ห้องทรงงานอ๋องสาม ตัวอักษรลายเส้นหนักแน่นเรียงตัวสวยงามตามแต่มือหนาจะตวัดพู่กัน ข้างๆยังมีองครักษ์คู่พระทัยคอยฝนหมึกอย่างขยันขันแข็งต่างจากหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้ผู้เป็นายที่เอาแต่บูดบึ้ง
“ไป๋เทียนเ้าเลิกทำหน้าเหมือนคนปวดหนักได้หรือไม่เปิ่นหวางรำคาญเต็มทน”
“ท่านอ๋องกระหม่อมทำสิ่งใดผิด ถึงต้องมานั่งฝนหมึกแทนหลู่กงกงเล่าพะยะคะ” อ๋องสามเพียงปรายพระเนตรมองเล็กน้อย แต่ภายในใจนั้น ‘ผู้ใดจะบอกเ้ากันว่าเปิ่นหวางโมโหน้องสาวเ้า นางเป็น้องสาวผู้ใด ผู้นั้นก็รับโทษแทนนางไปเถิด’
“ท่านอ๋องรังแกกระหม่อม เหตุใดมิให้อาต้า อาเทา หรือ อาเห่า มาทำบ้างละพะยะคะ”
“เ้าสมควรถามเปิ่นหวางรึท่านหัวหน้าองครักษ์ หรือจะไปเฝ้าประตูวังแทนทหารพวกนั้น” อ๋องสามต้องหันหน้าหนีเมื่อหัวหน้าองครักษ์ไป๋เทียนแสดงสีหน้ายิ่งกว่าคนปวดหนักมาแรมเดือน เพื่อมิให้แสดงสีหน้าสะใจจนเผยพิรุธให้ไป๋เทียนเห็น
“เอาละ เอาละ เปิ่นหวางง่วงแล้ว ยามเหม่า (05.00 – 06.59 น.) เ้าก็บอกให้หลู่กงกงสั่งคนครัวทำเพียงข้าวต้มให้เปิ่นหวางเถอะ”
“พะยะคะท่านอ๋อง” ไป๋เทียนเริ่มกลับมามีสีหน้าที่ดีขึ้นเมื่อไม่ต้องไปยืนเป็ั์เฝ้าประตูวัง ก่อนที่จะเดินตามหลังเฝ้าอารักขาท่านอ๋องกลับตำนัก
“ว่าแต่เ้าไม่ถามถึงน้องสาวเ้ารึไป๋เทียนว่าเปิ่นหวางไปส่งนางถึงจวนหรือไม่อย่างไร”
“กระหม่อมมิกล้า ท่านอ๋องทรงมีเมตตาถึงเพียงนี้มีสิ่งใดต้องให้กระหม่อมกังวลพะยะคะ” เออนะเข้าใจพูด ไป๋เทียนนะไป๋เทียนใยเ้ามิสั่งสอนน้องเ้าให้รู้จักพูดรู้จักบุญคุณบ้างมิใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดั่งว่าเปิ่นหวางจะกินหัวนางได้เพียงคำเดียวเยี่ยงนี้ สตรีเป็เพศที่น่ารำคาญ เื่มากยิ่งนัก
“ฮัดชิ้ว ฮัดชิ้ว” ผู้ถูกพาดพิงที่จวนตระกูลมู่
“คุณหนูไม่สบายหรือเ้าคะ คุณหนูหยุดแช่น้ำเถอะเ้าคะบ่าวว่าคุณหนูแช่น้ำจนเจ็บป่วยแล้วแน่ บ่าวจะรีบไปบอกนายท่านนะเ้าคะ”
เฮ่ย! อิงอิงนางได้แต่ยกมือห้ามยังมิทันได้อ้าปาก สาวใช้สองชูก็วิ่งหน้าตั้งไปซะแล้ว อีกเดี๋ยวคงได้วุ่นจนข้าไม่ต้องหลับต้องนอนกันละ และก็เป็ดังคาด เมื่อเสียงผู้คนมากหน้าวิ่งตรงมาทางเรือนนอนของนางทั้งที่อิงอิงพึ่งใส่อาภรณ์เสร็จผู้คนจวนนี้ช่างรวดเร็วกันเสียจริง
“อิงเอ๋อร์ลูกแม่ เกิดสิ่งใดขึ้นเ็ปที่ใด” มารดาเพียงพุ่งพรวดมาถึงเตียงโอบกอดนางไว้เป็คนแรก ส่วนคนที่สองตามมาติดๆพร้อมด้วยบ่าวอีกเป็สิบที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูช่างห่วงใยข้าเสียจริง
“ท่านหมอรีบตรวจบุตรสาวข้าเร็วเข้า นางเป็อะไรมากหรือไม่” ท่านพ่อ ท่านหมอยังไม่ได้ตรวจจะรู้ได้ยังไงเฮ่อ! แต่จะว่าไปก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัวจริงๆนั่นแหละ ร่างนี้อ่อนแอเกินไปแล้ว
“เรียนท่านราชครูคุณหนูมีไข้ร่างกายอ่อนเพลียพักสักสองสามวันก็จะดีขึ้นเอง นี่เป็เทียบยาที่ข้าน้อยจัดให้ เพียงต้มให้คุณหนูดื่มวันละสองเวลาเพียงเท่านี้ คุณหนูก็จะหายจากอาการไข้ กลับมาแข็งแรงในเร็ววันขอรับ ถ้าไม่มีสิ่งใดแล้วข้าน้อยขอตัวขอรับท่านราชครู”
“ขอบคุณท่านหมอมาก พ่อบ้านจงส่งท่านหมอดูแลให้ดี” พ่อบ้านจงมอบถุงตำลึงก่อนที่จะเดินไปส่งท่านหมอถึงรถม้าหน้าจวนมิขาดตกต่อสิ่งใดก่อนที่จะรีบย้อนกลับไปดูคุณหนูซึ่งเป็ที่รักของบ่าวทุกคนในจวน ั้แ่คุณหนูตื่นจากหลับใหลคุณหนูก็มีน้ำใจบ่าวไพร่มีเื่เดือดร้อนคุณหนูยังยื่นมือช่วยมิขาด ดูอย่างในยามนี้ที่หน้าเรือนคุณหนูพวกบ่าวยังไปยืนออกันจนเต็ม เพียงเพื่อรอฟังข่าวอาการป่วย ว่าคุณหนูปลอดภัยแล้วหรือยังจนไม่เป็อันต้องทำงานกันละวันนี้ มิใช่หาเื่อู้งานหรอกรึ พ่อบ้านเริ่มหาวิธีขับไล่คน
วังอ๋องสาม เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป (ประมาณสองชั่วโมง)ข่าวอาการป่วยของคุณหนูมู่อิงอิงก็ถึงหูอ๋องสามก่อนพี่ชายอย่างไป๋เทียนเสียอีก ไม่รู้ว่าเป็ญาติฝ่ายไหน
“เรียนท่านอ๋องคุณหนูมู่มีไข้อ่อนเพลียท่านหมอสั่งให้พักผ่อนสองถึงสามวันพะยะคะ” เสียงองครักษ์เงาที่ส่งไปเฝ้ามู่อิงอิงเมื่อหัวค่ำกลับมารายงานตามรับสั่ง อ๋องสามที่กำลังล้มหัวนอนนั่งฟังด้วยใบหน้านิ่งสนิทดุจน้ำแข็งพันปี
“เฝ้าต่อไปแล้วมารายงานเปิ่นหวางอย่าได้ขาด” พลึบ!ไปเร็วมาเร็วคือองครักษ์เงาปีศาจดำ
“อ่อนแอแล้วยังดื้อด้านออกมาเที่ยวเล่นจนเกิดเื่ให้ตัวเองล้มป่วยไม่เจียมตนเอาซะเลย อย่าได้คิดว่าเปิ่นหวางมีใจที่ส่งคนไปเฝ้า เปิ่นหวางเพียงให้คนไปดูลาดราวคนร้ายเท่านั้น” จ้าวหลงเสวี่ยเพียงนึกถึงใบหน้าซีดๆของสตรีเ็าผู้นั่นแล้วต้องทอดถอนใจกว่าจะข่มตาหลับ ก็ผ่านไปแล้วค่อนคืน อ๋องสามหลงเสวี่ยได้แต่กล่าวโทษสตรีนางนั้น ซ้ำยังเริ่มคิดแผนลงโทษผู้อื่นถึงได้หลับสบาย
ส่วนอิงอิงนางยังไม่ได้นอนทั้งที่ก็ง่วงจนฝืนลืมตาตอบคำถามมากมายของบิดามารดาแทบไม่ไหว
“ท่านพี่ดูอิงเอ๋อร์สิเ้าคะนางน่าสงสารเหลือเกิน น้องสงสารลูกเ้าคะ” ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของท่านราชครูโอบกอดบุตรสาวร่ำไห้ไม่หยุด ด้วยว่าั้แ่เล็กจนโตนางล้มป่วยจนนับครั้งไม่ถ้วน แม้ตื่นจากหลับใหลเพราะอุบัติเหตุในครั้งนั้น แล้วยังต้องมาทนกับร่างกายที่อ่อนแอของนางอีก ผู้เป็แม่ไหนเลยจะทำใจได้ เมื่อบุตรสาวเพียงคนเดียว ที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง กลับต้องมาป่วยนอนติดเตียงเยี่ยงนี้
“เฮ่อ!น้องหญิงพี่ว่าเ้าหยุดร้องก่อนดีหรือไม่ ปล่อยให้นางได้พักผ่อนเถอะ หาไม่จะเจ็บป่วยมากกว่าเดิมดูอิงเอ๋อร์ในยามนี้ปะไรนางแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว ส่วนน้องหญิงมากับพี่ พี่จะปลอบเ้าทั้งคืนดีหรือไม่” เพียงสามีเอ๋ยคำปลอบใจน้ำตาที่ไหลดั่งม่านน้ำตกกลับแห้งเหือดยิ่งกว่าที่นาโดนภัยแล้ง แก้มทั้งสองแดงก่ำ มือบางทั้งสองคอยโอบประคองบุตรสาวให้เอนนอนพร้อมกับห่มผ้าห่มให้อย่างอ่อนโยน
ก่อนที่จะถูกผู้เป็สามีเดินเข้าประชิดตัวคว้าเอวบาง นำพาผู้เป็ภรรยากลับเรือนนอนก่อนที่จะค่อยๆปลอบโยนนางทั้งคืนตามที่ได้กล่าวไว้ ทั้งสองหาได้หันกลับไปมองบุตรสาวที่ลุกขึ้นนั่งดวงตาเบิกโตมองตามบุพการีทั้งสองหายลับตาไป พร้อมกับความคิดที่สูงเสียดฟ้า
‘พวกท่านจะหวานกันไม่สนใจอายุขัยเพียงนี้เชียวรึ’
****