บทที่ 16 ออกจากตระกูลมู่หรง
ลุงฝูได้รับาเ็?
ในความทรงจำของเย่อู๋เชวียลุงฝูเป็เหมือนบิดาของเขาลุงฝูเป็ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งไม่มีใครเทียบและบนใบหน้าของเขาจะมีรอยยิ้มอบอุ่นอยู่เสมอ
แม้ว่าเย่อู๋เชวียจะจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เขาจะอายุสี่ขวบแต่เขาก็รู้ว่าในตอนนั้นลุงฝูได้พาเขาท่องเที่ยวไปหลายที่บางทีเขาอาจถูกเลี้ยงดูโดยลุงฝูมาั้แ่ตอนที่ยังเป็ทารกก็ได้
“อาการาเ็ของลุงฝูสาหัสหรือไม่?”เย่อู๋เชวียอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่กระตือรือร้นของเย่อู๋เชวียมู่หรงฉางชิงก็รู้ว่าชายหนุ่มกังวลเกี่ยวกับคนคนนั้นเป็อย่างมากดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า
“ข้าได้ถามคำถามเดียวกันนี้และพยายามค้นหายารักษาที่ดีที่สุดของตระกูลมู่หรงมาให้เขาด้วยแต่เขาเพียงยิ้มเบาๆ แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ ข้าจำได้ชัดเจนมาก เขากล่าวว่า 'นี่เป็อาการาเ็ั้แ่เมื่อหลายปีก่อนมันรักษาไม่หายและจะตายไปพร้อมกับข้า' ประโยคนี้ทำให้ข้ารู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมากอย่างไรก็ตามสุดท้ายข้าก็ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้จริงๆ”
“อาการาเ็เมื่อหลายปีก่อนมันจะตายไปพร้อมกับเขา?”
คำพูดของมู่หรงฉางชิงทำให้เย่อู๋เชวียใจสลายดูเหมือนว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับลุงฝู
“ต่อมาข้าเชิญเขามาที่ตระกูลมู่หรงในฐานะแขกคนสำคัญเขาจึงพาเ้ามาพักอยู่ที่นี่กว่าหนึ่งเดือนใน่เวลานั้นเ้าแทบจะนอนหลับอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่เ้าตื่นขึ้นมาข้าจึงพบว่าความทรงจำทั้งหมดของเ้าสูญเสียไปแล้วในเวลาต่อมาเขาได้ฝากเ้าไว้ที่ตระกูลมู่หรงพร้อมกับหยกโลหิตัและในคืนนั้นเขาก็ออกไปจากตระกูลมู่หรงอย่างเงียบๆ”
มู่หรงฉางชิงบอกได้เพียงเท่านี้เพราะนั่นเป็เพียงความทรงจำใน่เวลาสั้นๆ เท่านั้นหากไม่ใช่เพราะการมีอยู่ของเย่อู๋เชวียตลอดสิบเอ็ดปีที่ผ่านมาเขาอาจจะลืมไปแล้วว่ามียอดฝีมือที่แข็งแกร่งเช่นนั้นอยู่ในโลก
ภายนอกเย่อู๋เชวียดูเหมือนจะสงบนิ่งไม่มีปฏิกิริยาอะไรแต่หัวใจของเขามันเหมือนมีพายุลูกใหม่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งและไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้!
คำตอบที่ได้รับจากมู่หรงฉางชิงทำให้เขาเกิดความสับสนชั่วขณะที่อยู่ของลุงฝูยังคงเป็ปริศนา อาการาเ็ที่ลุงฝูได้รับรุนแรงมากแค่ไหน? บางทีการสูญเสียความทรงจำของเขาเกี่ยวข้องกับเื่นี้หรือไม่?
“เฮ้อ!”เย่อู๋เชวียระบายลมหายใจอย่างกลัดกลุ้ม! “ลุงฝู อู๋เชวียจะตามหาท่านให้พบ!”เย่อู๋เชวียสาบานกับตัวเอง
จนถึงตอนนี้มู่หรงฉางชิงยังคงคิดว่าเย่อู๋เชวียได้ซุกซ่อนระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของตัวเองไว้ท้ายที่สุดเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเขาก็มีระดับการบ่มเพาะอยู่ใน์ชั้นที่ห้าของอาณาจักรหลอมรวมร่างกายเท่านั้นไม่ว่าจะใช้วิธีใดมันก็ไม่มีทางที่เย่อู๋เชวียจะพัฒนาความแข็งแกร่งมาถึงขอบเขตสมบูรณ์แบบของอาณาจักรหลอมรวมร่างกายได้
แต่ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญอีกต่อไปมู่หรงฉางชิงไม่คิดจะถามเื่นี้ั้แ่แรกเขารู้ว่าเย่อู๋เชวียย่อมมีความคิดเป็ของตัวเองเช่นเดียวกับการหมั้นหมายกับมู่หรงปิงหลานเย่อู๋เชวียได้ขอร้องให้เขายกเลิกการหมั้นหมายหลายครั้งสุดท้ายเื่นี้กลับกลายเป็ชนวนเหตุให้เย่อู๋เชวียและมู่หรงเทียนแตกหักกันในที่สุด
“บางทีปิงหลานอาจไม่มีวาสนาได้เป็คู่ครองของเย่อู๋เชวียลืมไปเถอะ ปล่อยให้คนหนุ่มสาวคิดเื่นี้ด้วยตัวเองจะดีกว่า”
เมื่อได้ในสิ่งที่้าแล้วเย่อู๋เชวียก็บอกลามู่หรงฉางชิงและกลับไปที่กระท่อมของตัวเองทันที
“กงการที่ลุงฝูสามารถทำลายผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมร่างกายระดับสมบูรณ์แบบให้กลายเป็เถ้าถ่านด้วยนิ้วเดียวได้เ้าคิดว่าลุงฝูจะมีความแข็งแกร่งมากแค่ไหนเป็ไปได้หรือไม่ว่าลุงฝูคือผู้ที่ลบความทรงจำของข้า?”
เย่อู๋เชวียสอบถามด้วยความหวัง
“เ้ายังจำชายชราชุดสีเหลืองที่มากับจวินซานลี่ได้หรือไม่เขาและฉีซื่อหลงมีระดับการบ่มเพาะขั้นเดียวกันความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่สูงกว่าอาณาจักรชำระิญญาไปหนึ่งระดับแล้วซึ่งแน่นอนว่าตัวตนระดับพวกเขาย่อมสามารถสังหารผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบด้วยนิ้วเดียวเท่านั้นแต่หากคิดจะทำลายผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบให้กลายเป็เถ้าถ่านด้วยนิ้วเดียวแม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งกว่าตอนนี้หลายสิบเท่าก็ไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอนสำหรับการลบความทรงจำของบุคคลโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ นั้นยิ่งไม่ใช่ขอบเขตที่เ้าจะจินตนาการได้มีเพียงผู้ยิ่งใหญ่ของ์พิภพเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติทำเช่นนี้”
เมื่อได้ยินคำตอบของกงเย่อู๋เชวียก็หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่เขาจะตัดสินใจบางอย่าง
“แม้กระทั่งเ้าเมืองหลงกวงฉีซื่อหลงซึ่งมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาขั้นสูงสุดยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับลุงฝูได้บางทีลุงฝูอาจเป็ผู้ยิ่งใหญ่ของ์พิภพอย่างที่เ้าว่าก็ได้และมีโอกาสไม่น้อยที่เขาจะเป็คนลบความทรงจำของข้าด้วยอย่างไรก็ตามลุงฝูได้รับาเ็มาหลายปีและได้ทิ้งข้าไว้ที่ตระกูลมู่หรงเพียงลำพังเ้าคิดว่าเป็ไปได้หรือไม่ที่ลุงฝูอาจกำลังถูกตามล่าจากศัตรูที่แข็งแกร่งบางทีการที่เขาพาข้าท่องเที่ยวไปทุกหนทุกแห่งจะเป็การหลีกเลี่ยงศัตรูเ่าั้?”
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ดวงตาของเย่อู๋เชวียก็เปล่งประกายสดใส
“ที่สำคัญที่สุดดูเหมือนลุงฝูกับบิดามารดาของข้าต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากไม่อย่างนั้นเขาคงไม่พาข้าหลบหนีมาด้วยทั้งที่ตัวเองก็ได้รับาเ็สาหัสถ้าเป็อย่างนั้นบิดามารดาของข้าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”
เมื่อได้รับข้อมูลจากมู่หรงฉางชิงเย่อู๋เชวียก็สามารถอนุมานข้อมูลได้มากมาย
“สมรภูมิร้อยเมือง...จะมีข่าวเกี่ยวกับลุงฝูในเมืองหลักแห่งแรกหรือไม่หวังว่าการไปที่นั่นคงไม่เสียเที่ยวเปล่า!”
ในขณะนี้ดวงตาของเย่อู๋เชวียมีประกายแห่งความเฉียบคมภารกิจเร่งด่วนของเขาตอนนี้คือการตามหาลุงฝู เอาชนะจวินซานลี่และการค้นหาอดีตของกงดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะขัดเกลาตนเองอย่างหนักอีกครั้ง!
“ครืน…”
ปราณศักดิ์สิทธิ์สีทองเอ่อล้นออกมาจากร่างของเขาโลหิตสีทองที่อยู่ภายในร่างกายก็เคลื่อนไหวอย่างพลุ่งพล่านและเย่อู๋เชวียได้เข้าสู่การฝึกฝนอีกครั้ง
เขาไม่ได้ติดตามฉีซื่อหลงไปที่บ้านของตระกูลซือหม่าแต่เลือกที่จะรออยู่ที่นี่เพื่อฟื้นฟูอาการาเ็และอีกอย่างคือเพื่อสอบถามเื่ของลุงฝู
เมื่อสองสิ่งนี้เสร็จสมบูรณ์แล้วเขาก็กลับสู่กระบวนการบ่มเพาะและรอให้ฉีซื่อหลงมารับอย่างเงียบๆ
หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้นเย่อู๋เชวียออกจากกระท่อมที่เขาอาศัยอยู่ตามลำพังมาสิบเอ็ดปีพร้อมกับกล่องปรุงยาสัตตะดาราด้วยความลังเลใจเขามุ่งมั่นกับการฝึกฝนมาสิบปีและไม่เคยสนใจเื่อื่น ตอนนี้เมื่อกำลังจะจากไปจริงๆเขากลับรู้สึกใจหายอยู่เล็กน้อย ท้ายที่สุดนี่คือบ้านที่เขาเติบโตขึ้นมาครั้งนี้เย่อู๋เชวียมีความรู้สึกว่าเขาอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกหลายปี
เย่อู๋เชวียเดินไปข้างหน้าช้าๆปล่อยให้สายลมโบกพัดเส้นผมให้ยุ่งเหยิง จากนั้นไม่นานเขาก็มายืนอยู่ที่ด้านหน้าบ้านพักของเซียนเอ๋อ
หลังจากยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่งเย่อู๋เชวียก็ตัดสินใจไม่เข้าไปด้านใน เขาไม่้าบอกลาเซียนเอ๋อแม้เขาจะรู้ว่าเซียนเอ๋อก็กำลังจะจากไปเช่นกัน
“เซียนเอ๋อ พี่อู๋เชวียจะตามหาเ้าอย่างแน่นอน”
สุดท้ายเย่อู๋เชวียก็หันหลังกลับและก้าวไปยังสนามประลองของตระกูลมู่หรงโดยตรง
ในอาคารหลังเล็กนั้นเซียนเอ๋อกำลังมองไปที่แผ่นหลังของเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่าและด้านหลังเซียนเอ๋อมีหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบๆ
หญิงวัยกลางคนผู้นี้แต่งกายด้วยชุดคลุมสีฟ้าน้ำทะเลร่างกายของนางปลดปล่อยกลิ่นอายที่เย็นะเืออกมาอย่างแ่เบาใบหน้าของนางมีผ้าคลุมสีขาวปกปิดอยู่ นางมองไปยังเซียนเอ๋อที่อยู่ข้างหน้าและกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า
“มีใครในตระกูลมู่หรงที่ได้เห็นการหลอมรวมิญญาของเ้าหรือไม่?”
ประโยคนี้ไม่มีร่องรอยของอารมณ์เหมือนกับน้ำแข็งที่จะไม่มีวันละลายไปตลอดกาล
เมื่อได้ยินคำถามของหญิงวัยกลางคนดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกของเซียนเอ๋อก็กลับมาเรียบเฉยในขณะที่นางตอบว่า
“ไม่มี!”
“ดีมาก ถึงเวลาที่พวกเราต้องไปแล้ว”
…
เย่อู๋เชวียแบกกล่องปรุงยาสีเข้มไว้บนหลังและยืนอยู่ท่ามกลางการรุมล้อมของเหล่าทายาทตระกูลมู่หรงทุกคนต่างมองเขาด้วยสีหน้ายกย่องโดยเฉพาะกลุ่มหญิงสาวที่เริ่มเข้ามาทักทายเขาด้วยรอยยิ้มเป็กันเอง
ในระยะไกลมีร่างอันงดงามของใครบางคนกำลังเฝ้ามองเย่อู๋เชวียอย่างเงียบๆ ใบหน้าของนางมีอารมณ์ที่ค่อนข้างซับซ้อนสุดท้ายนางก็ถอนหายใจด้วยความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งแน่นอนว่านางคือมู่หรงปิงหลาน...
และในอีกมุมหนึ่งมู่หรงเทียนได้กำมือเข้าหากันแน่นใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ สายตาที่เขามองไปยังเย่อู๋เชวียเต็มไปด้วยความชิงชังอย่างถึงที่สุด!
“เย่อู๋เชวีย!เ้าขโมยหยกโลหิตัของข้า! เ้าขโมยตำแหน่งของข้า!เื่นี้ข้าจะไม่มีวันเลิกราอย่างเด็ดขาด”
เย่อู๋เชวียยืนรออยู่ตรงกลางสนามประลองชั่วครู่ในไม่ช้าก็มีความผันผวนของปราณที่แข็งแกร่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าจากนั้นร่างของคนสามคนก็มุ่งหน้าเข้ามาในทิศทางนี้ด้วยความเร็วสูงเย่อู๋เชวียเงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่าคนที่บินอยู่ด้านหน้าสุดคือฉีซื่อหลงที่ติดตามอยู่ด้านหลังของเขาเป็หญิงสาวคนเดิมและชายหนุ่มแปลกหน้าอีกคน
แน่นอนว่าหญิงสาวคนนั้นคือหลินอิงหลัวอัจฉริยะผู้โดดเด่นจากตระกูลหลินและชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นคงจะเป็คุณชายของตระกูลซือหม่า ซือหม่าอ๋าว
“ฮัม!”
ฉีซื่อหลงยื่นมือไปข้างหน้าและเย่อู๋เชวียก็รู้สึกว่าเขากำลังถูกยกขึ้นด้วยแรงดึงดูดมหาศาลร่างกายของเขากำลังขยับเข้าใกล้คนทั้งสามอย่างรวดเร็วและก่อนจะรู้ตัวเขาก็มายืนอยู่เคียงข้างฉีซื่อหลงและหลินอิงหลัวแล้ว
เมื่อเห็นว่าตัวแทนทั้งสามมารวมตัวกันครบแล้วฉีซื่อหลงก็หัวเราะเบาๆจากนั้นรัศมีพลังของเขาก็ถูกปลดปล่อยออกมาห่อหุ้มอัจฉริยะของเมืองหลงกวงอย่างแ่าและทั้งกลุ่มก็เคลื่อนตัวออกจากตระกูลมู่หรงราวกับสายฟ้า
เมื่อบินอยู่กลางอากาศ เย่อู๋เชวียก็รู้สึกแปลกๆเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงถากถางดังมาจากด้านหลัง
“คนที่ยังไม่ได้ควบแน่นิญญาจันทรามีคุณสมบัติใดถึงกล้ามายืนอยู่เคียงข้างซือหม่าอ๋าวในสมรภูมิร้อยเมือง?”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ดวงตาที่เ็าของหลินอิงหลัวก็เปล่งประกายสดใสเล็กน้อยนางเหลือบมองไปยังเย่อู๋เชวียด้วยหางตาและพบว่าใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงสงบนิ่งราวกับไม่ได้ยินคำพูดนี้