เมื่อเงาร้ายถอยร่น อาวุธสังหารที่เคยแปดเปื้อนความมืดจึงมุ่งมั่นที่จะใช้เศษเสี้ยวพลังที่เหลืออยู่เพื่อโอบอุ้มแสงสว่างที่เยียวยาหัวใจของเธอ
รุ่งเช้าวันต่อมาสายหมอกสีขาวหนาทึบแผ่ปกคลุมทั่วผืนป่าพฤกษาศิลาช่วยบดบังทัศนวิสัยของทหารยามบนป้อมค่ายเอวาประคองร่างที่ยังคงอ่อนแรงของรินลัดเลาะผ่านประตูหลังหมู่บ้านโดยมีเ้าหยกคอยเดินบังร่างทางด้านหลังและใช้มนตราพรางตาพฤกษาช่วยบิดเบือนหักเหแสงสะท้อน ทำให้พวกเธอผ่านพ้นสายตายามเข้าไปถึงห้องส่วนตัวของเอวาภายในเรือนยารักษาได้อย่างปลอดภัย
เอวาจัดแจงให้รินนอนลงบนเตียงไม้หนานุ่มที่ปูด้วยผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดกลิ่นหอมระเหยอ่อนๆ ของดอกลาเวนเดอร์และสนป่าอบอวลชวนผ่อนคลายเ้าหยกก้าวไปนอนขดตัวอยู่ข้างเตาผิงไฟหินผาคอยระแวดระวังภัยให้เ้านายอย่างซื่อสัตย์
ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นานประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของเลโอร่า มารดาของเอวาที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตระหนกใและโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นรินนอนอยู่บนเตียง
"เอวา! เ้าทำอะไรลงไป?!"เลโอร่ากระซิบเสียงเข้มด้วยความโกรธ "เ้าพานักรบสภามืดเข้ามาในหมู่บ้าน!หากพวกผู้ใหญ่ในสภาอธิการรู้เื่นี้ครอบครัวของเราจะถูกเนรเทศออกนอกม่านพลัง!"
"ท่านแม่คะ...เธอคนนี้ช่วยชีวิตลูกไว้ถึงสองครั้ง" เอวาอ้อนวอนแววตาสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยความแน่วแน่"เธอทำลายแผนที่ค่ายกลพฤกษาทิ้งเพื่อปกป้องพวกเราและเธอกำลังจะตายเพราะพิษของสภามืด ลูกปล่อยเธอไว้ในถ้ำไม่ได้ลูกจะขอรับผิดชอบทุกอย่างเองค่ะ"
เลโอร่าจ้องมองดวงตาเด็ดเดี่ยวของลูกสาวสลับกับร่างซีดเซียวของรินบนเตียง ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่เลโอร่าจะถอนหายใจยาว แววตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย
"แม่จะปิดบังเื่นี้ไว้ให้ชั่วคราว...แต่เ้าต้องรักษาเธอให้หายเร็วที่สุดและต้องไม่ให้ใครในหมู่บ้านพบเห็นเด็ดขาด"เลโอร่าเอ่ยเตือนก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปปิดประตูล็อคแ่า
---
รินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางบ่ายแสงแดดอุ่นลอดผ่านหน้าต่างกระดาษสลัวกลิ่นหอมสะอาดของสบู่สมุนไพรและใบชาทำให้เธอสับสนและหวาดระแวงไปชั่วครู่ร่างกายของเธอยังคงอ่อนล้า แต่ขยับแขนซ้ายได้บ้างแล้ว
เอวาก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับถาดใส่น้ำอุ่นผ้าสะอาด และถ้วยซุปสมุนไพรร้อนๆ
"ตื่นแล้วหรือคะ?"เอวาเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มอุ่น
รินขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากแววตาสีเทาฉายรอยกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก "เธอไม่ควรพาฉันมาที่นี่...ที่นี่สะอาดและปลอดภัยเกินไปสำหรับอาวุธอย่างฉันฉันคู่ควรกับความมืดและขี้เถ้าในเหมืองทมิฬมากกว่า"
เอวาวางถาดลงบน Desk ทำงานเดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงอย่างอ่อนโยน"ไม่มีใครคู่ควรกับการต้องอยู่อย่างหนาวเหน็บในความมืดหรอกค่ะ ริน...ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว ให้ฉันช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้คุณนะคะ"
รินหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขินเมื่อเอวาขยับเข้ามาใกล้มือบางของเอวาค่อยๆ แกะสายรัดเกราะหนังสีดำที่ชำรุดออกเผยให้เห็นลาดไหล่และผิวแผ่นหลังของรินที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็สีเงินยาวสลับทับซ้อนรอยแผลเ่าั้เกิดจากการฝึกซ้อมรบอันโหดร้ายในวัยเยาว์ที่ค่ายฝึกสภามืด
นิ้วมือของเอวาััรอยแผลเ่าั้อย่างแ่เบาและทะนุถนอมความอบอุ่นจากฝ่ามือของแพทย์สาวทำให้รินสะท้านใจผิวแผ่นหลังขาวนวลสั่นระริกไม่ใช่เพราะความหนาวแต่เป็เพราะความชิดใกล้ที่เธอไม่คุ้นเคย
ที่กลางอกซ้ายเหนือกะบังลมผลึกอัญมณีทมิฬสีม่วงเข้มยังคงฝังแน่นและเต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจรเอวาบีบสมุนไพรยาสมานแผลลงบนผ้าพันแผล ค่อยๆซับทำความสะอาดแผลไหม้ที่หัวไหล่ของรินอย่างระมัดระวังแววตาของรินวูบไหวสั่นระริกจดจ้องมองใบหน้าด้านข้างของแพทย์สาวที่ตั้งใจรักษาเธอด้วยความชื่นชมและซาบซึ้งใจ
---
เพื่อ้าไถ่โทษและทำตนให้เป็ประโยชน์รินรีบเอ่ยปากหลังจากที่เอวาพันแผลเสร็จสิ้น
"เอวา...สภามืดกำลังวางแผนบุกโจมตีหมู่บ้านนี้จากทางทิศใต้" รินเอ่ยเสียงจริงจังแววตาสีเทากลับมาเฉียบคม"ฉันเป็คนวาดแผนที่จุดอ่อนค่ายกลพฤกษาศิลาส่งไปให้พวกมัน...แม้ฉันจะเผาแผนที่ส่วนตัวทิ้งไปแล้วแต่พวกมันมีสำเนาบางส่วนและรู้จักพิกัดของเสาอาคมหลักทั้งสามจุด"
เอวานิ่งรับฟังสีหน้าเริ่มเคร่งเครียด "เสาอาคมต้นโอ๊ก เสาอาคมหินพฤกษาและเสาอาคมพุ่มหนาม..."
"ใช่...จุดอ่อนที่สุดคือเสาอาคมหินพฤกษาทางใต้คลื่นเวทอัญมณีทมิฬจะพุ่งเข้าโจมตีจุดนั้นเพื่อทำให้ค่ายกลรวมลัดวงจร"รินอธิบายพรางขยับเข้ามาใกล้ แย่งสมุดโน้ตบนโต๊ะมาวาดผังค่ายกลและ ley linesของพลังงาน "หากเธอเชื่อมโยงเวทดิน ของฉันเข้ากับเวทพฤกษาของเธอเพื่อสร้างเกราะซ้อนสองชั้นรอบเสาอาคมหินพฤกษาพลังความมืดของพวกมันจะถูกหักเหสะท้อนกลับไปทำลายตัวรบกวนพลังงานเอง"
เอวาจ้องมองแผนผังที่รินวาดเธอตระหนักได้ทันทีว่ารินกำลังมอบความลับสำคัญของสภามืดให้แก่เธอเพื่อปกป้องหมู่บ้านนี้รินกำลังพยายามใช้ความรู้และพลังของเธอไถ่บาปในสิ่งที่เธอเคยทำผิดพลาดมาในอดีต
"ขอบคุณนะริน..."เอวาเอ่ยพรางกุมมือขวาของรินไว้เบาๆ แววตาสั่นระริกเปี่ยมความหวัง"เราจะช่วยกันปกป้องบ้านหลังนี้ไว้ให้ได้ค่ะ"
รินมองมือที่โดนกุมแ่เบาตอบรับด้วยรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าแผลเป็สีเงินบนแก้มดูอ่อนโยนลงท่ามกลางแสงแดดอุ่นของห้องยา