4 ปี ต่อมา
ฟอนตั้นกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงสีขาวในโรงพยาบาลมันเป็ห้องพิเศษสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ได้มีอาการร้ายแรงอะไรหรือไม่จำเป็ให้หมอดูอย่างใกล้ชิด
ภายในห้องมีทีวีกำลังฉายข่าวหนึ่งอยู่เป็ข่าวเกี่ยวกับโศกนาฎกรรมปริศนาในโรงเรียน ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 30 คนโดยเป็นักเรียน 29 คน ครู 1คน เหตุเกิดในเวลาประมาณ่เที่ยง เมื่อมีห้องเรียน ในชั้นเรียนหนึ่งเงียบผิดปกติ ทั้งๆที่เป็เวลารับประทานอาหารแล้ว
พอเปิดเข้าไปดูก็พบว่าทั้งนักเรียนและคุณครูในห้องต่างตายกันหมดโดยทุกคนนั้นไร้ซึ่งาแใดๆ แต่กลับตายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากแจ้งให้เ้าหน้าที่มาตรวจสอบก็พบว่ามีเด็กนักเรียนคนหนึ่งรอดชีวิตจากโศกนาฎกรรมนั้นมาได้ยิ่งพอพบว่าเป็เด็กคนเดียวกับคดี สามีนักการเมืองชื่อดังฆ่าพี่เลี้ยงเด็กแล้วฆ่าตัวตายตามก็ยิ่งเป็ข่าวฮือฮาเข้าไปใหญ่ ส่วนตัวเด็กที่รอดชีวิตมาได้ ตอนนี้ไม่ได้สติอยู่ในระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ฟอลตันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เขาดันตัวขึ้นมานั่งมองไปรอบๆ จากนั้นก็ก้มลงไปมองที่มือทั้งสองข้างของตน
[ไม่สำเร็จสินะ..]
เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งได้ความทรงจำกลับคืนมาทั้งหมดอาจเป็เพราะสมองของเด็กที่ยังไม่สมบูรณ์ทำให้เขาเพิ่งจะได้ความทรงจำที่เหลือมาเมื่ออายุประมาณห้าปี
เอเลโอสจอมมารผู้ที่คิดจะกวาดล้างมนุษย์นั้นคือเขาในอดีต จากที่คาดการณ์ การใช้เวทย์ในศึกสุดท้ายที่ผิดพลาดทำให้ิญญาเขาหลุดมาที่โลกใบนี้
เวลานั้นไม่เคยหยุดเดิน ไม่ว่าจะมิติไหนเขาเคยทดลองเื่นี้มาแล้ว วันที่เขาตระหนักถึงเื่นี้ขึ้นมาได้ ก็แทบคลั่ง จนถึงกับฆ่าพ่อของตัวเองและทำให้เป็ว่าเป็การฆ่าตัวตาย
เหตุผลที่ทำให้เขาเสียสติได้ขนาดนั้นคือน้องสาวของเขา"เคลฟีล่า"เขารู้นิสัยเธอดี หากเป็เธอจะไม่ทิ้งเขาไว้แน่ เธอคงจะอยู่สู้กับมนุษย์คนเดียวเพื่อปกป้องร่างของเขาหรือไม่ก็คงแบกร่างของเขาหนี ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นไม่ว่าจะทางไหนโอกาสรอดของเธอนั้นคือศูนย์ ต่อให้กลับไปได้แต่เขาจะไม่มีวันได้พบกับน้องสาวของเขาอีกแล้ว
เขานึกถึงคำพูดที่ตัวเองพูดกับเคลฟีเป็ครั้งสุดท้าย
“เงียบ!” “หนวกหู!”คำพูดสุดท้ายของเขากลับกลายเป็การด่าทอและตะคอกใส่ก่อนหน้านี้เขาก็มัวแต่สนใจกับาและเข้มงวดกับเคลฟีมาตลอด ไม่ให้เรียกตนว่าพี่เพราะกลัวว่าจะดูไม่ดีในสายตาปีศาจตนอื่น บังคับให้เธอฝึกฝนอย่างหนัก บังคับให้แต่ละวันต้องคอยส่งพลังเวทย์ไปที่ลูกแก้วประจุเวทย์นั่นทั้งยังพาเธอไปต่อสู้หลายต่อหลายครั้ง
ทั้งๆที่ จริงๆแล้ว สิ่งที่เขา้าคือโลกที่เขาไม่ต้องสูญเสียคนที่รักอีกต่อไป แต่ตอนนี้เขากลับสูญเสียคนที่รักที่สุดเพราะการกระทำของตัวเอง
ขอโทษ ั้แ่ที่จำความเื่เคลฟีได้ นี่ก็เป็คำที่เขาอยากจะพูดมาตลอด
อยากจะกอดเธออีกครั้งเหมือนสมัยก่อนขอโทษที่พูดไม่ดีต่อเธอ และบอกว่าเขารักเธอมากแค่ไหนเคลทำให้เขายอมเป็ศัตรูกับทั้งโลกเพื่อที่จะสร้างโลกที่ปลอดภัยสำหรับเธอ
ไม่ได้้าให้เป็แบบนี้แม้แต่น้อย
ไม่้าให้จบแบบนี้
แต่ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว
สิ่งที่อยากจะบอก สิ่งที่อยากจะขอโทษเขาได้แต่เพียงบอกกับตัวเองเท่านั้น..
เหตุผลที่เขาฆ่าพี่เลี้ยง และพ่อของตนก็เพราะความแค้นที่มีตุ่์
ล่าสุดเขาก็เพิ่งฆ่าเด็กบริสุทธิ์ที่เป็เพื่อนร่วมชั้น กว่า30คนเพื่อจะใช้พลังิญญามาเป็พลังเวทย์ในการพาเขากลับไปโลกเดิม
แต่ก็..ไม่สำเร็จ
ขนาดตอนมาโลกนี้ยังต้องใช้ปีศาจจำนวนมหาศาลค่อยๆรวบรวมพลังเวทย์โดยใช้เวลาถึง 3 ปีเทียบกับปัจจุบัน เขาที่ร่างกายเป็เด็กและยังเป็คนเดียวที่ใช้เวทมนตร์ได้หนทางที่จะกลับไปนั้นเรียกได้ว่าแทบเป็ไปไม่ได้เลย
ระหว่างที่คิดอยู่นั้นเสียงประตูก็ดังขึ้น แม่ของเขาวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล
ไม่นานก็มีหมอ พยาบาล แล้วก็ตำรวจมาเช่นกัน
ทุกคนคิดว่าเป็โรคระบาดร้ายแรงทำให้ก่อนหน้านี้เขาถูกนำไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดพอพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็เลยย้ายมารอดูอาการอยู่ที่ห้องนี้ส่วนพวกตำรวจนั้นมาสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้นในเหตุโศกนากรรม
เขาก็แค่เล่นไปตามบททำเป็ไม่รู้เื่อะไร เพราะของอย่างพลังเวทย์ตรวจสอบบนโลกนี้ไม่ได้อยู่แล้ว
จากนั้นก็มีการตรวจสอบต่างๆนาๆเช่นอาหารและน้ำที่กินเข้าไป ได้กลิ่นอะไรผิดปกติรึเปล่า พบเจอคนต้องสงสัยบ้างไหม
สุดท้ายก็กลายเป็คดีปริศนาที่หาตัวคนร้ายไม่ได้
แม่ของฟอลตันก็ส่งฟอลตันไปเรียนที่อื่นเพราะกังวลว่าเพื่อนร่วมชั้นจะกลัวหรือปฏิบัติอย่างแบ่งแยก
เขาเลยจำใจต้องใช้ชีวิตแบบเด็กธรรมดาไปก่อนจนกว่าจะหาวิธีกลับไปโลกเดิมของเขาได้
จนเวลาผ่านไปถึงอีก 10 ปี
ปัจจุบันฟอลตัน อายุได้ 15 ปี
เื่ที่เขาสามารถใช้เวทมนตร์ได้ยังคงไม่ถูกเปิดเผย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาก็มุ่งแต่ศึกษาหาหนทางที่จะกลับไปโลกเดิมแต่ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยสักครั้ง
จนมาถึงวันนี้
ห้องสีขาวภายในเต็มไปด้วยเครื่องจักรที่มีลักษณะเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เรียงรายกันเป็จำนวนมากเขาเอามือกดไปที่หน้าจอ พิมอะไรบางอย่าง จากนั้นก็มีตัวเลขเวลาโชว์ขึ้นมา (15 นาที)และกำลังนับถอยหลังลงเรื่อยๆ เขาหันไปขยับคันโยกที่อยู่ใกล้ๆและมองไปที่ใจกลางห้อง
ที่ตรงนั้น มันคือลูกแก้วขนาดใหญ่ทันทีที่เขาสับคันโยกลูกแก้วก็เปล่งแสงสีขาวแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาเดินไปใจกลางห้องหยิบเครื่องสวมใส่ ประหลาดที่มีแต่เหล็กขึ้นมาสวม เหล็กพวกนั้นมีสายไฟขนาดใหญ่เชื่อมต่อไปยังใต้ฐานของลูกแก้ว
เขากดไปที่จอมอเตอร์ที่ตั้งอยู่กับพื้นด้านหน้ามีตัวเลขโชว์ขึ้นมาจำนวนมาก เขามองแค่ผ่านๆ และหลับตาลง
(ขอให้สำเร็จทีเถอะ..)
เขาลืมตาและเริ่มร่ายเวทย์นึงออกมา
ั้แ่วันนั้นผ่านมา 15 ปีในที่สุดเขาสามารถหาหนทางกลับโลกเดิมได้สำเร็จ แม้การกลับไปครั้งนี้คนที่เขารักก็คงจากไปหมดแล้ว แต่มันก็เป็เหมือนตราบาปที่เขารู้สึกผิดมาตลอด อย่างน้อยการกลับไปก็อาจทำให้เขารู้สึกได้ใกล้ชิดน้องสาวของเขาอีกครั้งนึง
การทำงานจะเหมือนกับตอนที่เขาจากมาิญญาจะเข้าไปอยู่ในร่างของเด็กแรกเกิด และใช้เวลาประมาณ 5 ปีในการฟื้นคืนความทรงจำ หากพวกผู้กล้ายังอยู่ เขาก็คิดจะแก้แค้น
เอเลโอสสลัดความคิดอันไร้สาระและเพ่งสมาธิไปกับการร่ายเวทย์
ลูกแก้วส่องแสงแรงกล้าเป็ครั้งสุดท้ายและร่างของเขาก็ค่อยๆล้มลงไป…
.
..
...
....
......
........
รู้สึกเหมือนหลับไป สิ่งที่เขาเห็นถัดมาคือความมืด
(ขยับตัวไม่ได้..ลืมตาไม่ขึ้น...)
เอลรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้เลย อย่างน้อยทารกมันก็ต้องขยับได้บ้างสิ
(เอะไม่สิ!!)
เขาตระหนักได้ถึงเื่สำคัญเื่นึง ถ้าการเคลื่อนย้ายสำเร็จเขาต้องลืมความทรงจำสิ แต่นี้กลับยังจำได้ทุกอย่าง!เท่ากับว่าตอนนี้เขาน่ายังอยู่ในโลกเดิม
เอลพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้งแต่ก็ไม่สามารถทำได้
(!!)
(ขยับไม่ได้เลย!เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!)
ในจังหวะที่ใเขาก็รู้สึกถึงเื่หนึ่ง
(ยังหายใจได้อยู่!)เอลสูดอากาศเข้าอย่างช้าๆ
(ใจเย็นก่อนยังหายใจได้อยู่เท่ากับร่างของเรายังตาย แค่ไม่สามารถควบคุมได้ ต้องรีบหาทางทำอะไรสักอย่าง!)
ระหว่างที่คิดแบบนั้น
เขาได้ก็ยินเสียงผู้หญิงกำลังฮัมเพลงดังเข้ามาแม้จะเบามากๆ แต่ก็พอได้ยินอยู่
(หะ!!)
เป็ไปไม่ได้!คฤหาสถ์ที่เขาอยู่มีแค่เขาคนเดียวห้องที่อยู่ก็เป็ห้องใต้ดินที่ไม่มีใครเข้ามาได้ง่ายๆแต่ทำไมถึงมีเสียงของผู้หญิงกำลังร้องเพลงอยู่กัน
(เดียวนะ..)
นอกจากเื่เสียงแล้วเอลก็ยังรู้สึกถึงความผิดปกติอีกอย่าง
(ร่างกายขยับไม่ได้ก็จริงแต่ก็สามารถรับรู้ความรู้สึกได้อยู่แต่ทำไมรู้สึกว่าเหมือนนี่ไม่ใช่ร่างตัวเองเลย..โดยเฉพาะตรงหลังนี้มันยังไงกัน...)
(!!!)
เอลพยายามขยับอวัยวะส่วนนึงในร่างกายซึ่งเป็ส่วนที่ไม่ควรจะมี นั้นก็คือปีกที่หลัง แม้จะขยับไม่ได้แต่รู้สึกถึงการโต้ตอบของกล้ามเนื้อและความรู้สึกเกร็งภายใน
(หรือว่า!)
เอลพยายามขยับร่างกายอีกครั้ง ครั้งนี้เขาลองเกร็งไปที่เล็บมือดู
(มันขยับ!)
เล็บมือของเอลสามารถขยับไปมาในนิ้วได้และตอนนี้รู้สึกได้ว่ามันกำลังเคลื่อนไหวจริงๆ
ความรู้สึกที่ปีก ความรู้สึกที่เล็บมือแถมความทรงจำก็ไม่ได้หายไป นี่ไม่ใช่ร่างของเด็กทารกแน่ถ้าอย่างงั้นก็มีความเป็ไปได้ว่าจะใช้เวทย์ได้
[เสริมพลังกาย]
เอลร่ายเวทย์ที่จะเพิ่มพลังกายมหาศาลขึ้นมาจากนั้นเขาก็ลองพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“กึก” เสียงที่เหมือนกับกระจกร้าวดังขึ้น
ในที่สุดดวงตาของเขาก็เปิดออก
ภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นขุ่นมัว เหมือนกับว่าทั้งร่างของเขาอยู่ในน้ำแข็งไม่ก็ผลึกคริสตัลอะไรบางอย่าง
เอลพยายามจ้องมองว่าด้านนอกมันคือที่ไหน ถึงจะผ่านมานานหลายปีแต่ก็ยังพอจำได้ สถานที่ ที่เขาอยู่คือชั้นที่10 ห้องพิธีกรรมที่เขาสร้างลูกแก้วผลึกพลังเวทย์ขึ้นมา
ตอนนี้เขาอยู่ด้านในสุดของห้อง ลูกแก้วผลึกพลังเวทย์ไม่อยู่แล้ว กำแพงทางออกไประเบียงถูกะเิตอนเคลื่อนย้ายผลึกก็ถูกซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว
ผลึกที่ขังตัวอยู่อยู่สูงจากพื้นเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็แท่นโชว์อะไรบางอย่าง
เขากวาดสายตาดูด้านล่างแล้วก็พบที่มาของเสียงฮัมเพลงปริศนาก่อนหน้า
มนุษย์ผู้หญิงวัยสาว แต่งตัวเรียบๆเธอกำลังก้มถูพื้นบริเวณรอบๆ ด้านหน้าเขาพอดีโดยไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าบุคคลที่อยู่ในผลึกนี้ลืมตาขึ้นมาแล้ว
เขาเริ่มคำนวณสถานการณ์ที่เป็ไปได้มากที่สุด
นี้คือร่างเดิมของเขาเองไม่ผิดแน่! การเคลื่อนย้ายมิติเมื่อยังมีร่างกายอยู่ดูท่าิญญาก็จะกลับมาสู่ร่างเดิมไม่จำเป็ต้องกลับไปเป็ทารกใหม่
แต่ทำไมกัน
ทั้งๆที่ผ่านมา 15 ปีแล้วทำไมร่างเขายังอยู่
านั้น ไม่มีทางฝ่ายปีศาจจะชนะได้ มนุษย์คงบุกเข้ามายึดปราสาทและจัดการเคลฟีกับปีศาจที่เหลือแน่
แต่คำถามคือ ทำไมถึงเก็บร่างเขาไว้?
ผลึกรูปแบบนี้ มันเป็เวทมนตร์ที่เขากับเคลฟีเคยค้นพบด้วยกันตอนเด็กๆความสามารถมันคือแช่แข็งและรักษาสภาพของสิ่งที่อยู่ข้างในไว้โดยจะต้องมาคอยอัดพลังเวทย์ใส่ผลึกไว้เพื่อรักษาสิ่งที่อยู่ด้านใน หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อสิ่งที่อยู่ด้านในด้วย
นั้นคงเป็เหตุผลที่ร่างกายของเขายังคงสภาพเดิมไว้ได้แต่มนุษย์จะได้อะไรจากการทำแบบนี้ ?
เพราะต้องคอยมาดูแลเื่พลังเวทย์อีกโอกาสที่เป็ไปได้มากสุดก็คงมีสองอย่าง อย่างแรกเก็บไว้ศึกษาเพราะยังไงเขาก็เป็ถึงจอมมารอย่างที่สองก็คือเป็ตู้โชว์ แต่บรรยากาศเงียบๆที่มีเด็กถูพื้นฮัมเพลงชิลๆแบบนี้คงจะมีแต่พวกคนระดับสูงที่เข้ามาดูได้
แต่จะอย่างไหนก็ไม่สำคัญเพราะสิ่งที่เขารู้สึกตอนนี้คือความตื่นเต้นเป็อย่างมาก
ไม่ต้องมาเสียเวลาใช้ชีวิตในร่างเด็ก
จอมมารที่ฟื้นคืนจากความตายกลับมาล้างแค้นมนุษย์ แค่คิดก็สนุกแล้ว
ตามหากลุ่มผู้กล้าที่ยังมีชีวิตรอดและฆ่าให้หมดเอลหัวเราะอย่างสนุกสนานในใจ
[แต่ก่อนอื่น....]
เอลมองไปที่เด็กถูพื้นที่ยังคงก้มถูพื้นแบบไม่ได้ใส่ใจอะไรใกล้ๆ
[อืม..ผ่านไป15ปี แล้วอย่าประมาทดีกว่า คนบนโลกนี้อาจจะเก่งกว่าตัวเองไปแล้วก็ได้คงต้องลองหาข้อมูลจากยัยนี้ก่อนเลยละกัน]
เอลรู้จักเวทย์ผลึกนี้ดีรวมไปถึงวิธีการสลายผลึกด้วยเช่นกัน เขาแค่ร่ายเวทย์ในหัวสั้นๆ จากนั้นก็
เสียงผลึกค่อยๆแตกออกทีนิด
แม้ร่างกายของเอลจะยังไม่ออกมา แต่สาวก็ได้ยินและหันมามองเธอสบตาเข้ากับเอลที่จ้องมาที่เธออย่างน่ากลัว
เธอที่คลานถูพื้นอยู่ก็ใจนล้มเอนไปด้านหลังจากนั้นก็พยายามจะลุกหนี
แต่ก็ไม่ทันการแขนและส่วนหัวของเอลหลุดออกมาจากผลึกได้ก่อน เขาชี้มือและร่ายเวทย์ใส่ทันที
“[อัมพาต]”
เด็กสาวหยุดสะงัก ผลึกก็ค่อยๆแตกออกมาทั้งหมดเอลก้าวเท้าลงเหยียบพื้น และเดินไปทางเด็กสาวนั่นช้าๆ
“ฮึ่ม เมื่อยตัวเล็กน้อยแหะแต่ผ่านมา15ปี เมื่อยตัวแค่นี้ นับว่าปาฏิหาริย์แล้วล่ะ”
เมื่อมาถึงต่อหน้าเด็กสาว เขาก็ใช้มือขวาคว้าไปที่คอของเธอ แล้วยกขึ้นจนลอยเหนือพื้น ด้วยมือข้างเดียว
“ตอบคำถามข้าทุกข้อแล้วเ้าจะไม่เจ็บตัวเข้าใจไหม”
[“สลายอัมพาต”]
ทันทีที่เวทย์อัมพาตถูกคลายเธอดื้นทุรนทุราย เอามือทั้งสองข้างพยายามง้างมือของเอลออก
“โอะ แน่นไปหรอคลายนิดหน่อยละกัน”
เอลคลายมือเล็กน้อยแต่ก็ต้องบีบกลับเข้าไปใหม่ทันที เพราะเธอพยายามะโอะไรบางอย่าง
“หืมมม!! ข้ายังไม่ได้ถามไม่ใช่หรอ เมื่อกี้จะส่งเสียงเรียกใครกัน!”
ครั้งนี้เขาออกแรงบีบจนเธอตาเหลือกใบหน้ากลายเป็สีแดงก้ำ
“ปีนี้ปีอะไร.. ตอบไม่ตรงคำถาม ดวงตาเ้าได้หลุดออกมาแน่”
เอลคลายมือเล็กน้อยให้เธอพอพูดออกมาได้อีกครั้ง
เมื่ออากาศลงปอดเธอก็ไอออกมาเล็กน้อยก่อนจะพยายามพูดออกมา
“ห..หนึ่งสองเจ็ดสี่.”
เป็ไปตามที่คาดเวลาดำเนินไปอย่างเท่ากัน ปีที่เขาจากมาคือ 1259 หรือก็คือ 15 ปีได้ผ่านมาแล้ว
“งั้นหรอ งั้นหรอ...”
ถึงจะรู้อยู่แล้วแต่เขาก็แอบหวังนิดๆว่าเขาจะคิดผิดการที่ถูกยืนยันเช่นนี้ทำให้เขาแอบเศร้าเล็กน้อย
แค่เพียงพริบตาเดียว่ที่จอมมารเอลเผลอ สาวใช้คนนั้นใช้มือทั้งสองข้าง ง้างมือของจอมมารเอลออกและะโ
“เคลฟี้!!!!!!!!!!”
เธอะโสุดแรงเสียง จนเอลสะดุ้งเล็กๆจากนั้นก็ออกแรงบีบคอเธออย่างแรงซ้ำอีกครั้ง
แต่ภายในเสี้ยววินาทีก็ปล่อยมือออกอย่างสมบูรณ์ เด็กสาวนั้นตกลงไปและล้มลงนอนอยู่กับพื้น
เหตุผลที่เขาปล่อยมือเพราะชื่อที่ะโออกมา “เคลฟี้” นั้นมันชื่อน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา!
ทำไมเธอถึงะโชื่อนี้ออกมา? ในหัวของเขาเต็มไปด้วยข้อสงสัยผุดขึ้นมาไม่หยุดแค่คนชื่อคล้ายหรอ? อาจมีคนชื่อ เคลฟี้ อยู่แถวนี้อีกคนก็ได้ไม่สิ! อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น แถมยังเรียกว่า เคลฟี้ อีก แทนที่จะเป็ เคลฟีล่านั้นมันคำเรียกอย่างสนิทสนม ั้แ่สมัยที่พวกเขายังเด็ก
คนที่เธอะโขอความช่วยเหลือหมายถึงใครกัน!มีแต่ต้องถามเท่านั้น!
จอมมารเอลใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่ของสาวใช้นั้นและยกขึ้นมา
“แกะโเรียกใคร! ”
สาวใช้คนนั้นไม่ตอบกลับกันเธอพยายามดิ้นหนี เอลอ้าปากเตรียมจะขู่อีกครั้งแต่ยังไม่ทันได้เปล่องเสียงออกมา
มีเสียงของอากาศที่ถูกตัดผ่านด้วยเวทมนตร์บางอย่าง ดังมาจากด้านหลังของเขา
ผลึกน้ำแข็งขนาดราวครึ่งเมตรพุ่งมาจากด้านหลัง ผ่านเข้าที่ข้างตัวเขาแบบฉิวเฉียด
“วางเธอลงสะ!!”
เสียงของผู้หญิงะโออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่ดังออกมาจากด้านหลัง
แต่ว่าเสียงนั่น
ถึงจะผ่านมาหลายปี แต่ก็ยังจำได้ ทำไม?ทำไมมันช่างเหมือนกับเสียงของน้องสาวเขาเหลือเกิน
เอลปล่อยมือสาวใช้คนนั้นลง และหันหลังไปมองที่มาของเสียงนั้น
เธอชี้มือมาที่เขาเตรียมกำลังยิงเวทย์อีกครั้ง
แต่รูปลักษณ์นั่นเขาทรงแหลมบริเวณหน้าผาก ปีกสีดำทมิฬ สีผิวและสีผมนั่น ใบหน้าแบบนั้นถึงจะดูโตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่เป็ใบหน้าที่เขาไม่มีวันลืม
"เคลฟีล่า……."
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือน้องสาวของเขาไม่ผิดแน่