“เื่น่าใอันใดหรือเยว่เอ๋อร์?”
“ซื่อจื่อรู้แผนของพวกเราอยู่แล้วเ้าค่ะ และเขาก็เป็คนวางแผนลอบสังหารตนเองเอาไว้”
กู้อี้เทียนถึงกับตะลึง “ไอหยา! เหตุใดเขาถึงทำเช่นนั้น?”
“เื่นี้ ข้าก็ไม่แน่ใจเ้าค่ะ กำลังหาทางสืบอยู่” กู้เยว่ฉีขมวดคิ้ว แม้แต่ในฝัน เหตุผลนี้นางก็ไม่รู้
กู้เยว่ฉีเล่าเหตุการณ์คืนลอบสังหารหลิงเจาเหว่ยให้ท่านอาของนางฟัง
“เ้าไม่ได้เข้าไปช่วยตามที่เขาคาด แล้วเ้าส่งผู้ใดไป?”
“เป็ท่านพ่อกับเสี่ยวเฉินเ้าค่ะ ข้าบังเอิญรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงได้เปลี่ยนแผน”
กู้อี้เทียนถึงกับเลิกคิ้ว “สังหรณ์ใจไม่ดี เื่ใดหรือ?”
“ข้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับสกุลหลิงเ้าค่ะ คืนนั้นข้าขอขึ้นไปดูเหตุการณ์บนคอหอยใกล้สี่แยก และให้เสี่ยวเฉินไปช่วยซื่อจื่อแทน จึงได้รู้ว่าสกุลหลิงกำลังสร้างสถานการณ์ให้สกุลกู้เข้าไปใกล้ชิด อันที่จริงจะว่าไปเื่นี้เหมือนกับขุดหลุมพรางข้าเสียมากกว่า” กู้เยว่ฉีเล่าถึงคำพูดของหลิงเจาเหว่ยให้อาของตนฟัง
เถ้าแก่อู่ต่อเรือฟังจบก็นิ่งอึ้ง “ซื่อจื่อมีแผนจริงเสียด้วย”
“ท่านอา ครั้งนี้ข้าเกรงว่าจะไม่ใช่เื่เล็ก ข้ายังไม่รู้ว่าสกุลหลิง้าสิ่งใดจากข้าและสกุลกู้? ตอนนี้เสี่ยวเฉินอาสาเข้าไปตีสนิทกับซื่อจื่อเพื่อสืบข่าวเ้าค่ะ ข้าจึงมาเตือนท่านอาเอาไว้ให้ระวังตัวให้มาก”
“เยว่เอ๋อร์ ที่เ้าพูดมา ทำให้ข้านึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ ระยะนี้มีพวกขุนนางทำทีมาตรวจตราอู่ต่อเรืออยู่บ่อยๆ พยายามมาสอบถามเื่การค้ากับข้า แต่ข้าก็แบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่รู้ว่าพวกเขา้าสิ่งใด?”
“ทำไมหรือเ้าคะ?”
“ขุนนางพวกนั้นอ้างว่าระยะนี้มีการขนสินค้าเถื่อนกันบ่อยๆ จึงต้องเข้าออกตรวจตราอู่ต่อเรือทุกแห่ง แต่สายของข้าบอกว่ามีเรือเดินทะเลสองลำเพิ่งโดนปล้นที่แนวเขตนอก เป็ฝีมือของโจรยูซาน” สีหน้าของกู้อี้เทียนดูหนักใจ
กู้เยว่ฉีนิ่งไปครู่ “โจรสลัดบนเกาะนั่นหรือเ้าคะ?”
“ใช่ เห็นว่าเป็ชุมโจรที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน ยังไม่รู้ว่าผู้ใดเป็หัวหน้า ทางการยังปิดข่าวเื่นี้เอาไว้ จวนอ๋องคงจะกำลังพยายามหาวิธีกำจัดเงียบๆ เพราะเกรงกองทัพประจำมณฑลยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง”
“เหตุใดต้องกลัวกองทัพประจำมณฑลด้วยเ้าคะ? มีคนมาช่วยกำจัดโจรสลัดไม่ดีหรือ?”
“เยว่เอ๋อร์ จวนอ๋องปกครองเมืองหรงเฉินมาสองชั่วอายุคนแล้ว ส่วนกองทัพประจำมณฑลเป็คนของวังหลวง แม้จะเป็คนของทางการแต่ก็อยู่ละฝ่ายกัน”
“จริงด้วย เมื่อปีก่อนท่านพ่อบอกว่าเริ่มมีการส่งขุนนางจากเมืองหลวงมาประจำการอยู่หรงเฉิน ไม่ใช่จวนอ๋องแต่งตั้งอย่างแต่ก่อน ข้าลืมเื่นี้ไม่เสียสนิทเ้าค่ะ ท่านปู่เคยบอกว่าแม้ฮ่องเต้จะมอบเมืองให้ท่านอ๋องคอยดูแล แต่ก็ต้องควบคุมไม่ให้มีอำนาจมากจนเกินไป”
“คงจะเป็เช่นนั้น” กู้อี้เทียนพยักหน้า แม้เขาจะไม่ได้อยากเป็ขุนนางเพราะชอบการเป็ช่างต่อเรือ แต่กู้เจินผู้เป็พี่ชายมักจะมาจิบน้ำชาพูดคุยเื่ในแวดวงขุนนางให้ฟังอยู่เรื่อยๆ โดยอ้างว่าการค้าของสกุลกู้ต้องดูทิศทางของผู้ปกครองบ้านเมืองด้วยจึงจะอยู่รอด
“ข้าลืมถามข่าวเื่กองทัพประจำมณฑลจากท่านพ่อไปเสียสนิท ท่านอาได้ยินความเคลื่อนไหวของพวกเขาบ้างหรือไม่?”
“ได้ยินพวกในสมาคมพ่อค้าพูดกันว่าการขนสินค้าผ่านด่านใหญ่เข้าเมืองหลวง่นี้มีการตรวจตราเข้มงวด และกำลังทหารก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น นอกจาก แม่ทัพมู่แล้ว ตอนนี้ยังมีบุตรชายของเขาอีกสองคนกำลังจะกลับมาประจำการที่นี่ด้วย”
กู้เยว่ฉีรินน้ำชาให้กับผู้เป็อาและตนเอง นางยกขึ้นจิบพลางครุ่นคิด
“บุตรชายสองคนของแม่ทัพมู่ผู้นั้น เดิมทีเคยอยู่รักษาการเมืองหลวงมิใช่หรือเ้าคะ? หรือว่าทางเมืองหลวงกำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลง?”
กู้อี้เทียนรีบยกนิ้วขึ้นทาบริมฝีปากตนเป็เชิงห้ามหลานสาวมิให้พูด กู้เยว่อีเหลือบมองไปทางหน้าต่างเห็นเงาผ่านไปแวบหนึ่ง
“ที่นี่มีคนเข้ามาแฝงตัวอยู่ด้วยหรือเ้าคะ?”
“ข้ามารู้สึกตัวว่าตนเองถูกจับตามองก็เมื่อครึ่งเดือนก่อน ระยะหลังเรารับคนงานมาเพิ่มจำนวนมาก ในเมื่อพวกเขาแฝงตัวเข้ามา ข้าก็คิดว่าจะต้องหาทางจับตัวหนอนบ่อนไส้ออกมาสืบเค้นเอาความจริง”
“ดีเ้าค่ะ ฝากท่านอาเป็ธุระด้วย”
เสียงฝีเท้าม้ากลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาใกล้ กู้เยว่ฉีกับกู้อี้เทียนที่กำลังเดินออกมาหน้าอาคารอู่ต่อเรือถึงกับชะงัก นางสนทนากับท่านอาเสร็จแล้วก็กำลังจะลากลับ แต่กลับมีแขกที่ไม่คาดฝันปรากฏตัวขึ้น
บุรุษงามสง่าบนหลังอาชาที่ควบม้าเคียงคู่มากับน้องชายของนางทำให้เกิดความเจ็บแปลบที่ใจราวกับถูกมีดแทงกระหน่ำ ชุดที่เขาสวมดูคุ้นตา เสื้อผ้าของเขาล้วนตัดเย็บอย่างประณีตงดงามสมฐานะ
‘หลิงเจาเหว่ย ดูเหมือนเ้าจะไม่ปล่อยข้าไปจริงๆ’
กู้เยว่ฉีใช้เล็บจิกบนหลังมืออีกข้างหนึ่งของตนเองเพื่อข่มความแค้นที่กำลังปะทุขึ้นในใจ ในฝันร้ายนั้น นางกับเขามีความหวานชื่นอยู่เพียงสี่เดือน เขาปรนเปรอข้าวของมีค่าและทำให้นางหลงระเริงไปกับฐานะซื่อจื่อเฟย จากนั้นเขาก็ทำให้นางรู้ว่านางกับเขาแต่งงานกันก็เพื่อผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างเล็งเอาไว้
ประโยคหนึ่งที่เขาพูดกับนาง แม้จะเป็ความจริงแต่กู้เยว่ฉีกลับรู้สึกราวโดนตบหน้า “เ้าได้เป็ซื่อจื่อเฟยสมใจ ส่วนข้าก็ได้สกุลกู้มาหนุนหลัง เราสองคนต่างบรรลุเป้าหมายแล้ว เ้าก็เป็ชายาที่เฉิดฉายไปเถิด เื่ของเหยาอันหรือสตรีคนอื่นๆ เ้าอย่าได้ใส่ใจเลย”
ทีแรก กู้เยว่ฉีคิดว่าตนเองจะใช้ความงามทำให้สามีสยบยอมไปได้สักพัก พอนางให้กำเนิดบุตรชายฐานะของนางในสกุลหลิงก็จะมั่นคงยิ่งขึ้น แต่ความซับซ้อนในจวนอ๋องมีมากกว่าที่นางคาดเอาไว้
หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ พยายามปรับสีหน้าให้อยู่ในความสงบ ไม่แสดงความโกรธแค้นชิงชังออกมา
ชายหนุ่มบนหลังม้ามีคิ้วกระบี่เข้ม ดวงตายาวรี จมูกโด่งปลายเป็ทรงหยดน้ำ ชวนให้สตรีใหญ่น้อยเห็นแล้วสะท้อนสะท้านใจ เขาจ้องมองไปยัง ‘บุปผาแห่งเมืองหรงเฉิน’ ที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูอู่ต่อเรือของสกุลกู้ด้วยสายตาแฝงความหมายที่ผู้อื่นยากจะคาดเดา
“หลิงอ๋องซื่อจื่อ” กู้อี้เทียนเอ่ยขึ้น คิ้วขมวดเข้าหากัน นี่เองกระมังที่เหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘พูดถึงเสือ เสือก็มา’
ทายาทคนโตของหลิงอ๋องลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่าองอาจเข้มแข็ง ยืนอยู่ข้างบุตรชายคนรองของใต้เท้ากู้ กู้อี้เทียนกับกู้เยว่ฉีรีบทำการคารวะทายาทผู้ปกครองของเมืองด้วยความนอบน้อม หลิงเจาเหว่ยค้อมศีรษะให้กับกู้อี้เทียนและหันไปมองกู้เยว่ฉี
“เถ้าแก่กู้ คุณหนูกู้ ขออภัยที่ข้ามารบกวน”
หลิงเจาเหว่ยลงจากม้าแล้วเดินมายืนต่อหน้ากู้เยว่ฉี แม้เขาจะเคยเห็นนางไกลๆ สองสามครั้งและไม่ได้สนใจถึงคำร่ำลือถึงความงามของบุปผาแห่ง หรงเฉินผู้นี้ แต่เมื่อได้เห็นใกล้ๆ เป็ครั้งแรกก็อดจะชมนางอยู่ในใจไม่ได้
‘รูปร่างหน้าตางดงามจริง แต่สายตาช่างแข็งกระด้าง’
“มิทราบว่าซื่อจื่อมาถึงที่นี่ ้าให้ข้ารับใช้สิ่งใดหรือขอรับ?”
“มิได้ๆ เถ้าแก่กู้ บังเอิญข้าได้พบคุณชายกู้ที่เหลารส์ ได้ยินว่าเขาติดตามคุณหนูกู้และนางก็แวะมายังอู่ต่อเรือ ข้าจึงสนใจอยากจะเข้าชมการต่อเรือของสกุลกู้บ้าง”
กู้อี้เทียนหันไปสบตากับหลานสาวแวบหนึ่ง กู้เยว่ฉีคลี่ยิ้มงดงาม
“ในเมื่อซื่อจื่อให้เกียรติสกุลกู้ถึงเพียงนี้ ท่านอาก็รีบเชิญซื่อจื่อเข้าไปเยี่ยมชมอู่ต่อเรือของพวกเราเถิดเ้าค่ะ”
หลิงเจาเหว่ยอมยิ้ม “คุณหนูกู้คงไม่รังเกียจที่จะพาข้าเดินชมการต่อเรือหรอกกระมัง?”
กู้เยว่ฉีชะงัก นางกำลังจะอ้าปากขอตัวกลับ แต่หลิงเจาเหว่ยดูเหมือนจะรู้ทัน จึงได้เอ่ยดักทางเอาไว้ นางก้มหน้าเล็กน้อยซ่อนประกายตาฉายแววชิงชัง
**************
ไรเตอร์แนะนำ...ติดตามผลงานได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
