ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 14 ลาภลอย

    ฮ่าๆ ฮ่าๆ "เจ้าแมวน้อยนั่นคงจะคลั่งตายในไม่ช้าแน่นอนที่ข้าเอาผลโลหิตเพลิงของมันมา" ชิงหลงหัวเราะและเคลื่อนที่ด้วยเวทย์เคลื่อนย้าย มุ่งหน้าไปยังสัตว์อสูรตัวที่ 2 เมื่อมาถึงก็ใช้เวทย์ตรวจจับทันที เมื่อลืมตาขึ้นก็กวาดตามองไปรอบๆก็พบกับหนองน้ำขนาดใหญ่ ผิวน้ำสะท้อนแสงระยิบระยับดูสวยงามยิ่ง เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆก็ต้องตกใจ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นอสูรงูสีขาวขนาดใหญ่นอนขดอยู่บนลานหินกลางหนองน้ำ"เหวออ!!ตกใจหมดเลย" ชิงหลงอุทานออกมา อสูรงูขาวก็ชูหัวของมันขึ้นมา ฟ่อ!! ฟ่อ!! มันขู่ทันที เมื่อได้ยินเสียงของชิงหลง "อ่ะ! ซวยแล้วไง การรับรู้ของมันดีจริงๆ" ชิงหลงยกมือขึ้นไปข้างหน้าก่อนจะกล่าวว่า "ไม่ต้องกลัว ข้าแค่มาหาสมุนไพรเท่านั้น" ชิงหลงตะโกนออกไปหวังว่ามันคงเข้าใจที่ข้าพูด ก่อนจะใช้เวทยืเคลื่อนย้ายหายไปจากตรงหนองน้ำทันที ส่วนอสูรงูขาวมันก็ลดหัวมันลงก่อนจะนอนอาบแดดเหมือนเดิมระหว่างทางชิงหลงก็ได้เก็บสมุนไพรหลายอย่างไปด้วย เช่น เห็ดเพลิงตะวัน โสมหิมะ หญ้าหมอกน้ำค้าง ผลเพลิงวิญญาณ สมุนไพรที่เก็บมานั่นอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปีเลยทีเดียว ชิงหลงเริ่มใช้เวทย์ตรวจจับบ่อยขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงจากสัตว์อสูรที่อยู่ห่างออกไป จนได้มาพบกับเหล่าโครงกระดูกมากมายที่กลางป่า เมื่อสำรวจดูก็พบว่าน่าจะตายมานานมากแล้วจนกระดูกหลุดแยกออกจากกัน ข้างโครงกระดูกเหล่านั้นมีอาวุธ 1 ชิ้นเสมอ ชิงหลงยิ้มแก้มแทบปริทันที เมื่อมองเห็นอาวุธนั้น ชิงหลงยื่นมือไปหยิบกระบี่เล่มนั้นขึ้นมาก่อนจะสำรวจดู แต่ก็ไม่ค่อยรู้ว่ามันอยู่ระดับไหน จึงได้โยนเข้ามิติเก็บของไป"เฮ้อ...ดูไปก็ไม่รู้ เก็บๆมันไปทั้งหมดนี่ล่ะ ค่อยไปถามท่านพ่อทีหลังล่ะกัน" ก่อนจะเดินไปที่โครงกระดูกต่อไปก็สังเกตุเห็นแหวนวงหนึ่งสวมอยู่ที่นิ้วของโครงกระดูก จึงยื่นมือไปหยิบขึ้นมาดู "นี่มันแหวนอะไรน๊า...ใช่แล้ว! ข้าลืมไปได้ยังไงกัน ดูเหมือนว่าจะเป็น แหวนมิติเก็บของ แต่น่าเสียดายข้าไม่สามารถเปิดได้"ชิงหลงทำการเก็บสิ่งของต่างๆเข้าช่องมิติเก็บของทันที จนมาถึงโครงกระดูกสุดท้าย ที่มีเกราะสีเงินสวมอยู่ ชิงหลงมองดูก่อนจะคิดว่า นี่คงจะเป็นหัวหน้าของคนเหล่านี้ที่รวมตัวกันเข้ามาล่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง แต่ก็ถูกสังหารจนหมด เกราะนี่น่าสนใจไม่น้อย ก่อนจะหันไปเห็นแหวนสีทองวงหนึ่งจึงหยิบขึ้นมา ชิงหลงอยากรู้มากว่าข้างในแหวนวงนี้จะมีของล้ำค่าแค่ไหน จึงได้คิดใช้พลังเวทย์แทนพลังปราณถึงจะรู้ว่าอาจจะไม่สำเร็จ แต่ก็อยากลองดูอืม..ลองใช้พลังเวทย์ส่งเข้าไปดูก่อนถึงแม้จะไม่ใช่พลังปราณก็เถอะ เมื่อส่งพลังเวทย์เข้าไปก็เกิดแสงขึ้นเล็กน้อยที่แหวน ชิงหลงสังเกตุเห็นก็ยิ้มออกมา และได้ทำต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งแหวนสีทองส่องสว่างขึ้นมา ทำให้เห็นภาพความทรงจำของผู้ที่เป็นเจ้าของแหวนในหัวของชิงหลง ภาพนั้นแสดงการทำสัญญาหยดเลือดลงไปที่แหวนสีทองเพื่อเป็นเจ้าของ ซึ่งคนอื่นไม่สามารถงานใช้งานได้ จนกว่าเจ้าของแหวนจะตายลง นั่นจึงทำให้สัญญานั้นหมดไป คนอื่นจึงสามารถทำสัญญาเลือดได้ เมื่อชิงหลงได้สติกลับมาก็ทำการกรีดนิ้วตนเอง แล้วหยดเลือดลงไปที่แหวนสีทอง แล้วเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปกลายเป็นมังกรทองพุ่งไปที่นิ้วชี้ของชิงหลงก่อนจะกลายเป็นแหวนมังกรขึ้นมา ชิงหลงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนแข็งค้างไป พอได้สติกลับมาก็จ้องมองไปที่แหวนมังกรสีทองที่อยู่ตรงนิ้วชี้ของตนเอง"ไม่นึกว่าข้าจะได้ลาภลอยก้อนโตถึงขนาดนี้เลยนะเนี้ย" ฮ่าๆ ฮ่าๆ เมื่อเห็นว่ามันได้ผล จึงนำแหวนมิติก่อนหน้านี้ออกมา แล้วทำการส่งพลังเวทย์เข้าไปแต่กับไม่เกิดอะไรขึ้นเลย"อืม...หรือว่ามันจะใช้ได้แค่แหวนมังกรสีทองวงนี้กัน" ชิงหลงคิดในใจก่อนจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆแทบจะทั่วป่าพฤกษาทมิฬเลยทีเดียว ถ้ามีคนรู้ว่าป่าพฤกษาทมิฬถูกปล้นทรัพยากรอันมีค่ามากมายไป คงเกิดเรื่องวุ่นวายแน่นอนจนเวลาผ่านไป 2 ชั่วยาม ก็ได้เวลาที่ ชิงหลงจะกลับกระท่อมกลางป่าซะทีเอาล่ะ แค่นี้คงพอไว้โอกาสหน้าค่อยมาใหม่ ชิงหลงใช้เวทย์วาปเกจสร้างประตูวาปขึ้นมา ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป เมื่อโผล่ออกมา ก็พบเข้ากับ พ่อ แม่ ตงเสี่ยว ฟงหมิง และภรรยากับลูกของทั้ง 2 กำลังนั่งที่โต๊ะอาหาร รอชิงหลงกลับมา วิ้งง!! วิ้งง!!! ทุกคนหันไปมองประตูวาปนั่นทันที"ข้ากลับมาแล้วท่านพ่อท่านแม่" เสียงร้องเรียกของเด็กน้อยน่ารัก ดังออกมาจากประตูวาป"มาแล้วรึ! ทำไมเจ้าไม่บอกกล่าวพ่อแม่ซักคำว่าจะไปไหน รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วงขนาดไหน ยิ่งตอนที่รู้ว่าเจ้าจะไปหาสมุนไพรที่ป่าพฤกษาทมิฬ ทำให้พ่อแม่ใจคอไม่ดีเลย กลัวว่าลูกจะเป็นอันตราย""ลูกขอโทษที่ไปโดยไม่บอกกล่าว แต่ตอนนี้ลูกก็กลับมาแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ก็สบายใจได้แล้วล่ะ ถ้าลูกไปอีกครั้ง จะแจ้งให้ทราบ ขอรับ "ทั้ง2ต่างถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวว่า "ช่างมันเถอะ ไหนๆก็ผ่านมาแล้ว ไหนล่ะสมุนไพรที่ลูกไปหามา?"ชิงหลงเปิดช่องมิติเก็บของก่อนจะนำสมุนไพรบางส่วนออกมาให้ดู แต่ที่ทำให้ทุกคนตกใจมากก็คงจะเป็น อาวุธ กับแหวนมิติ ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารนั่นเอง"นี่เป็นสมุนไพรที่ลูกหามาได้ และ โชคดีได้พบ อาวุธกับแหวนมิติระหว่างหาสมุนไพร"เมื่อหายจากอาการตกใจแล้ว คำถามมากมายก็ถาโถมเข้าใส่ชิงหลงไม่ยั้ง จนไม่รู้จะตอบคำถามไหนดี แต่ส่วนมากจะถามว่า ได้อาวุธกับแหวนมิติได้อย่างไรซะมากกว่า"พวกท่านใจเย็นๆกันหน่อย เดี๋ยวจะตอบเรื่องอาวุธกับแหวนมิติพวกนี้ก่อน" เมื่อได้ยินทุกคนก็เงียบลงทันที "อาวุธกับแหวนนั้นลูกพบในส่วนลึกของป่าพฤกษาทมิฬ มันอยู่กับเหล่าโครงกระดูกที่เก่ามากๆ น่าจะตายมานานไม่น่าจะเกินพันปี ลูกเลยเก็บมาทั้งหมด ดีกว่าปล่อยทิ้งเอาไว้ ส่วนแหวนมิตินั่นลูกก็ใช้ไม่ได้ เลยว่าจะให้ท่านพ่อนำของที่อยู่ในแหวนมิติออกมาทั้งหมด และลูกจะมอบให้ท่านพ่อท่านแม่ คนละ1วง และคนที่อยู่ที่นี่ และเก็บไว้ 10 วง นอกนั้นลูกจะนำไปขาย ส่วนอาวุธ ชุดเกราะเหล่านี้ ก็จะแบ่งให้ทุกคน เลือกตามที่ชอบได้เลย เหลือจากนั้นลูกจะเก็บไว้ทั้งหมด"เมื่อตกลงทุกอย่างเรียบร้อย ชิงฮุยหลงก็นำแหวนมิติมาส่งพลังปราณตรวจสอบด้านในก่อนจะของที่อยู่ในแหวนมิติออกมาทั้งหมด จนครบทุกแหวนมิติที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่วนมากจะเป็นเงิน เม็ดยา เท่านั้น จากนั้นก็นำเงินมารวมกันเป็นจำนวน 100 ล้านเหรียญทองหรือเท่ากับ1หมื่นเหรียญทองคำขาว เงินจำนวนนี้มากพอที่จะสร้างคฤหาสน์ได้เลย กลุ่มของเม็ดยาก็เป็นยารักษาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บทั่วไป "ถ้าเรามีเงินขนาดนี้คงถึงเวลาที่เราจะต้องย้ายที่อยู่กันใหม่แล้ว ไม่คิดว่าจะได้ไปอยู่ในเมืองเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ ชิงหลงคิดในใจก่อนจะกล่าวว่า "ลูกจะพาท่านพ่อท่านแม่และทุกคนย้ายไปอยู่ในเมืองหมอกนภา ท่านพ่อท่านแม่จะว่าอย่างไร" "หืม...แล้วแต่ลูกเลยยังไงพ่อแม่ก็เชื่อในสิ่งที่ลูกจะทำต่อจากนี้" ทั้ง2ภูมิใจกับบุตรชายตนมากที่มีความคิดความอ่านเกินวัยของเด็ก ซึ่งทั้ง2ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะคอยสนับสนุนบุตรชายตนเองเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นชิงหลงหันไปมองที่ตงเสี่ยวกับฟงหมิง ก่อนจะเอ่ยว่า"ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้ง2ช่วยไปติดต่อสอบถามเรื่องคฤหาสน์หรือร้านค้าที่ตระกูลทั้งหลายขายกันที ถ้าได้เรื่องอย่างไรก็มาบอกข้าด้วย""ได้ ขอรับนายน้อย เดี๋ยวข้าทั้ง 2 จะรีบไปทันที"เมื่อทุกอย่างลงตัวทุกคนก็พากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง ส่วนชิงหลงก็รีบเดินเข้าไปในกระท่อมของตนเอง ก่อนจะรีบสำรวจสิ่งของที่อยู่ในแหวนมังกรนี้เป็นไปตามที่ชิงหลงคาดการณ์เอาไว้ มีทั้งเงิน ทั้งทองแท่งอยู่หลายหีบ เม็ดยาต่างๆมากมาย สมุนไพรหายาก อาวุธ ชุดเกราะ ล้วนแต่เป็นของระดับสูง ชิงหลงคิดเอาไว้ว่า หลังจากที่ย้ายเข้าไปในเมืองหมอกนภาแล้วจะหาโอกาสไปที่เมืองหลวงต้าหลัวซักครั้ง ทำให้ชิงหลงออกอาการตื่นเต้นออกมาตอนนี้ข้าคงต้องทดลองหลอมเม็ดยาดูหน่อยดีกว่าว่าจะได้ผลรึเปล่า ชิงหลงทำการร่ายเวทย์หลอมยาขึ้นมา โดยมีธาตุไฟกับธาตุแสงเป็นตัวทำละลาย ซึ่งเวทย์หลอมยานั่นจะสร้างขึ้นมาในรูปวงกลมใส คล้ายฟองสบู่ รอยอยู่กลางอากาศ จากนั้นชิงหลงก็โยนสมุนไพร 5 ชนิดเข้าไปด้านในเวทย์หลอมยานั่น เมื่อชิงหลงบอกว่า "เริ่มกระบวนการหลอมเม็ดยา" สมุนไพรที่อยู่ด้านในก็เริ่มละลายกลายเป็นของเหลวลอยวนไปมาและเร่ิมหลอมรวมเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นของเหลวสีทองซึ่งเกิดจากธาตุแสง จากนั้นก็เกิดการควบแน่น ก่อนจะแยกออกจากกันกลายเป็นเม็ดยาเม็ดเล็กๆจำนวน10เม็ด เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ เม็ดยาก็ลอยออกมาตรงหน้า ชิงหลงยื่นมือไปจับมาดูหนึ่งเม็ดก็แปลกใจ"หืม...ทำไมมันนุ่มนิ่มแบบนี้ล่ะ ไม่เหมือนเม็ดยาที่ได้มาก่อนหน้านี้เลย ที่มันเป็นเม็ดแข็งๆหรือว่าเวทย์หลอมยาคงทำได้แต่ยาน้ำที่เป็นของเหลวเท่านั้น" ชิงหลงคิดอย่างรวดเร็วจนเข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นเม็ดยาที่นุ่มนิ่มแบบนี้ เป็นเพราะวิธีใช้มันต่างกัน ที่โลกพลังปราณนั้นจะใช้เตาปรุงสกัด จึงได้เป็นเม็ดยาที่แข็ง แต่สำหรับเวทย์หลอมยานั้นที่โลกเวทย์มนต์ใช้ทำยาโพชั่นที่เป็นของเหลวที่ง่ายต่อการดื่ม เมื่อเอามาใช้หลอมยากับโลกใบนี่มันก็ยังคงเป็นของเหลวเช่นเดิม"จะยังไงก็ช่างถือว่ามันสำเร็จ ดีที่มันมีพลังธาตุแสงเคลือบรอบนอกเอาไว้ไม่งั้นคงลำบากหน้าดู"ชิงหลงโยนสมุนไพรที่ได้มาทั้งหมดเข้าไปในเวทย์หลอมยาก่อนจะสั่งให้เริ่มกระบวนการอีกครั้ง ทุกอย่างเป็นปกติ จนเสร็จสิ้น ก็ได้เม็ดยาออกมา 200 เม็ด ทุกเม็ดยาจะมีสีทองเคลือบอยู่ด้านนอกไม่สามารถมองเห็นของเหลวที่อยู่ข้างในได้ และจัดใส่ขวด10เม็ดซึ่งได้ทั้งหมด20ขวด ก่อนจะเก็บเข้าแหวนมิติเอาไว้ และเริ่มนั่งสมาธิเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนเพื่อดูดซับพลังธรรมชาติเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ตนเองต่อทันที จนลืมไปว่าตนเองต้องไปรักษาคนที่เมืองหมอกนภา