คุณอุดรดูแลเข็มทิศเป็อย่างดี ทั้งเื่เสื้อผ้า อาหารการกิน รวมไปถึงการติดต่อหมอศัลยกรรมฝีมือดีให้รักษาใบหน้าของหลานชายด้วย เนื่องจากเขาทนไม่ได้ที่จะเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของหลานชายมีแผลเป็ เพราะนั่นจะเป็การตอกย้ำว่าเขาไม่สามารถดูแลหลานชายแทนพี่ชายและพี่สะใภ้ที่จากไปได้
ซึ่งในระหว่างที่พักอยู่กับคุณอุดร หลานชายสุดที่รักก็ไม่ได้คิดที่จะอยู่เฉย...
“พี่ครับ ผมเอาเอกสารมาส่งให้กับคุณเข็มทิศ ทศทิศเทวากุล ครับ เ้านายผมกำชับว่าต้องส่งให้ถึงมือด้วย ไม่ทราบว่าอยู่รึเปล่าครับ” เสียงจากเมสเซนเจอร์คนหนึ่ง แต่งตัวด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนสวมเสื้อแจ็กเกตสีดำทับ ใส่หมวกแก๊ป ดึงปีกหมวกลงมาปิดบังใบหน้าบางส่วน แจ้งความประสงค์กับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัทสารทิศการช่าง
“น้องมาจากบริษัทอะไรคะ พี่จะได้แจ้งเลขาของท่านถูก”
“เอ่อ...บริษัทสหกิจครับ” ผู้มาติดต่อใช้เวลาคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปในที่สุด
“อ้อ สหกิจการโยธาน่ะเหรอ”
“ครับ ๆ นั่นแหละใช่ ๆ”
“แป๊บนะ พี่ขอแจ้งเลขาท่านก่อน” พนักงานประจำเคาน์เตอร์ตอบกลับ ก่อนหันไปยกหูโทรศัพท์แจ้งเลขาของซีอีโอ พูดคุยกันไม่กี่ประโยค แต่ก็พอให้ผู้ที่รออยู่สามารถมองสำรวจได้โดยรอบ
“น้องคะ ขึ้นไปที่ชั้นสามนะคะ ห้องของคุณเข็มทิศอยู่สุดทางเดินขวามือค่ะ ติดต่อกับคุณจิตตรีเลขาหน้าห้องของท่านได้เลยค่ะ”
เมสเซนเจอร์หนุ่มเอ่ยขอบคุณ ก่อนเดินไปตามทางที่ได้รับการบอกกล่าวมา ระหว่างทางก็มองสำรวจบรรยากาศโดยรวมไปด้วย เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสาม ชายหนุ่มก็ตั้งใจเดินมุ่งไปที่ห้องของซีอีโอบริษัท ทว่ายังไม่ทันถึงก็ต้องรีบหลบเข้ามุมห้องเสียก่อน
“ทำไมป่านนี้ยังไม่เจออีก ทำงานกันยังไง รู้มั้ยว่าถ้าหาไม่เจอมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง” น้ำเสียงเคร่งเครียดดังขึ้นไม่ต่างจากสีหน้าของคนพูด ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร หรือก็คือคุณทักษิณ เดินคุยโทรศัพท์ออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วก็เข้าไปในห้องของผู้จัดการฝ่ายการเงินต่อ เสียงที่ดังให้ได้ยินจึงมีเพียงแค่นั้น
เมสเซนเจอร์หนุ่มเดินต่อไปยังห้องของซีอีโอบริษัท
“ผมมาพบคุณเข็มทิศครับ เ้านายให้เอาเอกสารมาส่งให้ถึงมือครับ”
“อ้อ จากคุณสมิท บริษัทสหกิจการโยธาใช่มั้ย?” จิตตรีเลขานุการหน้าห้องเอ่ยขอคำยืนยัน
“ครับ”
“งั้นเชิญตามมาค่ะ” คุณจิตตรีเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นไปเคาะประตูห้องเ้านาย ก่อนจะเปิดแล้วเดินนำเข้าไป
“คุณทิศคะ เมสเซนเจอร์ที่แจ้งไว้มาแล้วค่ะ”
คนที่นั่งหน้ายุ่งอยู่ที่โต๊ะใหญ่กลางห้องกับกองเอกสารจำนวนหนึ่ง เงยหน้าขึ้นมามองผู้ที่เข้ามาทั้งสองคน
“...” คนที่เดินตามเลขานุการสาวใหญ่เข้ามาถึงกับชะงักไปชั่ววินาที แววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองแปรเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะรีบก้มหน้าดึงปีกหมวกลงมาปิดหน้ามากกว่าเดิม เมื่อได้เห็นว่าคนที่เงยหน้าขึ้นมานั้นเป็ใคร ความตั้งใจที่มีมาแต่เดิมว่าจะมาจัดการตัวปลอมให้สาบสูญ แล้วเข้าสวมรอยแทนตัวปลอมเองอีกทีเพื่อจัดการกับคนที่อยู่เื้ัได้หายไป และผุดแผนใหม่ขึ้นมาในหัวอย่างฉับพลัน
“ไหนครับเอกสาร”
เสียงถามที่ดังขึ้น เรียกสติของคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดกลับมา สองมือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบซองเอกสาร สีน้ำตาลออกมาซองแล้วซองเล่า แต่ก็ไม่พบซองที่้าเสียที
“เอ่อ...ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ ผมคงหยิบซองผิดมา เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปเอามาให้ใหม่ แต่ว่าคุณสมิทฝากข้อความมาบอกท่านด้วยครับ ว่าอยากจะขอนัดทานข้าวกับท่านสักมื้อ เพื่อแสดงความยินดีที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งใหม่ เห็นว่าจะโทรมาขอนัดกับท่านด้วยตัวเองอีกครั้งด้วยครับ”
“อือ เอาสิ” คนที่ได้รับข้อความตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าสายตาพยายามสอดส่องเข้าไปใต้ปีกหมวกที่บดบังใบหน้าคนพูดอยู่ เพราะความรู้สึกคุ้นมากกว่าคนที่เพิ่งจะเคยพบเจอกัน
เมสเซนเจอร์หนุ่มขอตัวกลับ โดยบอกว่าจะรีบกลับไปเอาเอกสารมาให้ใหม่ ทว่าเมื่อออกจากบริษัทสารทิศการช่างแล้ว เมสเซนเจอร์หนุ่ม หรือก็คือเข็มทิศตัวจริง ได้โทรหาคุณอุดรทันที เพื่อบอกให้คุณอาสุดที่รักทำตัวเป็คุณสมิท โทรเข้าไปหาเข็มทิศตัวปลอม เพื่อนัดออกมากินข้าวตามที่ตนได้แจ้งไว้
(ไอ้ทิศ! อาก็ว่าแกหายไปไหน แกไปอย่างนั้นมันเสี่ยงมากนะ รู้รึเปล่า ถ้าไอ้คนที่มันอยู่เื้ัรู้ว่าแกยังไม่ตาย ทีนี้ละจะได้ตายจริง รีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย) และนี่ก็เป็เสียงที่ตอบกลับมาจากคุณอาสุดที่รัก...
“เดี๋ยวผมจะรีบกลับเลยครับท่านเชฟดร แต่ว่าตอนนี้ท่านเชฟช่วยผมก่อน โทรนัดไอ้คนที่มาสวมรอยผมออกมากินข้าวให้ผมก่อนนะคร้าบ” เสียงอ้อนส่งไปยังปลายสาย
(เออ ๆ ก็ได้วะ แล้วแกจะให้นัดที่ไหน? เมื่อไหร่?) คุณอุดรตอบกลับอย่างอ่อนใจ
นิ้วชี้เรียวยาวเคาะโต๊ะเป็จังหวะอยู่นาน พอ ๆ กับการถอนหายใจ สายตาจับจ้องไปยังหน้าจอสี่เหลี่ยมซึ่งมีภาพของคนสองคนอยู่ในห้องอาหาร ที่มีความเป็ส่วนตัวสูง
“นัดที่ไหนก็ไม่นัด ดันมานัดที่ร้านท่านเชฟดร โทรให้มันแล้ว ยังต้องมาเคลียร์ห้องว่างให้มันอีก ถ้าฉันเสียลูกค้าไปนะ แกต้องชดใช้ให้ฉันเลยไอ้ตัวแสบ”
และหากคุณอุดรจะไม่ลืมว่าตัวเองกำลังทิ้งหน้าที่หัวหน้าเชฟที่ต้องประจำอยู่ในครัว แล้วมานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อดูหลานชายด้วยความเป็ห่วงผ่านกล้องวงจรปิดอยู่ในเวลานี้ ก็คงได้มีเื่พึมพำก่นด่าหลานชายต่ออีกหนึ่งเื่ด้วย
ในขณะที่คุณอุดรกำลังดูหน้าจอไปบ่นไป คนที่กำลังถูกบ่นโดยไม่รู้ตัวก็กำลังอยู่ในห้องที่เพิ่งจะว่างจากการเคลียร์คิวลูกค้าออกไปเมื่อครู่ กับอีกคนหนึ่งที่เขาอยากเจรจาด้วย
ซีอีโอจำเป็ของบริษัทสารทิศการช่าง มองคนที่นัดเขามาด้วยสายตาสำรวจ แม้จะเป็ด้านหลังก็ตาม เพราะว่าคนที่ถูกสำรวจโดยไม่รู้ตัว เอาแต่หันหลังเลือกเพลงเข้าลิสต์เล่นอยู่
ภาพที่เห็นทำให้ซีอีโอจำเป็นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย คุณสมิทที่เขาได้รับข้อมูลมา เป็ประธานบริษัทที่มีอายุหกสิบกว่า ๆ ซึ่งดูขัดแย้งกับแผ่นหลังที่เห็น ทั้งลักษณะรูปร่าง การแต่งตัว และลักษณะเพลงที่ฟังก็ขัดแย้งเช่นกัน
‘หกสิบกว่าฟังบรูโน่ มาร์เลยเหรอวะ’ สายตากวาดมองเสื้อแจ็กเกตสีดำเช่นเดียวกับกางเกงยีนและ...หมวกแก๊ป ผิดจากที่คิดไปมาก
“คุณชอบฟังเพลงอะไรล่ะ” ชายหนุ่มที่กำลังเลือกเพลงอยู่เอ่ยถาม โดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับมามองคนที่เขาถาม
“อะไรก็ได้ครับ”
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก หลังจากนั้น อาหารก็ค่อย ๆ ถูกลำเลียงมาตั้งไว้บนโต๊ะจนเต็ม พนักงานเสิร์ฟจึงกลับออกไป ปล่อยทั้งห้องให้เหลือเพียงสองหนุ่มเช่นเดิม
“คุณสมิทครับ ผมต้องขอโทษที่เสียมารยาทขัดจังหวะนะครับ ไม่ทราบว่าคุณนัดผมมาวันนี้มีเื่อะไร เชิญพูด...” คนที่เริ่มรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศภายในห้องเลือกที่จะเอ่ยขึ้นก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะหันมาพูดอะไรกันสักที เพราะเอาแต่สนใจกับการเลือกเพลงเข้าลิสต์ที่จะเล่นอยู่นั่นเอง ทว่ายังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงขัดขึ้นเสียก่อน
“ชู่ว์”