ตอนที่ 8
ท่านอ่อนโยนเช่นนี้กับสตรีทุกคนเลยหรือ (1/2)
“อวี้เอ๋อร์”
“...”
“อวี้เอ๋อร์”
“...”
“คุณหนูไป๋”
“คะ ?”
“รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
“ฉะ..ฉัน..หม่อมฉัน..”
“หรือเปิ่นหวางมารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณหนูไป๋”
“หาไม่เพคะ หม่อมฉันเสียมารยาทแล้ว”
ไป๋อวี้รีบก้มหน้าหลบั์ตาสีอ่อนที่ฉายแววห่วงใยหัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักจากความรู้สึกของนางเอง ไม่ใช่จากร่างใหม่นี้...ไม่ว่าชาติภพใดดวงตาคู่นี้ก็ยังล่อลวงนางได้ทุกครา
เช่นนี้เรียกว่าโชคชะตากำลังกลั่นแกล้งนางใช่หรือไม่?หรือนี่คือบทลงโทษของผู้สตรีร้ายกาจที่หลงรักบุรุษผู้เดียวจนไม่รักแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง
นางข้ามพบมาวันแรกก็เจอกับไป๋ฮวา นางเอกที่หน้าตาเหมือนซ่งเหลียนฮวาในชาติก่อนวันนี้ยังต้องเจอกับพระรอง ‘เว่ยหวาง’ หรือ ‘โอวหยางเวินโหรว’ ที่คล้ายคลึงกับหลี่เวินโหรวทุกกระเบียดนิ้ว
ความตาย...จะไม่เมตตานางสักหน่อยเลยหรือ ?
นิ้วมือทั้งสิบกำเข้าหากันอีกครั้ง ความเจ็บแปลบที่ปลายนิ้วทวีขึ้นเืสีแดงสดที่เริ่มไหลซึมย้ำเตือนว่านางไม่อาจหนีความจริงได้ด้วยความตาย
“คุณหนูไป๋ !” น้ำเสียงนุ่มคล้ายใสองมือใหญ่คว้ามือเรียวขาวเปื้อนเืของนางมากุมไว้ไม่ให้กำแน่นอีกแวบหนึ่งที่ไป๋อวี้มอง นางเห็นสายตาตำหนิจากั์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น
โอวหยางเวินโหรวปล่อยมือสตรีที่ก้มหน้าหลบตาตนร่างสูงปล่อยให้หมอหลวงมู่ตรวจและห้ามเืด้วยความแปลกใจเหตุใดคุณหนูไป๋ผู้สงบนิ่งจึงได้หลุดกิริยาคล้ายจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นนี้ไหนจะกำมือแน่นหลังจากสบตาเขา เมื่อใดกันที่คุณหนูไป๋ผู้นี้เห็นเขาอยู่ในสายตา ?
แต่ใดมาก็มีเพียงพี่สามโอวหยางิเซียนเท่านั้นที่คุณหนูไป๋ผู้นี้จะยอมแสดงกิริยาอื่นด้วยนอกจากนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็เขาหรือไท่จื่อนางล้วนไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา แล้วกิริยาเช่นนี้ของนางหมายความว่าเช่นไร?
“ต้องขอโทษท่านหมอด้วยข้ารู้สึกไม่สบายนิดหน่อยจึงเผลอกำมือเสียได้” ไป๋อวี้พยายามแก้ตัวแม้จะไม่แเีเท่าไรนักสภาพจิตใจของนางเต็มไปด้วยเื่ราวของชาติเก่าการที่นางหาเสียงตัวเองเจอและเปล่งมันออกมาก็ถือว่านางทำได้ดีที่สุดแล้ว
ใบหน้างดงามยังคงก้มต่ำดวงตาหงส์หลับลงแน่นด้วยในใจพยายามจะเก็บกลั้นความรู้สึกของตนที่มีต่อบุรุษผู้มีใบหน้าและบุคลิกเหมือนคนรักในชาติก่อน
“าแของคุณหนูไป๋นับว่าหายช้ากว่าปกตินัก” หมอหลวงมู่เอ่ยขึ้นหลังจากห้ามเืและดูาแให้นางเรียบร้อยแล้ว
“หมายความว่าเช่นไร” โอวหยางเวินโหรวเอ่ยถามด้วยใบหน้าแสดงความห่วงใยชัดเจน
“กระหม่อมคิดว่าคงเป็เพราะมนตราในตัวของคุณหนูไป๋พ่ะย่ะค่ะ”
“มนตราของอวี้เอ๋อร์แข็งแกร่งกว่าสตรีใดเหตุใดจะทำให้าแหายช้า” เยวี่ยเหมยร้อนใจด้านไป๋อวี้ก็นั่งฟังด้วยอาการสงบไร้ซึ่งกิริยาแปลกประหลาดก่อนหน้านี้ นางพยายามกดความรู้สึกในใจไว้ไม่ให้แสดงออกไปมากกว่านี้ ท่องเอาไว้บุรุษผู้นี้คือโอวหยางเวินโหรวหาใช่หลี่เวินโหรวผู้นั้น
“เื่นี้ ขอหวางเย่ทรงตรวจอาการคุณหนูด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ”หมอหลวงมู่มีมนตราสีส้มอ่อนหันกายมาทูลเชิญเว่ยหวางผู้เป็ที่เลื่องลือด้านการรักษาด้วยมนตรา
โอวหยางเวินโหรวเป็พระโอรสองค์ที่เก้าในฮ่องเต้คนปัจจุบันกับนางสนมขั้นผินเมื่อเกิดมามารดาสิ้นใจทันทีจึงถูกเลี้ยงดูโดยฮองเฮาพระองค์ก่อนผู้เป็พระมารดาของโอวหยางิเซียนในแผ่นดินต้าหยางทุกคนต่างรู้ดีว่าหากฮ่องเต้ ‘โอวหยางหงเซียน’ทรงโปรดพระโอรสหรือพระธิดาพระองค์ใด ก็จะได้รับพระราชทานนาม ‘เซียน’ ต่อท้ายเช่นเดียวกับชื่อพระองค์และเห็นได้ชัดว่าโอวหยางเวินโหรวไม่ใช่หนึ่งในนั้น
แต่ก็เป็ที่ทราบกันทั่วแผ่นดินอีกว่าโอวหยางเวินโหรวผู้นี้มีความสามารถด้านการรักษาเยียวยาผู้คนด้วยการใช้มนตราซึ่งแตกต่างจากบุรุษผู้อื่นที่มีมนตราไว้สำหรับต่อสู้เป็หลักเขามีมนตราอยู่ในระดับสีแดงเข้ม เป็รองเพียงเชื้อพระวงศ์ไม่กี่คนทำให้เป็ที่ยอมรับของฮ่องเต้ในเวลาต่อมาและได้รับพระราชทานยศชินหวางนามว่า ‘เว่ย’ กลายเป็เว่ยชินหวาง หรือเว่ยหวาง พระรองผู้อ่อนโยนของเื่
เว่ยหวางและฉินหวางถูกเลี้ยงมาโดยเหวยฮองเฮาที่สิ้นพระชมน์ไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพี่น้องทั้งสองรักใคร่และช่วยเหลือกันตลอดมา จนกระทั่งไป๋ฮวาข้ามภพมาทั้งสองหลงรักนางเอกจึงมีเื่ผิดใจกันแต่สุดท้ายก็เป็เว่ยหวางที่ต้องยอมพ่ายแพ้ไป
ในซีรีส์มีอยู่สองสามคราที่ไป๋อวี้หลอกใช้เว่ยหวางผู้อ่อนโยนเป็เครื่องมือในการทำร้ายนางเอกแต่ในครั้งนี้นางไม่แน่ใจว่าเื่ราวในภพนี้จะเป็เหมือนกับในซีรีส์ที่นางเล่นทั้งหมดหรือไม่
“เปิ่นหวางเสียมารยาทแล้ว” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพร้อมกับแย้มยิ้มเล็กน้อยมือหนายื่นมาแตะที่แขนของไป๋อวี้ สองนิ้วกดลงที่ตำแหน่งชีพจรหัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง ร่างสูงเผยรอยยิ้มกว้างคล้ายขบขันแต่ยังรักษากิริยาเมื่อเห็นว่านางเบือนหน้าหนีเพื่อพยายามเก็บอาการไม่ให้ใจเต้นไปมากกว่านี้
“คล้ายว่าพิษนี้จะสะกดมนตราของคุณหนูไป๋เอาไว้จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้มนตรามารักษาาแได้”
ถึงว่าล่ะ ไป๋ฮวาก็ถูกพิษนี้แต่กลับหายเร็วกว่านางเพราะพิษนี้มีผลต่อผู้ใช้มนตรานี่เอง !
“ตายแล้ว !” เยวี่ยเหมยร้องด้วยความใในใจคิดโทษตัวเองที่นำพิษเช่นนี้มาใช้กับบุตรสาวของตนโดยไม่ศึกษาให้ละเอียดเสียก่อน
“เช่นนั้นจะต้องทำอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” บิดาของนางก็ร้อนใจไม่แพ้กัน
“ต้องใช้สมุนไพรอยู่หลายตัวทั้งยังต้องใช้มาตราเยียวยาที่สูงกว่าเดิม”
“หมายความว่า..” นางเอ่ยเสียงเบา
“เวลานี้ต้องเป็เปิ่นหวางที่จะรักษาคุณหนูไป๋ได้”
ไม่นะ !
“หวางเย่โปรดเมตตาด้วย” ทั่วทั้งจวนต่างพากันคุกเข่าเปล่งเสียงร้องขอเมตตาจากเว่ยหวางผู้ยังมีสีหน้าแย้มยิ้มร่างสูงโบกมือคล้ายไม่ถือสาเอ่ยเสียงนุ่มด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“แม้การรักษาด้วยมนตราจะสิ้นเปลืองมนตราไปมากแต่าแเพียงเท่านี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของเปิ่นหวางเท่าไร”
“ขอบพระทัยเพคะหวางเย่”
“คุณหนูไป๋อย่าได้เกรงใจ”
ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันก็จะขอบางอย่างแบบไม่เกรงใจ....เลิกยิ้มเช่นนี้ได้หรือไม่เพคะ!
“เฮ้อ เฮ้ออออออ”
“...”
“เฮ้อออออออออออออออออ”
“คุณหนูเป็อันใดเ้าคะ”
“เฮ้อออออออออออออออออออออออออ”
“คุณหนู...”
“ข้ากรีดร้องได้หรือไม่”
“ไม่ได้เ้าค่ะ มันไม่งาม”
ข้าเป็นางร้ายนะ ! ต้องกรี๊ดได้สิ !
“เฮ้อ” สุดท้ายก็ได้แต่กรีดร้องในใจ
เป็ข่าวดีที่ว่าร่างกายนางมิใช่ใช้มนตราไม่ได้เพียงแต่โดนพิษนั่นสะกดไว้ทำให้นางรู้สึกโล่งอกที่อย่างน้อยก็ยังพอมีหนทางที่จะใช้มนตราในการแข่งขันคัดเลือกท่านหญิงเหมยฮวาได้แต่ข่าวร้ายคือนางต้องพบเจอกับบุรุษหน้ายิ้มโอวหยางเวินโหรวอีกครั้งเพื่อรักษาตัว แม้บุรุษผู้นี้จะไม่ใช่คนเดียวกับในชาติภพก่อน
แต่เพียงแค่เห็นหน้า...นางก็รู้สึกเจ็บเจียนจะตายอีกครั้ง
“ในสายตาเ้าคิดว่าเว่ยหวางสนิทสนมกับข้าหรือไม่”ไป๋อวี้หลอกถามสาวใช้ของตนอีกครั้ง
“เรียกว่าเป็คนคุ้นเคยก็ได้เ้าค่ะ ั้แ่เด็กแล้วเวลาที่คุณหนูเข้าเฝ้ากับฉินหวางก็มักจะได้พบเว่ยหวางอยู่บ่อยครั้งคุณหนูเคยกล่าวว่ามนตราของเว่ยหวางนั้นใกล้เคียงกันควรคบหาไว้เพื่อประโยชน์ภายภาคหน้า”
วางแผนหลอกใช้ไว้ั้แ่แรกเลยหรือไป๋อวี้ผู้นี้
“อืม”
“คุณหนูคิดสิ่งใดอยู่หรือเ้าค่ะ”
“ข้าเพียงคิดว่านี่ใกล้ถึงวันที่ไป๋ฮวาจะกลับมาแล้วหรือยัง”
“ทำไมหรือเ้าคะ คุณหนูจะให้บ่าวส่งคนไปบอกให้นางอยู่ต่ออีกไหมเ้าคะ”
“เปล่าหรอก”
“แล้วมีอันใดเ้าคะ”
“ข้ากำลังคิดว่าจะเดินทางไปไหว้พระที่วัดบ้าง”
“เอ๋ ?”
“อันใด แปลกหรือ?”
“แปลกสิเ้าคะ !” เสี่ยวซีโพล่งเสียงดังทั้งยังทำหน้าตายังประหลาดแสดงออกว่านางประหลาดใจมากจริงๆ “...ปกติแล้วหากไม่ใช่ว่าฉินหวางเสด็จไปที่วัดคุณหนูก็จะไม่ย่างกรายเข้าไปที่วัดใด หรือถ้าไปก็จะป่าวประกาศทั่วเมืองหลวงว่าคุณหนูจะไปวัดหรือแจกโจ๊ก...”
สาวใช้หมาน้อยผู้นี้กำลังจะบอกว่านางไปวัดเพื่อสร้างภาพเท่านั้นสินะ..
“แล้วครั้งนี้คุณหนูจะให้บ่าวปล่อยข่าวออกไปไหมเ้าคะ!”
นางถอนหายใจนางให้เสี่ยวซีนำความไปแจ้งแก่เยวี่ยเหมยไม่นานร่างของมารดาก็มาหานางถึงเรือน
“ลูกเข้าวัดย่อมเป็เื่ดีครั้งนี้แม่จะให้บ่าวชายไปป่าวประกาศทำทีว่าหาคนคุ้มกันขบวนเดินทางเป็การยกยอเ้าทางอ้อม”
“ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ” ท่านแม่ก็เป็ไปอีกคน..“ลูกเพียงอยากไปแบบเงียบ ๆ น้องสี่ไปที่วัดประจำตระกูลแล้วเงียบหายเช่นนี้คงอยู่สุขสบายเกินไป” ไป๋อวี้ปิดท้ายประโยคด้วยการเบ้ริมฝีปากแสร้งว่าไม่สบอารมณ์เช่นที่พูด
“ลูกรัก เื่นั้นแม่ส่งคนไปก่อกวนนางแล้วเ้าไม่เห็นต้องลงมือเอง”เยวี่ยเหมยเข้าใจความหมายของลูกสาวแต่ก็ไม่อยากให้ยอดดวงใจของตนมาแปดเปื้อนเื่ร้ายกาจเหล่านี้เพราะไป๋อวี้ในสายตาของมารดานั้นมีความร้ายกาจที่สำแดงเดชได้เพียงกับบ่าวไพร่เพราะ่เจ็ดวันกว่า ๆ ที่เยวี่ยเหมยส่งคนไปกลั่นแกล้งไป๋ฮวาที่วัดคนของนางถูกจัดการกลับมาเสียจนน่าหงุดหงิด เมื่อเป็เช่นนี้นางเกรงว่าบุตรีของตนจะรับมือไป๋ฮวาที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนไม่ได้แม้ในงานเลี้ยงไป๋อวี้จะเอาตัวรอดมาได้ก็ตาม
“ให้ลูกจัดการเองเถิดเ้าค่ะหากนางเป็อันใดไปแล้วพวกเราอยู่ทางนี้กันทั้งหมด คงไม่พ้นคนจะหาว่าจวนตระกูลไป๋ส่งบุตรีไปลำบากจนเกิดเื่ก็ไม่เหลียวแลอย่างน้อยหากเกิดอันใดขึ้นแล้วมีลูกอยู่ที่นั่นก็จะพ้นคำครหาได้”
“โถ่ ลูกรัก...” เยวี่ยเหมยตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ “...เ้าเข้าใจคิดเข้าใจอ่านเช่นนี้แม่ก็วางใจได้หลายส่วน”
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วงเื่ของน้องสี่ที่ทิ่มแทงจิตใจท่านแม่มานาน ต่อจากนี้ไปลูกจะเป็ผู้จัดการเองเ้าค่ะ”
ไป๋อวี้ตั้งใจกันมารดาออกจากนางเอกเป็อันดับแรกเพื่อหลีกเลี่ยงการเอาคืนของไป๋ฮวาที่จะทำให้ชีวิตนางในอนาคตอาจเลวร้ายเช่นในซีรีส์จากนี้หากไป๋ฮวาไม่มาหาเื่ใดอีกนางก็จะปล่อยให้ไป๋ฮวามีชีวิตอยู่อย่างราบรื่นและเกลี้ยกล่อมไม่ให้มารดาลงมือทำเื่ร้ายกาจนัก
ที่สุดแล้ว...ไป๋อวี้อยากให้มารดาปล่อยวางเพื่อพบกับความสุขที่แท้จริง
--- จบตอน---
E-Book>> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------