1
“อะไรนะคะ!” เสียงแหลมเล็กดังมาจากหญิงสาวร่างบอบบางที่อารมณ์คุกรุ่นด้วยโทสะเพราะคำพูดจากคนเป็ย่า
“คุณย่าคงจะไม่หมายความอย่างที่พูดจริงๆหรอกนะคะ”
หญิงสาวนามพรรณธรถามย้ำอีกครั้งเธอขบเม้มกลีบปากเข้าหากัน ใบหน้านวลผ่องแดงระเรื่อ ดวงตาวาวจ้าด้วยไม่พอใจอย่างรุนแรงมองหญิงสาวมองไปยังคนเป็ย่าอย่างคนหัวเสียก่อนความโกรธเกรี้ยวจะส่งไปถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในวงสนทนาด้วย
คนเป็ย่ามองหลานสาวด้วยสายตาแน่วนิ่งและมุ่งมั่นใบหน้าแม้จะแย้มยิ้มอย่างใจดี หากฉายแววเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น
ปล่อยให้พรรณธรเริงร่ามานานแล้วถึงเวลาจะแล้วที่ต้องจัดการให้อยู่ในกรอบในระเบียบเสียที
“คุณย่าขา...คิดผิดคิดใหม่ได้นะคะคุณย่าก็รู้อยู่ หนูกับอีตาพี่คมน์ไม่ถูกกัน ขืนให้แต่งกันไปมีหวังได้ทะเลาะกันทุกวันแน่เลย คุณย่าคงไม่สบายใจถ้าหากหนูกับพี่คมน์อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข”
พรรณธรชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมผู้เป็ย่าให้เปลี่ยนใจหากเมื่อได้เห็นใบหน้าของผู้เป็ย่า เธอได้แต่หนักใจ คราวนี้คนเป็ย่าคงจะเอาจริงไม่ได้พูดทีเล่นทีจริงเหมือนกับหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา
กมลพรรณเคยเปรยเื่การแต่งงานของเธอกับอีตาคมน์มีดคมหอกคมดาบมาหลายครั้งแล้วตอนแรกเธอเพียงแค่รับฟังเฉยๆ ปล่อยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่เก็บเอาไปคิดและใส่ใจ ยังเคยเอาเื่นี้ไปเล่าให้ตฤณฟังอย่างสนุกสนานหากชายหนุ่มกลับไม่คิดอย่างนั้น ถึงได้เร่งเร้าเธอ...
“ถ้าอย่างนั้น...ผมให้แม่รีบไปขอต้นหลิวดีกว่า”
“จะรีบไปไหนละคะอยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว ต้นหลิวยังเด็กอยู่เลยนะ”
“แต่ผมไม่ไว้ใจย่าต้นหลิวนี่น่าท่านเป็คนพูดจริงทำจริงและไม่ชอบผมเอามากๆ ด้วย ถ้าเกิดท่านทำจริง ผมก็กินแห้วนะสิ”
ตฤณจับมือพรรณธรเอาไว้มั่นเขามองเข้าไปในดวงตากลมโต “นะครับต้นหลิว ยอมตกลงให้พ่อกับแม่ขอผมไปคุยกับคุณย่าเื่ของเรานะครับ”
แม้จะยังรักชีวิตโสดแต่เมื่อถูกคาดคั้นบ่อยๆ เธอก็เริ่มคล้อยตาม จึงนัดกับตฤณให้มาเจรจากับคุณย่าก่อนจะนัดวันนำผู้ใหญ่มาพูดตกลงกันให้เรียบร้อยเพราะเธอดูออกว่าย่าไม่ค่อยชอบแฟนหนุ่มสืบเนื่องมาจากชายหนุ่มชอบทำตัวลอยไปลอยมาไม่ยอมทำงานทำการให้เป็กิจะลักษณะ
พรรณธรดึงความคิดกลับมาเธอข่มความโกรธและน้อยใจเอาไว้ ทั้งที่อกแทบจะะเิออกมา
“คุณย่าไม่รักต้นหลิวแล้วใช่ไหมคะถึงได้ผลักไสให้ไปอยู่กับใครก็ไม่รู้”
กมลพรรณยังคงยิ้มหวานๆวงหน้าเหี่ยวย่นยังคงดูอิ่มเอิบ สดใสและใจเย็นดวงตาเต็มไปด้วยความรักใคร่และเอ็นดูหลานสาวเพียงคนเดียวที่เลี้ยงมาั้แ่อายุได้เพียงแค่ห้าขวบกว่าๆเพราะลูกชายและลูกสะใภ้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยอุบัติเหตุน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมายังไพเราะและนุ่มลื่นหู
“ย่าเพียงแค่้าให้ต้นหลิวมีผู้ชายดีๆคุ้มครองดูแล คมน์เป็คนที่ย่ามั่นใจจะรับหน้าที่นี่ได้และทำได้ดีด้วย”
“คุณย่า!” พรรณธรเรียกผู้เป็ย่าเสียงดังลั่นบ้าน กลมพรรณไม่ฟังอะไรเลย ถึงได้ตัดสินใจเื่สำคัญนี้แทนเธอ
เท้าเล็กพาร่างอรชรอ้อนแอ้นเดินวนไปเวียนมาบ้างก็หยุดกระทืบเท้าแรงๆ อย่างคน้าระบายเพลิงโทสะที่มีในสมองมีแต่คำถามว่าทำไมย่าถึงต้องบังคับให้เธอแต่งงานกับอีตาคมน์มีดนั่นให้ได้ชายหนุ่มมีอะไรดีนักหนา
พรรณธรขบกัดฟันบนกลีบปากจนเจ็บ“เป็เพราะอีตาคมน์บ้านั่นคนเดียว อยากให้เจอตัวนะ จะด่าให้สามวันไม่ซ้ำคำเชียว”
หญิงสาวข่มกัดฟันกรอดๆ‘อีตาคมน์บ้า ทำไมต้องเข้ามาทำให้ชีวิตของเธอวุ่นวายด้วยก็ไม่รู้ทำไมย่าถึง้าให้เธอแต่งงานกับอีตานี่นัก หาเมียเองไม่ได้หรือไง หรือว่าอีตาคมน์มีดนั่นเป็เกย์เพราะเท่าที่ได้รู้มาชายหนุ่มไม่เคยมีข่าวคราวกับผู้หญิงคนไหนเลยนี่น่า’
พรรณธรยิ้มหวานใช่...ต้องใช่แน่ๆ อีตาคมมีดคมหอกคมดาบจะต้องเป็เกย์แน่ๆ ถึงได้ยอมทำตามคำขอร้องของคุณย่าง่ายๆคงเพราะ้าทำให้คนอื่นคิดว่าตัวเองเป็ชายทั้งแท่งแหม...คิดแล้วก็เสียดายจริงๆ เท่าที่ได้เห็นภาพคมน์จากนิตยสาร ต้องยอมรับว่าชายหนุ่มหน้าตาดีทำให้เธอสะดุดตาสะดุดใจ จนต้องเหลียวมองอยู่บ่อยครั้ง
เค้าโครงหน้าเข้มออกเค้าไปทางฝรั่งนิดๆถึงจะเห็นเพียงแค่ผิวเผินจากภาพถ่ายครึ่งตัว ชายหนุ่มร่างใหญ่ั์ตาคมดุแต่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์เร่าร้อนและเรียกร้องให้เข้าหา ทำเอาใจเธอเต้นแรงเร็วอยู่บ่อยครั้งพรรณธรตำหนิตัวเองอยู่ในใจและพยายามดึงเอาข้อเสียที่หาได้มาหักล้างจุดเด่น
พรรณธรเบะปากพลางย่นจมูกอีตาคมน์ถ่านไฟจะสู้ตฤณของเธอได้ยังไงกัน ตฤณมีคิ้วดกหนาดวงตามีแววหวานอยู่เป็นิจ จมูกโด่งได้สันรับกับริมฝีปากหนาใหญ่สีแดงอมชมพูอย่างคนที่ไม่กินเหล้าเมายา
“คุณย่าแน่ใจได้ยังไงกันคะอีตาคมหอกคมดาบนั่นดีจริง คนอะไร อายุตั้งเยอะแล้วยังไม่มีแฟนเลยอาจจะเป็พวกชอบไม้ป่าเดียวกันก็ได้”
สำหรับเธอคมน์มีดีก็คือฐานะทางบ้านและหน้าที่การงาน เพราะเป็ถึงเ้าของโรงแรมใหญ่ทางภาคใต้และแว่วๆ มาว่าชายหนุ่มมีฟาร์มหอยมุกและสวนปาล์มอีกนับร้อยไร่ แต่ครอบครัวของตฤณก็ไม่น้อยหน้าเพราะชายหนุ่มเป็ลูกชายของนักธุรกิจนำเข้าและส่งออกรายใหญ่ของประเทศเทศ
พรรณธรยังคิดเข้าข้างคนรักทั้งที่เธอเองก็รู้แก่ใจดีว่าคมน์เหนือกว่าตฤณในทุกๆ ด้าน
“เพราะคมน์รู้หน้าที่ของตัวเองดีรู้ว่าจะต้องทำอะไร”
พรรณธรสบถพลางกระทืบเท้าแรงๆ ทำเอานางแก้วหญิงรับใช้วัยใกล้เคียงกับเ้าของบ้านรุ่นใหญ่ที่นำน้ำชาและของว่างมาให้ถึงกับสะดุ้งนางมองสองย่าหลานสลับกันไปมาอย่างหวาดเสียวและเตรียมพร้อมที่จะต้องเจอกับฤทธิ์เดชของพรรณธรที่จะต้องอาละวาดด้วยความไม่ยอม
พรรณธรอัดลมหายใจเข้าปอดแรงๆอยู่หลายครั้ง ก่อนจะถามผู้เป็ย่าด้วยน้ำเสียงแหบเครือ
“คุณย่าทำอย่างนี้ได้ไงคะคุณย่าก็รู้ว่าหนูมีแฟนอยู่แล้ว และเราก็รักกันมากด้วย แล้วคุณย่า...” น้ำตาเอ่อล้นคลอหน่วยตาเธอรู้ว่าการใช้ไม้แข็งกับย่านั้นไม่ได้ผลสิ่งที่ใช้ได้คือน้ำตาและคำพูดออดอ้อนหวานหูแต่ในกรณีนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสองสิ่งนี้จะยังใช้ได้ผลหรือเปล่า
ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นซับน้ำตาที่มาพร้อมเสียงสะอื้น ใบหน้านวลก้มมองพื้นห้อง “คุณย่าขาคุณย่าจะบังคับให้หนูแต่งงานกับนาย...พี่คมน์นั่นจริงๆ หรือคะ หนูกับเขายังไม่เคยพูดจากันเลยนะคะนิสัยใจคอก็ไม่รู้ว่าจะเข้ากันได้หรือเปล่าถ้าเกิดว่าเป็คนวิกลจริตและทำร้ายหนูขึ้นมาละคะ” พรรณธรพยายามหาคำพูดร้ายๆมาใส่ความคมน์ เพื่อให้ย่ายกเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้
“หนูคิดมากเกินไปแล้วนะต้นหลิวพี่คมน์เป็คนดี เป็สุภาพบุรุษ แล้วก็ขยันทำมาหากินด้วย” กมลพรรณเอ่ยยิ้มๆ เพราะรู้ทันหลานสาวใช่ว่านางเองอยากบังคับพรรณธรให้ห่างไปจากอก แต่เพราะเหตุการณ์มันบังคับ ทำให้ต้องเลือกทางนี้
เพราะตอนนี้ครอบครัวตฤณกำลังย่ำแย่คงจะไม่เกินหกเดือนนี้น่าจะมีข่าวครอบครัวครรลองถูกตามทวงหนี้ ดังนั้นตฤณจะต้องทำทุกอย่างทุกทางเพื่อให้พรรณธรตกลงแต่งงานด้วย ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลแล้วนางก็ทนเห็นหลานสาวต้องไปตกทุกข์กับชายหนุ่มที่ไม่จริงใจหวังแต่ปอกลอกและหลอกลวงอย่างครอบครัวนั้นไม่ได้ จึงต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้นั่นคือ...
หาคนที่เหมาะสมและคู่ควรมาดูแลปกป้องคุ้มครองหลานสุดที่รักของนางและชายหนุ่มที่นางหมายตาไว้นั่นก็คือ...คมน์ ธรรมภณ
“ย่าถามจริงๆนะต้นหลิว หนูคิดว่าจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายอย่างตฤณได้แน่หรือ งานการก็ไม่ยอมทำดีแต่คอยเกาะหนูและพ่อแม่ นี่ย่าก็ได้ข่าวมาว่าธุรกิจกำลังประสบปัญหาอยู่ไม่ใช่หรือไง”กมลพรรณถามอย่างรู้การเคลื่อนไหวของครอบครัวตฤณทุกอย่าง
นางเคยบอกพรรณธรหลายครั้งแล้วว่าตฤณไม่จริงใจหวังเพียงปอกลอก เพราะตอนนี้ครอบครัวอีกฝ่ายเข้าขั้นวิกฤตการวางแผนและทำงานที่ผิดพลาด ทำให้ขาดทุนอย่างหนักติดต่อกันมาหลายปี แต่นอกจากหลานสาวจะไม่เชื่อยังหาว่านางใส่ความตฤณ เพราะไม่ชอบในตัวอีกฝ่าย
“คุณย่าไปเอาข่าวนี้มาจากไหนกันคะธุรกิจของครอบครัวตฤณเป็ไปได้ด้วยดีนี่พ่อของตฤณก็ยังได้ร่วมทุนกับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เปิดตลาดการค้ายังดินแดนแห่งทะเลทรายด้วยนะคะ”
พรรณธรบอกผู้เป็ย่าใบหน้าเปื้อนยิ้มกับความเก่งของครอบครัวคนรักด้วยสาเหตุนี้เอง ทำให้ตฤณต้องห่างหายไปจากเธอเกือบจะครึ่งเดือนแล้วเพราะชายหนุ่มถูกบิดาบังคับให้เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นและอาจต้องเดินทางไปยังประเทศคู่ค้าอีกสองสามประเทศด้วย
กมลพรรณส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่ายใจพรรณธรไม่ใช่ว่าจะโง่เสียหน่อยแต่ทำไมถึงได้หลงในคำพูดหวานหูและการโกหกคำโตที่ตฤณพูดได้ก็ไม่รู้
“ย่าจะรู้เื่นี้มาจากไหนหลานไม่ต้องรู้หรอกนะต้นหลิวรู้เพียงแค่ว่าเดือนหน้าหนูจะต้องแต่งงานกับตาคมน์ก็พอ”
“ไม่ค่ะ! ต้นหลิวไม่แต่งงานกับนายคมน์นั่นเด็ดขาด เป็ตายยังไงก็จะไม่ยอม”พรรณธรปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงแม้การพูดจาแข็งขืนแบบนี้จะทำให้ผู้เป็ย่ายิ่งเร่งวันเร่งคืนให้มีพิธีแต่งงานเร็วขึ้นแต่เธอก็ยอม
หญิงสาวเดินไปนั่งตรงหน้าผู้เป็ย่ายื่นมือไปจับแขนเล็กและบีบเบาๆ น้ำเอ่อล้นคลอเบ้าและพยายามขับให้มันไหลออกมาอาบแก้ม
“คุณย่าขา...”พรรณธรยกมือขึ้นซับน้ำตาบนใบหน้า พร้อมเอานิ้วป้ายไปที่ลูกตานิดหน่อย เพื่อให้มันระคายเคืองจะได้ขับน้ำตาออกมาเยอะๆ และจะได้ดูแดงๆ เหมือนเธอกำลังน้อยใจขนาดหนัก
“คุณย่าจะให้ต้นหลิวแต่งงานกับใครก็ไม่รู้จริงๆหรือคะ คุณย่าไม่รักต้นหลิวแล้วใช่ไหม ถึงได้ผลักไสไล่ให้ไปอยู่ไกลๆ แบบนี้”
กมลพรรณลูบศีรษะหลานสาว“เพราะรัก ย่าถึงต้องทำแบบนี้ หาคนดีๆ สามารถดูแลและเลี้ยงดูต้นหลิวให้สุขสบายทั้งกายและใจถ้าไม่รัก ย่าไม่บังคับให้หลานแต่งงานกับคมน์หรอกลูก” รู้ว่าการตัดสินใจของตัวเองคือการบังคับทั้งหลานรักและบังคับคมน์ด้วยแต่นางก็ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว
ถ้าปล่อยให้นานวันไปกว่านี้เื่ราวก็จะยิ่งเลวร้ายยิ่ง เพียงแค่นี้พรรณธรก็หายใจเข้าและออกเป็ตฤณไม่ขาดถ้ายังปล่อยให้คบกันต่อไป ชายหนุ่มขอสิ่งใดพรรณธรจะต้องให้ เงินทองเสียไปยังหาใหม่ได้แต่ถ้าขอให้แต่งงานด้วย แอบไปทำอะไรหลับหลังกันสองต่อสอง...เพียงแค่คิด ความเป็ห่วงก็จุกอกขึ้นมาในทันที
“ไม่จริงคุณย่าไม่รักต้นหลิวแล้ว ถ้ารักก็ต้องยอมให้ต้นหลิวแต่งงานกับตฤณแทนที่จะบังคับให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้สิคะ” พรรณธรพูดอย่างงอนๆ ด้วยน้อยใจใบหน้านวลบูดบึ้งหงิกงอ ดวงตากลมโตแดงช้ำและมีน้ำตาคลอเบ้า ยกแขนขึ้นสอดไขว้ระหว่าง่อก
“หนูจำพี่คมน์ไม่ได้จริงๆหรือต้นหลิว จำไม่ได้หรือว่าตอนเด็กๆ หนูวิ่งตามพี่เขาทุกวันร้องไห้ตามทุกครั้งที่พี่เขาจะกลับบ้าน” กมลพรรณทบทวนความทรงจำให้หลานรัก
ภาพเด็กหญิงร่างเล็กวิ่งตามเด็กหนุ่มร่างสูงเก้งก้างไปไหนต่อไหนพร้อมกับพูดจ๋อยๆอ้อนขอโน่นขอนี่ บ้างก็สั่ง เมื่อไม่ได้ดังใจก็จะงอนให้ต้องตามง้อกันยกใหญ่ ทำให้ยิ้มเมื่อนึกถึงความน่ารักและสดใสของคนทั้งคู่
พรรณธรยกไหล่ขึ้นพร้อมกับความทรงจำที่แวบเข้ามาในสมองภาพเด็กผู้ชายตัวสูงใหญ่ใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มระรื่นคอยกลั่นแกล้งทำให้เธอร้องให้อยู่บ่อยครั้งออกยิ่งทำให้เธอเกลียดคมน์มากขึ้น
“ฮึ! ทำไมต้นหลิวจะจำคนที่ทำให้ตัวเองร้องไห้อยู่บ่อยๆ ไม่ได้ละคะ”
พรรณธรพูดอย่างไม่สนใจด้วยพยายามคิดว่าจะทำยังไงถึงจะทำให้ย่าเลิกคิดบังคับให้เธอแต่งงานกับคมน์และได้แต่งงานกับคนรัก
ใบหน้านวลบูดบึ้งขึงเครียดพลางมองไปรอบๆ ห้องที่นั่งอยู่ พร้อมกับถอนหายใจออกมาเป็ระยะ
“คุณย่าก็รู้ว่านายพี่คมน์ก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบต้นหลิวอาจถึงขั้นเกลียดก็ได้ แล้วทำไมคุณย่าถึงยัง้าให้เราทั้งสองคนแต่งงานกันนักคะความจริงต้นหลิวก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะคะแต่หน้าตาอย่างนายพี่คมน์คงจะมีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เต็มถ้าเกิดเขามีแฟนแล้ว เท่ากับว่าต้นหลิวไปแย่งแฟนคนอื่นนะสิคะ” พรรณธรยกเหตุผลให้เพื่อให้การแต่งงานครั้งนี้ล้มเลิก
กมลพรรณยิ้มเย็นๆถ้าไม่ได้คุยกับคมน์มาก่อนหน้านี้ละ ก็คงจะคล้อยตามคำพูดหลานสาวได้ไม่ยากเลย“ไม่หรอกต้นหลิว พี่คมน์มัวทำแต่งานจนไม่มีเวลามองผู้หญิงคนไหนเลย จนคุณลุงสิทธิ์กับคุณป้านุชของหนูถึงกับบ่นอุบเพราะกลัวจะไม่มีหลานให้อุ้ม”
“งั้นอีตานายพี่คมน์ก็คงจะเป็เกย์แล้วละคะคุณย่าไม่กลัวว่าจะได้หลานเขยที่ซ่อนคราบหลานสาวไว้เหรอคะ” แวบหนึ่งที่พรรณธรเกิดความเสียดายถ้าคมน์จะเป็อย่างที่เอ่ยถึง เธอสงสารบิดาและมารดาของชายหนุ่มที่มีลูกชายเพียงคนเดียวก็ดันกลายเป็ชายไม่จริงหญิงไม่แท้ไปเสียแต่ก็มีอะไรบางอย่างมาสะกิดใจอยู่ดีนั่นแหละ...คมน์เป็หนุ่มทั้งแท่ง
กลมพรรณถึงกับส่ายศีรษะด้วยอิดหนาระอาใจพรรณธรสรรหาทุกเหตุผลเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องแต่งงาน
“หนูจะคิดยังไงก็ช่างเถอะเพราะหนูเป็คนรู้แก่ใจดีว่าพี่เขาเป็ยังไง เอาเป็ว่าหนูเตรียมตัวไว้แล้วกัน เดือนหน้าพี่คมน์จะมาที่นี่แล้วเราก็จะได้จดทะเบียนสมรสกันเสียให้เรียบร้อย” กมลพรรณพูดเสียงนุ่มนวลแต่กลับแฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับห้องพักไป เพราะไม่อยากถกเถียงเื่นี้กับพรรณธรอีกแล้ว นางปวดหัว
“คุณย่า!” พรรณธรร้องเรียกอย่างขัดอกขัดใจน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงแหบพร่าและสั่นเครือน้ำตาเอ่อล้นคล้อเบ้าด้วยความน้อยใจที่ย่าผลักไสไล่ส่งให้ไปแต่งงานกับคนที่รังแกเธอมาั้แ่เด็กเสียได้ขืนให้แต่งงานไปจริงๆ อีกตานั่นจะต้องหาทางทำร้ายเธอเช้าเที่ยงเย็นตลอดสามเวลาหลังอาหารแน่นอน แล้วที่สำคัญ...
เธอไม่ใช่สาวน้อยที่จะไม่ประสาเื่บนเตียงหุ่นล่ำบึกอย่างกับั์วัดแจ้งแบบนั้น แตะแต่ละครั้ง เธอจะไม่ช้ำตายเสียก่อนหรือไงเพียงแค่คิด กายบอบบางก็สั่นเทาด้วยความกลัว น้ำตาจึงไหลอาบแก้มอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างคนที่ตัดสินใจแน่วแน่ในเมื่อคุยกันดีๆ แล้วคุณย่าไม่ยอม ถ้าเธอเลือกที่จะทำอะไรไม่ดีลงไป คุณย่าก็จะมาต่อว่าหรือโกรธเคืองในภายหลังไม่ได้
‘เธอจะไม่ยอมแพ้คุณย่ากับอีกตาคมน์มีดนั่นแน่ เดี๋ยวจะต้องคิดหาทางยกเลิกงานแต่งงานบ้าๆนี่ได้แน่นอน’
พรรณธรเดินวนไปเวียนมาอยู่หลายรอบแต่สมองของเธอก็ยังไม่ทำงาน คิดจนเริ่มจะมึนศีรษะแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีแผนการเด็ดๆมาล้มเลิกความคิดของคุณย่าเลย
หญิงสาวยกมือขึ้นนวดบริเวณสันจมูกก่อนรอยยิ้มจะผุดขึ้นตรงมุมปากอิ่ม ดวงตากลมโตเจิดจ้าเป็ประกาย
‘ใช่! เธอคิดคนเดียวย่อมไม่ออกแน่อย่างนี้มันต้องหาตัวช่วย และจะเป็ใครไปไม่ได้นอนจาก...ตฤณ!’
เมื่อคิดได้พรรณธรก็พุ่งตรงไปที่โต๊ะโทรศัพท์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโซฟาที่นั่งอยู่ หญิงสาวหันรีหันขวางมองไปทั่วๆบริเวณที่ยืนอยู่ ก่อนยกหูโทรศัพท์ขึ้นและกดหมายเลขของแฟนหนุ่มอย่างรีบเร่ง เพราะกลัวว่าถ้าชักช้าไปคุณย่าหรือคนอื่นๆ ในบ้านอาจจะมาเห็นหรือได้ยินเข้าจะทำให้หนทางหลีกเลี่ยงการแต่งงานในครั้งนี้ถูกขัดขวางได้
พรรณธรเริ่มหงุดหงิดใจเมื่อปรายสายที่เธอกดลงไปไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตอบกลับมาด้วยประโยคเดิมๆ นั่นคือ...
“ขออภัยไม่สามารถติดต่อหมายเลขปลายทางได้ในขณะนี้”
ใบหน้านวลบึ้งตึง‘มัวทำอะไรอยู่นะตฤณ ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ต้นหลิว ไม่รู้หรือไงว่าตอนนี้ต้นหลิวกำลังร้อนใจนะ’
พรรณธรบ่นพึมพำขบกัดฟันบนปลายเล็บ พลางมองไปทั่วห้องโถงใหญ่ เมื่อรู้สึกเหมือนกับถูกจับตามองแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใคร
‘หรือว่าเราจะคิดมากไปเอง’
แต่ถึงจะคิดแบบนั้นมันก็ยังเหมือนกับมีอะไรมาสะกิดใจให้สงสัย จึงเหลียวมองไปรอบๆอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าห้องส่วนตัวเพื่อโทรหาตฤณใหม่อีกครั้งโดยครั้งนี้เธอไม่โทรหาชายหนุ่มตรงๆ .ใช้วิธีโทรไปฝากข้องความไว้ที่บ้านแทน
พรรณธรเอนตัวลงนอนบนเตียงด้วยรอยยิ้มเชื่อว่าอีกไม่นานตฤณจะต้องโทรกลับมาแล้วเมื่อนั้นแผนการที่ผุดขึ้นมาในสมองก็จะได้ดำเนินการเสียที เชื่อว่าเมื่อถึงวันนั้นต่อให้คุณย่าเอาช้างมาฉุด ก็รั้งเธอเอาไว้ไม่ได้