ส่วนเ้าตัวต้นเื่ที่เป็หัวข้อใหญ่ ที่ทำให้พวกผู้ใหญ่ในครอบครัวทั้งหมดต้องพูดคุยและปรึกษากันนั้น ก็นอนหลับสบายพร้อมพี่สาวโจวหวู่ และพากันนอนกรนเสียงดังออกมา
และเสาร์น้อยเองก็คิดว่าถ้าลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีคงจะตื่นจากความฝันอันยาวนานนี้ก็เป็ได้ เพราะเธอคิดว่าอาจจะได้ไปเป็คนเดิมที่เคยเป็
“คร่อก…ฟี้……”
*****
ณ เช้าวันใหม่ของบ้านปู่กับย่าที่เสาร์น้อยนั้นอาศัยอยู่รวมเป็ครอบครัวใหญ่
“พวกกระบอกไม้ไผ่ตัดใส่ไว้พอกันหรือเปล่า”ปู่
“ยังไม่พอค่ะ น่าจะอีกสัก 30 กระบอกได้”ย่า
“เดี๋ยวผมไปจัดการให้เองครับแม่”อาเล็ก
“ผมด้วย”น้าชาย
“ขอบใจลูก”ย่า
อาเล็ก และน้าชาย พากันเข้าไปป่าแถวบ้านที่มีดงต้นไผ่ไม่ไกลมาก เพื่อนำมาใส่น้ำตาลกับเกลือเพิ่มเติมที่เตรียมแบ่งไว้แจกจ่ายเพื่อนบ้านอีกครั้ง
“พวกข้าวสารพอแบ่งหรือไม่เล่า แม่จะได้เตรียมเมล็ดข้าวสาร มารอเสาร์น้อยทำเพิ่มเติมให้พวกเราอีกสักหน่อย”ยาย
“ไม่น่าพอค่ะแม่เพราะว่าถังที่ใส่ข้าวสารตำพวกนี้เรามีไม่เยอะ เสาร์น้อยเลยไม่ได้ขยายเมล็ดข้าวสารมากกว่านี้ค่ะ”แม่
“จริงสินะ”ยาย
“แต่ตอนนี้คงจะมีถังไม้เหลือพอแล้วล่ะ เมื่อเราตักแบ่งไปแจกจ่ายหมดแล้วน่ะ”ย่า
“ใช่ค่ะแม่”แม่
“ถ้าอย่างงั้นก็เตรียมของอย่างอื่นไปก่อน รอแค่เพียงเด็กๆตื่นนอนก่อนค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะ”ยาย
“ค่ะแม่”น้าสะใภ้ อาสะใภ้ แม่
พอสายหน่อยพวกเด็กๆ ก็พากันออกมาและนั่งกินอาหารเช้ากันให้เรียบร้อยด้วยสีหน้าที่มีความสุข เพราะั้แ่มื้อค่ำเมื่อวานมานี้พวกเราได้กินข้าวเต็มถ้วยได้อิ่มท้องจริงๆ และมื้อเช้านี้เองก็เช่นกันก็ยังได้กินข้าวเต็มถ้วยเต็มอิ่มอีกครั้ง จะไม่ให้พวกเด็กๆมีความสุขได้อย่างไรกัน เพราะถ้าได้กินอิ่มแบบนี้ตอนสายๆ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ต้องแสบท้อง หรือท้องร้องเพราะอีกแล้ว
“เสาร์น้อยมาหาแม่หน่อยค่ะ”แม่
“ค่ะแม่”เสาร์น้อย ซอยขาสั้นๆวิ่งตรงไปหาแม่ของเธออย่างรวดเร็ว
“กินข้าวอิ่มแล้วใช่ไหมคะ”แม่
“ค่ะแม่ อิ่มมากเลยดูพุงเสาร์น้อยสิคะแม่”เสาร์น้อย แอ่นพุงโชว์แม่อย่างเต็มใจ
“พุงของโจวหวู่ก็มีเหมือนน้องเสาร์น้อยนะคะแม่ ดูสิ”พี่สาวโจวหวู่ที่วิ่งตามน้องสาวมาติดๆ ก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันโชว์พุงให้แม่ของเธอได้ดูด้วย
“ฮ่า…ฮ่า….แม่เชื่อแล้วจ้ะว่าลูกสาวทั้งสองคนอิ่มแล้วจริงๆ แต่ว่าแม่อยากให้เสาร์น้อยช่วยทำข้าวสารเพิ่มให้อีกได้ไหมคะ”แม่
“ได้สิคะแม่ เื่เล็กจิ๊ดเดียวเองค่ะเสาร์น้อยจะไปทำให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”เสาร์น้อย
“รอพี่สาวด้วย ปี้ว…ปี้ว…..”พี่สาวโจวหวู่ ก็วิ่งตามน้องไปติดๆเช่นกัน พวกพี่ชายที่ได้ยินเสียงปี้ว..ปี้ว…ที่เป็สัญลักษณ์ที่รับรู้กันแล้วก็รีบพากันตามน้องเสาร์น้อยไปติดๆ
กลุ่มเด็กๆ ก็พากันไปบริเวณที่ตั้งเอาไว้พร้อมแล้วสำหรับทำข้าวสารเพิ่ม ในถ้วยที่ยังมีข้าวสารเมล็ดเล็กๆ และถังไม้ที่เตรียมเอาไว้ใส่ข้าวสารที่ว่างเปล่า 4-5 ถัง
“เริ่มแล้วนะคะทุกๆคน”เสาร์น้อย
“ปี้ว….ปี้ว…..”นิ้ววิเศษมีประกายสายฟ้าแล่บออกมาอีกครั้ง
“พรึ่บ….พรึ่บ……”
เมล็ดข้าวสารเม็ดใหญ่ที่วางกองอยู่ข้างหน้าเสมือน ไม้ฟืนที่จะรอตัด หน้าที่ต่อไปก็เป็ของพ่อ น้าชาย และอาเล็กที่จะตัดและนำไปตำให้ข้าวเมล็ดเล็กลง
“แม่คะน้ำตาลกับเกลือก็ลดลงไปเยอะไม่ใช่เหรอคะเดี๋ยวเสาร์น้อยทำเพิ่มให้ทีเดียวไปเลยค่ะ”เสาร์น้อย
“ขอบใจจ้ะคนเก่ง ถ้าทำเรียบร้อยแล้วพวกลูกจะพากันไปเล่นต่อเลยก็ได้นะ”แม่
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ
เสาร์น้อยเองก็ไปตรวจดูภาชนะที่บรรจุเกลือหรือน้ำตาลที่ทำไว้ว่าขาดเหลืออีกเท่าไหร่จึงขยายจำนวนให้เพิ่มเติมขึ้นให้เท่าเดิม
“เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว”เสาร์น้อย ทำท่าปัดมืออย่างเท่ห์ๆว่าทำงานเสร็จแล้วนะ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปเล่นกันดีกว่านะน้องเสาร์น้อย”พี่สาวโจวหวู่
“ไปๆ”เสาร์น้อย พยักหน้าแทบหัวจะหลุดเลย เพราะั้แ่ฟื้นมาที่โลกใบนี้ก็ยังไม่ได้เดินสำรวจพื้นที่อะไรมากมาย ออกมาจากป่าก็ไม่ได้สำรวจอะไรเพราะโดนอุ้มมา และมารู้สึกตัวก็ตอนเย็นด้วยยิ่งไม่มีโอกาสได้สำรวจรอบๆเลย
“แล้วน้องสาวอยากจะไปที่ไหนดีล่ะ พวกพี่จะพาไปเองนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ไปที่ไหนงั้นเหรอ…อือ…”พี่สาวโจหวู่
“พวกเราไปที่ไร่ของพวกเราดีไหมพี่ชาย เพราะตอนนี้ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ กับทุกๆคนยังยุ่งกันอยู่เลย”เสาร์น้อย
“ไปที่ดินของปู่กับย่า หรือของตากับยายก่อนดีล่ะ”พี่รองโจวซื่อ
“แล้วที่ดินปู่ย่า กับตายาย ไกลกันมากไหมพี่ชาย”เสาร์น้อย
“ของปู่กับย่า ก็แถวนี้จากขวามือของเราไปสุดตรงนู้นน่ะ”พี่ซานเยวี่ย
“ตอนนี้ก็มีปลูกข้าว ข้าวโพด กับมันเทศ มันฝรั่ง”พี่ซื่อเยวี่ย
“อือ….”เสาร์น้อย ตั้งใจฟังและพยักหน้ามองตามมือพี่ชายที่เป็ลูกของน้องชายพ่อทั้งสองคน
“ส่วนที่ดินของตากับยายก็อยู่ทางฟากซ้ายมือด้านนี้จนสุดตรงนู้นเลยน้องเสาร์น้อย”พี่หว่านช่าง
“พวกพืชผักเราก็ปลูกเหมือนกันจำนวนเท่ากันเหมือนเดิม”พี่หว่านหว่าน
“อ้อ….”เสาร์น้อย
“ถ้างั้นเสาร์น้อยไปตรงนี้จ้ะ”เสาร์น้อย ชี้มือไปตรงด้านหน้าแต่ก็ทำให้พวกพี่ๆงุนงงเหมือนกันว่าน้องจะไปทางไหนซ้ายหรือขวากันแน่ล่ะ
“เอ๋….??”พวกพี่ชาย
“น้องเสาร์น้อยจะไปทางขวางั้นเหรอ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ไม่….”เสาร์น้อย ส่ายหน้าว่าไม่ใช่
“ถ้างั้นน้องเสาร์น้อยไปทางด้านซ้ายมือใช่ไหม”พี่รองโจวซื่อ ตอบอย่างมั่นใจว่าต้องไปทางด้านนี้อย่างแน่นอนเพราะด้านขวาน้องสาวบอกว่าไม่ใช่แล้วล่ะก็นะ
“ไม่ใช่ทางซ้าย…”เสาร์น้อยเองก็ยังส่ายหัวไปมาว่าไม่ใช่
“ไม่ใช่??”พวกพี่ชาย
“แล้วน้องเสาร์น้อยจะไปทางไหนล่ะถ้าไม่ใช่ทางฟากด้านขวามือ หรือทางฟากซ้ายมือน่ะ ก็ไม่มีทางไหนที่เป็ที่ดินของปู่ย่า ตายายแล้วนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่ๆ”พวกพี่ชาย
“ก็ทางนี้ไงพี่ชายก็”เสาร์น้อยก็ยังยืนยันชี้ไปตำแหน่งเดิมอยู่ในตอนนี้ พวกพี่ชายทั้งหมดถึงกับเกาหัวกันแกร๊ก…แกร๊ก…แล้วเพราะไม่รู้จริงๆว่าน้องสาว้าอะไรกันแน่
แต่คนที่รับรู้ความหมายของน้องสาวได้แล้วอย่างพี่สาวโจวหวู่ก็ช่วยบอกเพื่อให้พวกพี่ชายได้หายความสงสัยว่า….
“น้องเสาร์น้อย ชี้ไปแบบนี้ตรงนี้และที่ไม่ใช่ทั้งทางด้านซ้ายหรือทางด้านขวาเพราะน้องเสาร์น้อยจะเดินไปตรงกลางตรงนี้แทนอย่างไรล่ะพี่ชายก็”พี่สาวโจวหวู่ ส่ายหน้าน้อยๆอย่างหนักใจที่พวกพี่ชายก็ไม่สามารถเดาได้กับเื่ง่ายๆเพียงแค่นี้เอง
“.................!!!”พวกพี่ชาย
“ตรงกลาง!!”พวกพี่ชาย
“ใช่แล้ว ถูกต้องเลยพี่สาวน่ารักที่สุดรู้ว่าเสาร์น้อยอยากจะไปไหน”เสาร์น้อย
“ไปกันน้องเสาร์น้อย พี่สาวคนนี้จะพาน้องไปเองนะ พวกพี่ชายนี่ไม่ไหว ไม่ไหว ไม่ไหวเลยเนอะ ไปจ้ะ”พี่สาวโจวหวู่ จูงมือน้องพาเดินไปด้านหน้า ก่อนไปก็บอกแม่ของพวกเธออีกครั้งว่าจะไปที่ไหนกันพวกท่านจะได้ไม่ต้องเป็ห่วง
“พวกเราจะเข้าไปเดินที่ไร่ของปู่ย่า ตายาย ตรงด้านนี้นะคะไปแล้วนะคะ”พี่สาวโจวหวู่
“จ้ะเด็กๆ”แม่
“ดูแลกันดีๆนะลูก”แม่
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ
“ดูน้องสาวให้ดีๆด้วยนะ อย่ามัวแต่พาเล่นสนุกกันจนเพลิน”น้าสะใภ้
“ครับ”พวกพี่ชาย รู้ว่าตอนนี้หน้าที่ของพวกเขานั้นใหญ่หลวงมากที่จะต้องคอยดูน้องเสาร์น้อยไว้เป็อย่างดีกว่าเดิม
พวกเด็กๆ พากันเดินตามกันเป็ขบวนห่างออกไปจนสุดสายตาของพวกท่าน
“หวังว่าจะไม่ไปทำอะไรที่ต้อง….”แม่
“คงจะห้ามไม่ได้หรอกเอ้อร์เอ๋อ ปล่อยให้พวกเด็กๆเขาดูแลกันไปแม่เชื่อว่าหลานชายของแม่โตมากพอที่จะดูแลน้องเสาร์ของพวกเขาได้เป็อย่างดี”ยาย
“พวกเราไม่สามารถคอยดูแลพวกเด็กๆได้ตลอดเวลาดังนั้นบางครั้ง จำเป็ที่จะต้องปล่อยพวกเด็กๆไปเรียนรู้ด้วยตนเองบ้าง”ย่า
“แต่เดี๋ยวสักพักพวกเราค่อยไปแอบดูพวกเด็กๆกันก็ได้”ยาย
“ค่ะแม่”แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้
ถึงแม้จะเชื่อใจพวกลูกชายและหลานชายมากแค่ไหนก็ตามที แต่จิตใจที่เป็ห่วง เป็กังวล หลากหลายอารมณ์ที่มีอยู่ในตอนนี้ก็ยังคงมีอยู่ดี เพราะเสาร์น้อยพึ่งจะได้รับพรวิเศษมาเมื่อวานนี้เอง มันยังเป็อะไรที่ใหม่มากกับความรู้สึก การจัดการต่างๆของคนในครอบครัวทุกๆคน
และรับรองเลยว่าในเมืองแห่งนี้คงจะไม่มีใครโชคดีไปกว่าเสาร์น้อยอีกแล้ว ที่ท่านเทพเซียนบน์เมตตาให้พรวิเศษแบบนี้มาใช้กับตัว
กลับไปทางด้านพวกเด็กๆ ที่พากันเดินไปดูที่ดินที่เป็รอยต่อผืนไร่ระหว่างปู่ย่า ตายายกัน
“วันนี้ดูแล้วอากาศไม่น่าจะร้อนนะพี่สาว”เสาร์น้อย
“อือ…พี่สาวก็ว่าอย่างงั้นแหละวันนี้ลมเย็นๆดีจังเลย”พี่สาวโจวหวู่
“พี่ใหญ่เองก็เห็นด้วย วันนี้อากาศดีกว่าเมื่อวานอีกนะเมื่อวานพอตกสายหน่อยก็อากาศร้อนมาก ตอน่บ่ายยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยร้อนที่สุดเลยนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“จริง”พวกพี่ชาย
“เอ๋…ด้านหน้าคือหลุมบ่ออะไรกันเหรอพี่ชาย ทำไมมันดูกว้าง ลึก และไม่เหมือนกับเอาไว้ปลูกพืชผักเลยล่ะ แถมยังมีรั้วล้อมไว้ด้วยอีก”เสาร์น้อย
“น้องลืมแล้วเหรอ ก็เป็บ่อน้ำเก่าไงแต่มันไม่มีน้ำมานานแล้วล่ะ พวกเราต้องไปขนน้ำจากแม่น้ำทางด้านโน้นมาใช้แทนอย่างไรล่ะ และที่มีรั้วกันเอาไว้เพราะพ่อกับแม่กลัวว่าพวกเราจะไปเข้าใกล้บ่อจนเกิดอันตรายได้”พี่รองโจวซื่อ
“อ้อ…”เสาร์น้อย
“เ้ารองจะให้น้องจำได้อย่างไรล่ะ จริงๆแล้วบ่อน้ำนี้มันเหือดแห้งก่อนน้องเสาร์น้อยเกิดอีกนะ แต่จะว่าไปจริงๆบ่อน้ำนี้มันก็เหือดแห้งมานานหลายปีมากๆแล้ว เพราะปู่ย่า ตายายเล่าว่ามันไม่มีน้ำก่อนพวกพี่จะเกิดอีกนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“โอ้….”เสาร์น้อย
พี่ชายเล่าเื่ราวเกี่ยวกับบ่อน้ำใหญ่นี้ให้ละเอียดกว่าพี่รองเล่า เพราะถ้าฟังจากพี่รองก็คือพวกเราเคยใช้แต่มันไม่ใช่อย่างไรล่ะพวกพี่ชายอายุมากกว่าเธอตั้งใจปียังไม่เคยเห็นเลย มาเห็นก็ตอนมันแห้งขอดอย่างนี้อยู่แล้ว
“แล้วบ่อน้ำนี้มันมาได้ยังไงล่ะพี่ชาย พวกเราขุดกันไว้ใช้เองอย่างงั้นเหรอ?”เสาร์น้อย ถามที่มาที่ไปของบ่อน้ำใหญ่ตรงด้านหน้าที่กำลังจะเดินผ่าน
“ไม่ใช่หรอกน้องเสาร์น้อย จริงๆแล้วถือว่าบ้านของพวกเราโชคดีตรงที่ว่า บ่อน้ำนี้มันอยู่ระหว่างที่ดินของปู่ย่า ตายายพอดีเลย ตอนที่พวกท่านมาจับจองที่ดินที่หมู่บ้านเจียวจิ้นนั้นและได้พื้นที่บริเวณนี้พอดิบพอดีเลย
และด้วยความที่ว่าพวกท่าน้าที่ดินที่อยู่ติดกันเลยเลือกที่จะซื้อที่ดินแถวนี้ ่นั้นฝนก็ตกเป็ปกติ ตรงบ่อน้ำใหญ่ตรงนั้นก็ดันบังเอิญไหลผ่านแม่น้ำพอดีเลย เหมือนกับว่าพื้นดินมันยุบลงน่ะน้องเสาร์น้อยเลยกลายเป็หลุมบ่อขนาดใหญ่ บ้านพวกเราเลยมีบ่อน้ำใหญ่แบบไม่รู้ตัวน่ะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“โชคดีมากจริงๆนะแบบนี้ ไม่ต้องขุดเองเลย”เสาร์น้อย
“ไม่ใช่แค่บ้านของพวกเราสองตระกูลเท่านั้นนะน้องเสาร์น้อยที่ได้ใช้น่ะ คนในหมู่บ้านก็ขุดทางส่งน้ำเส้นเล็กๆต่อกันเป็ทอดๆเพื่อไปยังที่ดินของพวกเขาเหมือนกันเพื่อที่จะได้มีเอาไว้ใช้กิน ไว้ใช้ทำการเกษตร”พี่รองโจวซื่อ
“แต่มีอยู่ปีหนึ่งปีนั้นปู่กับย่าเล่าว่ามีพายุฝนตกหนักมาก ทำให้มีน้ำป่าไหลลงมาตามแม่น้ำฮุ่ยเหอ แต่ว่าหมู่บ้านเจียวจิ้นของพวกเราโชคดีที่ไม่โดนน้ำท่วม เพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าหมู่บ้านอื่นๆเขา แต่นั่นก็ทำให้เศษดิน เศษโคลน และต้นไม้ที่ล้มและไหลมากับน้ำทับถมเส้นทางน้ำที่เคยไหลผ่านเข้ามาตรงจุดที่ต่อกับบ่อน้ำนี้ ั้แ่นั้นมาก็ไม่มีน้ำไหลเวียนเข้ามาอีกเลย”พี่ซานเยวี่ย
“ใช่ๆ ตากับยายก็บอกให้พวกพี่ฟังว่าพอทางน้ำโดนทับถมปิดเส้นทางน้ำไหลผ่าน น้ำในบ่อที่เคยมีพวกเราในหมู่บ้านก็ใช้ไปจนหมด เลยต้องไปใช้น้ำจากแม่น้ำด้านฟากโน้นแทน ดีที่หมู่บ้านของพวกเราใกล้กับแม่น้ำเส้นนี้อยู่แล้ว เพียงแต่โชคดีที่มันไหลผ่านที่ดินของเราโดยบังเอิญเท่านั้นเอง”พี่หว่านช่าง
“แย่จังเลยเนอะน้องเสาร์น้อย ถ้าบ่อน้ำบ่อนี้มีน้ำไหลเข้ามาและออกทางเดิม ครอบครัวของเราและคนในหมู่บ้านจะมีน้ำกิน น้ำใช้สบายกว่านี้เยอะเลย พี่สาวก็เกิดไม่ทันเสียด้วยสิ”พี่สาวโจวหวู่
เสาร์น้อย รับฟังเื่ราวต่างๆจากพวกพี่ชายที่ผลัดกันเล่าให้ฟังที่ได้รับข่าวสารจากปู่ย่า ตายายพูดต่อมาอีกทีหนึ่ง ก็ทำให้ครุ่นคิดอย่างหนัก และเธอคิดว่าถ้าบ่อน้ำนี้กลับมามีน้ำอีกครั้งก็คงจะดีจริงๆอย่างที่พี่สาวของเธอพูดไปเมื่อตะกี้นี้
“จริงด้วยสิ…”เสาร์น้อย
************
เสาร์น้อย กำลังคิดอะไรดีๆออกนะ??และจะพาพวกพี่ๆไปทำอะไรสนุกๆกันต่อที่ไหนกันอีกหรือเปล่า??