บทที่ 15 : มหานครแห่งสายลมและเสียงเรียกจากอดีต
หลังจากปลดปล่อยบาลานซ์ ผู้ใช้พลังราศีตุลย์ ออกจากพันธนาการแห่งความเงียบได้สำเร็จ คณะเดินทางของอัคคี เมษา เอลิน่า มาเรีย และลูคัส ก็ได้พันธมิตรที่ทรงคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง บาลานซ์ (อายุประมาณ 28-30 ปี) มีออร่าสีเขียวอ่อนจากวันพุธที่เปล่งประกายอย่างสงบและมั่นคง เขามีบุคลิกที่สุขุม ใจเย็น และเปี่ยมด้วยสติปัญญา พลังลูกแก้วราศีตุลย์ระดับ 2 ของเขาคือการ 'สร้างสมดุล' ให้กับทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็พลังงาน สภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งอารมณ์ความรู้สึก
การมีบาลานซ์เข้าร่วมทีมทำให้การทำงานร่วมกันของพวกเขาลงตัวยิ่งขึ้น พลังของบาลานซ์สามารถเสริมความมั่นคงให้กับบาเรียของเมษา ช่วยควบคุมเปลวเพลิงของอัคคีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถปรับสมดุลของพลังงานในบริเวณที่ถูกเงามืดกัดกิน ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น
"ข้าััได้ถึงความมุ่งมั่นของพวกท่าน" บาลานซ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงใจ "ข้าจะใช้พลังราศีตุลย์ของข้า เพื่อนำความสมดุลกลับคืนสู่โลกนี้ไปพร้อมกับพวกท่าน"
มาเรีย ผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำ (ราศีกรกฎ) เป็ผู้ที่นำทางพวกเขาต่อไป เธอใช้พลังของเธอเพื่อค้นหาเบาะแสของผู้ใช้พลังราศีคนถัดไป "ตามบันทึกโบราณ 'ผู้พิทักษ์แห่งราศีมีน' มักจะรักความสงบ มีจินตนาการสูง และมักจะพบได้ในดินแดนที่ลึกลับและเปี่ยมด้วยเวทมนตร์" มาเรียเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านป่าแห่งความเงียบที่บัดนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง "และสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการค้นหาคือ 'มหานครแห่งสายลม' เมืองลอยฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆ"
เมษานึกถึงตำนานเกี่ยวกับมหานครแห่งสายลม "มหานครแห่งสายลมเป็ที่อยู่ของนักเวทผู้ยิ่งใหญ่และนักพยากรณ์ที่สามารถััถึงกระแสแห่งโชคชะตาได้ พวกเขาเป็ผู้ที่เปี่ยมด้วยจินตนาการและความเข้าใจในพลังเวทมนตร์"
อัคคีพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องไปที่นั่น! พลังของราศีมีนอาจช่วยให้เราเข้าใจความซับซ้อนของเงามืดได้มากขึ้น"
ลูคัสเองก็เตรียมพร้อม "ข้าจะคอยคุ้มกันจากระยะไกลให้เอง"
เอลิน่าเพิ่มความระมัดระวังรอบตัวเธอ เธอกำลังใช้พลังราศีพฤษภของเธอััถึงสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน หรือพลังชีวิตที่ผิดปกติ
การเดินทางออกจากป่าแห่งความเงียบนั้นราบรื่นกว่าที่คิด อาจเป็เพราะการเพิ่มขึ้นของพลังในทีม และพลังของบาลานซ์ที่ช่วยปรับสมดุลของสภาพแวดล้อม
เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าใกล้ 'มหานครแห่งสายลม' พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ มหานครแห่งนี้ลอยอยู่กลางอากาศ ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบที่ดูเหมือนจะซ่อนบางสิ่งบางอย่างไว้ ลมที่พัดผ่านก็ไม่ใช่ลมปกติ แต่เป็ลมที่พัดพา 'ความฝัน' และ 'ภาพลวงตา' เข้ามาในจิตใจของผู้ที่ัั
"เมฆหมอกนี้ไม่ใช่แค่หมอกธรรมดา" เมษาเอ่ยขึ้น ดวงตาสีครามของเธอจับจ้องไปยังมหานครที่ลอยอยู่เบื้องหน้า "มันคือ 'เมฆหมอกแห่งความฝัน' ที่สร้างขึ้นจากพลังราศีมีน มันจะดึงความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในจิตใจเราออกมาเป็ภาพลวงตา"
อัคคีััได้ถึงกระแสพลังงานที่อ่อนโยนแต่ลึกซึ้งที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาในจิตใจ ออร่าสีแดงเพลิงของเขาเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อมันพยายามจะดึงเอาความปรารถนาที่ลึกที่สุดของเขาออกมา
ทันใดนั้น ภาพของบิดาที่แข็งแรงและมารดาที่เปี่ยมด้วยความรักก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอัคคี พวกเขากำลังยืนรอเขาอยู่บนยอดปราสาทสุริยะอัสนีที่กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง เสียงเรียกชื่ออัคคีดังก้องในโสตประสาทของเขา ภาพนั้นสวยงามและชวนให้หลงใหลจนเขาอยากจะพุ่งเข้าไปหา
เมษาก็เห็นภาพของอาจารย์ที่กำลังยิ้มให้เธออยู่กลางหอคอยวายุที่สมบูรณ์แบบ อาจารย์กำลังชื่นชมเธอ และบอกว่าเธอได้ทำสำเร็จแล้ว ความรู้สึกภาคภูมิใจท่วมท้นจนเธออยากจะจมดิ่งลงไปในภาพนั้น
ลูคัสเห็นภาพของอเธอร์ (จ้าวแห่งเงามืด) ที่กลับมาเป็เพื่อนรักของเขาอีกครั้ง อเธอร์กำลังยิ้มและบอกว่าเขาให้อภัยทุกสิ่งแล้ว ภาพนั้นทำให้ความปรารถนาในใจของลูคัสปั่นป่วนอย่างรุนแรง
"ทุกคน! จงมีสติ!" บาลานซ์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาสงบแต่หนักแน่น "มันเป็แค่ภาพลวงตา! จงยึดมั่นใน 'ความสมดุล' ของจิตใจ!"
บาลานซ์ใช้พลังลูกแก้วราศีตุลย์ระดับ 2 ของเขา สร้าง 'สนามพลังแห่งความสมดุล' รอบตัวพวกเขา พลังนั้นไม่โจมตีหรือทำลายล้าง แต่กลับ 'ปรับสมดุล' กระแสพลังงานที่บิดเบี้ยวของเมฆหมอกแห่งความฝัน ทำให้ภาพลวงตาเ่าั้เริ่มพร่าเลือน
"จงควบคุมจิตใจของพวกเ้า!" บาลานซ์กล่าว "ความปรารถนาที่รุนแรงของพวกเ้าคือช่องทางที่เมฆหมอกแห่งความฝันจะเข้าแทรกซึม! จงมองผ่านความปรารถนาเ่าั้ และค้นหาความจริง!"
อัคคีพยายามควบคุมจิตใจ เขาหลับตาลง นึกถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการเดินทาง การกอบกู้โลก และการช่วยบิดาของเขาให้กลับมา ออร่าสีแดงเพลิงของเขาเปล่งประกายขึ้นอย่างมั่นคง เผาผลาญภาพลวงตาที่หลอกหลอนให้สลายไป
เมษาสูดลมหายใจลึก เธอใช้พลังลูกแก้วราศีกุมภ์ระดับ 2 ของเธอ 'บิดเบือน' กระแสพลังงานของเมฆหมอกแห่งความฝัน เพื่อหาทางเข้าสู่มหานครที่ซ่อนอยู่เื้ัภาพลวงตา
เมื่อพวกเขาทะลุผ่านเมฆหมอกแห่งความฝันเข้าไปได้ พวกเขาก็พบกับมหานครแห่งสายลมที่ลอยอยู่กลางอากาศ เมืองนี้สร้างจากหินอ่อนสีขาวและแก้วใส สถาปัตยกรรมดูละเอียดอ่อนและงดงามราวกับอยู่ในความฝัน แต่บรรยากาศภายในเมืองกลับเงียบสงัดและดูเหมือนจะไม่มีผู้คนอยู่เลย
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน!" อัคคีเอ่ยขึ้น "เมืองนี้ถูกทิ้งร้างงั้นหรือ!"
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแ่เบาก็ดังขึ้นจากทุกทิศทาง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงแห่งความทุกข์ทรมาน แต่เป็เสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและความสิ้นหวัง ราวกับเสียงร้องไห้ของผู้คนนับพัน
"ิญญาของผู้คนที่ถูกเมฆหมอกแห่งความฝันกลืนกิน" มาเรียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย "พวกเขายังคงติดอยู่ในความฝันของตนเอง ไม่สามารถตื่นขึ้นได้"
ขณะที่พวกเขากำลังเดินสำรวจเมือง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากอาคารที่อยู่ใกล้เคียง ร่างนั้นเป็หญิงสาวผู้หนึ่ง มีเรือนผมสีฟ้าอมม่วงยาวสลวย ดวงตาสีม่วงอ่อนที่ฉายแววหม่นหมอง แต่ก็เปี่ยมด้วยความเมตตา เธอสวมชุดคลุมที่ทำจากผ้าโปร่งแสงราวกับม่านหมอก ออร่าสีฟ้าอ่อนจากวันศุกร์ของเธอเปล่งประกายออกมาอย่างอ่อนโยน บ่งบอกถึงพลังราศีมีนที่เปี่ยมด้วยจินตนาการและความเห็นอกเห็นใจ
นั่นคือ ลูน่า ผู้พิทักษ์แห่งความฝัน ผู้ใช้พลังราศีมีน ที่คอยปกป้องมหานครแห่งสายลมแห่งนี้
"พวกเ้ามาทำอะไรที่นี่!" ลูน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่แววตาของเธอฉายแววกังวล "ที่นี่อันตรายเกินกว่าที่พวกเ้าจะอยู่ได้"
"เรามาที่นี่เพื่อตามหาท่านค่ะ ท่านผู้พิทักษ์แห่งราศีมีน" เมษาเอ่ยขึ้น "เรา้าความช่วยเหลือจากท่านเพื่อกอบกู้โลกนี้"
ลูน่ามองเมษาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า "กอบกู้โลกงั้นหรือ... จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อทุกคนยังคงจมดิ่งอยู่ในความฝันของตนเอง"
ลูน่าเล่าเื่ราวของมหานครแห่งสายลมให้พวกเขาฟัง เธอเล่าว่าเมฆหมอกแห่งความฝันถูกสร้างขึ้นโดย 'ผู้ส่งสารแห่งความมืด' ที่มาที่นี่เมื่อหลายปีก่อน ผู้ส่งสารคนนั้นไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่ใช้พลังแห่งการบิดเบือนความจริงเข้าครอบงำจิตใจของชาวเมือง ทำให้พวกเขาทุกคนจมดิ่งลงไปในความฝันที่สวยงามของตนเอง และไม่สามารถตื่นขึ้นได้ ลูน่าเป็เพียงคนเดียวที่สามารถต้านทานพลังนั้นได้ แต่เธอก็ไม่อาจช่วยใครได้เลย
"ผู้ส่งสารแห่งความมืดคนนั้น... เป็ใครกันคะ!" อัคคีถาม
ลูน่าเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอฉายแววหวาดกลัว "เขาคือ... 'ผู้ส่งสารแห่งความสิ้นหวัง' เขาคือผู้ใช้พลังราศีอีกคนหนึ่ง ที่ถูกเงามืดบิดเบือนไปแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแ่เบาก็ดังขึ้นจากด้านหลังของลูน่า เสียงนั้นเย็นะเืและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “...จงปล่อยวาง... จงจมดิ่งลงสู่ความฝัน... ความจริงนั้นมันเ็ปเกินไป...”
เงามืดขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจากด้านหลังของลูน่า มันพยายามจะกลืนกินลูน่าเข้าไปในเงามืด
"ระวัง!" อัคคีคำราม เขาพุ่งเข้าใส่เงามืดด้วยความเร็วสูง เปลวเพลิงสีแดงเพลิงของเขาพุ่งออกไปเผาผลาญเงามืดให้สลายไป
ลูน่าหันมามองอัคคีด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือเธอ
"ข้าคืออัคคี ผู้ใช้พลังราศีสิงห์" อัคคีกล่าว "เราจะไม่มีทางยอมแพ้ต่อความมืดมิด!"
เมษา บาลานซ์ เอลิน่า และลูคัส ต่างก็เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้เช่นกัน พลังลูกแก้วราศีของพวกเขาส่องประกายเจิดจ้า
"จงตื่นขึ้นเถิด ลูน่า!" เมษาเอ่ยขึ้น "ท่านไม่ใช่คนเดียวที่ต้องแบกรับภาระนี้! เรามาที่นี่เพื่อช่วยท่าน!"
ลูน่ามองพวกเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอเห็นแสงสว่างแห่งความหวังในดวงตาของพวกเขา แสงที่เธอไม่เคยเห็นมานานแสนนานในความมืดมิดของมหานครแห่งนี้
"พวกเ้า... พวกเ้าเชื่อในความหวังอย่างนั้นหรือ" ลูน่าพึมพำ
"ใช่ค่ะ! และเราจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าความหวังนั้นมีอยู่จริง!" เอลิน่าเอ่ยเสริม
แม้จะยังไม่สามารถช่วยชาวเมืองให้ตื่นจากความฝันได้ แต่การปรากฏตัวของคณะผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาว ก็ได้ปลุกประกายความหวังขึ้นมาในใจของลูน่า ผู้พิทักษ์แห่งความฝันที่เคยจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
การเดินทางเพื่อกอบกู้โลกและรวบรวมผู้ใช้พลังราศีที่เหลือยังคงดำเนินต่อไป และในไม่ช้า พวกเขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับ 'ผู้ส่งสารแห่งความสิ้นหวัง' ที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยเจอมา และไขปริศนาว่าจะปลุกผู้คนจากความฝันที่สวยงามได้อย่างไร