ตอนที่ 22 ผู้นำพรรคมังกรฟ้า
เสียงพูดของเนี่ยตี้แม้มันจะบางเบาราวปุยนุ่น แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นหูของฉางไห่ ผู้มีพลังปราณพิภพขั้นปลายได้ พลังลมปราณที่ฉางไห่เค้นออกมา ทำให้ฝุ่นที่เท้าทั้งสองข้างหมุนวนอย่างรุนแรง “ข้าจะให้โอกาสเจ้าแค่สามลมหายใจเท่านั้น! หนึ่ง!!!” เพียงคำว่าหนึ่งเล็ดลอดมาจากไรฟันของฉางไห่ เนี่ยตี้ก็ปรากฏตัวเดินออกมาจากมุมมืดทันที พร้อมกับเม็ดเหงื่อมากมายที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า พร้อมกับเดินเข้าหาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างขึ้นคำนับ “ท่านผู้นำ...เป็นข้าเอง ข้าไม่นึกว่าจะเจอกับท่านที่นี้” ดวงตาของฉางไห่เบิกโพลงกว้าง ก่อนจะสลายพลังลมปราณทั้งหมดทันที ซึ่งเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเจอกับเนี่ยตี้ ณ ที่แห่งนี้ พร้อมกับรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก หรือว่ามันมีความลับบางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับการตายของเนี่ยฟง “ดึกดื่นถึงเพียงนี้ ไยเจ้าไม่พักผ่อนเพื่อเตรียมตัวงานคัดสรรในวันพรุ่งนี้ แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี้...หรือเจ้าต้องการมาทำลายหลักฐานบางอย่าง” ดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยตี้ ปรากฏการณ์สั่นไหวอย่างแผ่วเบา แต่เนื่องจากที่มันก้มหน้าอยู่ ฉางไห่ไม่มีทางเห็นแน่นอน มันค่อยๆ เงยหน้าอย่างเชื่องช้า พร้อมกับบีบน้ำตาให้หลั่งไหล “ท่านผู้นำ...โปรดฟังข้าก่อน ถึงข้าจะเกลียดเนี่ยฟงอย่างไร ข้าก็ไม่เคยลงมือทำร้ายเขาให้ถึงกับตกตาย ถึงอย่างไรมันกับข้าก็ใช้แซ่เดียวกัน การที่ข้ามาที่แห่งนี้เพื่อมายืนไว้อาลัยให้แก่เนี่ยฟงและหลิงเอ๋อ ซึ่งข้าก็ทำมันมาทุกค่ำคืน แต่ข้าไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอกับท่าน” “เจ้ามาถึงเมื่อไร และได้ยินสิ่งใดบ้าง?” ฉางไห่พูดขึ้นมา พร้อมกับพลังลมปราณที่หลั่งไหลโดยไม่รู้ตัว แม้มันจะเพียงแค่น้อยนิด แต่เนี่ยตี้กลับรู้สึกขนลุกชันไปทั่วทั้งเรือนร่าง มันแสร้งเป็นตีหน้าเศร้า ราวกับคนไม่รู้ความ พร้อมกับส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว“ท่านผู้นำ!! ข้าพึ่งมาถึงเมื่อครู่เท่านั้น และตลอดเส้นทางข้าก็พูดขอโทษเนี่ยฟงและหลิงเอ๋อตลอดทาง จึงไม่ได้ยินสิ่งใดแม้แต่น้อย เช่นนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนท่านผู้นำ ข้าขอเพียงกราบคำนับตรงหน้าผาก่อน แล้วจะจากไปในทันที” เนี่ยตี้เดินไปที่หน้าผาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้มลงกราบราวกับเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับกล่าวคำขอโทษต่างๆ นานาสารพัด แม้แต่หัวใจของฉางไห่เองก็ยังรู้สึกสั่นสะท้านไปกับคำพูดของมัน ทำให้เขาเชื่อมันสนิทใจ ว่ามันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น “เจ้าไปเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียว ในวันพรุ่งนี้ข้าขอให้เจ้าโชคดี บางทีตระกูลของเราอาจจะต้องพึ่งพาเจ้า ในภายภาคหน้า” “ขอบคุณท่านผู้นำ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อชื่อเสียงของตระกูล” เนี่ยตี้ปาดน้ำตาที่เปรอะเลอะบนใบหน้า พร้อมกับผงกศีรษะรับ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ ท่ามกลางการเหม่อมองของฉางไห่ ก่อนจะหันกลับไปที่หน้าผา เมื่อเนี่ยตี้รอดพ้นสายตาของฉางไห่ รอยยิ้มที่แสนชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมันทันที++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ดวงจันทราลาลับ หมู่ดวงดาราริบหรี่แสง ที่ปลายท้องฟ้าปรากฏสีทองระเรื่อ ดั่งเป็นการแจ้งเตือนของวันใหม่ เหล่าศิษย์มากมายต่างตื่นนอนกันแต่เช้า แม้แต่หลานเซินและเทียนหยางเองยังตื่นขึ้นมาตรวจดูความเรียบร้อย เนื่องจากวันนี้คือวันสำคัญในรอบปี จะมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด แม้แต่ฝุ่นผงเพียงน้อยนิดหลานเซินก็ใช้ศิษย์เช็ดถูกใหม่ ดวงตะวันเริ่มฉายแสงที่ร้อนแรง ฝูงชนมากมายเริ่มเนืองแน่นที่ประตูทางเข้า แม้จะไม่ได้เข้าร่วมงาน แต่ขอได้เห็นคนของพรรคมังกรฟ้าก็นับว่าเป็นบุญ หลานเซินและเทียนหยาง ต่างรอคอยการมาถึงของพรรคใหญ่ เดินวนเวียนไปหลายรอบ ราวกับเป็นคนบ้า“พรรคมังกรฟ้ามาถึงแล้ว!!!” เสียงที่โด่งดังถูกขับขานมาจากฟากฟ้า ทุกผู้ทุกคนจ้องมองไปยังบนท้องฟ้าโดยมิได้นัดหมาย พบกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังทะยานลงมาจากฟากฟ้า “เร็วเข้า!! รีบไปแจ้งท่านผู้นำ” หลานเซินหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะสั่งให้ศิษย์ที่อยู่ใกล้ไปแจ้งฉางไห่ทันทีทันทีที่กลุ่มคนลงสู่พื้น หลานเซินและเทียนหยาง รีบเดินไปด้านหน้าพร้อมน้อมคำนับทันที “คารวะท่านผู้นำพรรคมังกรฟ้า” หลานเซินและเทียนหยาง กล่าวต้อนรับอย่างนอบน้อม ทันใดนั้นหลานเซินก็หยิบหีบกล่องหยกในเสื้อผ้า แล้วเดินไปยังเบื้องหน้าผู้นำพรรคมังกรฟ้าทันที“เรียนท่านผู้นำพรรค ไม่คิดว่าท่านจะเดินทางมารวดเร็วถึงเพียงนี้ จนตัวข้าเกือบจะเตรียมของต้อนรับท่านไม่ทัน ของที่อยู่ในนี้นั้นคือ ตัวเดียวอันเดียวของพยัคฆ์คำรน ที่ข้าลงมือปรุงมันด้วยตัวข้าเอง ด้วยสรรพคุณของมัน ข้ารับรองได้ว่าช่วงล่างของท่าน จะแข็งแกร่งดุจชายชาตรี” รอยยิ้มประจบประแจงแฝงอยู่บนใบหน้า มีหรือที่หลานเซินจะเตรียมของไม่ทัน ตั้งแต่มันออกจากห้องปรุงยา มันก็ลงมือปรุงยาเพื่อมอบเป็นของขวัญทันที และยังใช้ตัวเดียวอันเดียวของพยัคฆ์คำรน ที่เป็นดั่งสมบัติล้ำค่าของมันเองในบรรดากลุ่มคนหลายสิบคน ผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุดคือชายฉกรรจ์ที่มีรูปร่างกำยำ อายุประมาณสี่สิบปี ที่สวมใส่เสื้อผ้าไหมราคาสูงตกแต่งไปด้วยทองคำ ที่ถูกหล่อหลอมให้คล้ายดังเกล็ดมังกร บนใบหน้าของมันล้วนดุดันและคมเข็ม คิ้วที่หนาและผมที่ฟูดุจราชสีห์มีสีที่แดงฉาน ราวกับแผงคอของมังกร มันคือหย่งเจี้ยนฉุน ผู้นำพรรคมังกรฟ้า คิ้วสีแดงฉานของมันกระตุกสองสามครั้ง ก่อนจะเหลือบมองกล่องยาด้วยความโกรธเกี๊ยว ก่อนจะตะเบ่งเสียงออกมา ราวกับสัตว์ป่าอสูร “บัดซบ!!! นี้เจ้าบังอาจว่าท่อนล่างของข้าไม่ได้เรื่อง ถึงขั้นต้องกินยานี้ช่วยเลยรึไง เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อจนแก่ตาย ใช่ไหม!!” หลานเซินส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว บนใบหน้าของมันปรากฏเม็ดเหงื่อหลั่งเย็นเป็นจำนวนมาก ก่อนจะทรุดเข่าทั้งสองข้างลงพื้น ยกหีบกล่องของขวัญไว้เหนือหัว “ไม่...ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านผู้นำพรรค เพียงแต่ยาตัวนี้จะบำรุงให้ท่อนล่างของท่าน แข็งแกร่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว แม้จะเสพสมถึงยามเช้าก็ไม่เหน็ดเหนื่อย จะทำให้ผู้นำพรรคราวกับยี่สิบอีกครั้ง!!!” เจี้ยนฉุนสูดลมหายใจอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวไปยังเบื้องหน้าของหลานเซิน พร้อมกับหยิบกล่องหีบเล็กขึ้นมาเปิดดู “เหอะ!! แล้วไป ทีหน้าทีหลังจะพูดสิ่งใด ควรระวังปากของเจ้าไว้บ้าง เวลาของข้ามีไม่มาก จงไปเตรียมยาเกร็ดมังกรม่วงมาให้ข้า แล้วรีบจบงานคัดสรรศิษย์ให้เร็วที่สุด” เจี้ยนฉุนกล่าวอย่างเฉยชา พร้อมกับส่งมอบกล่องให้แก่บุคคลที่อยู่ด้านหลัง เมื่อคลายความโกรธเกรี้ยวของเจี้ยนฉุนได้ รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของหลานเซิน ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญเจี้ยนฉุนไปยังด้านใน เพื่อไปยังสถานที่จัดงานคัดสรร เมื่อมาถึงสถานที่จัดงาน ก็พบกับฉางไห่ที่กำลังยืนรอพวกเขาอยู่แล้ว ซึ่งบนใบหน้าของเขานั้นยังปรากฏความเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด รอยดำที่ขอบตาบ่งบอกให้รู้ว่าเขานั้น ไม่ได้หลับนอนตลอดทั้งคืน ฉางไห่คำนับเจี้ยนฉุนอย่างช้าๆ พร้อมกับยื่นแหวนมิติส่งให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงที่แหบพร่าออกมา “โปรดตรวจดู” เพียงคำพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความ เจี้ยนฉุนรีบคว้ามันมาอย่างรวดเร็วทันทีที่รับแหวนมาจากฉางไห่ เจี้ยนฉุนก็รีบตรวจดูตัวยาในแหวนทันที ทันใดนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของมัน พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า! ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่เสียแรงที่ถูกกล่าวขานว่าหมอเทวดา สามารถปรุงยาเกร็ดมังกรม่วงระดับเจ็ดได้ถึงหนึ่งร้อยเม็ด อีกทั้งยังมีระดับหกอีกสองร้อยเม็ด ความสามารถของสำนักเจ้าช่างเยี่ยมยอดจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!!” “เหอะ!! แค่ร้อยเม็ด หากเป็นตระกูลเฉินของข้าเป็นผู้ปรุง บางทีอาจจะได้ระดับเจ็ดถึงสองร้อยก็เป็นได้ การที่ตระกูลเนี่ยทำได้เพียงเท่านี้...ช่างน่าละอายยิ่งนัก” เสียงของชายชราปรากฏขึ้นมาที่ด้านหลัง ทำให้หลานเซินและเทียนหยาง ใช้หางตาเหลือบไปมองทันที ปรากฏร่างของชายชราในชุดผ้าไหม ที่แฝงความเจ้าเล่ห์ไว้บนใบหน้า พร้อมกับผู้ติดตามและศิษย์ของสำนักหลายสิบคน “เฉินกวง!!” หลานเซินและเทียนหยางกล่าวออกมาพร้อมเพรียงกัน ถ้าหากพรรคมังกรฟ้าไม่อยู่ในที่นี้ พวกมันทั้งสองอยากจะเอายาระดับแปด ปาใส่หน้าพวกมันตระกูลเฉิน ให้พวกมันต้องตกตะลึงจนตาค้าง “ดี!! ในการส่งบรรณาการปีหน้า ข้าหวังว่าจะรับตัวยาระดับเจ็ดที่มากกว่าหนึ่งร้อยเม็ด จากพวกเจ้าตระกูลเฉิน” เจี้ยนฉุนพูดออกมาพร้อมหันกลับไปมอง เฉินกวงรีบคำนับอย่างนอบน้อมทันที “ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” “ดีมาก!! วันนี้ข้าอารมณ์ดีจริงๆ เช่นนั้น ก็เปิดงานการคัดสรรศิษย์เข้าสำนักได้” เจี้ยนฉุนกล่าวเปิดงานทันที พร้อมกับกล่าวเดินไปยังม้านั่ง ที่มีจางลี่และศิษย์หญิงอีกหลายคนรอต้อนรับ ทำให้เจี้ยนฉุนขมวดคิ้วทันที “กลับสำนัก...เรามีเรื่องต้องคุยกัน” จางลี่ผงกศีรษะช้าๆ บนใบหน้าล้วนปรากฏไปด้วยความสำนึกผิด ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา “ข้าทราบแล้ว...ท่านพ่อ” เวทีใหญ่ถูกจัดตั้งกลางลานฝึกยุทธ์ พรรคสำนักตระกูลเนี่ยและตระกูลเฉิน ต่างถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน เสียงกลองศึกตีรัวดังสนั่น เจี้ยนฉุนยกมือราวเป็นการส่งสัญญาณให้หยุด พร้อมกับหยิบไหใบใหญ่มาวางไว้ที่เบื้องหน้า พร้อมกับกล่าวออกมาทันที “ศิษย์ทุกคนในสำนักทั้งสองฝั่งจงฟัง ผู้ที่ต้องการจะเข้าร่วมพรรคของข้า ให้เขียนชื่อของตนเองเข้าไปในไห หากข้าหยิบชื่อใครขึ้นมา มันทั้งสองต้องขึ้นมาประลองกัน ไม่ว่าจะเป็นคนในสำนักเดียวกันก็ตาม แล้วผู้ที่ชนะชื่อของมันจะได้กลับไปในไหอีกครั้ง เริ่มเขียนชื่อแล้วใส่ลงมาได้!” ทันทีที่เจี้ยนฉุนกล่าวเสร็จ บรรดาศิษย์น้อยใหญ่ต่างทยอยเขียนชื่อของตนใส่แผ่นไม้ ก่อนจะเอามันไปหย่อยลงในไห ซึ่งทั้งสองฝั่งต่างส่งศิษย์ของตนเข้าร่วมฝั่งล่ะสิบคนเท่านั้น เมื่อศิษย์ทั้งสองฝั่งได้หย่อยชื่อของตนเสร็จ ก็แยกย้ายกลับไปประจำที่ของตน ซึ่งศิษย์แต่คนนั้นล้วนแต่เป็นอัจฉริยะของแต่ละสำนัก เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเจี้ยนฉุนซัดฝ่ามือไปที่ไหทันที ปรากฏแผ่นไม้สองแผ่นที่กระเด็นออกมาจากไห ล่องลอยไปกลางอากาศ ท่ามกลางสายตาของเหล่าศิษย์ ที่จดจ้องด้วยความตั้งใจ คาดหวังจะให้เป็นชื่อของตน ทันใดนั้นก็ปรากฏเงาดำพุ่งทะยานมาด้วยความรวดเร็ว จากสำนักทั้งสองฝั่ง พร้อมกับคว้าแผ่นไม้ที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะมายืนบนกลางเวที พร้อมกับโชว์ชื่อบนแผ่นไม้ “ข้าหลงกู่ จากพรรคตระกูลเนี่ย ขอรับการชี้แนะ!” “ข้าหนงทาง จากพรรคตระกูลเฉิน ขอรับการชี้แนะ!” “ฮ่าฮ่าฮ่า!!! ซุปน้ำข้นกระดูกหมู เป็นชื่อที่ดี!! เริ่มการประลองได้!!!” เจี้ยนฉุนหัวร่อดังน้ำตาแทบเล็ด ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้เริ่มการต่อสู้“ตึง ตึง ตึง ตึง!!!” เสียงรัวกลองเป็นการส่งสัญญาณการต่อสู้ ศิษย์ทั้งสองสำนักเริ่มตั้งท่าทันที
*หมายเหตุคำที่ขีดเส้นใต้*หลงกู่ = กระดูกหมูหนงทาง = ซุปน้ำข้นเครดิตจาก https://www.yingpook.com/chinese-words-meat-cooking/