เศรษฐีนีแห่งเป่ยเหลียง

    2

    หลังจากที่มารดาเดินทางเข้าเมือง เว่ยมู่หลินก็เตรียมตัวขึ้นเขาตามความทรงของร่างนี้ โดยมีความหวังอยากเต็มเปรี่ยมว่าจะโชคดีเหมือนนิยายหลายๆเ๱ื่๵๹ที่เธอเคยอ่านมา หลังจากเดินมาได้สักพัก เว่ยมู่หลินก็มาถึงเชิงเขา เริ่มสำรวจว่าจะสามารถเก็บสิ่งใดกลับไปทำเป็๲อาหารให้นางกับมารดาได้บ้าง แต่เชิงเขาเช่นนี้ไม่มีอะไรให้เก็บมากนัก เพราะชาวบ้านคนอื่นก็หาเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่าเช่นกัน ดังนั้นคงต้องเข้าป่าลึกกว่านี้สินะ ระหว่างทางเว่ยมู่หลินก็สามารถเก็บผักและเห็ดบ้างเล็กน้อย ทันนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลนั้น เธอจึงตามไปดู  ‘โอ้นั้นมันรังไก่ป่านิ วันนี้ไม่เสียเที่ยวแล้ว’  เว่ยมู่หลินรีบเก็บไข่ไก่ป่าห้าฟองเข้าตะกร้าอย่างระมัดระวังแล้วเริ่มออกเดินต่อเผื่อจะหาของกินได้เพิ่มขึ้น  ‘เหนื่อยจัง ทำไมมันไม่ง่ายเหมือนอ่านในนิยายเลยนะ กว่าจะได้ผักมาแต่ล่ะอย่างเดินแทบขาลาก ทำไมไม่เห็นมีของวิเศษหรือกลโกงทางเหมือนในนิยายเลย’  เว่ยมู่ลินบ่นไปเรื่อยก็เริ่มเหนื่อยและมองหาที่นั่งพัก ดื่มน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ที่เธอเตรียมมาขณะนั่งพักก็มองสำรวจไปรอบๆ และได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ไม่ไกล หรือจะลองไปดูแถวริมน้ำดีเผื่อจะมีพักขึ้นเยอะกว่านี้ ว่าแล้วก็ลงขึ้นตามเสียงน้ำไป แล้วก็เป็๲ไปตามคาด แถวริมน้ำมีผักหลายอย่างขึ้นทั้งผักบุ้ง กระเทียมป่า ขิงป่า หน่อไม้ แหละผักอื่นๆอีกมากมาย เว่ยมู่หลินเก็บผักจนเต็มตะกร้าสะพานหลัง แล้วจึงเดินทางกลับบ้านเผื่อทำอาหารไว้รอมารดา เว่ยมู่หลินมาถึงบ้านก็ทำการแยกผักและของป่าที่เธอได้มา และลงมือทำกับข้าวโดยมีผัดผักป่าและไข่เจียว ข้าวต้มอย่างง่ายๆเพราะที่บ้านไม่ได้มีเครื่องปรุงมากมายนัก 


    “หลินเอ๋อ แม่กลับมาแล้ว”เสียงดังมาจากลานหน้าบ้าน


    “มาทานข้าวก่อนเ๽้าค่ะท่านแม่ ข้าทำกับข้าวไว้รอท่านเยอะเลย วันนี้โชคดีได้ไข่ไก่ป่าและผักมาไม่น้อย” 

    เว่ยยู่ซินได้แต่แปลกใจเพราะปกติแล้วลูกสาวแทบจะไม่หยิบจับงานครัวเลย สงสัยเว่ยมู่ลินของนางจะโตเป็๞ผู้ใหญ่แล้วจริงๆ จึงได้แต่ยิ้มรับคำลูกสาวแล้วเดินไปกินข้าวด้วยกัน 


    ” หลินเอ๋อไม่ได้เข้าไปในป่าลึกใช่มั๊ยลูก? รู้ใช่มั๊ยว่ามันอันตราย และอีกอย่างร่างกายเ๯้าก็ยังไม่แข็งแรงดีนัก“ เว่ยยู่ซินเอ๋ยถามลูกสาวด้วยความเป็๞ห่วง เพราะที่ลูกสาวต้องมาใช้ชีวิตที่ยากลำบากที่นี่ก็เพราะการตัดสินใจของเว่ยยู่ซิน 


    ”ลูกไม่ได้เข้าป่าลึกเ๯้าค่ะท่านแม่ไม่ต้องกังวล ทานเถอะเ๯้าค่ะเดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียก่อน” 

    เว่ยมู่หลินเอ่ยถามมารดาเสียงหวาน 


    “เป็๲อย่างไรบ้างเ๽้าค่ะท่านแม่ กับข้าวฝีมือหลินเอ๋อพอทานได้มั๊ยเ๽้าคะ?”


    “อร่อยมากจ๊ะ ไม่นึกว่าลูกสาวแม่จะทำอาหารได้อร่อยขาดนี้”เว่ยยู่ซินเอ่ยน้ำตารื้อ


    “อร่อยก็ทานเยอะๆนะเ๽้าคะ ต่อไปลูกจะทำอาหารอร่อยๆให้ท่านทานทุกวันเลย ” เว่ยมู่หลินเอ่ยด้วยความดีใจ เพราะอย่างน้อยการใช้ชีวิตในที่ที่ไม่คุ้นชินแห่งยังมีเว่ยยู่ซินแม่เ๽้าของร่างนี้ที่ทำให้ไม่รู้สึกเดียวดายจนเกินไป 


    “ท่านแม่ตอนบ่ายลูกว่าจะขึ้นเขาอีกรอบเ๽้าค่ะ ลูกคิดว่าจะไปขุดผักที่ต้นยังเล็กอยู่มาปลูกไว้ที่บ้านของเรา เพื่อที่เราจะได้มีผักไว้กินโดยที่ไม่ต้องขึ้นเขาบ่อยๆ”


    “ผักป่าพวกนั้นมันปลูกได้หรอลูก? แม่ไม่เคยเห็นมีใครเขาปลูกกัน พวกชาวบ้านก็มีแต่ไปเก็บกันในป่าทั้งนั้น”


    “ลูกก็ไม่แน่ใจเ๽้าค่ะ แต่ลูกอยากจะลองปลูกดูก่อนเ๽้าค่ะ”


    “ได้งั้นแม่จะขึ้นเขาไปกับเ๽้าด้วย ช่วยกันจะได้เสร็จเร็วๆ“ 


    ”เ๽้าค่ะ“ เว่ยมู่หลินรับคำพร้อมทั้งเก็บถ้วยจานไปล้างเพื่อเตรียมตัวขึ้นเขาอีกครั้งกับมารดา 

    สองแม่ลูกเดินมาถึงริมคลองที่เว่ยมู่ลินเกก็บผักใน๰่๭๫เช้าก็เริ่มขุดผักต่างๆใส่ตะกร้า และยังเก็บผักเพิ่มเติมเพื่อเป็๞กับข้าวมื้อเย็น ได้เพียงพอตามที่ตั้งการแล้วสองแม่ลูกก็พากันเลยลงจากเขากลับบ้านเพื่อปลูกผักที่ขุดมา เว่ยยู่ซินจึงอาสาทำกับข้าวมื้อเย็นระหว่างที่ลูกสาวกำลังปลูกผักเพราะกลัวจะมืดค่ำเสียก่อน 

    พอปลูกผักเสร็จเว่ยมู่ลินก็ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้วทานมื้อเย็นกับมารดา ทานเสร็จเว่ยมู่หลินก็อาสานำจานชามไปล้าง และมาช่วยมาราดาปักผ้าเพื่อช่วยมารดาหารายได้อีกทาง