ตอนที่ตื่นขึ้นมาหวังฮ่าวเซวียนรู้สึกเหมือนร่างกายตนเองเมื่อยล้าไปหมด มันทั้งร้อนและเหนื่อยจนขยับไม่ได้มือทั้งสองข้างเพียงแค่ขยับกลับปวดร้าวเมื่อคืนไปทำอะไรมานะ ?
“อา...” ผมอ้าปากหากแต่ไร้ยังเสียงตัวกลับมาอยู่บนเตียงนอนเห็นผ้าผืนใหญ่อยู่ข้างล่างเตียง ก้มมองยังร่องรอยยับย่นของมันราวกับเมื่อคืนมีใครหลายคนใช้มัน
เมื่อคืนผมฝันมันเป็ฝันดีมากทีเดียว ...ฝันว่าไม่มีคนทอดทิ้งผมทุกคนล้วนแต่อ่อนโยนเพราะความฝันอันแสนอ่อนหวานนั้นทำให้ผมอารมณ์ดีจนน้ำตารื้อ...ใช่แล้วผมกำลังคิดถึงน้องสาวตนเองแม้ว่าทุกคนจะทอดทิ้งแต่เธอจะมาอ่านนิยายวายให้ผมฟัง
“อาเซวียน เ้าตื่นแล้วหรือ ? ” น้ำเสียงอบอุ่นจากซ่งจี้หยางดังขึ้นคนงามเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับกลิ่นอันเป็เอกลักษณ์ของเขา มือใหญ่ประคองผมขึ้นเขาคลี่ยิ้มเผยให้เห็นดวงหน้าเลอค่ามันเป็รอยยิ้มที่งดงามยิ่งนัก “รู้ตัวไหมเ้าเกือบตายแล้วนะ”
“ข้า...” ผมอ้าปากไปคำหนึ่งกลับรู้สึกลำคอแห้งผาดซ่งจี้หยางััได้เขาจึงยกถ้วยชาข้างเตียงก่อนจะป้อนมาพร้อมกับรสจูบหวานละมุน เมื่อก่อนเขาไม่เคนแทรกสอดปลายลิ้นเข้ามาทว่านับจากวันที่เขามาดูแล ผมมักโดนปลายลิ้นอ่อนนุ่มนี้ดึงรัดเกี่ยวพันแต่ไม่จาบจ้วงถึงขั้นดูดดื่ม
เอาน่าคนงามแค่ป้อนน้ำป้อนยาหาได้พิศวาสเสียหน่อย
“เมื่อคืนเ้าไข้ขึ้นพวกเราเลยพลัดกันดูแลเ้า ตอนนี้เป็อย่างไรบ้างรู้สึกดีขึ้นหรือไม่ ? ” มือเรียวคู่นั้นประคองข้าขึ้นนั่งบนตักตนเองก่อนยื่นช้อนมาป้อนข้าวต้น
ช้าก่อนคนงามเ้าป้อนข้าวคนป่วยเช่นนี้เสมอหรือ ?
“เ้ายังรู้สึกไม่สบายงั้นหรือ ? ”
“มิใช่เช่นนั้น” ถึงแม้ผมจะรู้สึกครั่นเนื้อครั้นตัวอยู่บ้างทว่ารู้สึกดีกว่าเมื่อวานอยู่มาก “ข้าแค่ประหลาดใจที่เ้าป้อนข้าวข้าเช่นนี้”
“พูดอะไรเช่นนั้นสมัยก่อนข้าก็ป้อนเ้าเช่นนี้”
“...” ผมรู้สึกเดรกจุดไปหลายทีตอนนั้นมันสมัยไหนพ่อคุณ “ข้าทานเองได้”
“อาเซวียน เ้าช่างเ็ากับข้าเหลือเกิน” น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นตัดพ้อครั้นได้ยินเสียงอ่อนหวานเช่นนี้มันทำให้ผมเกือบใจอ่อน ใช่แล้วแค่เกือบเพราะผมนึกถึงบทที่พี่ชายชุดดำเสียบดาบทะลุอกของหวังฮ่าวเซวียนได้อย่างดี
อย่ามาตัดพ้อชายอื่นในขณะที่นายยังมีสามีเป็ตัวเป็ตนอยู่เลย
“เมื่อครู่เ้าว่าอย่างไรนะ ? ” ผมเพิ่งสังเกตคำเรียกขานของเขาก่อนหน้านี้ยังเรียกว่าหวังฮ่าวเซวียนอยู่มิใช่หรือ ?
“อาเซวียน ทีพี่ใหญ่เ้ายอมให้เรียกน้องเล็กทีกับข้าแม้แต่คำเรียกขานเ้ายังเหนียม เ้าช่างใจร้ายกับข้าเหลือเกิน” อ้อมกอดอุ่นตวัดรัดมือบอบบางของซ่งจี้หยางรวบตัวผมบนตักใบหน้างามล้ำซบลงบนบ่า แผ่นหลังผมััได้ถึงความเปียกชื้นแก้มนุ่มคลอเคลียยังบ่าปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยราวกับสีปีกอีการ่วงหล่นมันเป็ภาพที่งดงามเกินบรรยายขนาดผมหันไปมองได้เพียงเสี้ยวยังได้แต่กัดริมฝีปาก
ช่างเป็ตัวเอกที่มีพลังทำลายล้างสุดยอดเหลือเกิน
“อาเซวียน”
โอ๊ย อย่ามาอ้อน ผมไม่ใช่พระเอกของคุณ!
“หากข้าทำผิดอันใดต่อเ้าได้โปรดบอกทีเถอะ “
นั่นสิ ผมก็คิดอยู่เช่นกันแต่ในนิยายไม่มีบทเฉลยนะสิ
“...” ผมไม่รู้จะตอบไปอย่างไรเพราะผมเองไม่ใช่หวังฮ่าวเซวียนตัวจริงไม่รู้สาเหตุเช่นกันครั้นเห็นผมเบือนหน้านี้เขากลับไม่ไล่ต้อนช่างเป็ตัวเอกที่แสนดี มือจับป้อนอาหารให้ผมราวกับธรรมชาติ
“หากเ้าไม่ตอบข้าก็จะเรียกเช่นนี้ตลอดไป”
คนเขาไม่เต็มใจไม่เห็นหรือไง เกิดแฟนนายหึงทำยังไงเล่า ผมได้แต่ถลึงตาใส่เขาบุคลิกของหวังฮ่าวเซวียนในนิยายหาใช่คนโวยวาย ถึงจะบอกว่านิสัยเปลี่ยนไปเพราะลมปราณภายในปั่นป่วนตอนฝึกวิชาก็มันต้อง ไม่เปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม
ใช่แล้วผมคือผีตนนั้นเอง
มื้ออาหารของพวกเรานั้นใช้เวลาไม่นานนักผมทานข้าวต้มถ้วยนั้นจนหมดถูกเขาพยุงลงมาจากตัก เอาเข้าจริงตักของซ่งจี้หยางนั้นไม่ได้นุ่มนิ่มดังที่คาด ผมนึกว่าเขาจะมีผิวพรรณเรียบลื่นนุ่มนวลน่าััไปหมดแผ่นหลังที่แนบลงไปนั้นมีกล้ามเนื้อสวยงามพอสมควรทำให้เขาดูไม่คล้ายกับอิสตรีมากนัก
ผู้หญิงชอบนายเอกแบบนี้สินะ
“เ้าทานยาเถอะ” ซ่งจี้หยางยื่นถ้วยยาที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์จนผมต้องย่นหน้าเขาเห็นผมไม่ชอบกลิ่นมันจึงได้กุลีกุจอไปจุดกำยาน มันส่งกลิ่นหอมฉุนจมูกเป็กลิ่นที่ดูจะทำให้ร้อนเสียมากกว่า พูดตามจริงผมชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ดูแล้วรู้สึกเย็นแบบกลิ่นกายของซ่งจี้หยางมากกว่า ตัวเอกของนิยายที่มีกลิ่นกายเป็ดอกกุ้ยฮวา
“เ้าขยับมาหน่อย” กลิ่นยากับกลิ่นกำยานตีกันจนผมสมองมึนงงได้แต่เรียกตัวปล่อยกลิ่นหอมที่ชอบเข้ามาใกล้ สูดดมความรันจวนดอกกุ้ยฮวาที่ดูสูงส่งสง่างาม
“อาเซวียนชอบกลิ่นนี้หรือ ? ” ใบหน้างดงามราวหญิงสาวคลี่ยิ้มั์ตาคู่สวยหลุบต่ำลงมันเป็ใบหน้าที่ทำให้ผู้ชายในนิยายเื่นี้หลงใหลมานักต่อนัก
“ข้าไม่ชอบกลิ่นกำยาน” ผมตอบความจริงกำถ้วยเอาไว้แน่นเงยหน้าชมเชยสิ่งสวยงามใกล้ตัวก่อนกลั้นใจดื่มยาขมจนหมด มือทั้งสองข้างปิดปากตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้คายมันออกมาสูดลมหายใจลึกๆ
“ข้าแบ่งปันความหวานให้เ้าได้”
ผมไม่ยอมให้นายเอะอะก็จูบจนปากเจ่ออีกแล้ว!
“อาเซวียน เ้าเก่งมาก” ครั้นเห็นผมดื่มยาจนหมดเขาก็ชมเชยมือนวลเนียนคลอเคลียพวงแก้มเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าซับเอาหยาดเหงื่อเปียกปอน ผมอดไม่ได้ที่จะเคลิ้มกับใบหน้าราวกับเทพธิดาตัวน้อยเขาสวยจริงๆ ใช่ เคลิ้มจนกระทั่งเขาอุ้มผมท่าน่าอายนั่นละ
“เ้า! ” ผมเอื้อมมือดึงรั้งข้อแขนพลันเป็ฝ่ายเจ็บจนน้ำตาคลอเสียเอง “ข้าเจ็บมือแต่ขาทั้งสองยังใช้งานได้! ”
“ตัวเ้าก็มิได้หนักเท่าใด “ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มอ่อนโยนขับให้ใบหน้าเหมือนเทพธิดาน้อยมากขึ้นมันเป็ใบหน้าที่ทำให้ผู้ชายอย่างผมจำยอม
ให้ตายเถอะเกลียดพวกเกิดมามีหน้าตาเป็อาวุธจริงๆ ใครจะไปสู้ตัวเอกของนิยายได้กันเล่า
“เ้าคิดจะทำอะไร” ผมร้องบอกในยามที่เขาอุ้มเลยเตียงนอนกลับเดินไปห้องที่มีม่านกั้น เนื่องจากที่นี่คือบ้านของผมจึงจดจำรายละเอียดทุกอย่างได้อย่างดีที่ที่เขากำลังตรงไปคือห้องอาบน้ำ
“อาเซวียนเมื่อคืนเหงื่อเ้าออกเยอะ ข้าสลับเช็ดตัวให้บ้างแต่อย่างไรเ้าก็ควรจะอาบน้ำนะ “
“...” ผมก้มลงดมกลิ่นตัวตนเองเพราะอยู่กับชายหนุ่มที่มีกลิ่นกายหอมหวานเช่นเขาอยู่เสมอจึงไม่เคยก้มลงดูของตนเอง ผมไม่ได้เป็ตัวเอกที่มีกลิ่นกายเป็ดอกไม้เป็บุรุษปกติที่ไม่อาบน้ำ 3 วันในหน้าร้อนก็มีกลิ่นเหมือนของหมักดอง โอเค ผมควรอาบน้ำโดยด่วน
“จี้หลี่บอกว่าเขาเพิ่งพันผ้าพันแผลใส่ยาให้เ้า มือข้างนี้ห้ามโดนน้ำ”
“...” ผมหันไปทำหน้าวังเวใส่ซ่งจี้หยาง แล้วแบบนี้ผมจะใช้อะไรอาบน้ำถ้าแค่ลงไปแช่ในถังแล้วขึ้นก็พอได้
“ไม่ต้องห่วงข้าจะอาบน้ำให้เ้าเอง”
นั่นละที่ห่วง....
“ซ่งจี้หยางเอามือออกไป! ” ผมร้องโวยวายเสียงดังในยามที่ผ้าคาดถูกดึงรั้งซ่งจี้หยางเป็บุรุษที่นุ่มนวลละเมียดละไมแม้กระทั่งในยามที่กำลังเปลื้องผ้าผู้อื่น นิ้วเรียวยาวของเขาถอดเสื้อผ้าอย่างอ่อนช้อยทว่ากลับรวดเร็วจนผมต้องร้องเตือน
“อาเซวียนสมัยก่อนพวกเราก็ร่วมอาบด้วยกันเสียบ่อยเ้าจะอายไปไย”
สมัยก่อนของพ่อคุณพ่อทูนหัวมันชาติปางไหนกันขอรับ คาดว่าน่าจะเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว มาตอนนี้อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิมเ้ายังจะมองโลกในแง่ดีริอาจจะอาบกับชายชาตรีไม่รักงวนสงวนตัวให้สมกับเป็นายเอกนิยายวายเลย นี่สินะที่น้องสาวชอบบอกว่านายเอกนิยายวายส่วนมากชอบยั่วยวน
“ยามนี้ย่อมไม่เหมือนกาลก่อน เ้าไม่ควรทำเช่นนี้” ผมขยับปลายนิ้วครั้นใช้มือรวบเสื้อผ้ากลับต้องเป็ฝ่ายเจ็บจนร้อง ซ่งจี้หยางเห็นผมขัดขืนเขาก็หยุดการข่มแหงรังแกปล้นชิงเสื้อผ้าแปรเปลี่ยนมาปลอบโยน
“อาเซวียน แต่ยังไงเ้าก็อาบเองไมได้เราเป็บุรุษด้วยกันทั้งคู่ไยยังต้องเขินอายต่อกัน”
สิ่งที่เขาพูดมันถูกสมัยก่อนเข้าโรงพยาบาลผมไปเข้าค่ายแก้ผ้าล่อนจ้อนวิ่งอาบน้ำร่วมกับเพื่อนในห้องยังหยอกล้อปิกะจูน้อยกันด้วยซ้ำ ทว่าที่ผมระแวงตนนั่นเพราะที่นี่คือโลกของนิยายวายที่มักจะมีฉากอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในยามเปลือยกายต่อกัน
“อือ..” ผมครุ่นคิดอย่างหนักรู้สึกร่างกายร้อนรุ่มไปหมดจนอยากหาอะไรเย็นๆ มาัักาย ส่วนมากในนิยายวายที่ต้องระวังตัวมันพวกฝ่ายรุก แต่ซ่งจี้หยางเป็เคะของนิยายเื่นี้ผมสิต้องระวังไม่ให้ไปปล้ำเขาไม่เช่นนั้นพี่ชายชุดดำได้ฆ่าผมก่อนจะถึงฉากในเื่เป็แน่
“อาเซวียน อย่าเกร็งไปเลย” ซ่งจี้หยางเห็นผมหยุดขัดขืนเขาหันกลับมาปลดเปลื้องเสื้อผ้าผมจนแทบไม่เหลือสิ่งใดติดกาย มือเรียวลูบแผ่นหลังจนััได้ถึงไอเย็นพาให้รู้สึกสบาย เพื่อความไม่ประมาทกลัวตนเองจะพลั้งเผลอไปล่วงเกินเมียของพี่ชายชุดดำเข้าผมจึงหันไปสั่งเขา
“เ้าห้ามอาบด้วย”
“ได้สิ ตามใจเ้า” ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มสวยเขาเดินตามหลังปล่อยให้ผมหยุดอยู่หน้าถังไม้ขนาดใหญ่ ในโลกใบนี้ยังใช้การอาบน้ำในถังไม้เติมน้ำอุ่นเข้าไปเป็วิธีการอาบน้ำที่แสนคร่ำครึ ผม้าอ่างอาบน้ำมากกว่าถังไม้ใบแคบๆ
การอาบน้ำครานี้เป็อะไรที่พาให้ผมต้องขมวดคิ้วใช้แล้วซ่งจี้หยางไม่ได้ให้ผมลงไปในอ่างไม้เพียงคนเดียวเขาลงไปก่อนก่อนจะอุ้มผมขึ้นนั่งตักการที่ผู้ชายสองคนร่วมอ่างเดียวกันทำให้อ่างไม้ที่เคยมีพื้นที่ว่างคับแคบไปถนัดตา ซ่งจี้หยางแม้จะรูปร่างสูงแต่เขาเป็ชายหนุ่มรูปร่างเพรียว
“ข้ากลัวเ้าจะลื่น “นั่นคือข้อแก้ตัวของเขาในยามที่ผมหันไปมองสองมือที่พันผ้าพันแผลยังคงส่งกลิ่นสมุนไพรอ่อนเพียงแต่กลิ่นดอกกุ้ยฮวากลับรุนแรงขึ้นจนแทบเวียนหัว เรือนกายเปล่าเปลือยสะดุ้งในยามที่ถูกผ้าชุบน้ำเย็นัั ร่างกายของแม่คนงามนั้นเย็นสบายพอได้นั่งทาบกลับพาให้รู้สึกดีเสียจนบอกไม่ถูก สถานการณ์ล่อแหลมเสียจนผมที่เป็ชายชาตรียังมิอาจทนไหว
“ข้าว่า มันไม่เหมาะสักเท่าไร” ผมครางรู้สึกเหมือนเสียงของตนเองจมูกได้กลิ่นกำยานร้อนผสมผสานกับกลิ่นของดอกกุ้ยฮวา มือจับขอบอ่างพอขยับความเ็ปนั้นพาให้สติกลับมาแจ่มใสผมเลือกที่หลีกหนีอีกฝ่ายโดยการขยับลุกขึ้นเพียงแต่การที่ขยับในยามที่เท้าไม่มั่งคงสุดท้ายได้แต่ลื่นล้มใส่หูได้ยินเสียงอะไรบางอย่างหนักๆ ร่างกายร่วงหล่นไปตามแรงโน้มถ่วงผมกัดฟันรอรับความเ็ปเพียงแต่ััของพื้นนั้นนุ่มกว่าที่คิด ครั้นลืมตาขึ้นผมก็ได้แต่ทำสีหน้าสำนึกผิด
“ข้ารับเ้าอีกครั้งไม่ไหวนะอาเซวียน” สิ่งที่รอบรับผมอยู่หาใช่พื้นไม้แต่กลับเป็เนื้อหนังของซ่งจี้หยางเขานอนราบหงายโดยมีผมอยู่บนตัว ั์ตาคู่สวยจ้องมองผมครู่หนึ่งก่อนเบนไปที่มือทั้งสองข้างที่อยู่ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอ้อมแขนข้างหนึ่งโอบรัดผมเอาไว้
โอ๊ย พี่ชายชุดดำจะฆ่าผมไหมถ้ารู้ว่าผมเคยนอนทับแฟนของเขา
“ผมเปียก” ผมก้มลงมองเรือนร่างภายใต้กลับเป็ฝ่ายกลิ่นน้ำลายร่างกายของซ่งจี้หยางนั้นสวยงามมาก เขามีผิวขาวราวน้ำนมน่าดื่ม รูปร่างโปร่งได้รูปมีกล้ามเนื้อพองามสิ่งนี้ดูเหมือนกับงานศิลป์ที่ถูกรังสรรค์อย่างดี ข้อเสียของเขาคือเขานิยมชมชอบการใส่ชุดขาวั้แ่หัวจรดเท้าทำให้เวลาโดนน้ำจึงได้เห็นสัดส่วนเย้ายวนใจชัดเจนถึงเพียงนี้ ใบหน้าเลอค่าของเทพธิดาน้อยแปดเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อขนตางามงอนกระพริบปัดให้หยดน้ำร่วงหล่นมันเป็ภาพที่ร้อนเสียจนต้องหันไปสนใจผ้าพันแผลตนเอง
“เ้าเตรียมโดนจี้หลี่ต่อว่าได้เลย” ร่างสูงถอนหายใจพาให้ผมได้แต่ทำสีหน้าเจียมเนื้อเจียมตัว ดึงมือออกทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยินยอม “เ้าจะใช้มือของเ้าพยุงตนเองลุกขึ้นหรือไร ? “
“...” ผมไม่ควรทำให้เขาโกรธมากกว่านี้แม้จะเป็คนดีแต่ซ่งจี้หยางก็มีขีดจำกัดของความอดทน ผมยังไม่อยากเป็ผู้แรกที่ลิ้มลองรสชาตินั้น ดูท่าทางเขาจะเจ็บอยู่มากถึงทำให้ใบหน้างดงามนั้นบิดเบี้ยวได้ ซ่งจี้หยางนอนนิ่งอยู่นานก่อนที่จะขยับตัวเขาลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าดึงรั้งผมให้นั่งบนตักพวกเรานั่งประจันกันด้วยสถานการณ์กระอั่กกระอ่วน
“เจ็บมากหรือไม่ ? ” แม้กระทั่งความเจ็บก็ยังห่วงผู้อื่นก่อนเสมอ นางฟ้าคนสวยสมแล้วที่เป็นายเอกเื่นี้ ผมลองขยับมือเพราะความชุ่มน้ำและโดนกระแทกจึงได้แต่กล้ำกลืนน้ำตาเอาไว้ในลำคอตอบเขาไปด้วยความแมนดั่งลูกผู้ชาย
“ไม่เจ็บ” ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้างดงามที่อยู่ในระยะประชิดปล่อยให้เขาคลายผ้าพันแผลก้มมองสภาพไม่น่าดูของมือข้างนี้ หนังกำพร้าลอกออกจนหมดมีร่องรอยแผลไฟไหม้จากผิวสีขาวกลายเป็สีแดงตำปุ่มตะป่ำเหมือนผิวของอึ่งอ่างเป็สภาพที่ทนดูไม่ได้เสียจริง
“อย่าทำแบบนี้อีก”
“ได้ “
ผมจะไม่อาบน้ำกับนายแล้วอยู่ๆ ลุกอีกแน่!
“ข้าหมายถึงอย่าเอาตัวเข้าเสี่ยงเช่นนี้อีก”
“...” ผมได้แต่กล้ำกลืนความในใจ ...นายรู้ไหมความจริงแล้วผมไม่ได้อยากทำสักนิดแต่ระบบมันสั่งมา!
“อาเซวียน”
“...”
“อาเซวียน รับปากข้าเถิด”
“...” ผมเบือนหน้าหนีไม่อาจมองั์ตาคู่สวยที่เว้าวอนได้มันเหมือนอัญมณีที่แสนสวยสะท้อนแสงสีจนใจอ่อน
ใครว่าฉันอยากช่วยนาย ฉันก็แค่ทำเพื่อไม่ให้ตัวเองตายเท่านั้นเอง ...
“อาเซวียน ...หากเ้ามีปัญหาอันใดบอกแก่ข้าเถอะ” ซ่งจี้หยางยอมลงให้ผมหลายต่อหลายครั้ง เห็นเขาเป็เช่นนั้นแม้ผมยังอยากจะปากแข็งก็ได้แต่ถอนหายใจ
“คราวหน้าข้าจะปรึกษาเ้าก่อน” ผมมองเห็นรอยยิ้มราวกับเทพธิดาลงมาจุติ ริมฝีปากบางคลี่ออกั์ตาคู่สวยหลุบต่ำลงแม้ซ่งจี้หยางจะเป็ชายหนุ่มรูปงามทว่ารอยยิ้มในยามนี้ของเขานั้นสามารถทำให้หัวใจของชายหนุ่มสะท้านไหว อ้อมกอดอุ่นกอดรัดมือเรียวดั่งเทียนไขลูบไล้แผ่นหลัง ทั้งที่พวกเรากำลังเปียกปอนแต่ผมกลับรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เอื้อมมือที่าเ็เกาะเกี่ยวกอดเขากลับ
นี่อาจเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่หวังฮ่าวเซวียนยอมตอบรับ
“ขอบคุณ” คนงามกระซิบข้างหูมือทั้งสองคลายอ้อมกอดก่อนก้มลงมอง่ล่างและคลี่ยิ้มเบาบาง “เช่นนั้นคงต้องอาบน้ำกันใหม่รวมถึงช่วยเหลือเ้า”
ช่วยเหลือ ? เขาไม่ตอบเพียงแต่ชี้นิ้วลงไปผมก้มลงมองตามแล้วแทบสะดุ้งออกจากตักหากไม่ติดที่อีกฝ่ายจับเอาไว้
มิน่าเล่าถึงได้รู้สึกร้อนรุ่ม อา...นี่ไม่ได้ช่วยตัวเองมานานเพียงใดกัน ...จะว่าไปนี่ก็เป้นเื่ปกติของชายชาตรีเพียงแต่มันมาผิดที่ผิดเวลาไปเสียหน่อย
“ข้า ...ข้าจะจัดการกับมันเองเ้าไปรอนอกห้องก่อนเถิด” ผมรู้สึกใบหน้ามีเืสูบฉีดขยับไม่ออกได้แต่หลบหน้าเขาแต่ซ่งจี้หยางตบหลังผมแ่เบาพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ข้าเข้าใจมันเป็เื่ เอ่อ สุดวิสัย บุรุษที่แข็งแรงล้วนเป็เช่นนี้ ข้า... ข้า” ใบหน้าขาวนั้นขึ้นสีเพราะผิวของเขาจัดในยามที่มีสีสันจึงเห็นอย่างชัดเจน ั์ตาคู่สวยหลุบลงปล่อยให้ขนตางามงอนทาบทับลงบนกระเบี้องเคลือบชั้นดี “ข้าไม่รังเกียดหากจะช่วยเ้าอาเซวียน”
“แต่ข้าไม่...” ผมร้อนรนสุดชีวิตพอโดนปฏิเสธตรงๆ พาให้ซ่งจี้หยางที่ทำหน้าขวยเขินราวกับสาวน้อยแรกแย้มสารภาพรักชายหนุ่มพลันเปลี่ยนสีหน้าเขาทำหน้านิ่งดึงรั้งผ้าโพกผมของผมมัดข้อมือจนต้องร้องห้าม ใบหน้างดงามราวเทพธิดาขยับเข้ามาชิดใกล้จนได้เสียงลมหายใจ เพียงปลายนิ้วที่แตะลงที่ต้นขาก็พาให้ร่างกายผมสะท้าน
ความร้อนรุ่มที่อัดแน่นผสมผสานไปกับกลิ่นหอมแปลกประหลาดมันดูดเรี่ยวแรงขัดขืนให้เลือนหาย ภาพเบื้องหน้าราวกับความฝันความสวยงามที่โอบล้อมพร้อมกับกลิ่นดอกกุ้ยฮวา
อา เหตุใดจึงเป็ได้ถึงเพียงนี้ ?
“อาเซวียน” น้ำเสียงอ่อนโยนกระซิบแ่ที่ข้างหูปลายนิ้วแตะลงเบาบางที่ส่วนกลางลูบไล้ความตื่นตัวผ่านเนื้อผ้าพาให้ผมกัดริมฝีปาก ใบหน้าซบลงที่ไหล่กว้างร่างกายนั้นซื่อสัตย์กว่าปากของผู้เป็นายมากนัก
“อื้อ! ” ความรันจวนแล่นริ้วไปตามปลายนิ้วของเรือนร่างตรงหน้า ผมอ้าปากหอบหายใจขยับถอยในยามที่ความเย็นของเรียวนิ้วสวยล้วงเข้าไปแตะต้องยังท้องน้อย ซ่งจี้หยางไม่รีบร้อนที่จะปลดปล่อยให้รวดเร็วนักเขากลับใช้ปลายนิ้ววนเวียนราวกับล้อเล่นกับผิวบางภายใต้อาภรณ์สีดำ กอบกำยังความร้อนรุ่มของผมอย่างเชื่องช้า
“อาเซวียน ...ข้าไม่เคยทำให้ผู้อื่นแต่ข้าจะ ..พยายาม” ใบหน้างดงามราวรูปแกะสลักนั้นเอียงอายเขามีเสน่ห์ชวนมองไม่แปลกที่บุรุษทั้งนิยายจะลุ่มหลง ผมกำลังจะอ้าปากเพื่อเถียงทว่ากลับโดนสัญชาติณานของผู้ชายเข้าครอบงำ
ในยามที่ส่วนอ่อนไหวถูกเร่งเร้าผู้ชายทุกคนย่อมตอบสนอง ผมเองก็ไม่แตกต่างนักเมื่อแก่นกลางถูกมือคู่นั้นกอบกำเขาเคล้นคลึงด้วยความเย็นราวสายน้ำเคลื่อนไหวอ่อนช้อยไม่รีบเร่งจังหวะเนิบนาบในคราแรกปลุกเร้าอารมณ์เสียวซ่านก่อนเร่งเร้าแปรเปลี่ยนจากสายน้ำเย็นเป้นคลื่นที่ซัดสาดพัดพาความสุขสมถาโถมเข้าร่างกาย
“อ๊ะ อื้อ...” ผมเคยช่วยตนเองมาบ้างทว่าการถูกผู้อื่นแตะต้องเพิ่งเป็คราแรก เพิ่งรู้ว่าการถูกผู้อื่นัันั้นให้ความรู้สึกดีจนบรรยายไม่ถูก ความสุขสมระคนเสียวซ่านแล่นไปตามไขสันหลังมือทั้งสองข้างถูกเขาจับเอาไว้ได้แต่ซบใบหน้าลงกับบ่ากว้างกัดลงบนผิวนุ่มนวลเพื่อระบายความร้อนผ่าว แม้ว่ามือข้างนั้นจะเย็นแต่กลับปลุกเร้าเปลวเพลิงกองหนึ่งลงยังร่างกายนี้ ธารธาราที่ไหลเย็นนั้นโอ้โลมเสียจนร่างกายตอบรับสั่นสะท้านไปกับจังหวะของคลื่นถาโถม ผมไม่รู้ตัวว่าตนเองอยู่ในห้วงฝันนานเท่าใดเพียงแต่ในยามที่ปลดปล่อยออกมาร่างกายพลันร่วงหล่นใช่เขาเป็ที่พึ่งพิง
“ตอนตื่นนั้นดีกว่าเสียจริง”
เสียงแ่เบาที่ได้ยินนั้นปลุกรั้งผมให้ตื่นจากภวังค์ของอารมณ์ ผมเงยหน้าขึ้นสบกับั์ตาที่ราวกับอัญมณีสีสวย ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มอ่อนโยนประคองร่างผมพลางเอ่ย
“ดูเหมือนเราต้องอาบน้ำกันใหม่เสียแล้ว”
หลังจากนั้นผมก็แทบไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านเขาอยากอาบยังไงก็ตามใจเขาไปเถอะ ความรู้สึกที่ได้ปลดปล่อยในยามที่ร่างกายอ่อนล้าทำเอาผมเพลียเกินกว่าจะต่อต้าน ในยามที่ถูกจับอาบจนสะอาดเปลี่ยนอาภรณ์ผมเห็นเขาดับกำยานกลิ่นฉุนนั้นคลี่ยิ้มแปลกประหลาด
“ต่อไปนี้เ้าห้าม อือ..” ความง่วงร่างกายผมจนสิ่งที่พูดกลับพูดไม่หมดท่ามกลางสติอันเรือนรางเขากลับหัวเราะ
“อาเซวียน ข้าไม่มีทางฝืนใจเ้า”
คำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไรกันนะ ?
********************************
“ถ้าเ้ากล้าให้ข้ามาทำแผลเพราะมันเปียกน้ำก็เตรียมตัดมือในวันต่อไปได้เลย”
รุ่งเช้าผมตัวหงอเป็กุ้งพยายามทำตัวเ็าเพื่อสวมบทบาทหวังฮ่าวเซวียนท่ามกลางสายตาและน้ำเสียงสงบนิ่งของจี้หลี่ เขาไม่ได้ใช้ข้อความขมขู่ มิได้ขึ้นเสียงเพียงแค่ใช้ั์ตาปกติจ้องมองาแของผมด้วยความสงบ ทว่า...ผมกลับคิดว่าเขาน่ากลัวมาก
“....” ผมกลืนน้ำลายคีพลุคหวังฮ่าวเซวียนในนิยายอย่างยากลำบาก ั์ตาเรียบเฉยไม่สนสิ่งใดมองไปด้านหน้าหากแต่ในใจเตลิดไปยิ่งกว่าสุนัขป่า
อย่ามองแบบนั้น อย่าแผ่รังสีอำมหิต ขอโทษคร้าบ ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ
“่นี้เช็ดตัวไปเถิด เ้ามีศิษย์อยู่คนหนึ่งที่เพิ่งรับเด็กผู้นั้นไปไหนเล่า ? ” จี้หลี่หันไปมองรอบๆ เขาไม่พบศิษย์ของผมพบเพียงแต่รอยยิ้มอ่อนโยนของตัวเอกนิยายซ่งจี้หยาง ผมเห็นเขาหันไปมองซ่งจี้หยางแล้วก็เก็บสายตากลับมามองผมอย่างจริงจัง “เอ่อ ่นี้เ้าไม่โดนรังแกใช่หรือไม่ ? ”
“ผู้ใดจะกล้ามาบังอาจรังแกข้า ? ” ผมขมวดคิ้วมองหน้าจี้หลี่ “เนื่องจากอาการาเ็ของข้ายังไม่ดีนักจึงฝากฝังศิษย์ไว้กับซ่งจี้หยางชั่วคราว เขาบอกว่าศิษย์เอกของเขาสามารถสั่งสอนได้”
“ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว” จี้หลี่มองซ้ายขวาราวกับกลัวว่าผมจะมีอะไรบุบสลายไป มือเรียวนั้นบีบแรงๆ เป็การตบท้ายของการทำแผลในวันนี้ทำเอาเกือบร้องออกมา
“จี้หลี่...” ข้ามองมือที่ถูกพันให้รียบร้อยเขาอุตส่าห์เดินทางมาทั้งที่ระยะไมได้น้อยมาหาข้าถึงบ้านตนเองเช่นนั้นข้าควรจะขอบคุณเขาเสียหน่อย ทว่าหวังฮ่าวเซวียนผู้เ็ากับเหล่าพี่น้องคงไม่มีทางขอบคุณอย่างง่ายดาย “วันนี้ชาที่ข้าต้มนั้นอร่อยใช้ได้ดื่มมันเสียก่อนสิ”
“...” จี้หลี่เบิกตาครู่หนึ่งมันเป็่เวลาเนิ่นนานข้าได้กลิ่นสมุนไพรสลับกับสายลมที่พัดผ่านช้านานกว่าที่เขาจะก้มลงมือคู่สวยหยิบเอาถ้วยชาหมุนเข้าหาตัวยกดื่มขึ้นไปอึกหนึ่งก่อนที่ใบหน้านั้นจะระบายรอยยิ้มออกมา เขาหันไปด้านนอกมองดูซ่งจี้หยางกำลังเตรียมฟืนกำลังทำกับข้าวหันมามองั์ตาผมด้วยสีหน้าเงียบสงบราวกับตัดสินอะไรบางอย่างได้ “น้องเล็กต้มชาไม่เอาไหน เขาพูดอยู่เสมอว่ากับอีแค่ใบไม้ต้มน้ำใส่ๆ ไปก็เพียงพอแล้ว น้องเล็กหาใช่คนที่สุนทรีย์รู้จักการควบคุมความพอดีของน้ำและใบชา “
“คนเราย่อมต้องมีการพัฒนาเสียบ้าง “
“อย่าห่วงไปเลย “จี้หลี่วางถ้วยชาลง “ตอนแรกข้าไม่อาจทำใจเชื่อท่านอาจารย์แต่ท่านนั้นเป็ดั่งเทพเซียนที่ล่วงรู้ทุกอย่าง”
“จี้หลี่ ? ” ผมเอียงศีรษะมองดูเขา จี้หลี่คลี่ยิ้มบางเบามันเป็รอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่น เขาวางมือลงบนมือของผมทว่าไม่ได้ลงน้ำหนักประคองมือทั้งสองข้างพูดอย่างจริงจัง
“โชคดีที่อาวุธน้องเล็กของข้าเป็แส้ ถึงมือเ้าจะไม่มีวันเป็ดังเดิม ข้าไม่รู้ว่าเ้า้าอันใดถึงพยายามช่วยน้องสามขนาดนี้ทว่าข้าต้องขอขอบคุณแทนเขา” ัันุ่มนวลไล้ผ่านผ้าพันแผล “ไม่ว่าเ้าจะมีเหตุผลอันใดก็ขอให้วางใจอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขเถิด”
“ข้า...” ผมอ้าปากแต่ริมฝีปากกลับถูกหยุดไว้ด้วยปลายนิ้วสวย
“ท่านอาจารย์ไม่ได้บอกผู้อื่น มีเพียงข้า และท่านอาจารย์เท่านั้นดังนั้นสบายใจเถิด” จี้หลี่เป็คนที่ใช้คำว่างดงามราวกับผืนป่ามาบรรยายได้ ในนิยายนั้นมีบทชมโฉมเขาเพียงบทเดียวทว่าสามารถบรรยายตัวตนของจี้หลี่ได้เสียหมด
‘จี้หลี่เป็บุรุษที่งดงามเหมือนกับป่าไผ่ ‘
ป่าไผ่ที่เมื่อทอดมองลงไปกลับดูสวยงามเงียบสงบพาให้จิตใจผ่อนคลายแต่เมื่อเดินเข้าไปในผ่าไผ่นั้นกลับต้องใกับความสลับซับซ้อน กิ่งไก่สวยงามที่เมื่อมองดูจากภายนอกดูเป็ระเบียบกลับเกะกะจนไม่อาจข้ามเข้าไปได้ ยิ่งเดินเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่สามารถไปต่อได้
ความสวยงามที่สลับซับซ้อน
“...” ผมมองเขาเนิ่นนานเขาคือคนในนิยายบรรยายเอาไว้ว่าไม่ควรเป็ศัตรู
“ข้าไม่อาจทำใจให้เชื่อได้ ทว่าความจริงก็ยังคงเป็จริง ...น้องเล็กของข้าได้จากไปแล้วสินะ ? ”
“ข้าไม่รู้” ผมส่ายหน้าพูดกับเขาด้วยความจริงใจ จี้หลี่พยักหน้าวางมือทั้งสองข้างของผมลงบนตัก
“น้องเล็กแม้ไร้พร์กลับฝึกปรืออย่างหนักร่างกายนั้นทำให้เ้าสามารถใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อย่างผาสุก “ั์ตาคู่สวยก้มลงมือของผม “ข้าไม่รู้ว่าเ้ามีพร์ด้านกระบี่หรือไม่ ทว่ามือข้างนี้ไม่อาจยกของหนักได้อีกแล้วถึงจะเยียวยาจนหายแต่ภายในกลับบอบช้ำอย่างหนัก”
“ข้า...” ผมเงยหน้าขึ้นหมายจะสอบถามหมอเทวดาว่าอาการาเ็จะหายเมื่อใดกลับต้องเป็ฝ่ายหยุดชะงัก
ชายผู้นี้เพิ่งรู้ตนว่าสูญเสียน้องชายไป...แม้ต่อหน้าจะเรียบเฉยทว่าในใจเขาคงจะโศกเศร้าอยู่เป็แน่
‘น้องเล็ก’ ถ้อยคำนั้นช่างเปี่ยมความหมาย...
“ท่านอาจารย์บอกให้ข้าเก็บความลับ ชะตาชีวิตนี้เป็ของเ้าดังัน้นจงเลือกเถอะว่าจะใช้ชีวิตเป็หวังฮ่าวเซวียนต่อไปหรือไม่ ? "
“เื่นั้นเอาไว้ค่อยคิดก็ได้” ผมตอบความจริงต่อเขา เื่จะเป็หวังฮ่าวเซวียนผมยังไม่รู้จะเป็เขาได้หรือไม่แต่ผมต้องอยู่ที่นี่เพื่อทำเควสของระบบ มือยกลูบศีรษะนุ่มนิ่มมันเจ็บจนนิ่วหน้าทว่า...มันคงไม่สามารถชดเชยความรู้สึกในอกของเขาได้ “ถึงจะไม่รู้เื่ราวแต่หวังฮ่าวเซวียนต้องรักพวกคุณแน่”
“ข้าหนีความจริงมาจนถึงตอนนี้ ...” น้ำเสียงนั้นขาดหายเป็่ภายในรอยยิ้มนั้นคือสิ่งที่ผมไม่ควรมอง
ความสูญเสียคือสิ่งที่แสนเศร้า โดยเฉพาะการสูญเสียคนที่รัก ...
ผมละมือจากศีรษะนั้นจ้องมองเส้นผมสีอ่อนนั้นหลุบตาลงเฝ้าฝันถึงภาพร่างอันบอบบางของน้องสาว คนเพียงคนเดียวที่ไม่ทอดทิ้งผม
เธอจะกำลังร้องไห้อยู่หรือเปล่า ? หยาดน้ำจากดวงตากลมโตนั้นไม่อาจเช็ดให้ได้อีกแล้ว...
อยากกลับ ...ไม่อยากทอดทิ้งให้เธออยู่เพียงลำพัง...แต่ว่า...ในโลกโน้นผมได้ตายไปแล้วยังจะสามารถกลับไปได้หรือไม่?
“ในเมื่อเ้าไม่ใช่น้องเล็กงั้นต้องยิ่งระวัง อย่าไว้ใจน้องสาม! ” จี้หลี่ใช้ชายเสื้อเช็ดใบหน้าผมได้แต่หันหน้าไปอีกทาง รู้ดีว่าในยามที่ผู้ชายร่ำไห้ย่อมไม่อยากให้ใครพบเห็น
“เพราะเหตุใด ? ”
หรือว่าจี้หลี่จะกลัวพี่ชายชุดดำฆ่าตัดตอนผมโทษฐานแย่งแฟนเขา
“อย่าถามเื่นี้กับข้าเลย...”
“ท่านอาจารย์รู้ได้อย่างไร ? ” ในเมื่อเขาไม่ยินยอมให้ผมถามเื่นั้นผมก็ขอถามเื่อื่น ในคราแรกผมคิดว่าไม่ควรถูกจับได้รวดเร็วขนาดนั้น
“ท่านอาจารย์มีของวิเศษของเซียนอยู่ชิ้นหนึ่ง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไรทว่าท่านอาจารย์เคยบอกว่าไม่มีผู้ใดโกหกเขาได้ บางทีของวิเศษนั้นคงสามารถจิตใจภายในของผู้คนได้กระมั้ง ? ” จี้หลี่ทอดสายตามองข้างนอกเขาเห็นซ่งจี้หยางเคี่ยวข้าวต้มจนเสร็จแล้วจึงลุกขึ้น “ก่อนจากกันท่านอาจารย์กล่าวกับข้าว่า ‘เด็กผู้นั้นไม่มีวันทำอันตรายใคร ‘ “
“เ้ารู้ไหมเหตุใดอาจารย์จึงหายตัวไป “ผมครุ่นคิดถึงเื่ราวในนิยาย นับจากเซวียวจ้านหายตัวไปในสำนึกก็เกิดเื่ให้ตัวเอกเติบโตไม่เว้นตอน ราวกับการหายตัวไปของอาจารย์เป็ทางให้ศิษย์เติบโตทว่าในความหมายตรงข้ามคือเพราะท่านอาจารย์เป็ตัวเกะกะสำหรับอะไรบางอย่างจึงได้หายตัวไป
นิยายเื่นี้นอกจากหวังฮ่าวเซวียนก็ยังไม่ปรากฏบอสตัวใดอีก ...ผิดวิสัยนิยายแนวเทพเซียนจนเกินไปในเมื่อมีมารออกมาขนาดนี้บอสสุดท้ายน่าจะเป็จอมมารหรือทายาทของปีศาจที่มีความสามารถเขย่าโลกได้สิ
“ท่านบอกว่ามีเื่คาใจอยู่เื่หนึ่งจึงจะไปตรวจสอบ “จี้หลี่มองซ่งจี้หยางที่กำลังเก็บข้าวงของข้างนอกชายหนุ่มลุกขึ้นแต่กลับโดนผมรั้งเอาไว้
“เ้าคิดหรือไม่ว่าอาจารย์อาจจะมีอันตราย ? ” นิยายเื่นี้ยังไม่จบดังนั้นผมจึงยังไม่รู้บอสตัวสุดท้าย
“นั่นท่านอาจารย์เชียวนะ ...จะว่าไปแล้วคุณชายจากสรวงสรรค์ผู้นั้นก็ไม่ยอมกลับไปเสียที “ผมพ่นลมหายใจเมื่อได้ยินคำเปรียบเปรยรู้ดีว่าคุณชายจากสรวงสรรค์คือน้องชายเซียนตู
“คุณชายท่านนั้นยังมีธุระอันใดกับสำนักเราอีกหรือ ? ” กลิ่นดอกกุ้ยฮวาคละเคล้าไปกับกลิ่นสมุนไพรจนผมย่นหน้า ดวงหน้าสวยราวจันทร์ลอยเด่นเหนือท้องฟ้ายามราตรีปรากฏขึ้น ซ่งจี้หยางวางชามข้าวต้มร้อนเดินไปรินชาให้จี้หลี่เพิ่มก่อนลงนั่งนั่งข้างเตียงผมราวกับภรรยาตัวน้อยผู้แสนน่ารัก
“คุณชายผู้นั้นเอ่ยว่า้าแลกเปลี่ยนความรู้กับสำนัก เขาเป็ถึงคนสกุลใหญ่เหตุใดจะมาคร่ำครึกับสำนักเล็กๆ ของพวกเราอีกเล่าข้าว่านี่คือข้ออ้าง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นทว่าพวกเราย่อมไม่สามารถหาเหตุผลขับไล่เขาได้” ซ่งจี้หยางยกชาขึ้นดื่มคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน พูดก็พูดเถอะในยามที่ขยับตัวไม่สะดวกทีวี มือถือไม่มีให้เล่นการได้มองใบหน้าเขาก็จรรโลงใจไปได้มาก
“เอาเถิด “จี้หยางถอนหายใจเขาวางถ้วยชาลง “นี่ก็เลยล่วงมานานพอดูข้าสมควรกลับเสียที”
“ขออภัยที่ไม่ได้ส่งพี่รอง” ซ่งจี้หยางประสานคำนับท่วงท่าอ่อนช้อยส่วนผมถือโอกาสเป็คนเจ็บนั่งเฉยๆ ั์ตาประสานกับจี้หลี่เห็นเขาขยับตายิ้มมุมปาก
อา ...เขาจะไปตรวจสอบเื่อาจารย์ให้สินะ
“ข้าไม่อยู่เพียงครู่เดียวพวกเ้าดูเหมือนสนิทกันขึ้นนะ ? ” ตัวเอกนิยายหันมามองพวกเราทำเอาสะอึก ทว่าซ่งจี้หยางกลับคลี่พัดโบกไปมา
“นั่นสินะ ก็พวกเรามีความลับร่วมกัน” มุมปลายพัดของจี้หลี่บดบังริมฝีปากจึงไม่อาจรู้ได้ว่าเขาทำสีหน้าใดกัน
“เื่อันใดหรือ ? ”
“ช่างเถอะ” ผมหลบสายตาของคนงาม พาให้เขารบเร้ามากยิ่งขึ้น
“ฮะ ฮะ ฮะ “จี้หลี่โบกพัดไปมาเขาท่าทางกำลังสนุกกับอะไรบางอย่าง “ซ่งจี้หยาง...น้องเล็กไม่ใช่ของเ้าเสียหน่อย”
“...” ผมรู้สึกจนใจกับคำพูดของเขา เขาเองก็เพิ่งเสียน้องชายไปหนึ่งคนคงกำลังใช้ความสนุกนี้ปิดบังความโศกเศร้า อ๊า โธ่....จี้หลี่นายอย่าหาเื่ลำบากมาให้ผมสิ
“อาเซวียนเ้าจะไม่บอกข้าหรือ? ”
“...”
“อาเซวียน”
“...”
“อา ...” คนงามได้แต่ทำหน้าบูดบึ้งครู่หนึ่งความหงุดหงิดนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม ทว่ามันเป็รอยยิ้มสวยงามที่ทำเอาขนลุกชันอย่างไม่ทราบสาเหตุ “อาเซวียน ...ข้าเชื่อว่าสักวันเ้าจะต้องบอกเื่นี้ให้ข้าฟังด้วยปากของเ้า”
“...”
ทั้งที่เป็หน้าร้อนแต่ทำไมหนาว...
**************************
บทนี้จริงๆแล้วไม่มีในโครงเื่ที่เราวางไว้ ใส่มาเพื่อเซอวิส (เพราะเราอยากเห็น) ล้วนๆเลยค่ะ เราคิดว่าทุกคนรู้แล้วว่าใครเป็เพระเอก ดังนั้นพระเอกจะได้เซอวิสหื่น ส่วนคนอื่นๆก็ได้แบบน่ารักๆ
ตอนนี้เซอวิสซ่งจี้จบแล้วค่ะ ต่อไปพี่หลี่ พี่จะมาในบทอบอุ่นแบบไมโครเวฟไม่เอาเปรียบ
ถ้าใครไม่เก็ทคือ ซ่งจี้หยางจุดกำยานกระตุ้นกำหนักอะ...