หรูหยวนซีมองเห็นตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์ว่าใกล้จะสิบโมง วันนี้เธอ้าทำอาหารไปส่งบอสใหญ่ผู้บ้างานซึ่งมักจะลืมรับประทานอาหารกลางวันอยู่เสมอ หรูหยวนซีรู้ได้ไงน่ะเหรอ ในฐานะภรรยาเธอมีวีแชทของผู้ช่วยทั้งสองคนของสามีน่ะสิ แล้วมีหรือที่เธอจะไม่ถามถึงอาหารการกินของเขาผ่านทางผู้ช่วยที่ทำตัวติดกันตลอดเวลาแบบนั้น?
“ให้ดิฉันช่วยไหมคะนายหญิง” แม่ครัวยิ้มถามหรูหยวนซีที่วุ่นวายกับการเตรียมข้าวกล่องให้นายใหญ่
“ดีค่ะ” หรูหยวนซีไม่เกรงใจพยักหน้ารับทันที จากนั้นทั้งสองคนต่างก็ยุ่งอยู่กับการทำอาหารสุดหรูสไตล์เจแปนนิส เป็ข้าวกล่องรูปหัวใจที่ด้านในเต็มไปด้วยสารอาหารครบห้าหมู่ และยังแยกน้ำซุบไก่ดำไว้ในกระติกเก็บความร้อนเพื่อให้มื้ออาหารมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
พ่อบ้านฝูให้คนขับรถที่เ้าบ้านเตรียมไว้สำหรับนายหญิงโดยเฉพาะพาหรูหยวนซีไปส่งบริษัทของนายท่านเฉิง การมาบริษัทของหรูหยวนซีได้บอกผู้ช่วยหูผานไว้ล่วงหน้าแล้วในวีแช็ท ทำให้เมื่อเธอมาถึงหน้าบริษัทก็มีคนมาพาเธอขึ้นลิฟต์ไปยังห้องประทานบริษัททันที
พนักงานจำนวนไม่น้อยที่มีความอยากรู้อยากเห็นมองตามเธอที่ขึ้นลิฟต์สำหรับผู้บริหารก่อนจะพูดคุยกันอย่างสนุกปาก น้อยคนที่จะไม่รู้ถึงชื่อเสียของหรูหยวนซีซึ่งถูกหรูหยวนเจิงทำไว้อย่างเจ็บแสบ
พนักงานชายพาเธอมาส่งถึงหน้าห้องประธานก่อนจะเคาะประตู ไม่นานใบหน้าเคร่งขรึมสวมแว่นกรอบสีเงินของผู้ช่วยหูผานก็โผล่ออกมาจากประตูที่เปิดออก พอเขาเห็นหรูหยวนซีก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเริงร่า ดูแล้วทำให้เสียมาดเลขาใหญ่ไม่น้อยทีเดียว
“นายหญิง วันนี้ต้องรบกวนคุณแล้วครับ” เขาพูดพร้อมทั้งเบี่ยงตัวหลบให้หรูหยวนซีเดินเข้าไปข้างในห้อง
“การดูแลเ้านายของคุณให้ทานข้าวตรงเวลาถือเป็หน้าที่ภรรยาของเขาอย่างฉันค่ะ” หรูหยวนซียิ้มแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไป และเห็นบอสใหญ่เื้ัโต๊ะทำงานกำลังจับปากกาเซ็นเอกสารเงยหน้าขึ้นมามองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก้มลงไปสนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง
หญิงสาวเดินเข้ามาวางกระเป๋าผ้าใส่กล่องอาหารลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟารับแขกพลางหันไปยิ้มพูด “สามีคะ วันนี้ฉันทำมื้อกลางวันมาให้คุณค่ะ พักงานในมือลงแล้วมาทานก่อนนะคะ”
“จริงๆ คุณไม่จำเป็ต้องลำบาก” เขาพูดทั้งที่ยังก้มหน้า
“จะเรียกว่าลำบากได้ยังไงคะ การดูแลคุณเป็สิ่งที่ฉันเต็มใจทำค่ะ มาเถอะค่ะ”
เฉินเฟิงวางปากกาแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้มานั่งข้างภรรยาบนโซฟาตัวยาว เขามองอาหารที่จัดมาอย่างสวยงามในกล่องอาหารก็เลื่อนสายตาขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังรินซุบให้เขาจากกระติกเก็บความร้อน
“คุณทำเอง?”
“แน่นอนค่ะ แต่แม่ครัวก็ช่วยด้วยนิดหน่อย” หรูหยวนซีตอบตามจริง เธอไม่คิดจะเอาความดีความชอบคนเดียว “ดื่มซุบไก่ดำก่อนค่ะ”
เฉินเฟิงมองถ้วยน้ำซุปเข้มข้นที่ถูกส่งมาให้พลันได้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ เขารับซุปมาเป่าเล็กน้อยก่อนจะชิมคำเล็กๆ รสชาติกลมกล่อมอุ่นวาบในท้อง บอสใหญ่เฉินพยักหน้าคล้ายชมรสชาติของมันและหันไปบอกผู้ช่วยของเขาไปพักรับประทานอาหารกลางวันเช่นกัน จากนั้นรับตะเกียบจากหรูหยวนซีมาเริ่มรับประทานข้าวกล่อง
ครั้งแรกที่เห็นข้าวในกล่องโรยงาดำมาเป็รูปหัวใจก็เหมือนมีบางอย่างมาสะกิดให้เกือบหลุดยิ้ม
หรูหยวนซีมองท่าทางพออกพอใจกับข้าวกล่องฝีมือเธอของบอสใหญ่ก็ลอบถอนหายใจโล่ง พลางลุกเดินไปเปิดตูเย็นเล็กที่อยู่ตรงมุมห้องฝั่งหนึ่งซึ่งสังเกตุเห็นั้แ่เดินเข้ามาแล้ว เธอหยิบขวดน้ำเปล่าออกมาจากตู้แล้วกลับมาพร้อมกับแก้วหนึ่งใบ ค่อยๆ บรรจงรินให้ชายหนุ่มที่กำลังเจริญอาหารและยื่นส่งให้เขาเมื่อสิ้นสุดมื้อกลางวัน
“มีผลไม้ด้วยนะคะ รับเลยไหม” หรูหยวนซีล้างสตอเบอรี่ใส่กล่องมาให้สามีด้วย มันหวานฉ่ำมาก น่าจะเหมาะสำหรับใช้ย่อยมื้อหนักได้ดี
เฉินเฟิงพยักหน้า หรูหยวนก็หยิบกล่องอลูมิเนียมสีเงินออกมาจากกระเป๋าผ้าเปิดฝาส่งให้พร้อมกับส่งส้อมแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ก่อนจะส่งถึงมืออีกฝ่ายเธอได้จิ้มลงไปยังสตอเบอรี่แล้วคลี่ยิ้มหวานส่งไปจ่อปากหมายจะป้อนเขาอย่างหวานแหวว
ฉากทำนองนี้นับเป็หนึ่งในความใฝ่ฝันของหญิงสาวที่อ่านนิยายรักประโลมโลกมามากมายเช่นเธอ อย่างน้อยเข้ามาเป็ตัวเดินเื่ทั้งทีจะไม่แสดงโม้เม้นหวานๆ กับสามีได้ยังไง
“ลองชิมดูสิคะ หวานมากเลยนะ”
มาถึงขั้นนี้แล้วเฉินเฟิงจะหันหน้าหนีก็ลำบากใจ เขาจึงต้องเปิดปากรับสตอเบอรี่อย่างช่วยไม่ได้ กัดคำแรกมีรสเปรี้ยวซ่อนอยู่เล็กน้อย จากนั้นเป็ความหวานที่ยากอธิบาย เมื่อกินไปแล้วหนึ่งคำก็ยังเผลอใจอยากจะกินอีกเรื่อยๆ และไม่ต่อต้านการกระทำที่หรูหยวนซีช่วยป้อนมาอีกครั้ง กระทั่งเขากินคนเดียวหมดทั้งกล่องโดยไม่รู้ตัว เฉิงเฟิงเห็นกล่องสตอเบอรี่ว่างเปล่าพลางยกกำปั้นปิดปากกระแอมแก้ความขัดเขิน
“คุณจะกลับเลยหรือเปล่า?”
หรูหยวนซีเก็บกล่องอาหารใส่กระเป๋าผ้าแล้วพยักหน้า “ค่ะ อยู่ไปก็ช่วยงานคุณไม่ได้ ไม่สู้กลับไปคิดเมนูขนมไว้ทำให้คุณทานเล่นตอนทำงานกลางคืนดีกว่า”
“ไม่เป็ไร ถ้าอย่างนั้นคุณอยู่ต่ออีกสักพักค่อยกลับก็ได้”
หรูหยวนซีเลิกคิ้วแล้วยกยิ้มราวจิ้งจอกสาวพราวเสน่ห์ “คุณอยากให้ฉันอยู่ต่อเหรอคะ?”
“ถ้าคุณไม่รังเกียจ” เฉินเฟิงกล่าวพลางเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน
“ฮ่าๆ ฉันจะไปรังเกียจสามีของฉันได้อย่างไรคะ” หรูหยวนซีหัวเราะพร้อมกับย่างกายเดินอ้อมโต๊ะทำงานของเขาไปที่ด้านหลังเก้าอี้ กรีดปลายนิ้วมือลงบนไหล่แกร่งพลางก้มกระซิบเสียงแ่ “อืม ถ้างั้นคุณอยากให้ฉันนวดผ่อนคลายหลังอาหารให้ไหมคะ”
“ได้” เฉินเฟิงพยักหน้าตอบรับข้อเสนอด้วยเสียงแหบพร่า สองอาทิตย์มานี้เขาเข้าขั้นเสพติดการนวดผ่อนคลายของหญิงสาวไปแล้ว พูดให้ถูกเขาชอบการััที่นุ่มนวลของเธอ
TBC
หวานไปอี๊ก~