ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๕๑ ร่างปริศนา (re-edition)

            ยอดยุทธ์หลายสิบคนตรงเข้ามาด้วยท่าร่างอันว่องไว พวกมันกระจายอยู่ด้านทางเข้าวิหาร แสงคบเพลิงตะเกียงสาดส่องสว่างไสว แต่ภายวิหารหินใหญ่โตโอฬารเกินไป แสงเพียงนี้ไม่สามารถมองได้ทั่ว ภาพประหลาดที่เบื้องหน้าทำผู้มาทั้งงุนงงทั้งสยดสยอง

            ที่ห่างไปสิบกว่าวาเงาดำเงาของบุคคลผู้หนึ่งยืนหันหลังอยู่พร้อมกระบี่เรืองแสงสีฟ้าลอยได้เล่มหนึ่ง ถัดเข้าไปกว่าห้าวาเป็นเด็กหนุ่มหัวเกรียนยืนอยู่ด้านหน้าสุด ด้านหลังของมันยังมีบุคคลแอบแนบชิดอยู่ พวกมันโผล่หัวทั้งสามออกมาชะโงกมองดู

            ที่พื้นด้านข้างมีน้ำเมือกเหนียวสีคล้ำกระจายอยู่โดยรอบ .. กลิ่นเหม็นราวซากศพคละคลุ้งไปทั่ว .. ยอดยุทธ์ทั้งหลายต่างปิดปากจมูก เกิดมาเพิ่งเคยเจอกลิ่นเน่าเหม็นจนจวนจะขาดใจเช่นนี้

            ผู้คุมกฎซ้ายเทพบัณฑิต ที่ยืนอยู่ใกล้สุดถึงกับต้องล้วงหยิบผ้าผืนน้อยขึ้นมาปิดจมูก พัดขนห่านสีขาวในมือโบกขึ้นลงเบาๆ คนยืนแน่นิ่งมั่นคง ต่อหน้าลูกสมุนมากมายต้องรักษาภาพลักษณ์ผู้ทรงภูมิปัญญาเอาไว้ หากมาเพียงผู้เดียวมันคงอาเจียนออกมาแล้ว

            ผิดกับเฒ่าปักษาวิญญาณมันสูดดมกลิ่นเข้าไปจนเต็มปอด สีหน้าสดใสซาบซ่านราวอยู่กลางทุ่งดอกไม้ก็มิปาน

            ส่วนสตรีปักษาวารีจ้องมองอุทัยตาเขม็ง นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้เผชิญหน้ากันโดยตรง นางตรวจสอบศิลาส่องปักษาอีกครั้ง พบเห็นดาวแปดแฉกส่งแสงสดใส

            นางยังกลั้นหายใจอยู่กล่าวกับเทพบัณฑิตอย่างแผ่วเบาว่า “เรียนท่านผู้คุมกฎซ้าย .. เป็นพวกมันเจ้าค่ะ ...”

            มีผู้คนมามากมายเช่นนี้ วิหารที่เคยเปลี่ยวเหงากลับคึกคักขึ้นมาทันใด เงาปีศาจค่อยๆ หันกลับไปมองกลุ่มคนที่ยกโขยงกันเข้ามา

            ภายใต้แสงจากคบเพลิงสาดส่อง ภาพที่เหล่ายอดยุทธ์สมาพันธ์ปักษาเทวาได้พบเห็นก็คือ ภูตผีร้ายรูปลักษณ์สยดสยองราวหลุดออกมาจากขุมนรกอเวจี

            มันตัวแคระแกร็นมีหัวโต ดวงตาสีแดงดังโลหิตอยู่ในเบ้าตาลึกดำ จมูกเป็นรูกลวง ปากโบ๋ขากรรไกรล่างห้อยยาวจนถึงกลางอก ทั้งร่างกายเปื้อนเปรอะด้วยน้ำเมือกสีเขียวขุ่น

            ดังต้องมนตร์สะกด !!!

            ... สายตาผู้มาเยือนทั้งหลายจ้องมองมายังเจ้าเงาปีศาจ

            ... ส่วนเจ้าปีศาจเงาก็จ้องมองผู้มาเยือน

            ... ไม่มีวาจาใดเอ่ยออกมา เหลือเพียงความเงียบเข้าปกคลุมทั้งวิหาร

            ทันใดนั้น !!! เสียงของอุทัยดังปานอสนีบาตผ่าลงกลางท้องทุ่ง

            “เป็นมัน !!! .. สังหารมันบัดเดี๋ยวนี้ ..”

            “!!!” เงาปีศาจถึงกับสะดุ้ง เข้าใจว่าบุคคลทั้งหมดที่ติดตามมาเป็นพวกเดียวกับอุทัย

            “!!!” เทพบัณฑิต

            “!!!” เฒ่าปักษาวิญญาณ

            “!!!” สตรีปักษาวารี

            “!!!” ยอดยุทธ์ปักษาเทวา

            กลุ่มคนสมาพันธ์ปักษาเทวาต่างเกร็งพลังปราณตั้งกระบวนท่าเตรียมพร้อม พวกมันเข้าใจว่าภูตผีเบื้องหน้าคือพวกเดียวกับอุทัย

            เงาปีศาจระเบิดพลังปราณปีศาจพวยพุ่งออกเป็นเส้นสายสีดำสุดรุนแรง เกิดแรงอัดกระจายออกรอบร่างกาย

            “เจ้าพวกกบฏ !!! .. ข้าจะใช้ดวงวิญญาณของพวกเจ้าเซ่นสรวงบิดามารดาของข้า” น้ำเสียงแหบแห้งเกรี้ยวกราดของเงาปีศาจตะเบ็งออก

            ทั้งที่เวลาผ่านมานานเนิ่นนับหลายพันปีแต่มันหารับรู้วันเวลาภายนอกไม่ ความคับแค้นของการสิ้นวงศ์ตระกูลยังคงจุกแน่นอยู่เต็มอก เมื่อเห็นยอดยุทธ์มากมายบุกเข้ามาก็เข้าใจว่าพวกมันคือกลุ่มก่อการล้มราชวงศ์ของมัน

            .. อ๊าซซซซซซซซ ... เงาปีศาจร่ำร้องอย่างโหยหวน ความเศร้าสลดที่อัดอั้นถูกระบายออก

            .. พรึบบบบ !!! เงาปีศาจกลายเป็นเส้นสายสีดำพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว สองมือเกร็งเป็นกรงเล็บยาวแหลมคมแผ่พลังสังหารเข้าครอบคลุม

            ยอดยุทธ์ที่อยู่ใกล้สุดสี่คนดีดกายพุ่งเข้ามาสกัดไว้ พวกมันนำอาวุธประจำกายร่ายรำเข้าปะทะ

            .. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! หนึ่งดาบหนึ่งกระบี่ฟาดฟันใส่กรงเล็บมือซ้ายของเงาปีศาจ

            .. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! หนึ่งหอกพร้อมดาบคู่ปะทะกับกรงเล็บมือขวาของเจ้าปีศาจร้าย

            อั๊กกกก !!! อั๊กกกก !!! อุ๊กกกก !!! อ๊ากกกก !!! .. ยอดยุทธ์ทั้งสี่ถูกพลังปราณปีศาจกระแทกถอย

            ด้วยท่าร่างอันว่องไวเงาปีศาจ มันใช้แรงส่งจากการปะทะกระโดดม้วนหมุนลอยตัวขึ้นสูงกว่าสองวา

            เงาปีศาจยกมือปล่อยพลังดูดรั้งกระบี่เทพวายุเข้ามาไว้ในสองมือ ปราณกระบี่เปลี่ยนเป็นสีดำเย็นเหยียบ

            “ตายยยยยยยยย ..” เงาปีศาจกู่ร้องมันฟาดฟันกระบี่ลงมาด้วยโทสะทั้งหมดที่มี

            .. ฟิ้วววววว !!! ประกายดาบสีดำเป็นปราณมรณะสุดรุนแรง ถูกฟาดลงมายังกลางศีรษะของเทพบัณฑิต

            “ฮึ !!! .. เจ้าปีศาจชั่วร้าย” เทพบัณฑิตตาเป็นประกายขยับพัดในมือปล่อยพลังออก เป็นรัศมีพลังปราณสีขุ่นเข้าปะทะ

            .. เปรี้ยงงงงง !!! เสียงดังกึกก้องพลังสองสายปะทะหักล้างกัน

            เทพบัณฑิตถูกกระแทกถอยหลังสองก้าว ส่วนเงาปีศาจม้วนตัวกลับขึ้นกลางอากาศอีกหนึ่งตลบ

            “ฮา ..” เฒ่าปักษาวิญญาณสบโอกาสเหมาะ ดีดกายเป็นเงาไหววูบกระโดดติดตามเงาปีศาจขึ้นไป

            .. บาทาร้อยภูต !!!

            เฒ่าปักษาวิญญาณมาถึงก็ปล่อยกระบวนท่าเป็นชุดลูกเตะนับสิบ มันระดมเตะใส่เงาปีศาจไม่ยอมหยุด

            .. ปั๊กกก !!! ปั๊กกก !!! ปั๊กกก !!! ปั๊กกก !!! ปั๊กกก !!! ปั๊กกก !!!

            เงาปีศาจไม่ทันตั้งตัวถูกเตะกระดูกแทบหัก มันใช้กรงเล็บมือซ้ายตะปบเข้าหน้าอกเฒ่าปักษาวิญญาณ

            .. ผั๊ววววะะะะ !!! เฒ่าปักษาวิญญาณใช้ท่าเท้าสกัดไว้ได้แล้วจึงกระโดดถอยกลับไป

            เฒ่าปักษาวิญญาณถอยออกมา มันส่งสัญญาณมือบางอย่าง ยอดยุทธ์อีกสี่คนพยักหน้ากระโดดเข้าไป

            .. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!!

            เสียงปะทะของดาบกระบี่ดังสะท้านพร้อมประกายไฟแลบแวบวับ เงาปีศาจมือหนึ่งถือกระบี่เทพวายุอีกมือหนึ่งเกร็งเป็นกรงเล็บเข้าต่อสู้

            ครู่หนึ่งยอดยุทธ์อีกสี่คนกระโดดเข้าไปสมทบ ทั้งแปดสาดคมดาบประกายกระบี่ใส่เงาปีศาจไม่หยุดหย่อน เงาปีศาจถูกพวกมากเข้ากลุ้มรุมได้แต่ถอยเป็นพัลวัน

            .. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!!

            ยอดยุทธ์ทั้งแปดเข้าห้อมล้อมปิดทางถอยของเงาปีศาจเอาไว้ ปลดปล่อยพลังปราณสุดแหลมคมฟาดฟันมาจากทุกทิศ

            .. เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!! เคร้งงงงง !!!

            ยิ่งถูกรุมสกรัมเงาปีศาจยิ่งมีโทสะ มันยังว่องไวร่ายรำกระบี่เทพวายุเข้าปัดป้อง

            .. ฉั๊วะ !!! ฉั๊วะ !!! ฉั๊วะ !!! เงาปีศาจถูกฟาดฟันสามดาบ

            แต่มันหามีความรู้สึกเจ็บปวดไม่ ! .. ตาของมันส่องประกายสีแดงโกรธแค้นกระหายเลือด

            .. อ๊าซซซซซซซซ ... เงาปีศาจร่ำร้องระเบิดพลังปราณกระแทกออกรอบกาย

            .. ตูมมมมม !!! เส้นสายพลังปราณสีดำระเบิดออกเป็นวง กระแทกยอดยุทธ์ทั้งแปดกระเด็นถอยออกไปกว่าห้าก้าว

            เงาปีศาจกระโดดถอยหลังสลัดหลุดจากวงล้อม มันหยุดยืนอย่างเหนื่อยหอบชุดคลุมยาวถูกฟันขาดรุ่งริ่ง

            มันสบถด่า “ชิ !!! เจ้าพวกสุนัขหมู่ ...”

            ยอดยุทธ์ปักษาเทวาทั้งหมดถอยกลับเข้าขบวน เทพบัณฑิตก้าวออกมาอย่างงามสง่าพับในมือโบกสะบัดเบาๆ มือลูบเคราท่าทางดังบุรุษผู้ทรงปัญญา

            เทพบัณฑิตกล่าวว่า “ฮึ ฮึ .. นำดวงจิตปักษาอัคคีมาคืนแก่ข้าเถิด ... ข้าจะเว้นโทษตายให้ ...”

            เงาปีศาจกล่าว “ดวงจิตอันใด .. เจ้าหรือจะฆ่าข้าได้ น่าขันยิ่ง ... ฮี ฮี” มันหัวเราะอย่างขบขัน

            เลขาวิหคสวรรค์ด่าว่า “อิ .. อีผีอัปลักษณ์! .. ยิ่งมองยิ่งน่าขยะแขยง .. แหวะ ..”

            เงาปีศาจก่นด่า “ชิ .. อีนี้ .. ปากดี ..”

            เฒ่าปักษาวิญญาณร้องท้าทาย “เจ้าผีร้าย ! วันนี้ข้าจะส่งเจ้าลงนรก ... ฮา ฮา”

            เงาปีศาจจ้องมองเฒ่าปักษาวิญญาณกล่าวว่า “เจ้านี่มีพลังปราณชั่วช้ายิ่ง ... น่าสนใจ ... ฮึ ฮึ ฮึ”

            .. ฟรึบบบ !!! เงาปีศาจดีดกายลอยหยุดอยู่กลางอากาศ

            ท้องของเงาปีศาจค่อยๆ ขยายขึ้น !!! เงาปีศาจกล่าวอย่างจริงจังจนน่ากลัว

            “พวกเจ้าต่างหาก ที่จะได้สัมผัสกับนรก ... นรกที่อยู่บนพื้นพิภพ ... ฮึ ฮึ ฮึ”

            เสียงของมันเยือกเย็นกึกก้องไปทั่ววิหาร แล้วท้องของมันค่อยๆ ขยายขึ้นอีก

            ยอดยุทธ์ทั้งหลายจ้องมองภาพสยองที่เบื้องหน้าจนตาค้าง ท้องของเงาปีศาจก็ขยายใหญ่ขึ้นจนบวมเป่ง

            .. กระบวนท่านี้ !!!

            .. ขณะที่ยอดยุทธ์ทั้งหลายกำลังตื่นตะลึงกันอยู่นั้น บุคคลสี่คนกำลังเคลื่อนกายอย่างเงียบกริบ อุทัยแบกเจ้าธรรมไว้กลางหลังส่วนญานินดาฉุดลากราชิตออกไป

            ท้องของเงาปีศาจบวมเป่งเต็มที่ แขนขาของมันเหยียดเกร็ง ตาแดงก่ำส่องแสงเรืองๆ แล้วจึงโก่งคอราวไก่ขัน ปากอ้ากว้างขยายออกจนเป็นหลุมกว้าง มันกล่าวว่า

            “ข้าเห็นพวกเจ้าแล้ว ... ข้าอยากจาาาา ...”

            .. โฮ๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

            น้ำเมือกสีเขียวอมดำถูกพ่นออกมา ทั้งยังแฝงมาด้วยพลังปราณอย่างรุนแรง มันส่ายหัวไปมาปล่อยน้ำเมือกกระจายออกเป็นวงกว้าง

            เสียงของเทพบัณฑิต “ระวัง !!! น้ำจากปากมัน” .. และมันเป็นคนแรกที่กระโจนหนี ตอนนี้หยุดยืนอยู่หน้าประตูวิหารแล้ว

            “ว๊ายยย !!! อีผีโสโครก ..” เลขาวิหคสวรรค์ร้องกรี๊ด ถอยกรูดหนีไปอย่างรวดเร็ว

            “อี๋ !!! เจ้าผีอุบาทว์” เสียงสตรีปักษาวารีร้องเสียงหลง นางใช้ทางร่างอันว่องไวกระโดดถอยหลังหลบเลี่ยง

            “หวา !!! ไสยเวทสุดลึกล้ำ” เฒ่าปักษาวิญญาณกล่าวชื่นชม ว่าร่างไหววูบเป็นเงาดำถอยห่างออกไป

            “ไอ้ผีจังไร !!!”

            “ไอ้ตัวบัดซบ !!!”

            “เหม็นฉิบ !!! อ๊วกกกกก”

            เสียงสบถจากเหล่ายอดยุทธ์สมาพันธ์ปักษาเทวา พวกมันแตกกระจายต่างกระโดดหลบน้ำเมือกกันอย่างสุดชีวิต เพียงเท่านี้ยอดยุทธ์ที่ล้อมกรอบมันอยู่ก็แตกขบวนแล้ว

            น้ำเมือกจากปากเงาปีศาจกระจายไปทั่ว ยอดยุทธ์สามสี่คนถูกน้ำเมือกสัมผัสร่างกาย พวกมันรู้สึกแสบไหม้ดังโดนน้ำกรดราดใส่

            "อ๊ากกกกกก !!!"

            "อ๊ากกกกกก !!!"

            “โอ๊ยยยยยยย !!! .. แขนข้า .. แขนข้า”

            น้ำเมือกค่อยๆ กัดกินร่างกายทีละน้อย เกิดเป็นไอฟุ้งกระจายพร้อมกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง

            “อ๊ากกกกกก !!! .. ตัดแขนข้า .. ตัดแขนข้า” ยอดยุทธ์ผู้หนึ่งร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

            ยอดยุทธ์ที่อยู่ใกล้สุดสะบัดดาบออกเป็นประกายแหลมคม

            .. ฉั่ววว !!!

            “อ๊ากกกกกก !!!” ปราณดาบตัดแขนของยอดยุทธ์ผู้นั้นจนขาดด้วน

            โลหิตแดงเข้มข้นกระฉูดไหลนอง แขนถูกตัดขาดร่วงลงสู่พื้น แค่อึดใจก็ละลายจนหมดสิ้น

            “อ๊ากกกกกก !!!”

            “โอ๊ยยยยยยย !!! .. ชะ ชะ ช่วยยยย ด้วยยยย”

            ยอดยุทธ์อีกสามคนเกลือกกลิ้งร้องโหยหวน เพียงชั่วครู่ก็เงียบเสียงลง

            .. มันขาดใจตายแล้ว !!!

            ร่างกายค่อยๆ ถูกน้ำเมือกกัดกินจนละลาย แม้แต่กระดูกก็ไม่คงอยู่ เหลือเพียงกองน้ำเมือกสีดำพร้อมไอเน่าเหม็นกองอยู่บนพื้น

            เหล่ายอดยุทธ์ทั้งหมดต่างสะพรึงตื่นตระหนก น้ำเมือกของเงาปีศาจมีฤทธิ์เป็นกรดเข้มข้น พวกมันรับรู้ถึงความร้ายกาจของปีศาจตนนี้แล้ว

            เหตุการณ์กำลังชุลมุนวุ่นวาย ... แต่อุทัยและพวกหลบไปอยู่หลังโลงศิลาดำแล้ว

            ญานินดากระซิบ “.. เจ้าผีร้ายช่างโหดเหี้ยม .. น้ำเหม็นๆ ของมันก็น่ากลัวยิ่ง”

            ราชิตกล่าว “เจ้าพวกที่ติดตามมาก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน”

            อุทัยกล่าว “ทางที่ดีให้มันต่อยตีกันจนตกตายกันเสียให้หมด”

            ญานินดากล่าว “คงไม่สมใจเจ้าหรอก พวกมันยกโขยงกันมามากมายปานนั้น”

            เจ้าธรรมเริ่มทุเลา อาการบาดเจ็บที่ได้รับมีเพียงภายนอก มันออกความเห็น “ถึงแม้เจ้าผีนั้นจะร้ายกาจ แต่จะสู้ผู้คนมากมายได้อย่างไร รีบหาหนทางหลบหนีเถิด”

            ราชิตออกความเห็น “หนีออกไปทางด้านหลังวิหารกันก่อน”

            ญานินดาพยักหน้า “รออะไรกันอยู่เล่า .. รีบไปกันเถิด ...” นางเร่งเร้าให้รีบหนี

            พวกมันไม่รอช้าชักชวนกันย่องลึกเข้าไป เงาตะคุ่มทั้งสี่เดินอย่างเงียบกริบเข้าไปด้านในวิหาร

            เดินไปได้สิบกว่าก้าวทั้งหมดต่างหยุดอย่างฉับพลัน !!!

            มีบางสิ่งอยู่เบื้องหน้า !!!

            ห่างกว่าสามสิบก้าวมีบุคคลหนึ่งนั่งอยู่ !!!

            แสงสะท้อนจากภายนอกตกกระทบเป็นลำส่องลงมาบนพื้นวิหาร ต้องร่างของบุคคลผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ คนผู้นั้นสวมชุดคลุมปกปิดตั้งแต่ศีรษะคลุมทั้งร่างกายเอาไว้ มือกระชับถือสิ่งหนึ่งปักตรึงไว้กับพื้นศิลา ...

            .. มันคือผู้ใด !!! .. ใช่มนุษย์หรือไม่ !!! .. หรือคือภูตผีอีกตนหนึ่ง !!!

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912