บทที่ 2 – เส้นทางที่ลืมเลือน
เสียงกึกก้องดังกระทบแก้วหู ธามลืมตาอีกครั้ง แต่กลับพบว่าตนไม่ได้อยู่ในห้องเช่าอับชื้นกลางเมืองอีกต่อไป
รอบกาย…คือป่าไม้สูงใหญ่ ใบไม้สั่นไหวตามแรงลมหนาวที่แปลกประหลาด
กลิ่นธูปจาง ๆ ยังหลงเหลือในโพรงจมูก
แต่ท้องฟ้าเหนือศีรษะกลับไม่เหมือนเดิม
ไม่มีดาว ไม่มีดวงจันทร์
มีเพียงม่านเงาเคลื่อนไหวราวทะเลหมอกบนฟากฟ้า
เขาไม่รู้ว่ามาที่นี่ได้อย่างไร
รู้เพียงว่าในวินาทีที่ก้าวเข้าไปใน ‘หอเงาที่เหลืออยู่’ นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็บิดเบี้ยว
เวลาถูกฉีก ความจริงถูกย้อมสี
⸻
“ฝันอีกแล้วหรือ…”
ธามพึมพำเบา ๆ พร้อมก้มมองมือตนเอง
เล็บและิัยังเป็ของจริง เสื้อที่สวมยังเปียกน้ำฝน
แต่ความรู้สึกในอกกลับหนักแน่น ราวกับถูกดูดเข้าไปทั้งร่างกาย
เสียงกิ่งไม้หักดังแ่เบาจากด้านหลัง
เขาหันขวับทันที
แต่สิ่งที่เห็น…คือเด็กชายคนเดิม
ผู้มีใบหน้าเหมือนเขาในวัยเยาว์ ยืนเงียบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“เรา…เคยพบกันแล้วใช่หรือไม่?” ธามถาม
เด็กชายไม่ตอบ หากแต่ค่อย ๆ ก้มหน้าช้า ๆ ก่อนชี้นิ้วไปยังพื้นดินเบื้องหน้า
บนพื้น ปรากฏเป็ลวดลายซับซ้อน คล้ายวงเวทหรือยันต์บางอย่าง
ภายในวงนั้น มีภาพศาลาหกเสาสลักไว้ชัดเจน
กลางศาลา มีเงาหนึ่งที่ไม่เคยอยู่นิ่ง
“จงจำ…ก่อนจะถูกกลืน” เด็กชายพูดด้วยเสียงสองชั้น
ฟังแล้วคล้ายเสียงตนเองซ้อนกับเสียงจากอดีต
ก่อนที่ธามจะทันถามต่อ เงาทั้งหมดก็หอบพายุขึ้นกลืนเด็กชายไปทั้งร่าง
⸻
ธามสะดุ้งเฮือก
เขากำลังตกจากฟ้า
ร่างร่วงลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เบื้องล่างคือเมืองที่เขาคุ้นเคย แต่กลับดูเงียบราวกับไร้ิญญา
เมืองนั้นไม่มีผู้คน
ไม่มีแสงจากเทคโนโลยี
มีเพียงเงาเดินวนเวียนไปมาในตรอกซอกต่าง ๆ
ราวกับเป็ภาพซ้อนของโลกใบเดิม ที่ ‘บางสิ่ง’ ถูกลบหายไป
เมื่อเท้าของเขาแตะพื้น
ทุกสิ่งรอบข้างหยุดนิ่ง
ไม่มีเสียง ไม่มีลม ไม่มีเวลา
แต่มีเงาหนึ่ง…เดินสวนเข้ามาหาเขา
⸻
ชายชราในชุดคลุมยาวดำ ใบหน้าปกปิดใต้หมวกกว้าง
เขาเดินอย่างไร้เสียง เงายาวลากจากปลายเท้าราวจะกลืนโลก
“เ้ากลับมาแล้ว”
ชายชรากล่าว
“กลับมา…? ที่นี่คือที่ใด?”
“คือสิ่งที่เ้าลืม
คือรากของลมหายใจเ้า
คือประตูที่ถูกเปิดเมื่อสิบปีก่อน…และไม่มีใครกล้าปิดอีก”
“ข้าจำไม่ได้” ธามเอ่ยเสียงแข็ง
“ใช่ เ้าถูกสั่งให้ลืม
แต่เ้ากลับฝืนฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นั่นคือเหตุผลที่ประตูนี้…ยังเปิดอยู่”
“แล้วเ้าคือใคร”
ชายชรานิ่งไปนาน
ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงอันแหบพร่า
“ข้าคือเงา…ที่เคยตามหลังเ้า
และตอนนี้…ข้าเดินนำหน้า”
⸻
ก่อนที่ธามจะพูดอะไรอีก เงาด้านหลังชายชราก็กลืนร่างเขาไปทั้งตัว
เหลือเพียงภาพสุดท้ายที่ลอยลางในม่านหมอก
คำเดียวที่ดังก้องในหัวเขา:
“เร้นแสง”
⸻
ตอนท้ายบท
ธามสะดุ้งตื่นอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้…เขาไม่ได้อยู่ในห้อง
แต่ใน ‘ห้องใต้ดิน’ ที่มีผนังหินเย็นชืด
รอบตัวมีเพียงแสงจากเทียนเล่มเดียว
บนพื้น มีอักขระวนเวียนเป็วงกลม
กลางห้อง มีกระจกบานหนึ่งวางอยู่
เขาค่อย ๆ เดินไปมอง…และพบว่าในกระจกไม่มีเงาตัวเองสะท้อนอยู่
เขาหันกลับ
ภาพที่เห็นคือผนังด้านหนึ่ง…ถูกสลักไว้ด้วยประโยคเดียว
“จงตามหาผู้ที่ไม่มีธาตุใด…แต่รู้จักทั้งหมด”
⸻
จบบทที่ 2