ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 129 อดีตสามีของฉินฮุ่ยเจียวมาหาเรื่อง

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะอย่างสดใส"ดีมาก! ทุกคนตั้งใจทำงานกันให้ดีนะคะถ้าบ้านสร้างสำเร็จเมื่อไหร่ ฉันจะให้แต๊ะเอียเพิ่มแน่นอน"

            พอต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาถึงบ้านเช่าเธอก็พบกับแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่ง

            ผู้ชายคนนั้นรูปร่างสูงใหญ่เขาใส่เสื้อกล้ามสีขาว ตัดผมสั้นเกรียน และนิ้วมือของเขาขาดไปสองสามนิ้ว

            เขามากับผู้หญิงคนหนึ่งและเด็กชายตัวเล็กอีกหนึ่งคน 

            ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงใส่รองเท้าหนังที่เริ่มลอก และทำทรงผมที่ดูทันสมัย รูปร่างสูงโปร่ง

            ส่วนเด็กชาย สูงพอๆ กับเด็กๆ ทั้งสามคนสีหน้าของเขาดูหม่นหมอง รูปร่างผอมบาง ในมือถือตั๊กแตนสานดวงตาจ้องเขม็งไปที่ขนมถั่วเขียวในมือของฉินไห่เยว่

            เด็กน้อยทั้งสามหวาดกลัวจนตัวสั่น

            ถึงฉินไห่หยางจะกลัวไม่แพ้กันแต่ก็ยังกล้าหาญยืนปกป้องน้องสาว ขาทั้งสองข้างสั่นระริก

            ตอนนั้นฉินซู่ไม่อยู่บ้านขาของเขาดีขึ้นมากแล้ว เขาจึงไปเก็บข้าวของที่ทำงานเก่าเพราะตั้งใจจะหางานที่ได้เงินดีกว่าเดิม

            ที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าไหร่แถมเด็กๆ ทั้งสามก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี เขาจึงกำชับพวกเด็กๆ ก่อนจะออกจากบ้านไป

            พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาฉินไห่เยว่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอร้องไห้เสียงดัง รีบวิ่งเข้าไปหาต่งเสี่ยวเสี่ยว

            "แม่คะ! มีคนไม่ดีมาแกล้งเยว่เยว่" 

            เด็กน้อยกอดขาต่งเสี่ยวเสี่ยวแน่นพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกสงสารเธอรีบอุ้มลูกขึ้นมา แล้วลูบหลังฉินไห่เยว่เบาๆ ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            "เยว่เยว่อย่ากลัวไปเลยนะแม่อยู่นี่แล้ว ถ้าแม่อยู่ด้วยก็ไม่มีใครทำร้ายลูกได้หรอก!"

            เธอเหลือบไปมองฉินไห่หยางกับเฉินเฉิน

            "พวกลูกสองคนมานี่มา!"

            เด็กทั้งสองเชื่อฟังรับวิ่งเข้าไปหาเธอทันที

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองคนแปลกหน้าที่ข่มขู่เด็กๆด้วยความระแวดระวัง เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            "พวกคุณเป็นใคร?"

            เฝิงหม่าหลงมองมาที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพอเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสะสวยผิวพรรณก็ขาวผ่อง ดวงตาเป็นประกายเล็กน้อยเขาหัวเราะอย่างซื่อๆ เอามือลูบคาง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

            "นี่คงเป็นน้องสะใภ้สินะ? ฉันเป็นสามีของฉินฮุ่ยเจียวฉันเคยได้ยินมาว่าอดีตเมียหน้าจืดมีน้องชายอยู่ในหมู่บ้านนี้ ถึงจะหย่ากันไปแล้วแต่ค่าเลี้ยงดูลูกก็ยังต้องจ่ายอยู่ดี"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้วเธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

            "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรากัน?ในเมื่อจะมาเอาค่าเลี้ยงดูจากฉินฮุ่ยเจียว ก็ไปหาเธอสิ มาหาฉันทำไม?"

            นี่มันบ้าไปแล้วหรือไง?

            "เราเพิ่งไปหายัยหน้าจืดนั่นมาแต่หล่อนไม่มีเงินสักแดงเดียว ในเมื่อหล่อนเป็นพี่สาวคนโตของพวกเธอและพวกเธอก็ดูรวยดีนี่ ฉันเลยมาเอาค่าเลี้ยงดูจากพวกเธอแทน ฉันไม่เอาอะไรมากหรอกแค่เดือนละสิบหยวน ปีหนึ่งก็ร้อยยี่สิบหยวนแค่จ่ายค่าเลี้ยงดูให้ลูกชายฉันเป็นเวลายี่สิบปี ฉันก็จะไปจากที่นี่ทันทีเลย!"

            ค่าเลี้ยงดูยี่สิบปีไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆเลยทีเดียว 

            ถ้าเขาได้เงินจำนวนนั้นไปจริงๆ คงรวยเละ

            ต่งเสี่ยวเสี่ย วางฉินไห่เยว่ลงบนพื้นเธอเดินเข้าไปในบ้าน และหยิบลูกอมนมกระต่ายขาวมาสองสามเม็ดก่อนจะยื่นให้เด็กทั้งสาม

            "เป็นเด็กดีแล้วรอแม่อยู่ตรงนี้นะแม่ขอจัดการเรื่องส่วนตัวก่อน"

            "ค่ะ/ครับ"

            พอมีลูกอมปลอบใจฉินไห่เยว่ก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี

            เด็กชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เฝิงหม่าหลงจ้องไปไปที่ฉินไห่เยว่ตาเขม็ง แล้วจู่ๆ เขาก็วิ่งเข้าใส่ฉินไห่เยว่อย่างรวดเร็ว

            ฉินไห่หยางเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้รีบพุ่งไปยืนบังน้องไว้ เด็กผู้ชายเบรกไม่ทัน พุ่งชนเขาเข้าเต็มแรงด้วยแรงกระแทกเลยเสียหลัก ก่อนจะล้มก้นกระแทกพื้นอย่างจัง

            เขายังไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งพุ่งไปอีกครั้ง

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นคนชอบปกป้องคนของตัวเองอยู่แล้วเห็นเด็กคนอื่นมารังแกครอบครัวตัวเองแบบนี้ จะอยู่นิ่งได้ยังไงเธอคว้าคอเสื้อเด็กชายในทันที ก่อนจะโยนเขาออกไปอย่างแรง

            เด็กชายที่โดนแบบนั้นก็นั่งลงกับพื้นร้องไห้โฮออกมาทันที

            เฝิงหม่าหลงเห็นลูกชายสุดที่รักถูกโยนลงพื้นก็โกรธจัดเขาตะคอกใส่ต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยความโมโห

            "น้องสะใภ้ เธอทำบ้าอะไร? ก็แค่เด็กๆ เล่นกัน เธอเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำแบบนี้ได้ยังไง?"

            "นั่นสิแค่ลูกอมนมกระต่ายขาวไม่กี่เม็ดเอง มันจะตายหรือไง?"

            ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆเฝิงหม่าหลงพูดขึ้นมาอย่างเสแสร้ง

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลอกตา

            "เด็กๆ เล่นกันงั้นเหรอ? เขาชนลูกฉันจนเจ็บไปหมด อยากกินก็บอกกันดีๆ ก็ได้ จะแย่งกันทำไม?"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งลงใช้มือลูบท้องที่ถูกชนของฉินไห่หยางอย่างทะนุถนอม แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เจ็บไหมลูก?"

            ฉินไห่หยางส่ายหน้า"ไม่เจ็บครับ"

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวตรวจดูร่างกายของฉินไห่หยางอย่างละเอียดเมื่อแน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไรจริงๆ เธอจึงถอนหายใจออกมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนและมองคู่สามีภรรยาตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา

            "ถ้าพวกคุณอยากได้ค่าเลี้ยงดูก็ไปหาฉินฮุ่ยเจียว จะมาเอาจากฉันได้ยังไงกัน ถ้ายังมาวุ่นวายอีกฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาก่อกวน!"

            คำว่า 'ตำรวจ'เป็นสิ่งที่ทุกคนหวาดกลัว

            ถึงเฝิงหม่าหลงจะมีรูปร่างสูงใหญ่แต่พอได้ยินคำว่า 'ตำรวจ' ก็อ่อนลงไปหลายส่วน เขาเอามือลูบจมูก พูดอย่างอึกอักว่า

            "ถึงยังไงพวกเธอก็เป็นน้องของยัยเมียหน้าจืดนั่นถ้าหล่อนไม่มีเงินจ่ายค่าเลี้ยงดู ก็ต้องให้พวกเธอออกแทนอยู่ดี!"

            "ฉันจะพูดอีกครั้ง ไปให้พ้น..."ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

            "เธอกล้าดียังไงถึงพูดแบบนี้?"

            เฝิงหม่าหลงเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้วถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวสวย เขาก็คงลงมือไปแล้ว ที่จริงแค่คำว่า 'ตำรวจ' ก็ทำให้เขาหงุดหงิดมากพออยู่แล้วยิ่งมาเจอผู้หญิงขึ้นเสียงใส่ เขายิ่งโกรธจนยกมือขึ้นเตรียมจะตบต่งเสี่ยวเสี่ยว

            มือหนาพุ่งเข้าใส่ต่งเสี่ยวเสี่ยวต่งเสี่ยวเสี่ยวตกใจ เธออยากจะหลบ แต่ขาก็อ่อนแรงทำให้ขยับไปไหนไม่ได้

            "แม่!"

            เด็กทั้งสองตกใจหน้าซีด รีบวิ่งเข้ามาทันที

            ในระหว่างที่มือหนากำลังจะฟาดลงบนใบหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวข้อมือของเฝิงหม่าหลงก็ถูกใครบางคนบีบไว้แน่น

            "นายลองแตะต้องเมียฉันแม้แต่ปลายเส้นผมดูสิ?"

            "โอ้โฮนี่มันน้องชายพิการของฉันนี่นา?"

            เมื่อได้ยินคำขู่ของฉินซู่เฝิงหม่าหลงไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย

            ตอนที่ฉินซู่เป็นทหารเฝิงหม่าหลงอาจจะกลัวเขาอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ขาของฉินซู่พิการไปแล้วแล้วทำไมเขาจะต้องกลัวคนพิการด้วยล่ะ

            "คนแซ่เฝิง ฉันอดทนกับนายมานานแล้ว"

            "วันนี้ถ้าพวกนายจ่ายเลี้ยงดูมาพวกเราจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่จ่าย ฉันจะซ้อมนายจนกว่าจะยอมเลยคอยดูสิ!"

            เฝิงหม่าหลงยึดมั่นในหลักการที่ว่า 'ใช้กำลังก่อนพูด' เขาจึงพุ่งเข้าใส่ฉินซู่อย่างรวดเร็ว

            ฉินซู่หลบได้คล่องแคล่ว แล้วหาจังหวะพอดีๆฟาดอีกฝ่ายแล้วทุ่มข้ามไหล่ลงพื้นอย่างแรง

            'โครม!'

            เฝิงหม่าหลงถูกกระแทกลงพื้นทำให้ฝุ่นตลบไปหมด

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน