บทที่ 38 แผนการของแม่ค้าผัก
ปัจจุบันที่ดินทั้งหมดเป็นของส่วนรวม โดยพื้นฐานแล้วที่ดินที่สามารถเพาะปลูกได้ก็ถูกแยกออกมาเป็นของชาวบ้านหมดแล้ว
เมื่อทุกคนจับตามองอยู่ แน่นอนว่าไม่สามารถปลูกผักบนที่ดินที่ถูกพัฒนาโดยส่วนรวมได้ และบนภูเขาก็ไม่เหมาะสำหรับการปลูกผัก...
โจวซู่อันคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าผักมากมายขนาดนี้มาจากที่ไหน
โจวหลีอันจึงตอบกลับว่า "...อาจจะอยู่ในหุบเขาที่ไหนสักแห่งล่ะมั้ง"
หลังจากพูดจบ เธอก็ขอโทษ 'หุบเขา' ในใจ
โจวซู่อันคิดว่า ถ้าไม่กลัวสัตว์ร้ายในป่า หุบเขาที่ห่างไกลผู้คนก็เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการปลูกผักจริง ๆ ! แต่ว่า… พวกเขาไปที่หุบเขากันหมดแล้ว คนพวกนั้นคงไม่ได้ปลูกแต่ผักอย่างเดียวหรอกนะ
คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้นะ?!
คงไม่มีใครไม่รู้จักปรับตัวขนาดนั้นหรอก! พวกเขาจะต้องเลี้ยงสัตว์อีกแน่นอน!
"พี่ช่วยเรื่องนี้ได้แล้ว!"
ขณะที่พูดประโยคนี้จบ โจวซู่อันก็คิดว่าถ้าเขาทำงานได้ดี เขาจะสามารถเข้าร่วมองค์กรนี้ได้หรือไม่? ถึงแม้เขาจะคิดการใหญ่แค่ไหน ความจริงแล้วเขาแค่อยากกินเนื้อให้มากขึ้น
เมื่อนึกถึงเนื้อ โจวซู่อันก็รู้สึกกระตือรือร้นเต็มที่ "พี่รับรอง สามวันเสร็จ!" สำหรับการสนทนากับคน โจวซู่อันยังมีความมั่นใจในตัวเองมาก
"ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป หนึ่งสัปดาห์ก็พอ" โจวหลีอันกล่าวเพียงเท่านี้
ถึงอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผักในมิติพิเศษของเธอยังไม่มีปริมาณมากพอที่จะเลี้ยงคนหนึ่งหมื่นคนได้ โชคดีที่ผักบางชนิดมีรอบการเติบโตที่รวดเร็ว
นั่นก็คือ ผักกาดขาว
หากปลูกข้างนอก ใช้เวลาเพียงสิบห้าวันก็สามารถเก็บยอดอ่อนมากินได้แล้ว แต่ถ้าปลูกในมิติพิเศษนี้ จะใช้เวลาเพียงห้าวันเท่านั้น และถ้าเพิ่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ลงไปด้วย ก็จะยิ่งเติบโตเร็วขึ้นไปอีก นอกจากนี้การเพาะถั่วงอกก็รวดเร็วด้วย ถ้าปลูกข้างนอกใช้เวลาสี่ถึงห้าวันก็งอกแล้ว แต่ในมิติพิเศษใช้เวลาเพียงแค่วันเดียว
ส่วนผักกาดเขียวปลูกลงไปยี่สิบแปดวันก็สามารถกินได้แล้ว แต่ในมิติพิเศษใช้เวลาเพียงแค่เก้าวัน
ไม่เพียงแต่โจวซู่อันจะมีความมั่นใจในการเข้าสังคมของตัวเอง โจวหลีอันก็มีความมั่นใจในตัวเขาด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีคนที่สามารถจัดหาปริมาณผักที่พนักงานจัดซื้อต้องการได้ในคราวเดียว เท่ากับว่าพวกเธอแค่ไปซื้อครั้งเดียวก็ได้ผักครบ โจวหลีอันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกที่จะร่วมมือจากข้อมูลข้างต้น โจวหลีอันเตรียมตัวที่จะเป็นแม่ค้าผักรายใหญ่แล้ว!
เธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสในการหาเงินหลุดลอยไปแม้แต่ครั้งเดียว และในไม่ช้า เธอต้องหาโอกาสไปปลูกผักในมิติพิเศษให้ได้
ถึงแม้ว่าผักในมิติพิเศษจะเติบโตเร็วแค่ไหน แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ดี
เมื่อโจวซู่อันทำความคุ้นเคยกับรถสามล้อแล้ว ก็เตรียมตัวจะออกไปทำอย่างอื่นต่อเพราะว่าถังใส่ผึ้งของเขายังทำไม่เสร็จ
ก่อนจะไป โจวหลีอันเรียกเขาไว้
"มีอะไรเหรอ?" โจวซู่อันถามอย่างสงสัย
โจวหลีอันยิ้มน้อย ๆ "พี่ลืมหนังสือน่ะ"
โจวซู่อัน "......"
ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดขึ้นมาทันที
อย่างไรก็ตาม โจวซู่อันก็ยังคงเดินกลับไปหยิบหนังสือ เมื่อเขาเดินออกไปแล้ว โจวหลีอันยังไม่ลืมที่จะส่งปากกาให้ด้วย เขาเดินจากไปด้วยท่าทางหัวหนักเท้าเบา *[1]
หลังจากโจวซู่อันจากไป สิ่งแรกที่โจวหลีอันทำคือกลับเข้าห้อง หยิบกระดาษและปากกาออกมา แล้วเริ่มวางแผนการเป็นแม่ค้าผักรายใหญ่ของเธอ ก่อนอื่นต้องแก้ปัญหาที่เร่งด่วนที่สุด พรุ่งนี้เธอต้องเตรียมผักหนึ่งร้อยห้าสิบ เพื่อให้โจวซู่อันนำไปส่งที่โรงงานทอผ้า
โจวหลีอันเข้าไปในมิติพิเศษและดูที่หน้าจอเห็ดก่อนออกมา ในคลังสินค้าของมิติพิเศษของเธอ ตอนนี้มีผักทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบสองจิน
ในนั้น มีพริกเจ็ดสามสิบเจ็ดจิน
ถั่วแขกเจ็กสิบหกจิน
ถั่วฝักยาวเก้าสิบเอ็ดจิน
ผักกาดขาวหนึ่งร้อยห้าจิน
ฟักทองอ่อนหกสิบเอ็ดจิน
แตงกวาแปดสิบสองจิน
โจวหลีอันครุ่นคิดสักครู่ แล้วตัดสินใจหยิบพริกยี่สิบจิน ถั่วแขกยี่สิบหกจิน ถั่วฝักยาวสามสิบเอ็ดจิน ผักกาดขาวสามสิบจิน ฟักทองยี่สิบเอ็ดจิน และแตงกวายี่สิบสองจินออกมา
ด้วยวิธีนี้ พรุ่งนี้ก็จะมีผักหนึ่งร้อยห้าสิบจินพร้อมให้โจวซู่อันนำไปส่งแล้ว นอกจากนี้สำหรับผักทุกอย่างข้างต้น โจวหลีอันยังแบ่งออกมาอย่างละสองจินด้วย เพราะต้องเอาไปส่งไปให้ลุงยามในวันพรุ่งนี้
สำหรับผักที่เหลือ โจวหลีอันเตรียมที่จะนำออกมาสามสิบห้าจิน เพื่อนำกลับไปปลูกลงดินใหม่ โดยใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์เร่งการเติบโตของเมล็ดพันธุ์
เมล็ดพันธุ์ผักที่เธอเพาะเป็นครั้งแรกนั้น ยังมีเหลืออยู่บ้าง และมีจำนวนเยอะกว่าที่แม่โจวให้มาอีก แต่ถ้าปลูกจนหมดอย่างมากก็ได้แค่สามสิบถึงห้าสิบจิน
แต่แค่นี้มันยังไม่พอ!
นอกจากเมล็ดผักกาดขาวแล้ว เธอยังต้องการเมล็ดฟักทอง ถั่วแขก ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี พริก และแตงกวา พืชเหล่านี้ล้วนเติบโตเร็ว ในมิติพิเศษส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียงสิบแปดวันก็สามารถเก็บเกี่ยวมารับประทานได้ ถ้าอยากปลูกพืชพวกนี้จริง ๆ ก็จำเป็นต้องซื้อที่ดินเพิ่ม
หลังจากซื้อของสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว ยังเหลือเงินอยู่หนึ่งร้อยหนึ่งหยวนเก้าเหมาแปดเฟิน บวกกับเงินค่าผักวันนี้อีกสามหยวน รวมทั้งหมดเป็นหนึ่งร้อยสี่หยวนเก้าเหมาแปดเฟิน
ไม่นับเศษ เธอจึงเก็บเงินไว้สิบหยวนสำหรับกรณีฉุกเฉิน ส่วนเงินที่เหลือเก้าสิบหยวนก็นำมาหมุนเป็นค่าใช้จ่าย
เธอใช้มันทั้งหมดเพื่อซื้อที่ดินในมิติพิเศษ เนื่องจากผักกาดขาวเป็นผักที่เติบโตเร็วที่สุดในบรรดาผักทั้งหมด สามารถรับประทานได้ไม่ว่าจะอ่อนหรือแก่ โจวหลีอันจึงคิดวางแผนที่จะปลูกผักกาดขาวก่อน จำนวนสามหมู่
โจวหลีอันประมาณค่าอย่างรวดเร็ว
ผักกาดขาวหนึ่งหมู่ แม้จะเก็บเกี่ยวตั้งแต่เป็นต้นกล้าเพื่อนำมารับประทาน หนึ่งหมู่ก็สามารถเก็บเกี่ยวต้นกล้าผักกาดขาวได้ถึงสี่พันจิน นั่นก็หมายความว่า เพียงแค่หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป หลังจากห้าวัน เธอก็จะสามารถเก็บเกี่ยวต้นกล้าผักกาดขาวจากทั้งสามหมู่ ได้ถึงหนึ่งหมื่นสองพันจินในคราวเดียว
ผักกาดเขียวก็เติบโตได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ใช้เวลาเพียงเก้าวันในมิติพิเศษก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว
โจวหลีอันเตรียมที่จะปลูกผักกาดขาวก่อน และค่อยปลูกผักกาดเขียว เมื่อครบเก้าวัน เธอคาดว่าจะเก็บผักกาดเขียวได้ประมาณห้าพันจินต่อหนึ่งหมู่ ปลูกสองหมู่ก็ได้ถึงหนึ่งหมื่นจิน
ส่วนแปลงที่เหลือ โจวหลีอันเตรียมปลูกถั่วแขก ถั่วฝักยาว แตงกวา และฟักทอง อย่างละหนึ่งหมู่
ผักเหล่านี้ ในมิติพิเศษจะสุกงอมได้ภายในสัปดาห์เดียวหรือสองสัปดาห์
ผลผลิตต่อหนึ่งหมู่คือ สามพันจิน สี่พันห้าร้อยจิน หกพันจิน และสามพันห้าร้อยจินตามลำดับ และเมื่อมีโอกาส เธอคิดจะปลูกผักชนิดอื่น ๆ ในมิติพิเศษให้เพิ่มมากขึ้น
ส่วนผักที่เธอต้องจัดหาให้โจวซู่อันในสัปดาห์นี้
นอกจากผักที่เก็บเกี่ยวแล้วและเก็บไว้ในมิติพิเศษแล้ว ในแปลงยังมีผักกาดขาวที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันที และผักอื่น ๆ ที่สามารถกินได้ในอีกไม่กี่วันด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผักกาดหอมและมะเขือเทศ
ผักกาดหอมสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในอีกสองวัน ส่วนมะเขือเทศจะเริ่มสุกทยอยในอีกสี่วัน สองอย่างนี้มีจำนวนมากพอสมควร
หัวผักกาดขาวลูกเล็กก็หนักกว่าหนึ่งจินแล้ว ส่วนลูกใหญ่อาจหนักถึงสามถึงสี่จิน
ส่วนผลไม้ดิบที่ห้อยอยู่บนต้นตอนนี้ โจวหลีอันมองดูแล้วลูกใหญ่ คาดว่าน่าจะหนักกว่าหนึ่งจินต่อลูก
หากยังไม่พอ เธอก็สามารถไปขุดของป่ามาเพื่อเพิ่มจำนวนได้อีก ไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้จีน ผักชี เห็ด หน่อไม้ กุยช่ายป่า และผักกูด ผักเหล่านี้ล้วนเป็นของดีทั้งนั้น
ไม่ว่าจะคิดอย่างไร โจวหลีอันก็รู้สึกว่าแผนการของแม่ค้าผักนั้นเป็นไปตามที่วางไว้
หลังจากที่ทบทวนแผนการในหัวอีกครั้ง โจวหลีอันก็เข้าไปในมิติพิเศษเพื่อซื้อที่ดิน เธอมองดูพื้นอันกว้างขางที่เพิ่มขึ้นมาในมิติ แม้ว่ายังไม่ได้ทำอะไร แต่โจวหลีอันก็รู้สึกพอใจไปแล้ว
หลังจากได้ที่ดินมาแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่เมล็ดพันธุ์
ก่อนอื่นโจวหลีอันจะเอาเมล็ดพันธุ์ผักที่เก็บไว้มาปลูกก่อน ส่วนที่ดินที่เหลือ ต้องรอให้เธอมีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในวันพรุ่งนี้ก่อน แล้วค่อยใช้มันมาเร่งการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งจะทำให้มีเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อไปได้ หลังจากที่คิดทบทวนเรื่องเหล่านี้ในหัวอย่างถี่ถ้วนแล้ว โจวหลีอันก็ออกจากมิติทันที
เมื่อดูเวลาแล้วพบว่ายังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนที่โจวซู่อันจะมาถึง โจวหลีอันจึงสะพายตะกร้าออกจากบ้าน
เธอตั้งใจจะไปขุดหน่อไม้ในป่าไผ่ ช่วงนี้เป็นฤดูกาลของหน่อไม้ป่าพอดี
หน่อไม้ที่อยู่นอกป่าถูกคนขุดไปเกือบหมดแล้ว โจวหลีอันแบกตะกร้าและจอบเดินเข้าไปข้างในป่าที่ลึกกว่าเดิม
เมื่อเข้าไปในป่า ก็เจอหน่อไม้มากขึ้น โจวหลีอันจึงเริ่มขุดโดยไม่มีการดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ แต่เธอก็เหนื่อยจนต้องนั่งพักสักครู่ ดังนั้นในช่วงบ่ายเธอจึงขุดหน่อไม้ได้เพียงหนึ่งร้อยห้าสิบจิน
แต่โจวหลีอันก็รู้สึกพอใจมาก ที่มีหน่อไม้ในฤดูใบไม้ผลิตั้งหนึ่งร้อยห้าสิบจินเก็บไว้ในมิติพิเศษ
เท่ากับว่าพรุ่งนี้เธอจะใช้แค่น้ำหนักผักที่ต้องส่งให้บ้านของลุงยามเท่านั้น ขณะกลับบ้านโจวหลีอันเห็นจากระยะไกลว่ามีคน ๆ หนึ่งกำลังเดินวนเวียนอยู่รอบ ๆ บ้านของเธอ
เนื่องจากระยะทางที่ไกล จึงมองไม่ออกว่าเป็นใครกันแน่ แต่ก็สามารถเห็นได้จากรูปร่างและพฤติกรรมว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่ง
[1] 头重脚轻 หรือ ‘หัวหนักเท้าเบา’ หมายถึง เดินทีไรดูไม่ค่อยมั่นคง