ชั่วขณะที่บุรุษวัยกลางคนรับแท่งไม้ไผ่ไปหมาป่าที่เหลืออีกสองตัวก็พุ่งไปทางหยวนซิว
หยวนซิวถือดาบอยู่ในมือ เขาไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใดสายตาจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของหมาป่าอย่างใกล้ชิด
ส่วนเหยียนต้ากับสามพี่น้องสกุลหูที่ยืนอยู่ข้างเขาต่างก็กัดฟันพวกเขาจับแท่งไม้ไผ่ในมือแน่นจนแทบจะมีน้ำหยดออกมา
“บรู๊ว—”
หมาป่าสองตัวยืนขนาบซ้ายขวาราวกับสาบานว่าจะกำจัดมนุษย์ที่ฆ่าพี่น้องของมันให้ได้ส่วนด้านหลังของพวกมันมีหมาป่าอีกหกตัวพุ่งออกมา แล้ววิ่งตรงไปยังฝูงชนที่กำลังวุ่นวาย
หยวนซิวหยิบแท่งไม้ไผ่ขึ้นมาก่อนจะขว้างไปยังหมาป่าตัวที่ใหญ่ที่สุด
หมาป่าตัวนั้นพุ่งออกมาเป็นตัวแรกและกัดหลิวเหว่ยจนตายเห็นได้ชัดว่ามันคือจ่าฝูง หากฆ่าจ่าฝูงได้ ฝูงหมาป่าก็จะขาดผู้นำมนุษย์ก็จะมีโอกาสรอด
แต่พละกำลังของจ่าฝูงนั้นแข็งแกร่งยิ่งนักมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนสามารถหลบการโจมตีอย่างเต็มกำลังของหยวนซิวได้ปลายแหลมของแท่งไม้ไผ่เพียงบาดขาหลังของมันเท่านั้น
จ่าฝูงเซถลาไปครู่หนึ่งแล้วจึงเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหาหยวนซิวอีกครา
บางทีอาจเป็นการสื่อสารทางจิตวิญญาณระหว่างผู้ที่เป็นราชาราวกับทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงว่าจะต้องต่อสู้จนกว่าจะตายตกกันไปข้างหนึ่ง
หยวนซิวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเขาขว้างแท่งไม้ไผ่อีกแท่งออกไป
จ่าฝูงเบี่ยงตัวหลบแท่งไม้ไผ่จึงปักเข้าที่ท้องของมัน ทำให้มันกลิ้งไปกับพื้น การโจมตีชะงักไปชั่วขณะมันหรี่ตาลงพลางจ้องมองหยวนซิว
ในขณะนั้นเอง เหยียนต้ากับสามพี่น้องสกุลหูก็ถูกหมาป่าอีกสองตัวดึงดูดความสนใจไป
ต้นขาของหูซานถ่งได้รับบาดเจ็บกลิ่นคาวเลือดกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของทั้งสองฝ่าย
ด้านหลิวขุยนำผู้คุมต่อสู้กับหมาป่าหกตัวโดยมีกองไฟกั้นกลางทั้งสองฝ่ายต่างหยั่งเชิงกันอย่างระมัดระวัง แม้ว่าหลิวขุยจะต้องการกำลังเสริมเป็นอย่างยิ่งแต่ในบรรดานักโทษกลับไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้าช่วยเลย
หลิวขุยได้แต่สบถด่าอยู่ในใจ
เขาเป็นผู้คุม จริงอยู่ที่เขาต้องรับมือกับสถานการณ์วิกฤติให้ได้แต่ไหนเลยพวกเขาเพียงไม่กี่คนจะรับมือกับฝูงหมาป่าได้!
ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดนี้จ่าฝูงก็ส่งเสียงหอนเพื่อออกคำสั่ง
หมาป่าทั้งหกตัวที่กำลังเผชิญหน้ากับพวกหลิวขุยจู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศทางพุ่งตรงไปล้อมหยวนซิวเอาไว้
เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายการโจมตีของฝูงหมาป่าได้เปลี่ยนไปแล้ว!
หลิวขุยถอนหายใจอย่างโล่งอกเขามองไปทางหยวนซิวแวบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็สั่งให้ลูกน้องถอยกลับอย่างเงียบๆ
หากการเสียสละคนเพียงไม่กี่คนสามารถช่วยชีวิตคนส่วนใหญ่ได้เขาย่อมทำเช่นนั้นอย่างไม่ลังเล
หมาป่าแปดตัวล้อมเป็นวงกลมจับจ้องคนห้าคนที่อยู่ใต้ต้นไม้อย่างไม่ละสายตา
ขาของเหยียนต้ากับสามพี่น้องสกุลหูสั่นเทาแต่พวกเขาก็ไม่ได้วิ่งหนี ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าหยวนซิวอย่างเงียบงัน
บุรุษวัยกลางคนที่อยู่นอกวงล้อมกลืนน้ำลายลงคอทำได้เพียงกำแท่งไม้ไผ่ในมือแน่นอย่างเงียบๆ
เมื่อครู่หยวนซิวช่วยชีวิตเขาเอาไว้ทว่าเขาไม่มีความสามารถอะไรมาก คิดเพียงว่ารอให้ฝูงหมาป่าโจมตีแล้วค่อยฟาดแท่งไม้ไผ่ใส่จากด้านหลังเมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็หันไปมองภรรยากับลูกที่อยู่บนต้นไม้เห็นเพียงภรรยากำลังปิดตาเด็กทั้งสองคนเอาไว้ นางร้องไห้พลางพยักหน้าให้เขา
“บรู๊ว”
จ่าฝูงออกคำสั่งให้โจมตี
ในเวลาเดียวกันไหสุราหลายใบก็ถูกโยนลงมาจากด้านบนมันแตกกระจายเต็มพื้นบริเวณหน้าฝูงหมาป่า
ฝูงหมาป่างุนงง การโจมตีชะงักไปชั่วขณะ
“ฟู่—”
จากนั้นท่อนไม้ติดไฟก็ถูกโยนลงมาเกิดเป็นกองไฟบนพื้นในชั่วพริบตา
กำแพงไฟลุกโหมมันคั่นกลางระหว่างมนุษย์กับหมาป่า
ฝูงหมาป่าก้าวถอยหลังอย่างพร้อมเพียงพวกมันหวาดกลัวแต่ยังคงจ้องมองกำแพงไฟอย่างไม่ยอมแพ้
“บรู๊ว—”
จ่าฝูงส่งเสียงร้องดังกึกก้องแต่เสียงคำรามตอนท้ายกลับขาดหาย
หมาป่าที่เหลือพลันชะงักงัน แล้วหันไปมองจ่าฝูงพร้อมกัน
จ่าฝูงเองก็ชะงักไปเช่นกัน
หัวของมันโคลงเคลงไปมาฝีเท้าซวนเซกะทันหัน สายตาเลื่อนลอย สภาพเช่นนี้ทำเอาทั้งคนทั้งหมาป่าต่างตะลึงงัน
“บุกเข้าไปสิเจ้าพวกเศษสวะทั้งหลาย! เอาแต่ยืนดูอยู่ได้ จะรอเป็นอาหารให้หมาป่ากินหรืออย่างไร?”
เสียงที่เต็มไปด้วยพลังแต่ไพเราะเสนาะหูของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นเหนือศีรษะของทุกคน
พวกหลินเฉิงจางจำได้ว่าเป็นเสียงของหลินเสวี่ยจู๋
พวกเขาพยายามมองหาต้นตอของเสียงสุดท้ายก็พบว่าหลินเสวี่ยจู๋กำลังนั่งยองๆ อยู่บนต้นไม้ด้านหลังหยวนซิว นางตะโกนบอกกับคนที่อยู่ด้านล่าง
“พวกเจ้าอย่าคิดว่าส่งสามีของข้าออกไปตายแล้วตนเองจะปลอดภัยหมาป่าเป็นสัตว์ที่อดทนมาก พวกมันจะนั่งรอพวกเจ้าอยู่ใต้ต้นไม้หากไม่ฆ่าพวกมันให้ตาย พวกเจ้าก็จะได้กลายเป็นศพแห้งอยู่บนต้นไม้ หรือไม่ก็ต้องลงไปให้หมาป่ากัดตายพวกเจ้าตัดสินใจเอาเองว่าจะร่วมมือกันฆ่าพวกมันหรือจะรอให้พวกมันมาฆ่าพวกเจ้าทีละคน!”
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างก็จินตนาการตาม
ทางเลือกแรกคือเป็นศพที่แห้งตายอยู่บนต้นไม้ทางเลือกที่สองคือเป็นศพที่อาบไปด้วยเลือด
การตายแบบไหนสบายกว่ากัน? ชวนให้ลำบากใจเสียจริงๆ
หลินเสวี่ยจู๋พูดจบนางก็โยนไหสุราอีกหลายใบเข้าไปในกองไฟความสนใจของทุกคนต่างอยู่ที่นาง ทันใดนั้นก็มีเงาหนึ่งพุ่งผ่านไป
ฉัวะ!หัวของจ่าฝูงถูกตัดขาด
ลู่โม่ทำสำเร็จในการโจมตีเดียวเขากลิ้งตัวไปกับพื้น ก่อนจะแทงดาบเข้าไปในท้องของหมาป่าอีกตัวหนึ่งจากนั้นเขาก็กระโจนไปข้างหน้าแล้วผ่าท้องหมาป่าตัวนั้น ไส้ที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวไหลออกมากองเต็มพื้น
เขาก้าวข้ามกำแพงไฟเพื่อไปยืนขวางหน้าหยวนซิวเอาไว้จากนั้นก็เงยหน้าสบตากับหลินเสวี่ยจู๋ที่อยู่บนต้นไม้
“พี่สะใภ้เหตุใดพวกมันถึงยังไม่โจมตีสักทีขอรับ?” ลู่โม่ถาม
“คงจะอีกไม่นานแล้วเจ้าดูอาการของหมาป่าตัวเมื่อครู่สิ เห็นได้ชัดว่ามันกำลังงุนงงอยู่” หลินเสวี่ยจู๋ตอบ
เหยียนต้ากับสามพี่น้องสกุลหูฟังแล้วไม่เข้าใจมีเพียงหยวนซิวเท่านั้นที่กระจ่างแจ้ง
หลินเสวี่ยจู๋นำยาสลบที่นางชอบใช้เป็นที่สุดออกมาใช้อีกคราแล้ว
เรียกได้ว่าวิธีการเดิมแต่เป้าหมายต่างกัน
“บรู๊ว—”
จ่าฝูงตัวใหม่ส่งเสียงร้อง
ส่วนหมาป่าที่เหลือตั้งท่าจะกระโจนอย่างพร้อมเพรียง
“บุก!”
บุรุษวัยกลางคนตะโกนลั่น เขากำแท่งไม้ไผ่ไว้แน่นแล้วพุ่งเข้าใส่หมาป่าตัวหนึ่ง
เมื่อได้ยินเขาตะโกน เหล่าบุรุษที่อยู่บริเวณนั้นก็พากันถือแท่งไม้ไผ่พุ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าพวกเขาไม่ต้องการเลือกว่าจะตายแบบใดพวกเขาต้องการมีชีวิตรอดและปกป้องครอบครัวของตนเองให้ได้!
ทุกคนช่วยกันเข้าไปทุบตีบ้างแทงบ้าง เรียกได้ว่าโจมตีฝูงหมาป่าแบบไม่ยั้ง สถานการณ์ดูเหมือนจะค่อยๆพลิกผัน พวกเขาค้นพบว่า แม้ว่าหมาป่าจะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งแต่เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีจากทุกทิศทุกทางก็ยากที่จะต้านทานได้
ฝูงหมาป่าถึงกับมึนงงเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้
ลู่โม่พุ่งเข้าไปในฝูงหมาป่าเขาฟันดาบลงไป สังหารหมาป่าไปได้หนึ่งตัว
ต่อมาหลิวขุยก็พาลูกน้องพุ่งเข้ามาแล้วใช้ดาบฟันหมาป่าอย่างไม่เลือกหน้า
เมื่อหมาป่าตัวสุดท้ายล้มลงสถานการณ์ก็ยังคงวุ่นวายอยู่ ทุกคนต่อสู้กันอีกครู่ใหญ่กว่าทุกอย่างจะยุติลง
พวกเขาต่างก็หมดแรงแขนอ่อนล้า พวกเขาพากันหอบหายใจ ร่างกายของทุกคนที่เข้าร่วมต่อสู้ต่างก็เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและเลือด
พวกเขามองฝูงหมาป่าที่นอนตายอยู่บนพื้น พลางรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาไปชั่วขณะ
“พวกเรารอดแล้วหรือ?” จู่ๆ ก็มีคนถามขึ้น
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ราวกับตื่นจากความฝัน
พวกเขารอดแล้วพวกเขารอดชีวิตมาได้จริงๆ!
ฝูงชนที่เงียบสงบไปเมื่อครู่กลับมาโกลาหลอีกคราทุกคนต่างวิ่งพล่าน บอกเล่าความจริงที่ทุกคนล้วนรู้ดี นั่นคือพวกเขารอดชีวิตแล้ว!
ท่ามกลางความยินดีหลินเสวี่ยจู๋ไถลตัวลงจากต้นไม้ด้วยท่าทางสงบนิ่ง แล้วพูดกับลู่โม่ “ตรวจสอบสักหน่อยว่าพวกมันตายสนิทแล้วหรือยัง”
หากในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองให้กับการรอดชีวิตจู่ๆ กลับมีหมาป่าตัวหนึ่งลุกขึ้นมาอีกครา สถานการณ์คงจะครึกครื้นน่าดู
เมื่อลู่โม่ได้ยินเช่นนั้นก็ใช้มีดแทงซ้ำไปที่หมาป่าแต่ละตัวก่อนจะเดินกลับมาด้วยความโล่งใจ
.............................