“นายว่าพวกเขาจะยังจัดงานต่อไหม ?” ชายคนหนึ่งกระซิบถามเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ฉันก็ไม่แน่ใจแหะแต่ถ้าไม่จัดงานต่อนี่เสียเวลามากเลยนะพวกเราอุตส่าห์ขับรถมาเป็ชั่วโมงเพื่อกิจกรรมนี่ ถ้ามันต้องล่มฉันคงต้องไปด่าพวกตำรวจที่หน้าสถานีแน่ๆ” เพื่อนของเขาตอบกลับมาด้วยความโมโห
ถึงยังไงมันก็เป็แค่เื่ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปไม่ใช่รึไง? ถึงกับต้องพากันมาเป็ร้อยคนเพื่อปิดงานเลยรึไง ? เอกสารอะไรก็ไม่มีด้วยซ้ำในความเป็จริงต้องตรวจหาหลักฐาน ออกหมาย เรียกตัวไม่ใช่เหรอ ?ทำไมตำรวจถึงทำเื่แบบนี้กัน
“เฮ้ย! จะให้พวกเรารออีกนานไหม” มีใครบางคนเริ่มะโออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ใช่แล้ว! พวกตำรวจเฮงซวยรอหน่อยไม่ได้รึไง? ถ้างานจัดต่อไม่ได้ฉันจะไปปลาไข่เน่าใส่สถานีพวกแก!!”
ชาวจีนมุงเริ่มพากันโห่ร้องออกมาด้วยความไม่พอใจในตัวเ้าหน้าที่ตำรวจพวกเขาอุตส่าห์เดินทางมาเบียดเสียดเพื่อรอร่วมงานนี้เลยนะ!
“ทุกท่านใจเย็น ๆ ก่อนครับต้องขอโทษที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย พวกเราจะถอยออกไปก่อนให้ทางห้างจัดกิจกรรมได้เหมือนเดิม ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ”มีเ้าหน้าที่ตำรวจเดินออกมากล่าวขอโทษประชาชนโดยรอบ
เป็เวลาพอดีกับที่รองสารวัตรตกลงกับกลุ่มของเย่เซวียนและฮวาหวู่หลิงเสร็จเ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละนายเลยได้แต่เดินไปขอโทษประชาชนโดยรอบแล้วไปยืนรออยู่ที่มุมๆ ของสถานที่เพื่อไม่ให้รบกวนแทน
...
“ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบทางห้างซานิขออภัยในเื่เข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี่ด้วยนะคะทางเรายังจัดกิจกรรมตามเดิม ไม่เปลี่ยนกำหนดการค่ะ” เสียงประกาศดังขึ้นทำให้ชาวจีนที่รอร่วมกิจกรรมค่อยสงบจิตใจลงได้
“ขณะนี้ก็เป็เวลาบ่ายสามโมงพอดี ขอประกาศเริ่มกิจกรรมซื้อสินค้าห้าร้อยหยวนรับฟรีสินค้าหนึ่งชิ้นแบบสุ่ม ณ บัดนี้!!” สิ้นสุดเสียงประกาศฝูงชนที่ต่อแถวอยู่ก็แทบรอไม่ไหวพวกเขาไม่สนใจคิวที่จัดให้อะไรทั้งนั้นพากันฝ่าที่กั้นเข้าไปยังโซนสินค้าที่ร่วมกิจกรรมทันที
แน่นอนว่าผู้ที่มาก่อนก็จะได้อยู่แถวหน้าย่อมได้เปรียบคนอื่นอยู่เล็กน้อยเพราะพวกเขาสามารถเข้าไปได้ก่อนนับว่าโชคดีที่ไม่มีการเหยียบกันเกิดขึ้น มีก็แค่การชนกันเล็กน้อยเท่านั้น
“ดูเหมือนจะเป็ไปได้ด้วยดีนะถ้าไม่นับว่ามีพวกน่ารำคาญมารบกวนนิดหน่อย”เย่เซวียนกล่าวออกมาพลางมองภาพผู้คนที่แย่งกันซื้อของเพื่อที่จะได้สิทธิ์ในการสุ่ม
“ก็นะ ดูนั่นสิ! เขาสุ่มได้โน๊ตบุ๊คตัวท็อปด้วยล่ะตั้งสองหมื่นหยวนนะ ชายคนนั้นคุกเข่าเลยแหะ”ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาพลางชี้ให้ดูชายคนหนึ่งที่กำลังคุกเข่ากับพื้นพร้ะโกนออกมาด้วยความดีใจ
ในอ้อมแขนของเขามีกล่องใส่โน๊ตบุ๊คอยู่กล่องหนึ่งเขาชื่อว่าชานเป่ย เขาเป็เพียงนักศึกษาที่ฐานะยากจนคนนึงโชคดีที่หอพักของเขาอยู่ไม่ไกลจากห้างซานินักและเขามักจะมองหาสถานที่ซึ่งมีการลดราคาและแจกสิ่งของอยู่เป็ประจำ
ในวันนี่เขาก็ได้เห็นโพสของทางห้างซานิั้แ่ก่อนจะมีไลฟ์สดเสียอีกเขาจึงอยากลองมาเสี่ยงด้วงกับรูมเมทของเขาดูซึ่งรูมเมทของเขาสุ่มได้เก้าอี้เกมมิ่งราคาหลายพันหยวนไปก่อนหน้าเขานั่นก็นับว่าหน้าใมากแล้ว เพราะพวกเขาซื้อสินค้าแค่ห้าร้อยหยวนเท่านั้น!
แต่เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าตัวเขาจะสุ่มได้โน๊ตบุ๊คแบบนี้!!
“ฉันจะไปร่วมกิจกรรมด้วยได้ไหมนะ ?” นายตำรวจคนหนึ่งกล่าวออกมาเสียงแ่เบาเขารู้สึกอิจฉาคนที่ได้ร่วมกิจกรรมมากเสียดายที่ต้องมาทำตามคำสั่งของรองสารวัตรบ้าอำนาจแบบนี้!
ครึ่งหลัง
“ทำใจเถอะ มันยังอยู่ในเวลางานใครใช้ให้รองสารวัตรรับเงินจากเหอจุนไปเยอะกันล่ะพวกเราก็ทำได้แค่อดทนทำตามคำสั่งก็เท่านั้น”เพื่อนสนิทของเขากล่าวออกมาเสียงเบาเขากลัวว่าจะมีใครได้ยินเข้าแล้วมันจะเป็เรื่ง
“ก็จริง เฮ้อ! มันก็แปลกนะที่รองสารวัตรยอมให้จัดกิจกรรมแบบนี้ถ้าเป็ปกติคงสั่งให้ทุกคนแยกย้ายแล้วดึงตัวพวกนั้นกลับสถานีไปแล้ว” นายตำรวจคนแรกกล่าวออกมาด้วยความสงสัย
“ชู่ว! รู้แล้วเงียบไว้นะฉันได้ยินมาว่าเพราะหลักฐานมันไม่มากพอรองสารวัตรเลยให้คนไปเอาเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดมาแล้วที่ยอมตกลงตอนนี้ก็แค่ถ่วงเวลาเท่านั้นแหละ”เพื่อนสนิทกล่าวออกมาเสียงเบา เขาแอบได้ยินเื่นี้มาเมื่อสักครู่เอง
“โคตรเหลี่ยม! เอาเถอะพวกเราก็ได้แต่ทำตามนั่นแหละนะ”นายตำรวจคนแรกกล่าวออกมาก่อนจะเงียบไป
...
งานกิจกรรมเป็ไปอย่างราบลื่นแม้จะมีเหตุวุ่นวายจากการเบียดเสียดกันบ้างแต่ด้วยการจัดการของทางห้างและเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ถูกเตรียมไว้ทำให้ทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดีมีหลายคนที่เปิดไลฟ์สดเพื่อเรียกคนดูให้กับช่องตัวเองหลายคนที่ได้ของราคาแพงแล้วนำไปลงขายต่อในราคาที่ถูกลงก็มี
“พี่ชาย ๆ ผมอยากได้ PX5 อ่ะ ผมขอเครื่องนึงได้ไหมครับ”ในตอนที่เย่เซวียนกำลังมองภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจเขาก็ได้ยินเสียงเด็กคนหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างๆ
ตอนนี่ชายหนุ่มกับฮวาหวู่หลิงมายืนอยู่บนเวทีที่จัดขึ้นเพื่อกล่าวเปิดงานและใช้งานภาพรวมของงานน่าแปลกที่มีเด็กเดินขึ้นมาหาเขาแบบนี้ได้
“หืม? แล้วพ่อแม่นายอยู่ไหนล่ะ ได้เล่นกิจกรรมด้วยรึเปล่า?” ชายหนุ่มตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มให้กับเด็กน้อยตรงหน้า
“ผะ... ผมมาคนเดียวครับผมไม่มีเงินจะซื้อของด้วย”เด็กน้อยกล่าวออกมาด้วยเสียงที่แ่เบาถ้าดูให้ดีแล้วเด็กตรงหน้าของเขาน่าจะอายุประมาณ10ขวบเห็นจะได้เสื้อผ้าดูเก่าและซอมซ่อเหมือนชุดที่ชายหนุ่มเคยใส่ไม่มีผิด
“แล้วนายจะเอา PX5 ไปทำไมล่ะ?” ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็เกิดสงสารขึ้นมาเขาถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น
“ผมเห็นเพื่อนเขามีกัน ผมอยากได้บ้างครับจะได้ไปคุยกับเพื่อนได้” เด็กน้อยตอบกลับมาตามตรง
“นายรู้ใช่ไหมว่ามันคืออะไร ?มันต้องเล่นกับทีวีด้วยนะไม่อย่างนั้นก็เล่นไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มไม่ได้้าจะบูลลี่หรืออะไรเด็กตรงหน้าเขาแค่้าสอบถามเพื่อเช็คก่อนว่าอีกฝ่ายรู้จักสิ่งที่้าจริงไหม
“ผมไม่รู้หรอกครับ แต่ที่บ้านผมมีทีวีนะอันใหญ่มากก บางทีก็มีหนังสีขาวดำให้ดูได้ด้วย”เด็กน้อยตอบกลับมาพลางทำมือให้ดูว่าทีวีที่บ้านเขาใหญ่ขนาดไหนชายหนุ่มที่ได้ฟังก็พอจะนึกออกว่าคงเป็ทีวีหลังตุงรุ่นเก่าแต่แบบนั้นมันก็เล่นไม่ได้ซิ
“แบบนั้นใช้ไม่ได้หรอกนะนายต้องมีทีวีจอแบนด้วย เอาเป็ว่าฉันซื้อให้ดีไหม ?”ชายหนุ่มกล่าวออกมาพลางยิ้มให้เด็กตรงหน้า
“จะดีเหรอครับ! ขอบคุณมากเลยครับพี่ชาย!!”เด็กน้อยที่ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวขอบคุณออกมาพร้อมโผเข้ากอดชายหนุ่มน่าแปลกที่ตัวของเด็กน้อยกลับเย็นผิดปกติ
“นี่.. นายคุยกับใครั้แ่เมื่อกี้แล้วอ่ะ ?” เสียงของฮวาหวู่หลิงดังขึ้นด้วยความสงสัย
ทำไมชายหนุ่มด้านข้างเธอถึงพูดคนเดียวเป็ตุเป็ตะแบบนั้น?
อย่าบอกนะว่าเขาจะเพี้ยนไปแล้ว ?!
โชคดีนะที่เธอให้พวกตากล้องไปไลฟ์สดภาพในงานแทนไม่อย่างนั้นคนอื่นคงจะมองชายหนุ่มแปลก ๆ แน่นอน...