หลังจากเหตุการณ์วันนั้นจบไป มันก็มักจะมีเื่บังเอิญให้ผมต้องมาเจอกับไอ้ธีร์อยู่บ่อยครั้ง .....
วันต่อ ๆ มา
:่เช้าที่โรงอาหารของโรงเรียน
วันนี้เป็วันที่ผมตื่นสาย ทำให้ผมต้องรีบไปโรงเรียนจนไม่ได้ทานข้าวเช้า กว่าจะมาถึงโรงเรียนก็ใกล้จะถึงเวลาขึ้นเรียนไปแล้ว สิ่งที่บรรเทาความหิวของผมได้ก็คงจะมีแค่ขนมร้านป้าโรงอาหาร
ณ โรงอาหาร
“ตึก ๆ ๆ ๆ”
เสียงฝีเท้าของผมและใครอีกคนกำลังวิ่งมาจากคนละทาง แต่กำลังมุ่งเป้ามาที่ปลายทางเดียวกัน นั่นก็คือร้านขายขนมปังป้าแมว
“ป้าครับ! เอาแซนวิชไส้หมูหย็องชีสอันนึงครับบบ!!”
เสียงของผมและใครคนหนึ่งพูดกับป้าร้านขนมปังเสียงดังพร้อมกัน ใครคนนั้นก็คือไอ้ธีร์
“ไอ้เชี้ยธีร์!”
ผมอุทานด้วยความแปลกใจที่บังเอิญได้เจอกับไอ้ธีร์ เพราะั้แ่เรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้มาห้าปี ผมไม่เคยรู้จักและไม่เคยเจอไอ้ธีร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว หรือผมไม่เคยสังเกตก็ไม่รู้นะ
"มึงใครวะ? รู้จักกูหรือไงถึงเรียกชื่อกูอ่ะ....เอ๊ะ!? ไอ้โง่ะโลงน้ำไปช่วยแมววันนั้นนี่หว่า”
ไอ้ธีร์หันหน้ามามองผม ซึ่งแน่นอนว่ามันจำผมได้ และความปากดีของไอ้ธีร์มันก็ทำให้ผมใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ต่อยปากมัน ไอ้ธีร์กับผมมองกันตาเขม็งอยู่สักพักแล้วป้าแมวก็พูดขึ้นว่า
“แซนวิชเหลืออยู่ชิ้นเดียวนะลูก! เอาอย่างอื่นแทนมั้ย...?”
พอป้าพูดจบ ผมรู้ได้ทันทีเลยว่าศึกนี้ผมต้องสู้สุดใจเท่านั้นถึงจะชนะ แต่ไม่ทันที่ผมจะคิดจบ ไอ้ธีร์ก็ได้เอาแซนวิชชิ้นสุดท้ายเข้าปากไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ผมทำได้แค่ยืนกำหมัดกัดฟันมองดูมันกินแซนวิชชิ้นสุดท้ายอย่างเอร็ดอร่อย...
“อ่ะกูเลี้ยง!”
ไอ้ธีร์พูดพร้อมโยนขนมปังให้ผม แล้วผมก็รับไว้แบบงง ๆเพราะผมทั้งหิวและกลัวขึ้นห้องเรียนไม่ทัน แต่ผมก็ไม่ได้เอ่ยขอบคุณมันไปหรอก เพราะผมไม่ได้ให้อภัยที่มันแย่งแซนวิชชิ้นสุดท้ายของผม...ขอให้พระลงโทษมันอย่างหนัก
“เหี้ยเนาะมึงอ่ะ ถึงมันจะทดแทนแซนวิชที่มึงแดกเข้าไปไม่ได้แต่กูก็จะรับไว้ละกัน”
ผมพูดไปพลางแกะถุงขนมปังไปพลาง
“เออ! มึงชื่ออะไร ไม่มีเพื่อนคบหรือไง กูเห็นมึงไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด ทำตัวรังเกียจสังคมนะมึงเนี่ย ให้กูช่วยเป็เพื่อนให้มั้ย!?”
ไอ้ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่สงสัยในตัวผม
“เสือกเก่งงงงง!” ผมก็เลยพูดกวนประสาทมันไปหนึ่งแมทช์
ด้วยความที่มันสายแล้ว ผมก็เลยไม่ได้ตอบคำถามไอ้ธีร์ไป และได้รีบวิ่งใส่เกียร์หมาขึ้นห้องเรียนพร้อมกับกินขนมปังไปด้วย
เห็นแบบนี้แต่ผมเป็ถึงลูกชายประธานบริษัทนะ ถึงจะนิสัยเกเร รักสนุก แต่เื่เรียนผมก็ไม่เคยทิ้ง ผมเข้าเรียนเกือบทุกคาบ เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.80 ทุกเทอม
ส่วนเื่ที่ไอ้ธีร์หาว่าผมไม่มีเพื่อนอ่ะนะ ใครมันจะไม่มีเพื่อนล่ะครับ จริง ๆ ผมมีเพื่อนสนิทตอนมัธยมต้นที่เรียนด้วยกันที่โรงเรียนนี้แหละ แต่ตอนนี้อยู่คนละโรงเรียนกันแล้ว ส่วนเพื่อนในโรงเรียนเดียวกันตอนนี้ก็มีไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันบ้าง เล่นกีฬากันบ้าง แต่ก็ไม่จำเป็ต้องไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ในส่วนของเพื่อนสนิทนั้น เพราะเบื่อขี้หน้ากันตอนเรียนม.ต้น พอขึ้นม.ปลายก็เลยตกลงว่าจะแยกกันเรียนคนละโรงเรียน ก็เป็ลูกประธานบริษัทเหมือนกันอ่ะนะ จะทำอะไรก็ได้อ่ะครับ
เวลาช่วงเช้าผ่านไป
:ตอนพักเที่ยงที่โรงอาหารของโรงเรียน
“กะเพราหมูกรอบเพิ่มไข่ดาวสองฟองครับบบ!”
ผมที่หิวโซและกำลังสั่งข้าวอยู่
“ข้าวผัดเพิ่มไข่ดาวสองฟองครับบบ!!”
และไอ้ธีร์ก็เสนอหน้ามาแซงคิว
“ไข่ดาวเหลือฟองเดียวนะลูก...”
ป้าร้านขายข้าวกล่าว
"กูมาก่อนนน!...”
"ก็เห็นๆอยู่ว่ากูสั่งก่อน!"
ผมกับไอ้ธีร์ก็ได้มีปากเสียงกันรอบที่สองของวัน
:ตอนบ่ายที่ห้องสมุด
“หนังสือเศรษฐศาสตร์ ๆ ....อ่ะ!เห็นแล้ว “
“อ่อ!นั่นไง”
"(จับ)"
แม้กระทั่งตอนที่ผมกำลังค้นหาหนังสือไปทำรายงานอยู่ห้องสมุด ก็มีคนมาหยิบหนังสือเล่มเดียวกันกับผมไป ใครคนนั้นก็คือไอ้ธีร์
“มึงอีกแล้วหรอวะไอ้ธีร์!”
"มึงอ่ะ!อีกแล้วหรอวะ“
"มึงปล่อยดิ๊! กูเห็นก่อน”
"กูต่างหากที่เจอก่อน!!”
และผมกับไอ้ธีร์ก็มีปากเสียงกันรอบที่สาม.....
:่ใกล้เลิกเรียนที่ห้องพยาบาล
“เตียงว่างมั้ยครับผมเหมือนจะปวดหัว!”
"เตียงว่างมั้ยครับผมรู้สึกไม่สบาย!!"
"อ้าว!"
"เอ๊ะ!"
และในตอนที่ผมกำลังคิดจะพักผ่อนก็ดันมาเจอไอ้ธีร์อีก ผมกับมันเหลือบมองหน้ากัน และมันก็ทำท่าเหมือนจะกวนประสาทผมอีก แต่ครั้งนี้เป็ผมที่ี้เีทะเลาะกับมันแล้ว ผมจึงขอเพียงยาแก้ปวดจากห้องพยาบาลไปกิน
"ผมขอแค่ยาพาราก็พอครับ"
"มึงไม่สบายหรอ?"
"เสือก!"
"อ้าวไอ้นี่! กูคุยด้วยดีๆ"
"กูเบื่อทะเลาะกับมึงว่ะ!...."
".........?"
แล้วผมก็เดินหนีออกจากตรงนั้นไปอยู่ใต้ต้นไม้หลังโรงเรียนที่ประจำของผม
หลายวันผ่านไป....
เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นแบบเดิมซ้ำ ๆ อยู่เกือบเดือนจนผมเริ่มรู้สึกชินกับพฤติกรรมของไอ้ธีร์ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าไอ้ธีร์จะไม่มาโรงเรียน เพราะว่าทั้งวันผมยังไม่เห็นหน้ามันเลย
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาโรงเรียนเลิก ผมที่เรียนเหนื่อยมาทั้งวันก็หอบสังขารตัวเองไปนอนพักสมองอยู่ใต้ต้นไม้ริมลำคลองที่เดิมของผมอย่างสบายใจ ผมคิดว่าวันนี้คงเป็วันแรกที่ผมได้ใช้ชีวิตในโรงเรียนอย่างสงบสุขอีกครั้งนับั้แ่รู้จักไอ้ธีร์มา แต่มันก็รู้สึกเหงาแปลกๆเหมือนกัน...."แกร๊ก!"....สงบสุขกะผีน่ะสิ!!
“แกร๊ก! แกร๊ก...ฮึ่ม!!” กิ่งไม้ที่ถูกพัดเคลื่อนไหวไปมาตามทิศทางของสายลมอ่อน อยู่ ๆ ก็สั่นไหวอย่างแรงแล้วหักลงมา
“ตุบบ! โอ้ย เจ็บๆๆๆ ....” ???
“อึก! เฮือกกก เชี่ยไรเนี่ยยย! ” ผมอุทานด้วยความใ
ในขณะที่ผมกำลังนอนเล่นอยู่ที่ประจำหลังเลิกเรียนของผม ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ตกลงมาจากต้นไม้ และ!ผมก็นอนอยู่ใต้ต้นไม้นั่น ผมทั้งจุก ทั้งเจ็บ ทั้งโมโหเพราะมันตกลงมาใส่ผมแบบเต็มๆ
“อ้าวๆ พ่อหนุ่มทาสแมว เจอกันที่นี่อีกแล้วนะ”
แล้วไอ้บ้าที่ตกลงมาจากต้นไม้คนนั้นก็คือไอ้ธีร์ หลังจากที่มันตกลงมาทับผมมันก็ค่อย ๆใช้มือน้อย ๆ ของมันดันตัวเองขึ้นมานั่งมองหน้าผมบนตัวผมอย่างสบายใจ แทนที่มันจะขอบคุณหรือขอโทษที่ผมนอนเป็เบาะนุ่ม ๆ รองรับตอนมันตกลงมา แต่มันกลับพูดกวนประสาทผมเหมือนเดิม
ผมใช้มือดันตัวท่อนบนของตัวเองขึ้นหวังจะลุกขึ้นมานั่งดี ๆ แต่ไอ้ธีร์มันก็ยังไม่ลุกออกไปจากตัวผม ทำให้หน้าผมกับหน้ามันอยู่ในระดับที่เท่ากันแบบตาตรงตา ปากตรงปาก และใจตรงใจกันเลย ผมเผลอไปมองตาสีฟ้าหม่นคู่นั้นของไอ้ธีร์ทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆแบบบอกไม่ถูก ผมทำได้แค่โมโหกลบเกลื่อนความสับสนนั้นไป
“มึงจะนั่งอยู่แบบนี้อีกนานมั้ย ลุกออกไป!”
ผมเสียงดังใส่มัน จากนั้นก็ลุกขึ้นมานั่งปัดเสื้อที่เปื้อนอยู่
“แค่นี้ทำไมมึงจะต้องโมโหอะไรใส่เพื่อนขนาดนั้นวะ โกธรจนหน้าแดงหมดแล้วมึงอ่ะ”
ไอ้ธีร์ถามผมด้วยสายตาและน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับลุกออกไปนั่งห่างๆ ผมทันที
“เพื่อน?” ผมคิดในใจ “กูไม่ได้โมโหจนหน้าแดงเว้ย กู...กูนอนตากแดดหน้าเลยไหม้! แล้วที่มึงตกลงมาทับกูเนี่ย มึงคิดจะขอโทษกูมั้ย”
ผมพูดเสียงเบาลง และผมก็ไม่ได้โมโหมันจนหน้าแดงจริงๆ นะ ผมก็ไม่เข้าในความรู้สึกนี้เหมือนกัน
“เออๆ กูขอโทษ” ไอ้ธีร์ยอมขอโทษผมโดยง่าย
“ขอบคุณกูด้วย” ผมพูดพร้อมกลั้นยิ้ม
“ไอ้นี่! ได้คืบจะเอาศอก....กูขอบคุณมึงละกัน มึงชื่อไรนะ?”
“ไม่มีตาอ่านหรอ ชื่อปักอยู่บนเสื้อกูเนี่ย” ผมยอกย้อนคำพูดที่มันเคยกวนประสาทผม
“ครับ! คุณอิท ธิ พัทธ์ แล้วชื่อเล่นล่ะครับ ผมจะได้เรียกถูก” ไอ้ธีร์กัดฟันพูดประชดผม
ยังไม่ทันที่ผมจะตอบ ก็มีใครไม่รู้กำลังเดินตรงมาที่ที่ผมกับไอ้ธีร์นั่งอยู่ด้วยท่าทางเร่งรีบ ผมพยายามหรี่ตามองว่าใครที่กำลังมา จึงได้เห็นว่าเป็ครูใหญ่ฝ่ายปกครอง พอหันหน้ากลับมาอีกทีไอ้ธีร์ก็ได้หายตัวไปจากตรงนี้แล้ว
“อ้าวนายไทน์” เสียงครูใหญ่ทักทายผม
“สวัสดีครับครู ครูมาทำอะไรอยู่หลังโรงเรียนหรอครับ”
“ครูมาตามหานายธีร์ ม.5/5 น่ะ เธอรู้จักมั้ย ชอบโดดเรียนอยู่บ่อยๆ เมื่อกี้ครูไล่ตามก็เห็นวิ่งมาทางนี้นะ”
“เอ่ออ...ครับ เพื่อนผมเอง ไม่เห็นมาทางนี้นะคับ วันนี้ผมยังไม่เห็นมันมาโรงเรียนเลย”
“งั้นหรอ? เมื่อตอนบ่ายครูเห็นเขากำลังปีนกำแพงเข้ามาในโรงเรียน ครูก็เลยไล่ตามมาจนถึงตอนนี้แหละ ....ช่างเถอะ! คือเดือนหน้าโรงเรียนเราจะจัดงานวันก่อตั้งโรงเรียนน่ะ อ่ะ!นี้หนังสือเชิญ ฝากให้ประธานพีร์วศุตม์ อ่า...ให้พ่อแม่เธอด้วยนะ”
“....ทางโรงเรียนส่งหนังสือเชิญไปเองดีกว่าครับ ถ้าผมเป็คนเอาไปให้เองเขาคงไม่สนใจหรอกครับ ”
ผมยืนนิ่งไปชั่วครู่แล้วพูดตอบครูใหญ่พร้อมยิ้มอ่อนๆ
“....ถ้างั้นครูไม่รบกวนเธอแล้ว”
"ครับครู สวัสดีครับ”
บทสนทนาจบไปพร้อมสีหน้าที่เหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายชีวิตของผม อันที่จริงความสัมพันธ์ในครอบครัวผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะพ่อผมเป็ประธานบริษัท ทั้งพ่อและแม่ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาให้ผม บางครั้งพวกท่านก็ไปคุยงานไม่กลับบ้านเป็เดือนก็มี ความสัมพันธ์เราจึงดูห่างเหินขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่ได้โกรธเกลียดพ่อแม่นะ ไม่ได้ทะเลาะหรือมีปัญหาอะไรกัน แต่แค่น้อยใจที่ท่านไม่มีเวลาให้ลูกเหมือนครอบครัวคนอื่นเขาก็เท่านั้น
“ตุบ! ครูใหญ่ไปแล้วหรอไอ้ไทน์”
เสียงไอ้ธีร์ะโลงมาจากต้นไม้แล้วเรียกชื่อผม สงสัยมันได้ยินครูใหญ่เรียกผมมันก็เลยรู้ว่าผมชื่อไทน์ แต่คำถามคือ!? ...มันขึ้นไปบนต้นไม้ตอนไหน
“กูเริ่มสงสัยละว่ามึงเป็คนหรือเป็ลิง ปีนเก่งเกิน! แล้ววันนี้มึงหนีเรียนไปไหนมาจนครูใหญ่ได้ไล่ตาม?”
“มึงชื่อไทน์ใช่มั้ยกูได้ยินครูเรียก? ถ้างั้นเมื่อเพื่อนไทน์ถามกูก็จะเล่าให้ฟัง5555”
ไอ้ธีร์พูดด้วยหน้าตาที่ดูสนุก
“กูไม่ได้เป็เพื่อนกับมึงเว้ย!”
ผมพูดโพล่งออกไปตามความรู้สึกตัวเอง แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกว่าไม่อยากเป็เพื่อนกับไอ้ธีร์
“แต่มึงบอกครูใหญ่เองนะว่ากูเป็เพื่อนมึง ก็พอเข้าใจแหละว่าลูกชายประธานบริษัทก็คงปากแข็งเป็ธรรมดา5555”
ไอ้ธีร์คงได้ยินครูใหญ่พูดชื่อพ่อผมมันเลยรู้ว่าผมเป็ใคร ถึงบริษัทของครอบครัวผมจะไม่ใช่บริษัทั์ใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ แต่ก็มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจในประเทศมากพอตัว
“เห้อ!ช่างเถอะ สรุปหนีเรียนไปไหนมา” ผมไม่อยากพูดเื่พ่อก็เลยถามคำถามกลับไป
“อยากรู้เื่ชาวบ้านจังนะมึงอ่ะ กูไปเดทกับสาวโรงเรียนสตรีมา อย่างแจ่มเลยนะมึง”
“งั้นหรอ หน้าอย่างมึงมีแฟนแล้วหรอเนี่ย555” ผมขำแห้งด้วยก็รู้สึกแปลกๆ
“ยังงง แค่คุย ๆ เด็กในสต็อกกูมีอีกเยอะ มึงอ่ะมีใครยัง ให้กูติดต่อให้มั้ย5555” ท่าทางไอ้ธีร์ดูสนุกกับสิ่งที่มันทำ
“ไม่จำเป็ กูว่าของกูเยอะกว่ามึงอ่ะ5555” ผมพูดไปตามน้ำเพื่อปกปิดความรู้สึกแปลกๆ ของผม
“ครับ ๆ คุณชาย ผมยอม”
เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลงผมกับมันก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
ในเสียงหัวเราะนั้นของผมมีความรู้สึกสับสนซ่อนอยู่มากมาย ผมรู้สึกว่าตัวเองดูแปลกไปจากแต่ก่อน ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้มีผู้หญิงเข้าหาผมไม่เคยขาด ทั้งเข้ามาเองเพราะความหล่อของผม ทั้งเพื่อนผมแนะนำมา และทั้งที่พ่อให้มาดูตัว ส่วนใหญ่ผมก็มีผู้หญิงพวกนี้คอยแก้เหงา อีกส่วนหนึ่งก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อนคลายเหงา ถึงจะยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย แต่เพราะเป็ลูกคนรวยล่ะมั้งถึงทำอะไรก็ได้ในประเทศนี้
แต่หลัง ๆ มาผมเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายทั้งผู้หญิงและเหล้า จึงเป็สาเหตุที่ผมปลีกตัวมาอยู่คนเดียวบ่อยครั้ง ทำให้ไอ้ธีร์คิดว่าผมไม่มีเพื่อนคบ ผมใช้ชีวิตอยู่คนเดียว่หนึ่งจนได้มาเจอกับไอ้ธีร์ แล้วความรู้สึกผมก็แปลกไป ผมไม่รู้และไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ได้แต่เก็บเอามาคิดอยู่ในใจคนเดียว
วันเวลาผ่านไปจนขึ้นปีการศึกษาใหม่
หลังจากวันที่ผมเผลอพูดว่าไอ้ธีร์เป็เพื่อน เราสองคนไปไหนมาไหนในโรงเรียนด้วยกันและคุยกันดี ๆ เหมือนคนทั่วไปที่เป็เพื่อนกันมากขึ้น ที่บอกว่าไปไหนมาไหนด้วยกันหมายถึงว่าไปกันเป็กลุ่มหลายคน บางครั้งผมก็ไปกับกลุ่มเพื่อนไอ้ธีร์และบางครั้งไอ้ธีร์ก็มากับกลุ่มเพื่อนผม จนตอนนี้ก็ถึงชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายของพวกเราแล้ว.....
เสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนกรุงเทพวิทยา
“เฮ้ยธีร์ วันนี้มึงไปเล่นบาสกับพวกกูป่ะ” ผมที่นัดเพื่อนไว้หลังเลิกเรียน และกำลังเดินลงบันไดไปสนามบาส
“ไม่อ่ะ วันนี้กูมีนัดกับสาวแล้ว ่นี้คิวกูเต็มนะเพื่อน มีธุระอะไรนัดล่วงหน้าสามวัน55555”
พอพูดจบมันก็ะโลงบันไดห้าชั้นแล้วรีบวิ่งออกจากโรงเรียนไป
หลัง ๆ มานี้ไอ้ธีร์ชอบหายตัวไปหลังเลิกเรียนประจำ ที่ผ่านมาผู้หญิงที่มันคุยอยู่มันก็แค่เล่นๆ แต่เหมือนคนนี้จะแตกต่างไปจากคนอื่น พอเห็นแบบนี้แล้วผมก็รู้สึกเจ็บที่ใจอย่างบอกไม่ถูก....