บทที่ 6 เหมาหมด (รีไรต์)
เดิมทีเธอเข้าไปในวอลมาร์ตเพราะกะว่าวันสิ้นโลกจะมาขนของแบบไม่ต้องจ่ายเงิน เธอจะได้ขนของใส่มิติให้เต็มที่ แต่ไม่คิดเลยว่าพื้นที่มันจะไม่เต็มสักที
ตอนนี้ เมื่อรู้แล้วว่าพื้นที่อัปเกรดได้ ลั่วฉิงเทียนก็คิดแผนใหม่ขึ้นมาทันที เธอยังไม่รีบกลับบ้าน แต่ตรงไปที่ตลาดขายรถมือสอง เธอรู้ว่าเ้าของร้านแถวนั้นส่วนใหญ่จะมีช่องทางซื้อน้ำมันเบนซินและดีเซลได้จำนวนมาก
ตอนแรกร้านขายรถมือสองไม่ยอมรับข้อเสนอ “ฉันไม่มี ไปปั๊มน้ำมันโน่นสิ อยากได้เท่าไหร่ก็ไปเอา”
“ฉันอยากได้ปริมาณมาก มีเท่าไหร่ก็เอาหมด” เ้าของร้านมองลั่วฉิงเทียนด้วยสายตาดูถูก
“เหมาหมดเนี่ยนะ ที่ร้านฉันมีเป็สิบตัน เธอยกไหวรึไง”
“จริงเหรอ จะมีเยอะขนาดนั้นเลย" เธอมองเ้าของร้านอย่างเฉยเมย ทีแรกเขาคิดว่าเธอคงใที่เขามีของซ่อนไว้มากมายขนาดนี้ แต่เธอกลับหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วพูดว่า “ฉันขอดูหน่อย ถ้ามีเยอะขนาดนั้น ฉันจ่ายเงินเลยวันนี้”
คราวนี้เป็เ้าของร้านที่ทำหน้าใ แต่เขาก็ยังคงพาเธอไปที่โกดังด้านหลัง ภายในโกดังมีถังพลาสติกขนาดสามพันลิตรตั้งเรียงรายอยู่หลายถัง
เธอใช้พลังของนักล่าทักษะที่สาม ตรวจสอบถังน้ำมันทั้งหมดอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเป็น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล จากนั้นก็โอนเงินให้ทันที และขอรับกุญแจโกดังไว้ โดยบอกว่าพรุ่งนี้จะให้รถบรรทุกมารับของ
เ้าของร้านยังคงมึนงง แม้กระทั่งตอนที่เดินออกจากโกดังแล้ว ของผิดกฎหมายพวกนี้ขายออกไปได้ง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ แต่ไม่นานเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก จึงหันกลับมามองเธอที่กำลังตรวจนับสินค้าในโกดัง และนึกถึงกุญแจอีกชุดที่อยู่ในลิ้นชัก มุมปากของเขาพลันเผยรอยยิ้มเ็าออกมา
‘ไหน ๆ เธอก็จะมารับของพรุ่งนี้ งั้นคืนนี้ฉันขอยืมของไปใช้ก่อนสักหน่อย คงไม่ว่ากันนะ’ คิดได้ดังนั้น เขารีบสาวเท้ากลับไปที่ห้องทำงานทันที
หลังจากเ้าของร้านเดินออกไปแล้ว ลั่วฉิงเทียนก็เปิดทักษะที่สามออกมาดูรอบ ๆ เพื่อยืนยันว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ ลั่วฉิงเทียนจึงเอาถังน้ำมันทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าเก็บเข้าไปในพื้นที่ของเธอ ก่อนตบมือไล่ฝุ่นที่ไม่มีอยู่ แล้วจากไปอย่างมีความสุข
ตอนนี้เป็เวลาค่ำแล้ว ลั่วฉิงเทียนไม่ได้กลับบ้านเพราะบริษัทรักษาความปลอดภัยยังคงเสริมความแข็งแกร่งให้กับบ้านเธอ มันคงไม่สะดวกที่จะนำกลับไป
เมื่อคิดว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง ลั่วฉิงเทียนก็ไม่คิดประหยัดเงินอีกต่อไป เธอตรงไปยังโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไห่ทันที ก่อนจัดแจงจองห้องพักที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุด รวมถึงยังจ่ายค่าห้องพักล่วงหน้าเป็เวลาสองเดือน
หลังจากพอใจแล้ว ลั่วฉิงเทียนก็ออกไปกินข้าว ซึ่งที่ชั้นสองของโรงแรมเป็ร้านอาหารระดับมิชลินสามดาว อาหารมื้อหนึ่งอย่างน้อยก็ประมาณสามถึงห้าพันหยวน
หลังจากลั่วฉิงเทียนนั่งลง เธอก็ไม่ดูราคา ทำการสั่งอาหารที่แพงที่สุดออกมา แล้วเริ่มกิน
หลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน ลั่วฉิงเทียนทั้งเหนื่อยและหิวมาก ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองเธอยังไง ท่าทางการกินของเธอค่อนข้างเร็ว
พนักงานเสิร์ฟเอาอาหารมาเสิร์ฟให้ลั่วฉิงเทียนอีกหลายครั้งกว่าเธอจะอิ่ม เมื่อกินตับห่านคำสุดท้ายลั่วฉิงเทียนกำลังจะลุกขึ้นยืนก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุดดังมาจากประตูร้านอาหารอีกครั้ง
“ลั่วฉิงเทียน เธออยู่ที่นี่เหรอ” หลิวซือฉีโบกมือให้ลั่วฉิงเทียนด้วยความดีใจ ลั่วฉิงเทียนขมวดคิ้วมองไปยังทิศทางที่มาของเสียง ก่อนจะทำเป็ไม่สนใจและลุกขึ้นจะเดินออกไป ทำให้หลิวซือฉีรีบร้อนจนเกือบจะพุ่งเข้าไป ทว่าก็เป็พนักงานเสิร์ฟที่รีบเข้ามาขวางหลิวซือฉีไว้ทันที
“คุณผู้หญิงคะ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงได้จองไว้ก่อนไหมคะ?” หลิวซือฉีมองไปที่โต๊ะของลั่วฉิงเทียนแล้วกลืนน้ำลาย
“เพื่อนฉันอยู่ที่นั่น พวกเรามากันด้วยกัน” พนักงานเสิร์ฟมองไปที่ลั่วฉิงเทียนด้วยสายตาที่้าคำตอบ ลั่วฉิงเทียนส่ายหัว
“ไม่รู้จัก เรียกผู้จัดการของคุณมา ฉันมีเื่จะคุย” หลิวซือฉีได้ยินลั่วฉิงเทียนลั่นวาจาแบบนั้นก็เกือบคลั่ง ลั่วฉิงเทียนกล้าพูดว่าไม่รู้จักเธองั้นเหรอ?!
หลิวซือฉีเริ่มส่งเสียงโวยวายอยู่ที่หน้าประตู แต่ลั่วฉิงเทียนไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ จนกระทั่งหลิวซือฉีถูกรปภ.ลากตัวออกไป ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าลั่วฉิงเทียน
“คุณผู้หญิงครับ ไม่ทราบว่าคุณไม่พอใจอะไรกับอาหารมื้อนี้หรือเปล่าครับ” ลั่วฉิงเทียนหยิบเมนูบนโต๊ะขึ้นมาแล้วพูดว่า
“อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ ไม่เอา นอกนั้นทำวันละห้าสิบที่ ส่งไปที่ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีต*[1] ชั้นบนสุด ทำแบบนี้ส่งไปตลอดสองเดือน” ตอนแรกผู้จัดการนึกว่าลั่วฉิงเทียนกำลังล้อเขาเล่น จนกระทั่งลั่วฉิงเทียนหยิบบัตรสีดำออกมา
“ฉันจะจ่ายเงินให้ครึ่งหนึ่งก่อน แล้วค่อยจ่ายส่วนที่เหลือตอนปลายเดือนหน้า มีปัญหาอะไรไหม” ตอนนี้ผู้จัดการยังคงงุนงง เขาถือเครื่องรูดบัตรด้วยท่าทางแข็งทื่อขณะรูดเงิน จากนั้นก็แลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกับลั่วฉิงเทียนแบบงง ๆ จนกระทั่งลั่วฉิงเทียนจากไป ผู้จัดการก็ยังไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ลั่วฉิงเทียนทานอาหารเสร็จแล้วไม่ได้กลับไปพักผ่อนบนชั้นบนสุด แต่ไปที่ตลาดกลางคืนอีกครั้ง เธอสั่งอาหารเครื่องดื่มและของทานเล่นที่เธอชอบเป็ร้อย ๆ ชุด พร้อมทั้งทิ้งข้อมูลติดต่อและที่อยู่ไว้
เมื่อพอใจแล้วหญิงสาวจึงเดินกลับ ด้านหลังไม่ไกลนัก หลิวซือฉีเดินตามลั่วฉิงเทียนมาตลอด จนกระทั่งเห็นว่าลั่วฉิงเทียนกลับโรงแรม หลิวซือฉีจึงอดทนไม่ไหว พุ่งเข้าไปขวางหน้าลั่วฉิงเทียน
“ฉิงเทียนเธอเป็อะไรไปเนี่ย ระหว่างเรามีเื่เข้าใจผิดกันหรือเปล่า ฉันรู้ว่าในใจเธอยังคงคิดถึงหานซั่ว แต่ฉันกับหานซั่วไม่ได้เป็อย่างที่เธอคิดจริง ๆ นะ”
“ฉันคิดยังไงงั้นเหรอ?” ลั่วฉิงเทียนมองหลิวซือฉีด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ ที่จริงเธอรู้ตัวนานแล้วว่าหลิวซือฉีอยู่ตรงนี้ เพียงแต่เธออยากรู้ว่าหลิวซือฉีตามเธอมาเพราะ้าทำอะไร
ปกติแล้ว ตอนอยู่มหาลัยเธอไม่ค่อยเป็ที่สนใจ แถมคนในมหาลัยยังคิดว่าเธอเป็เด็กยากจน เป็ลูกไล่ของหลิวซือฉีอีก ทว่ามีเพียงหลิวซือฉีเท่านั้นที่รู้ว่าค่าใช้จ่ายจำนวนมากเป็เธอที่ออกให้
ลั่วฉิงเทียนรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่เด็กยากจน แม้เธอจะไม่ได้ใช้เงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ทรัพย์สมบัติที่ยายทิ้งไว้ให้ก็มากพอที่เธอจะมีชีวิตสุขสบายได้แล้ว
แต่ก่อนหลิวซือฉีมักพูดเสมอว่าเธอเป็เด็กกำพร้า พ่อแม่ไม่อยู่ข้างกาย ต้องทำตัวจน ๆ ไว้ถึงจะปลอดภัย ดังนั้นปกติเธอจึงใช้ชีวิตอย่างลำบาก ในขณะที่หลิวซือฉีใช้ข้ออ้างต่าง ๆ นานา ให้เธอเป็คนจ่ายเงิน
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเทียบกับหลิวซือฉีแล้ว ลั่วฉิงเทียนจึงกลายเป็ลูกเป็ดขี้เหร่ที่อยู่ต่อหน้าหงส์ขาว
“อากาศดีนี่”
“เธอเลิกโกรธได้แล้ว ฉันรู้ว่าเธอชอบหานซั่ว ส่วนฉันกับเขาน่ะบริสุทธิ์ใจจริง ๆ นะ”
“แล้วไงต่อ มันเกี่ยวอะไรกับฉัน พวกเธอจะบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ฉันไม่สนหรอก ขอแค่พวกเธออย่ามายุ่งกับฉันอีกก็พอ แล้วที่ฉันจ่ายเงินแทนเธอไป ช่วยคืนฉันภายในหนึ่งอาทิตย์ด้วยนะ ฉันจะส่งบิลไปให้ทีหลัง ถ้าไม่คืนภายในหนึ่งอาทิตย์ ฉันจะฟ้องเธอ” ลั่วฉิงเทียนพูดจบก็เดินผ่านหลิวซือฉีเข้าโรงแรมไป
หลิวซือฉีโกรธจนพูดไม่ออก เธอจ้องเขม็งไปยังทิศทางที่ลั่วฉิงเทียนจากไป ไม่คิดว่าลั่วฉิงเทียนจะกล้าทวงเงิน แถมยังให้เวลาแค่อาทิตย์เดียวอีก ผู้หญิงกำพร้าคนหนึ่งกล้าดียังไงมาเห่าใส่เธอกัน
“ลั่วฉิงเทียนแกคอยดู อยากได้เงินคืนเหรอฝันไปเถอะ” ลั่วฉิงเทียนได้ยินคำพูดเ่าั้ เธอหรี่ตา กัดฟันแน่น ข่มกลั้นความเกลียดชังไว้ในใจ ยังไม่ถึงเวลา... พอถึงยุควันสิ้นโลก เธอจะเอาคืนความเ็ปที่พวกมันเคยทำกับเธอไว้ ให้สาสมเป็สิบเท่า
[1] ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีต เป็ห้องที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม ความกว้างขวางของห้องทำให้ผู้พักสามารถรู้สึกได้ถึงความเป็ส่วนตัวอย่างแท้จริง รวมทั้งทิวทัศน์แบบพาโนราที่สวยงาม ภายในห้องพักจะได้พบกับการจัดตกแต่งภายในแบบหรูหราในทุก ๆ ส่วนของห้อง ไม่เว้นแม้แต่ห้องน้ำ บาร์ส่วนตัว แพนทรี หรือแม้กระทั่งห้องซาวน่าส่วนตัว ถือเป็อีกทางเลือกหนึ่งที่ดีเยี่ยมสำหรับแขกทุกท่านที่้าได้รับประสบการณ์แบบวีไอพีตลอดการเข้าพัก