่าเขาทำไปเพราะสตรีคนหนึ่ง จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ภายในห้องลับเช่นนี้

            ท่านพ่อคงจะฝังเขาทั้งเป็นโดยไม่สนว่าเขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของสกุลต่งหรือไม่อย่างแน่นอน

            นายท่านผู้เฒ่าสกุลต่งเอาไม้เท้าค้ำยันลงบนพื้น กระแทกจนเกิดเสียงดังพลางเอ่ยตำหนิว่า “พอเถิด เจ้าตีเขาให้ตายก็ไม่ช่วยอันใด ยามนี้ควรลงไปตรวจสอบด้านล่างเสียก่อนว่าไฟไหม้จนกลายเป็นเช่นใดบ้างแล้ว?”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน