“ห้ะ!? ” คราวนี้เสียงอุทานกลับมาจากสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างชาตรี สิ่งที่ได้ยินทำให้ภูจินดาต้องรีบถามพี่ชายต่อเพื่อความแน่ใจ
“ธันไหนพี่ภู อย่าบอกนะว่าคือพี่ธัน..”
ภูธเรศไม่ตอบ ั์ตากลมจ้องมองกระจกหน้ารถที่สะท้อนใบหน้าของพี่ชาย ภูธเรศพยักหน้าลงอย่างช้า ๆ ให้กับภูจินดาและชาตรี..
ลูกสาวคนเล็กของบ้านอัศวะนัยตื่นใกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับรู้..เธอรู้ว่าบุหลันรังสรรค์กำลังจะแต่งงานใหม่เพราะตะวันวาดบอก แต่ไม่รู้ว่าเ้าบ่าวคือใคร ใบหน้าของอันธกานต์ลอยอยู่ในห้วงความคิด ผู้ชายที่เธอไม่ได้เจอจนแทบจะลืมเขาไปแล้ว ผู้ชายที่ทำให้ผู้หญิงแกร่งห้าวอย่างเธอใจสั่นได้เพียงการคุยกันไม่กี่ครั้ง..
ขณะเดียวกันผู้เป็บิดาก็ไม่ได้ใน้อยไปกว่าลูกสาวเสียเท่าไหร่ แม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ชาตรีกลับนิ่งงันไปอย่างเห็นได้ชัด..
เด็กนั่น ชาตรีนึกถึงใบหน้าของเด็กหนุ่มนิสัยบ้าบิ่น ไม่รู้จักเกรงใจใคร หยิ่งผยอง ยโสโอหัง..
ชาตรีหรี่สายตาลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด ทั้งภูธเรศและภูจินดาไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับอันธกานต์เมื่อสิบปีที่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้อันธกานต์เกลียดเขาแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เด็กนั่นก็ไม่เคยกลับมาประเทศไทยจนชาตรีเกือบลืมและวางใจไปว่าเด็กคนนั้นคงไม่กลับมาอีกแล้ว..
อันธกานต์ต้องมีแผนการอะไรแน่ ๆ ถึงจะแต่งงานกับบุหลันรังสรรค์ที่คบกับภูธเรศมาเป็สิบปี เขาจะปล่อยให้ลูกทั้งสองคนมารับเคราะห์เื่นี้ไปด้วยไม่ได้..
ชาตรีรู้ว่าเขาต้องรีบจัดการทุกอย่างก่อนที่มันจะสายไป..
ท่ามกลางความเงียบ..ความทรงจำล่าสุดที่ระหว่างภูธเรศกับอันธกานต์เด่นชัดขึ้น เขามัวเสียใจเื่บุหลันรังสรรค์จนเกือบลืมเื่นี้ไป..
“ธันพูดถึงพ่อด้วย” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่ง ลอบสังเกตท่าทางของบิดา
‘อะไรที่เคยเป็ของฉัน ฉันจะไปเอาคืน’ ภูธเรศไม่เข้าใจประโยคนั้นเลยสักนิด ใครเอาอะไรของใคร อันธกานต์พูดราวกับว่าพ่อของเขาเอาอะไรของใครมา ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับตัวเอง เขาตัดสินใจไม่พูดอะไรต่อ
เขาไม่ควรเอาเื่นี้มาทำให้พ่อกังวล ภูธเรศคิด
“ธัน กลับมาั้แ่เมื่อไหร่” ชาตรีถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามควบคุมให้ดูเหมือนเป็คำถามปกติธรรมดา
“ไม่รู้เหมือนกันครับ” ภูธเรศตอบ ก่อนบรรยากาศภายในรถจะอบอวลไปด้วยความเงียบ เพราะทั้งสามคนต่างใช้เวลาอยู่กับความคิดของตัวเอง..
แต่กลับนึกถึงบุคคลคนเดียวกัน ‘อันธกานต์’
เย็นวันเดียวกัน ณ ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างย่านใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง
“เชียร์!~” เสียงใสสามเสียงเอ่ยขึ้นพร้อมเพรียงกัน ขณะที่ต่างคนต่างยื่นชิ้นเบคอนสุกเกรียมได้ที่บนตะเกียบชนกัน
“ฟินมากเอาจริง” สายธารเอ่ยต่อ ก่อนจะหลับตาเคี้ยวเบคอนอย่างมีความสุข
“โดยเฉพาะบุฟเฟต์ฟรีใช่มั้ยล่ะ” เศรษฐวรรษเอ่ยต่อ ขณะที่เคี้ยวเบคอนในปากกรุบกรับ
“เริ่มงานแล้ว เป็ไงบ้างเพชร” ตะวันวาดถามขึ้น พร้อมยกแก้วน้ำโค้กดื่ม
“ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไหร่เลย คนที่เป็ supervisor (ผู้ดูแลควบคุม) ค่อนข้างยุ่ง เพราะMD (ย่อมาจาก Managing Director: กรรมการผู้จัดการ) คนใหม่เพิ่งย้ายมา และก็โดนเรียกประชุมตลอด” เศรษฐวรรษตอบเธอ
“มันเป็บริษัทอะไรนะ” เธอถามต่ออย่างสงสัย
“ไม่เชิงบริษัทหรอก เป็เหมือนเครือข่ายร้านอาหารไทยที่มีสาขาอยู่หลายประเทศน่ะ เพชรเข้าไปทำเป็ผู้ช่วยฝ่ายทวีปเอเชีย” ชายหนุ่มอธิบายพลางหยิบเนื้อบนเตาย่างวางลงบนจานของตะวันวาด
“แต้งกิ้ว” เธอตอบ ยิ้มให้อีกฝ่าย
สายธารหรี่สายตามองเศรษฐวรรษ
“แล้วฉันล่ะ!? ” คนตัวเล็กพูดเสียงเขียว พลางแยกเขี้ยวใส่ชายหนุ่ม
“ไม่มีมือหรือไง” เศรษฐวรรษตอบน้ำเสียงกวน พลางโค้งคิ้วใส่เธอ ตะวันวาดหัวเราะน้อย ๆ
“อย่าทะเลาะกัน ตะวันก็มีมือเหมือนกันนะเพชร” เธอพูด ยิ้มขำ ๆ
“โถ่! ตะวัน เราไม่ได้หมายความอย่างนั้น” ชายหนุ่มรีบตอบกลับทันที ก่อนจะหันไปหาสายธาร
“มันไม่เหมือนกัน” เขาพูดต่อ
“ไม่เหมือนตรงไหน!? ” สายธารยังคงแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย
ตะวันวาดส่ายหน้าระอา เพราะเหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นเป็ประจำระหว่างสายธารและเศรษฐวรรษ หญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นพรวดพราด ก่อนจะจ้องหน้าสายธาร และเคลื่อนสายตาไปยังเศรษฐวรรษ
“ไปเข้าห้องน้ำดีกว่า”
เธอว่า แล้วก็เดินหายลับไปทันที ปล่อยให้ทั้งคู่จัดการกันเองอย่างที่เคยทำมาตลอด ตะวันวาดใช้เวลาสักพักกว่าจะค้นพบกลยุทธ์นี้.. ทุกครั้งที่เธอหายตัวไปและกลับมา ทั้งคู่มักจะเลิกทะเลาะกันเรียบร้อยแล้ว
และครั้งนี้ก็เช่นกัน..
ตะวันวาดเดินไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเดินเล่นรอบ ๆ ร้านปาเข้าไปเกือบ 15 นาทีก่อนเธอจะเดินกลับไปที่โต๊ะ
“เห้ย.. หน้าคุ้นมากเลยอ่ะ ฉันต้องเคยเจอเขาแน่ ๆ ” ตะวันวาดได้ยินสายธารบ่นพึมพำ สายตามองหน้าจอสมาร์ตโฟนของเพื่อนชาย
เศรษฐวรรษคว้ามือถือของเขาเก็บลงใส่กระเป๋ากางเกงอย่างไม่สนใจเพื่อนสาวที่พูดกับตัวเองอยู่
“อย่าเพิ่งเก็บดิ ฉันกำลังจะนึกออกเลย” สายธารกล่าว ก่อนจะพยายามแย่งมือถือของเศรษฐวรรษกลับมา
ชายหนุ่มไม่สนใจ พอดีกับที่หันมาเห็นตะวันวาดเพิ่งเดินกลับมา
“ตะวัน มากินเร็ว ๆ เดี๋ยวกินไม่ทันไอ้น้ำมันนะ” เขากวักมือเรียกเธอ ทำให้สายธารยอมรามือจากเขา
“ดูอะไรกันอยู่” ตะวันวาดถามเมื่อเดินมาถึงที่โต๊ะ
“ไม่มีอะไร” เศรษฐวรรษตอบ แต่สายธารชักสีหน้าใส่อีกฝ่ายทันที
“MD บริษัทหมอนี่หล่อม้ากกก! แถมหน้าคุ้นด้วย เหมือนเคยเห็นที่ไหน” สายธารบอกด้วยน้ำเสียงเสียดาย
“จริงเหรอ ดูด้วยสิ” ตะวันวาดพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น รอยยิ้มบางระบายบนใบหน้าอย่างทะเล้น
“หล่อสู้เพชรไม่ได้หรอกตะวัน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทำเอาสองสาวหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ! โอ๊ยย แกเอาความมั่นใจนี้มาจากไหน” สายธารส่ายหน้ารัวเร็ว ขณะที่ตะวันวาดก็ยังหัวเราะไม่หยุด
“กินกันเถอะ” หญิงสาวกล่าว ขณะที่ยังคงหัวเราะอยู่
เศรษฐวรรษยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะลงมือก้มหน้าก้มตากินเนื้อย่างบนเตาต่อ
ตึ่งงงงง!!!!
เวลาผ่านไปไม่ถึง 15 นาที สายธารทำให้ทั้งสองสะดุ้งโหย่งด้วยการตบมือลงบนโต๊ะเสียงดัง
“ฉันนึกออกแล้ว!!!!”
“ไอ้น้ำ แกหยุดเพี้ยนซักครึ่งชั่วโมงให้ฉันกินเสร็จก่อนได้มั้ย” เศรษฐวรรษวางตะเกียบตึ่ง พูดโพล่งขึ้น
“อะไรอ่ะน้ำ” ตะวันวาดถาม พยายามดึงให้เพื่อนสาวนั่งลง
“หนุ่มสุดฮอตของแกอ่ะ” สายธารพยักพเยิดหน้าให้ตะวันวาด ขณะที่เ้าตัวได้แต่ทำหน้างง
“MD ของไอ้เพชร หน้าเหมือนหนุ่มสุดฮอตของแกเลยตะวัน” หญิงสาวพยายามพูดให้ละเอียดขึ้น ต่างกับเศรษฐวรรษที่นิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินวลี ‘หนุ่มสุดฮอตของตะวัน’
ตะวันวาดนิ่งเล็กน้อย ก่อนจะพอเดาออกว่าเพื่อนสาวกำลังกล่าวถึงใคร..
พี่โธนี่..
“จะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ” เธอพูดขึ้นในที่สุด
“ไอ้เพชร แกเปิดเลยเปิด” สายธารไม่รอช้า รีบกระตุ้นให้เพื่อนชายเปิดมือถือขึ้นอีกครั้ง เศรษฐวรรษอยากปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสายตาของตะวันวาดที่เฝ้ารอ เขาจึงหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้
สายธารคว้ามือถือของเพื่อนมาไว้ในมือทันที ก่อนจะเขยิบไปนั่งใกล้ตะวันวาดพอที่เธอจะเห็นรูปภาพบนหน้าจอ
ตะวันวาดมองภาพนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก็บอกได้ทันทีว่าเขาคือ ‘พี่โธนี่’ ที่เธอรู้จักอย่างแน่นอน.. ั์ตากลมช้อนขึ้นมองเพื่อนชายที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม
“เพชรบอกว่าเขาเพิ่งย้ายมาใช่มั้ย” เสียงหวานถามเพื่อความแน่ใจ
เศรษฐวรรษพยักหน้าตอบ หัวใจคนหญิงสาวเต้นรัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบเจอกับความบังเอิญที่เกิดขึ้น
“ใช่มั้ยล่ะ” สายธารถามย้ำ
ตะวันวาดนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าลง
“น่าจะใช่.. เพราะเขาบอกฉันว่าเขาเพิ่งย้ายกลับมาประเทศไทย..”
ชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่มอึ้งไปเล็กน้อย เขามองตะวันวาดสลับกับสายธาร ขณะที่ตะวันวาดยังคงจ้องรูปนั้นอยู่..
ตอนที่เจอกับเขาเธอก็มัวแต่ตื่นเต้นจนลืมถามถึงเื่งานหรือเื่อื่น ๆ ไปเลย.. จะว่าไปเธอเป็ฝ่ายถูกถามซะมากมายด้วย.. ถ้าเจอครั้งต่อไปเธอต้องมีสติมากกว่านี้.. หญิงสาวคิดกับตัวเอง..
“ตกลง.. ตะวันรู้จักคนนี้เหรอ”
“ตะวันไปเดตกับเขามาแล้วย่ะ” สายธารตอบสวน ตะวันวาดรีบยกมือปิดปากเพื่อนแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทันซะแล้ว..
“แค่กินข้าวน่ะ เป็คนรู้จักกัน” เธอรีบแก้สิ่งที่สายธารพูด ใบหน้าหวานเริ่มแดงเล็กน้อย ตะวันวาดยิ้มเขินให้เศรษฐวรรษ ขณะที่ชายหนุ่มมีสีหน้าใไม่น้อย
“จริงเหรอตะวัน” เขายังคงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้ ตะวันวาดเริ่มรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ก็ยอมพยักหน้าตอบ
“ไม่ได้รู้จักอะไรกันพิเศษ” เธอรีบตอบปัด ๆ พยายามคิดเื่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“อ่อ..” ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก
“จริงเหรอจ๊ะ” สายธารหรี่สายตามองเธอ ถามเสียงแหย่เย้าจนตะวันวาดต้องถลึงตามองเพื่อนสาว
“จริง ๆ!” เธอตอบเสียงเข้มขึ้น ั์ตากลมปราดมองเนื้อบนเตาย่าง ก่อนจะหันเหบทสนทนาทันที
“ไหม้หมดแล้ว! รีบกิน ๆ ๆ ” เสียงหวานกล่าวอย่างเร่งรีบ หยิบเนื้อบนเตาอย่างแจกจ่ายลงบนจานของเพื่อนทั้งสองคน
สายธารยังคงอมยิ้มน้อย ๆ ขณะที่สีหน้าของเศรษฐวรรษยังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ..