พวกเธอหายไปไหนกันมา!!
"ไม่มีใครลงไปกินข้าวเช้า ไม่มีใครมาแจ้งครู ไม่มีแม้กระทั่งจดหมายรู้มั้ยว่าพวกครูและผู้นำชุมชนออกตามหาพวกเธอกันขนาดไหน"
"......."
"เอ่ออ.... คือ คือ พวกเราไป " อี้เหยา
"พวกเราไปหาซื้อของฝากค่ะครู " หลานหลานลอบปาดเหงื่อ
"ใช่ ใช่ค่ะครู ไปหาซื้อของฝากกันค่ะ" อี้เหยา
"แล้วนี่หลี่เซียงเซียงเป็อะไร ทำไมหน้าตาเป็แบบนี้"
"......"
"เซียงเซียง เอ่อออ เซียงเซียง เป็ เป็" อี้เหยาได้แต่คิดในใจจะบอกว่าเมาเหล้าไม่ได้เด็ดขาด!
"เซียงเซียงเมาน้ำมันรถค่ะครู ตอนเราไปถึงมีรถหลายคันมารับของพอดีค่ะ"หลานหลานลอบปาดเหงื่ออีกครั้ง
"พวกเธอนี่เหลวไหลกันเกินไปแล้วนะ อีกไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษากันอยู่แล้วเฮ้อออ" นี่เธอคิดผิดหรือเปล่านะ ที่ให้เด็กกลุ่มนี้มาด้วย
"เอาล่ะๆงั้นก็ให้หลี่เซียงเซียงพักผ่อนที่ห้องก่อน หายเมาแล้วค่อยลงมาช่วยงานส่วนพวกเธอมากันได้แล้ว เพื่อนๆเขาทำงานกันนานแล้ว" ครู
เมื่ออยู่คนเดียวในห้องพักหลี่เซียงเซียงที่กำลังตั้งสติตัวเองอย่างเต็มที่ก็ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่ชวนให้กระอักกระอ่วนตอนเช้าเมื่อเธอตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนหนึ่งด้วยสภาพที่ล่อนจ้อน
"กรี๊ดดดดดดดด ไอ้บ้า ไอ้บ้า นายทำฉัน นายทำฉัน ฮือออ"หลังจากที่จำได้แล้วว่าอะไรเป็อะไรแล้วก็หลับหูหลับตาทุบคน
"คุณ คุณ เดี๋ยวๆ คุณ หยุดก่อน คุณ "ร้อยโทหนุ่มร้องบอกกับเด็กสาวที่หลับหูหลับตาทุบตีเขา
"ไอ้บ้า ฮืออออ ไอ้บ้า ฮือออ"
"ผมจะรับผิดชอบเอง เรามาคุยกันดีๆก่อนนะคุณ"เฉินซีซวนตัดสินใจรวบกอดเด็กสาวเพื่อหยุดการทุบตี
"ไม่ต้อง" หลี่เซียงเซียงพูดพร้อมกับหันหลังให้ทันที
"ทำไม" ชายหนุ่มหันขวับพร้อมถามทันทีเหมือนกัน
"......."
"ฉันจะกลับแล้ว" พูดพร้อมกับควานหาเสื้อผ้ามาแต่งตัว
"เดี๋ยวสิคุณ แล้ว เอ่ออ แล้วเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างเราจะแต่งงานกัน"
"แต่งงาน!!"
"ใช่ เราจะแต่งงานกัน"
" ฉะ ฉันบอกว่าไม่ต้องไง ฉันจะกลับแล้ว"
"เดี๋ยวคุณ งั้นคุณเอาที่อยู่ของผมไปนะถ้ามีอะไรหรือคุณเปลี่ยนใจก็เขียนจดหมายมาหาผมได้เลย"พูดเสร็จมือก็รีบควานหาอะไรมาจดยิก ๆแล้วรีบยัดใส่มือให้เด็กสาว
"นี่เป็ที่อยู่ที่ทำงานของผม คุณเก็บไว้นะ"
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเธอก็ไม่เคยบอกใครแม้แต่กลุ่มเพื่อนสนิทหลี่เซียงเซียงกลับมาใช้ชีวิตปกติที่ปักกี่งจนกระทั่งเกิดอาการเวียนหัวและอาเจียนที่บ้านจึงพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลถึงรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบเดือนแล้ว
"กับใคร! มันเป็ใคร หลี่เซียงเซียง มันเป็ใครบอกมาา" นายพลหลี่
"........."เธอได้แต่นั่งร้องไห้
"เซียงเซียง ลูก บอกพ่อกับแม่เถอะ ลูกท้องกับใคร” นางหลี่
"ทำไมทำตัวแบบนี้หะ เธอนี่มัน ฮื่ยยย เซียงเซียง"พร้อมกับเขย่าตัวลูกสาวด้วยความโมโห
"คุณคะ อย่าทำลูก เดี๋ยวฉันคุยกับลูกเองนะคะ" นางหลี่
"เซียงเซียง กับอี้เหอหรือเปล่าลูก อี้เหอเป็คนทำใช่มั้ย"
"ไม่ ไม่ใช่พี่อี้เหอค่ะแม่"
"แล้วมันเป็ใคร เซียงเซียงนี่เธอ ทำไมทำตัวแบบนี้หะ" นายพลหลี่
".........."
หลังจากไม่ได้คำตอบใดๆจากลูกสาวท่านนายพลหลี่และนางหลี่จึงสอบถามจากกลุ่มเพื่อนๆของเด็กสาวถึงเพื่อนชายของลูกสาวแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆเนื่องจากผู้ชายคนเดียวที่หลี่เซียงเซียงยอมไปไหนมาไหนด้วยก็คือหวังอี้เหอ
ในขณะเดียวกันหลี่เซียงเซียงที่คิดอะไรไม่ออกไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปจึงตัดสินใจค้นหาที่อยู่ในกระดาษที่ผู้ชายคนนั้นเขียนและยัดใส่มือให้ในเช้าของวันนั้น

เมื่อเจอที่อยู่ของเขาแล้วเธอก็เขียนและรีบหาทางไปส่งจดหมายทันที โดยที่ไม่รู้ว่ากว่าที่ร้อยโทหนุ่มจะได้รับจดหมายฉบับนี้ของเธอ ท้องของเธอก็นูนขึ้นมาจนปิดไม่มิดแล้ว ในขณะที่บ้านตระกลูหลี่กำลังร้อนเป็ไฟเพราะยังควานหาตัวว่าที่ลูกเขยไม่พบ เพราะทางด้านของหลี่เซียงเซียงเองก็ปากแข็งบวกกับความกลัวจนไม่ยอมบอกและขอร้องทุกคนให้รอจนกว่าเธอจะทำเื่จบการศึกษาเนื่องจากเหลืออีกแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น
ฉันท้อง!!
ร้อยโทหนุ่มกลับมาถึงโต๊ะทำงานในอีกห้าเดือนถัดมาเนื่องจากต้องออกไปปฏิบัติภารกิจของกองทัพ ที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่กองสังกัดเมื่อไหร่เวลาไหนและเพราะไม่ใช่จดหมายด่วนที่ถูกประทับตีตราของกองทัพหรือออกจากหน่วยราชการเ้าหน้าที่ส่งเอกสารจึงเห็นว่าเป็จดหมายธรรมดาทั่วไปไม่สำคัญจึงไม่ได้แจ้งเป็พิเศษ หลังจากได้อ่านข้อความในจดหมายที่แจ้งเนื้อหาสั้นๆแต่สำคัญและได้ใจความก็จำได้ทันทีว่าใคร แต่กว่าจะสืบรู้ว่าเ้าหล่อนเป็ใครก็ทำเอาเสียเวลาไปเหมือนกัน
"หลี่เซียงเซียง ลูกสาวคนเดียวของพลเอกหลี่เหลียงผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพบก
และ มีคู่หมั้นแล้วด้วย"
หลังจากอ่านข้อมูลของเ้าหล่อนจากเพื่อนสนิทที่เขาขอให้ช่วยสืบหาข้อมูลของหล่อนมาให้จากที่มาอันน้อยนิดของซองจดหมายที่เขียนแค่ชื่อของคนส่งอย่างเดียว นายทหารหนุ่มก็แทบจะหน้ามืดเนื่องจากตระกูลหลี่ไม่ใช่ตระกูลธรรมดาทั่วไปที่เขาจะเดินดุ่มๆเข้าไปเพื่อขอลูกสาวและที่สำคัญตอนนี้หล่อนท้อง!! และหลังจากที่ปรับอารมณ์รวมถึงทำใจได้แล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเตรียมความพร้อมแล้วมุ่งหน้าลุยเดี่ยวไปบ้านตระกูลหลี่ทันที
"ขอพบท่านนายพลเอกหลี่เหลียงครับ"
หลังจากเข้าพบและพูดคุยกันด้วยความไม่ราบรื่นเนื่องจากตกลงกันไม่ได้ ปกติฝ่ายหญิงจะต้องเป็ฝ่ายแต่งออกไปแต่หลี่เซียงเซียงรังเกียจที่ครอบครัวฝ่ายชายไม่ได้อาศัยอยู่ในปักกี่งซ้ำยังมีบ้านอยู่ในชนบทเธอจึงไม่ยอมรับและไม่ยอมออกไปอยู่ด้วย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะท้องที่นูนใหญ่ยื่นออกมาจนเหมือนจะคลอดได้ทุกเมื่อ ทำให้นายพลหลี่ยื่นคำขาด ถ้าไม่ไปก็จะถูกตัดออกจากตระกูลทำให้หลี่เซียงเซียงออกจากบ้านทั้งน้ำตาพร้อมความแค้นและเกลียดชังสามี
ท้องทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานแถมยังไม่มีอะไรติดตัวมาด้วยเลย ทำให้คนบ้านเฉินที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงขอหลี่เซียงเซียงตั้งท่ารังเกียจทันทีเมื่อเธอก้าวเท้าเข้ามาถึง บ้านเฉินลุกเป็ไฟทันทีนายและนางเฉินปฎิเสธไม่ยอมรับเธอเป็ลูกสะใภ้ บ้านเฉินอาศัยอยู่รวมกันสี่ครอบครัวมีสมาชิกทั้งหมดสิบคนเมื่อลูกสะใภ้น้องสะใภ้ที่ไม่รู้จักและไม่มีสมบัติติดตัวมาด้วยเข้าบ้านทุกคนจึงไม่ต้อนรับและโต้เถียงกันอยากโจ่งแจ้ง
ทั้งชีวิตของหลี่เซียงเซียงเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนหรือถ้าไม่ใช่เพราะเขาชีวิตเธอจะสอยดาวสอยเดือนลงมายังได้แล้วทำไมจะยอมถูกด่าฝ่ายเดียว เมื่อตกลงกันไม่ได้นายทหารหนุ่มจึงขอทำการแยกบ้านโดยได้ขอซื้อที่ดินในหมู่บ้านและจัดการปลูกบ้านอย่างง่ายๆ ท่ามกลางความไม่พอใจของคนบ้านเฉินที่ต้องเสียส่วนแบ่งจากเงินเดือนของลูกชาย
สองเดือนต่อมา
"อุแว้ อุแว้"
"อุแว้ อุแว้"
พยาบาลและหมอในห้องคลอดของโรงพยาบาลเมืองไท่หยวนต่างก็ยุ่งวุ่นวายเพื่อทำการคลอดเด็กแฝดที่ไม่ได้มีบ่อยนักทั้งกังวลใจและทั้งพอใจกับผลการคลอดเมื่อคลอดออกมาอย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก
ในห้องพักผู้ป่วยหลังคลอดลูกที่มีญาติแค่เพียงผู้เป็พ่อของลูกอย่างเฉินซีซวนคนเดียวเท่านั้นเขามองลูกชายและลูกสาวที่กำลังหลับด้วยสายตาโอนโยนและเต็มไปด้วยความรักและกล่าวขอบคุณหลี่เซียงเซียง
"ขอบคุณนะครับ"
"........"
หลังจากเหตการณ์นั้นก็ผ่านมาเกือบ2ปีแล้ว ในหนึ่งปีเฉินซีซวนจะกลับบ้าน2-3ครั้ง แล้วแต่ภารกิจที่ทำจะบรรลุเป้าหมายเมื่อไหร่ส่วนหลี่เซียงเซียงยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมเนื่องจากก่อนจากมานางหลี่ได้แอบให้เงินและยังคงส่งเงินมาให้ตลอดและเพิ่มเติมคือติดต่อกับหวังอี้เหอมาโดยตลอดเช่นกัน