ณ เผ่าจิ้งจอก ชางไห่กำลังเร่งเก็บผักเพื่อเตรียมส่งเมืองต่างๆ เนื่องจากนางไม่สบายและมีอาการวิงเวียนหัวตั้งเเต่เช้า ทำให้การเก็บ-ส่งผักในวันนี้ล่าช้าออกไป เเน่นอนว่านั่นเป็เเค่เหตุผลไร้สาระสำหรับเหมยอิง
“ชางไห่!! คนงานส่งผักบอกกับข้าว่าวันนี้ไม่มีผักในโรงเก็บ มันหมายความว่ายังไง เ้าทำอะไรอยู่!!”
“ลูกรู้สึกไม่สบายจึงได้ลุกมาเก็บผักช้า เเต่ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ลูกจะรีบเก็บผักไปส่งให้ทันเวลาเ้าค่ะ”
“ทันเวลา! เหอะ!!นี่มันเลยเวลาส่งผักมาแล้ว เ้ารู้ไหมว่าเ้ากำลังจะทำให้ข้าขายหน้าคนอื่น รีบเก็บผักเข้า!!อย่าพูดมาก!!”
“จะ..เ้าค่ะ..ท่าน..แม่” เหมยอิงเร่งเอาเเต่ผลประโยขน์ของตนเองโดยที่ไม่ได้เป็ห่วงสุขภาพของชางไห่เลย นางไม่เเม้ที่จะถามไถ่ถึงอาการของชางไห่ด้วยซ้ำ ชางไห่ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยมาถึงหน้าผาก พร้อมกับจะหันไปเก็บผักต่อ..เเต่ทว่าในตอนนั้นเองทุกอย่างมันมืดสนิท ชางไห่ทำงานหนักจนหน้ามืดและด้วยพักผ่อนน้อยเพราะเคลียดหลายๆเื่ทำให้นางหมดสติไป ไม่มีใครรู้เลยว่าชางไห่เป็ลมอยู่ในสวนผักจนกระทั่งตกเย็นวันนั้น เหมยอิงโมโหจัดเพราะถูกพ่อค้าที่มารอรับผักไปขาย ต่อว่าอย่างไม่ซ้ำคำ เหตุผลก็เพราะวันนี้นางไม่ได้ส่งผักให้พวกเขาเลยและที่สำคัญพ่อค้าพวกนั้นก็บอกกับนางว่าจะไม่สั่งผักจากเมืองของนางอีกแล้ว ทำให้นางเสียลูกค้าและสูญเสียรายได้ไปไม่ใช่น้อย ความโมโหของเหมยอิงกำลังหาที่ระบาย
“ชางไห่!! ชางไห่อยู่ไหน!!! มีใครเห็นนางบ้าง?” เหมยอิงไล่ถามคนงานทุกคนและผลที่ได้ก็คือแทบจะไม่มีใครพบเห็นชางไห่เลย เหมยอิงโมโหมากที่ชางไห่ขัดคำสั่งนางและทันทีที่นางได้พบชางไห่ นางสัญญากับตนเองเลยว่านางจะตีชางไห่ให้ตายคามือโทษฐานที่ทำให้นางโดนต่อว่าและเสียลูกค้าไปหลายคน
“ส่งคนงานของเราไปตามหานาง ทันทีที่เจอให้พานางมาหาข้าทันที!!! ข้ามีเื่ที่จะต้องคุยกับนาง!!!” เหมยอิงส่งคนงานเร่งตามตัวชางไห่ เเต่ทว่าต่อให้พลิกสวนผักหา นางก็ไม่มีวันเจอตัวชางไห่ได้ เหตุเพราะเจียวเจี๋ยได้พาตัวชางไห่ออกมาจากเผ่าจิ้งจอกแล้วนั่นเอง ณ ตอนนี้สองพ่อลูกกำลังหลบภัยอยู่ตอนเหนือของเผ่า โดยเขาตั้งใจไว้ว่าจะเดินทางไปที่เขามุซานเพื่อขอความช่วยเหลือจากสหายอีกท่านหนึ่งนั่นเอง เจียวเจี๋ยจำเป็ที่จะต้องเช็ดตัวให้ชางไห่ก่อนเพราะตอนนี้นางตัวร้อนมาก เพราะพิษไข้ทำให้การเดินทางของพวกเขาชะงักลง เจียวเจี๋ยดูเเลชางไห่จนนางดีขึ้นในเวลาต่อมา เเต่ทว่าสภาพร่างกายของเจียวเจี๋ยก็เเย่ลงไม่ต่างกัน เนื่องจากเขาใช้กำลังมากเกินไปทำให้ร่างกายทรุดลงมาก เเต่เเน่นอนว่าเขาจะไม่บอกเื่นี้กับชางไห่เเน่ สองพ่อลูกเดินทางต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเขตเผ่าวิหก
“ชางไห่…นั่นคือเมืองเถาเหิงเขตปกครองของเผ่าวิหก”
“เผ่าวิหกหรือเ้าคะ?”
“ใช่…เราจะพักกันที่นี่เพื่อเตรียมตัวเดินทางในวันต่อไป”
“เ้าค่ะ..ท่านพ่อ…คือว่า …”
“เ้ากำลังจะบอกว่า…เ้ารู้สึกผิดที่ทิ้งเผ่าจิ้งจอกมาใช่หรือไม่?”
“ป่านนี้ท่านแม่ก็คง……”
“ไม่มีใครทำให้นางพอใจได้นอกจากชิวสุ่ย เ้าก็รู้ดีนี่ นอนพักเถอะลูก..พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางอีกไกล” เจียวเจี๋ยคอยปลอบประโลมความเ็ปของชางไห่ เพราะเขาคือที่พึ่งสุดท้ายที่ชางไห่เหลืออยู่ เเต่การที่เ้าแห่งเผ่าอย่างเขาจะทิ้งบ้านเมืองไปคงไม่ใช่เื่ง่ายและถ้าเหมยอิงรู้ว่าเขาเป็คนพาชางไห่หนีละก็ มีหวังเผ่าจิ้งจอกถูกทำลายเละไม่มีซากเเน่ๆ เจียวเจี๋ยจำใจต้องพาร่างของชางไห่ไปนอนไว้ ณ เขตประตูเมืองเถาเหิง ก่อนที่ตนเองจะย้อนกลับไปที่เผ่าจิ้งจอก ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เหมยอิงรู้ว่าเขาเป็คนพาชางไห่หนีไปนั่นเอง เเน่นอนว่าเจียวเจี๋ยต้องกลับมาให้ทันก่อนที่เหมยอิงที่รู้เื่ ซึ่งตอนนี้ ณ เผ่าจิ้งจอกไม่มีใครพบเห็นชางไห่เลย เหมยอิงทนไม่ไหวจึงรีบเอาเื่นี้ไปบอกเจียวเจี๋ย ครั้นเมื่อมาถึงจวนของเจียวเจี๋ยทุกอย่างมืดและเงียบสนิทราวกับไม่มีใครอยู่
“ท่านพี่…อะไรกัน..ทำไมในนี้มืดขนาดนี้ ท่านพี่ ท่านอยู่ไหน? ท่านพี่!!” เหมยอิงที่หงุดหงิดอยู่แล้ว พอมาเจอสถานการณ์นี้นางยิ่งหงุดหงิดเพิ่มขึ้น นางรีบเดินไปจุดตะเกียงและร้องะโเรียกเจียวเจี๋ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ไร้เสียงตอบกลับ เหมยอิงเริ่มใจไม่ดี นางรีบยกตะเกียงไปที่เตียงนอนและดึงผ้าห่มบนเตียงออก..และในวินาทีนั้นเอง!!
“เ้าร้องะโโวยวายอะไรเหมยอิง ข้านอนอยู่เ้าไม่เห็นหรือไง หรือเ้าคิดว่าการเป็ภรรยาของข้าแล้วจะทำให้เ้าไม่ต้องรักษามารยาทกับข้าหรืออย่างไร!!”
“ข้าขอโทษ ข้าเเค่เห็นว่าในห้องมันมืดกว่าปกติ ข้าก็กลัวว่าท่านพี่จะเป็อะไร อีกอย่างข้ามีเื่ร้อนใจมาปรึกษาท่าน”
“เื่อะไร?”
“พ่อค้าจากหลายเมืองยืนยันจะไม่สั่งผักจากเมืองของเรา เนื่องจากชางไห่ไม่ส่งผักตามวันเวลาที่พวกเขา้าและตอนนี้นางก็ได้หายตัวไปอีกด้วย ท่านดูสิว่าลูกสาวสุดที่รักของท่านทำอะไรไว้กับข้าบ้าง!!”
“แล้วก่อนหน้านั้นเ้าทำอะไรกับนางไว้บ้างล่ะ?”
“ท่านพี่!!”
“นางก็คงดูเเลผักอยู่ในสวนนั่นแหละ วันๆนางก็อยู่เเต่ที่นั่น”
“ข้าส่งคนออกไปตามหานางจนทั่วทั้งสวนแล้ว เเต่ก็ไม่พบ ท่านคงไม่คิดว่านางจะหนีไปกับชายชู้ของนางที่เจอในโรงเก็บผักหรอกใช่ไหมเ้าคะ!!”
“เหลวไหล!!ชางไห่ไม่ใช่คนแบบนั้น ข้ารู้จักนิสัยของนางดี วันนี้มืดแล้วคนของเ้าคงจะยังหาไม่ทั่ว เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยไปตามหาอีกที นางคงเผลอหลับอยู่ในสวนอีกตามเคยนั่นแหละ”
“เเต่ว่า…ถ้าหาตัวนางไม่พบภายในวันนี้ พรุ่งนี้ก็จะไม่มีคนเก็บผักที่สวนนะเ้าคะ”
“ก็เ้าไง..เ้านั่นแหละที่ต้องพาคนงานไปเก็บ หากไม่มีอะไรก็ออกไปได้แล้ว ข้าอยากพักผ่อน!” เจียวเจี๋ยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวก่อนจะหันหลังให้เหมยอิง นั่นยิ่งทำให้เหมยอิงโมโหเพิ่มเป็สองเท่า…เมื่อเห็นว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว เหมยอิงจึงได้เเต่เดินหัวเสียออกจากห้องนอนของเจียวเจี๋ยไป เจียวเจี๋ยพยายามลุกขึ้นพร้อมกับถอนหายใจแบบโล่งเพราะเขากลับมาถึงพร้อมๆกับตอนที่เหมยอิงเปิดประตูพอดี ณ ตอนนี้เจียวเจี๋ยเริ่มหายใจโล่งขึ้นเพราะเขาได้ผลักชางไห่ออกไปจากนรกขุมนี้แล้ว ที่เหลือก็คือการดำเนินชีวิตในลำดับต่อไปและเขาก็หวังว่าลูกสาวของเขาจะดูเเลตนเองได้และมีความสุขกับชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มขึ้นนั่นเอง….