ลลันตาลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงความสว่างของห้องนอนเกิดจากแสงสว่างด้านนอกระเบียงผ้าม่านสีฟ้าอ่อนเผยให้เห็นแสงรำไร ยาม่เช้าลลันตาหันตัวนิดนึงก็รู้สึกถึงแขนหนักที่โอบกอดหญิงสาวไว้อยู่ ลลันตาค่อยๆแกะออกเบาๆ หันมามองบุรุษที่นอนหลับตาปุ๋ยบนที่นอนหนานุ่ม
ดูๆไปเขาก็หล่อไม่เบาเลยปลายจมูกคมสัน ริมฝีปากหยักได้รูป ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแม้จะมี เคราหนวดสีเขียวบางๆ
ลลันตาเผลอเอามือไปััเบาๆที่หน้าของชายหนุ่ม ราชันย์ลืมตาช้า ๆ ก่อนจะดึงใบหน้างามมาจุ๊บเบา ๆ
“ตื่นแล้วเหรอที่รัก”ชายหนุ่มถามเสียงใส “ค่ะ..เช้านี้คุณมีโปรแกรมจะไปไหนต่อค่ะ”ลลันตาถามในขณะที่พยุงหลังพิงหัวเตียงดึงผ้าห่มมาปิดบริเวณทรวงอกคลุมไม่ให้โป๊เปลือย เพราะรู้สึกเขิน ๆ แม้ว่าหล่อนกับเขาจะผ่านาสวาทมาแล้วหลายรอบก็ตาม
“ไม่มีครับ..วันนี้ผมจะพาลันเที่ยว...ลันอยากไปไหนสั่งผมมาได้เลย...” ชายหนุ่มสายตาขี้เล่น ลลันตา ยิ้มหวาน“ภูเก็ตมีที่ไหนน่าเที่ยวนะ..”ลลันตาหยิบมือถือในกระเป๋าสะพายบนโต๊ะที่วางข้างๆกับหัวเตียง มาเลื่อนกดดูไปเรื่อย ๆ
สักพักมือถือก็มีสัญญาณดังขึ้น ต้นสายขึ้นชื่อ “อัคนี”หลายวันมาแล้วที่หญิงสาวแทบจะไม่จับต้องโทรศัพท์เลยก็เห็นข้อความว่า อัคนี โทรหาหล่อนเกือบ 20 กว่าสายราชันย์มองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของหญิงสาว พลางถาม
“ใครโทรมาครับ?” “อัคนีค่ะ เพื่อนลันเองค่ะขออนุญาตรับนะคะ” หญิงสาวบอก ก่อนจะตัดสินใจรับสาย “ฮัลโหล..”
อัคนี : ลันตอนนี้อยู่ไหนอ่ะ?
ลลันตา: มาทำงานอยู่ต่างจังหวัด นายมีไรหรือเปล่า?
อัคนี: ก็มีนะแต่ว่าเดี๋ยวเรารอให้ลันกลับมาจากต่างจังหวัดก่อน ลันจะกลับวันไหนอ่ะ?
(ชายหนุ่มถามเสียงกระตือรือร้น)
ลลันตา:เรากลับวันอาทิตย์นายมีเื่อะไรเหรอ?
อัคนี:OK.งั้นวันอาทิตย์เจอกันที่บ้านพ่อลันนะ...ธุระสำคัญมาก
ลลันตา:เื่อะไร บอกหน่อย?
อัคนี:ยังไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าสำคัญมากวันอาทิตย์นี้มาให้ได้นะ เราจะได้พาพ่อลันไปทานข้าวนอกบ้านด้วยกัน ร้านอร่อยไม่เจอกันนานแล้วคิดถึงนะลัน...(เสียงรอดออกมาจากโทรศัพท์แม้จะไม่ดังมากก็พอจับใจความได้ว่าปลายสายพูดอะไร)
ลลันตา:งั้นก็ได้
หญิงสาววางสายโทรศัพท์ ก็หันมาเจอสายตาบึ้งตึงของคนข้าง ๆ“แน่ใจนะว่าแค่เพื่อน..” ราชันย์พูดน้ำเสียงเหวี่ยง ๆ “ใช่ค่ะ แค่เพื่อน..”
“อุ้ย!!”ลลันตาอุทานเสียงหลงเมื่อร่างหนาขึ้นทับอยู่้าจับมือทั้งสองข้างกดลงกับที่นอน
“ตอนนี้ลันเป็เมียผมแล้ว...ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับของๆผมทั้งนั้น รวมถึงเพื่อนคนนี้ของลันด้วยนะ..ลันก็เหมือนกันอย่าให้ผมรู้นะว่าแอบปันใจให้ใคร...ผมเอาตายเลย...”พูดพลางซุกไซ้ไปตามซอกคอ ก่อนจะกระชากผ้าห่มที่หญิงสาวคลุมหน้าอกออกเผยให้เห็นสองเต้าเต่งตึงสล้าง ปลายถันชูชันสีแดง
ชายหนุ่มกระชากลิ้นตวัดไปมาก่อนจะดูดดุนจนหญิงสาวเสียวซ่าน...”อื๋อ...พอก่อนเถอะค่ะลันไม่ไหวแล้ว...ไหนคุณบอกจะพาลันไปเที่ยวไง..”หญิงสาวเอื้อนเอ่ย..ปรามให้ชายหนุ่มหยุดอารมณ์ปรารถณา
“จริงซิ เกือบลืม..ลันอยากไปไหนครับ...วันนี้ผมเป็ของลันทั้งวันเลยนะ อยากไปไหนทำอะไร บอกมาได้เลย”ราชันย์ทำตัวน่ารักอีกแล้ว จะไม่ให้หลงได้ไง หึ...ลลันตายิ้มหวาน ก่อนจะจิ้มโทรศัพท์เลื่อนดูที่เที่ยวในจังหวัดภูเก็ต....
วันนี้เป็วันที่ลลันตามีความสุขมากที่ได้เที่ยวผ่อนคลายไปกับชายหนุ่มเขาเช่ารถพาหล่อนขับรถเที่ยวรอบ ๆ ภูเก็ต แวะเกาะเฮ นั่งเรือสปีดโบ๊ทไปเดินเล่นบนชายหาด ราชันย์เป็ช่างภาพจำเป็ ถ่ายรูปให้หญิงสาวพาไปทานอาหารทะเลซีฟู๊ดอร่อย ๆ ร้านเด็ด ลลันตาดูมีความสุขมากที่ชายหนุ่มคอยดูแลเทคแคร์ไม่ห่าง
ราชันย์คิดว่านี่คือสิ่งที่เขาอยากทำกับลลันตามานานแล้วถ้ามีโอกาสรักที่เขาเฝ้ารอคอยมา 6 ปี ภาพความทรงจำลาง ๆ ในวันนั้น หญิงสาวในชุดมัธยมปลายเสื้อผ้าเปื้อนเื ช่วยผยุงร่างชายหนุ่มที่ตัวชุ่มไปด้วยเืเนื้อตัวถลอกปอกเปิกเต็มไปด้วยาแจากการประสบอุบัติเหตุรถยนต์ พลิกคว่ำ
วันนั้นเป็วันสุดท้ายของงานศพผู้เป็บิดาราชันย์ในวัย 26 ปีต้องรีบกลับมาจากอังกฤษในขณะที่เขากำลังศึกษาต่อปริญญาโทและเหลืออีก1 ปีก็จะจบสาขาบริหาร ฝนที่ตกโปรยปราย ราชันย์พยายามขับรถด้วยความระมัดระวังแต่กลับเบรกรถยนต์ไม่อยู่ ทำให้เสียการทรงตัวรถไถลไปเรื่อยจนราชันย์ต้องหักรถพุ่งชนกับต้นไม้ สภาพรถพังยับเยิน ร่างเขาติดอยู่ในซอกคนขับ...
สายฝนที่กระหน่ำโปรยปรายเขามีสติสัมปชัญญะเลือนลาง ร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยเืที่ไหลสด..เขาติดอยู่ในรถไม่สามารถออกมาได้แสงไฟจากรถมอเตอร์ไซด์สาดส่องมาที่ตัวเขา
“มีคนติดอยู่ในรถ...คุณค่ะรู้สึกตัวไหมคะ” เสียงใสะโถาม...”รอสักครู่นะคะ ...ฉันจะช่วยคุณออกมา..ขอโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลก่อนนะคะ...”พูดพลางกดโทรศัพท์ หลังจากโทรแจ้งเรียกรถพยาบาลแล้ว สาวน้อยในวัย 17 ปีพยายามหาอุปกรณ์เครื่องมือที่หาได้ในตอนนั้น แงะร่างเขาออกมาจากรถอย่างระมัดระวัง
“ทำใจดีๆ ไว้นะคะ...อดทนหน่อยนะคะ” เสียงสาวน้อยคอยปลอบประโลมชายหนุ่มจำใบหน้าอ่อนหวานนั้นได้ดี ลันลตาคือเด็กสาวคนนั้นที่ช่วยเขาออกมาจากความตายหญิงสาวลากชายหนุ่มออกมาจากรถด้วยความทุลักทุเล..เืท่วมหน้าราชันย์จนจำเค้าหน้าไม่ได้
สักพักก็มีเสียงรถพยาบาลเปิดไซเลนวิ่งเข้ามาใกล้ ๆ เ้าหน้าที่กรูกันออกมาช่วยกันประคองร่างกำยำที่เปียกโชกไปด้วยเืขึ้นเปลเตียงผู้ประสบภัยราชันย์นอนมอง ร่างบางที่ยืนอยู่ปลายเท้าพร้อม ๆกับสายตามองที่หน้าอกหญิงสาวที่ปักป้ายชื่อนักเรียนไว้
“ลลันตาธนานนท์” หลังจากนั้นภาพก็ค่อย ๆตัดหายวับไป...เขานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลร่วมๆ เดือน กว่าจะฟื้น ระหว่างนั้นบรรดาเหล่าเครือญาติก็ผลัดกันมาเยี่ยมโดยเฉพาะแม่เลี้ยงของเขา กับน้องชายต่างมารดา
ราชันย์ไม่ค่อยสนิทสนมคุ้นเคยกับญาติพี่น้องในเมืองไทยมากนักเพราะั้แ่แม่ตายไป พ่อก็มีเมียใหม่ซึ่งพยายามทำดีกับราชันย์แต่เขาก็ไม่ค่อยสนิทด้วยนัก บางทีก็เหมือนการเสแสร้งแต่หล่อนก็ไม่แสดงออกมาตรง ๆมีเพียงสัญชาตญาณของราชันย์เท่านั้นที่คอยบอกเท่านั้นเอง
จนกระทั่งเขาไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับคนที่นี้ มีเพียงบิดาที่โอนค่าใช้จ่ายไปให้ใช้ทุกเดือนเขาใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษอย่างสะดวกสบายแต่เขาก็เลือกที่เวลาว่างที่ไม่ได้ไปเรียนหางานพิเศษทำเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตให้กับตนเอง