หลี่เฉิงเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ
ในด้านการทหาร ฉินฉงได้ฉายาว่าเป็แม่ทัพเสือของต้าถังในปัจจุบัน
ทั่วทั้งพระราชวัง นอกจากเทพาหลี่จิ้งที่เหนือกว่าฉินฉง แม่ทัพคนอื่น ๆ ต่างก็ให้ความเคารพฉินฉงเมื่อเห็นเขา
หากหลี่เฉิงเฟิง้าเรียนวรยุทธ์ บางทีเขาอาจจะไปพบฉิงเฉิงจริง ๆ ก็ได้!
“องค์ชายแปด กระหม่อมไม่รบกวนมื้ออาหารของท่านแล้ว! กระหม่อมขอตัว!”
“อื้ม ได้ ไปเถิด คราวหน้าอย่ารบเร้าให้ข้าไปเรียนที่สำนักอักษรอีก! เข้าใจหรือไม่?”
ฉินฉงเม้มริมฝีปาก หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็พยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายแปด!”
ดังนั้นฉินฉง เว่ยเจิงกับเหว่ยฉือจิ้งเต๋อจึงเดินกลับออกจากจวนเจิ้นอ๋อง
พวกเขาทั้งสี่ไม่สามารถจัดการกับองค์ชายแปดได้ และกลับไปอย่างล้มเหลว
หลังจากหลี่ซื่อหมินได้ยินเื่นี้ เขาก็รู้สึกปวดหัวเช่นกัน
คนเราต้องแสวงหาความรู้ หากหลี่เฉิงเฟิงไม่ไปเรียนที่สำนักอักษร เช่นนั้นความเฉลียวฉลาดแต่กำเนิดของเขาจะไม่สูญเปล่าหรือ?
หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว หลี่ซื่อหมินจึงตัดสินใจจะปล่อยหลี่เฉิงเฟิงให้เป็อิสระสักวันสองวัน
รอให้จัดการเื่สำคัญในท้องพระโรงเสร็จเรียบร้อยก่อน เขาค่อยสอนหลี่เฉิงเฟิงดี ๆ
เขาไม่เชื่อว่าตนเองที่เป็ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถัง จะเอาชนะองค์ชายแปดไม่ได้
……
ในด้านของหลี่เฉิงเฟิง ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา หลี่เฉิงเฟิงไม่ต้องไปฟังหารือ ไม่ต้องไปเรียน ได้แต่ขลุกตัวอยู่ในจวนเจิ้นอ๋องด้วยความเบื่อหน่าย
หลี่เฉิงเฟิงยืนอยู่ที่ประตูจวนเจิ้นอ๋องพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
แสงแดดร้อนระอุส่องผืนดิน ลมฝุ่นอบอ้าวพัดผ่าน
“ร้อนมาก! อุณหภูมิน่าจะสูงถึงสามสิบแปดองศาหรือมากกว่านั้น”
หลี่เฉิงเฟิงปาดเหงื่อออกจากหน้าผากของเขา
ตอนนี้เพิ่งเดือนหกเท่านั้น ทำไมร้อนเพียงนี้?
หากรอจนถึงเดือนเจ็ดหรือแปด จะไม่ถูกแดดเผาตายเลยหรือ?
หลี่เฉิงเฟิงทนร้อนไม่ไหว
ในจวนเจิ้นอ๋อง หวูกงกงวิ่งเข้ามาด้านหลังของหลี่เฉิงเฟิงในห้องบรรทม
หวูกงกงเอ่ยว่า “องค์ชายแปด ข้างนอกอากาศร้อน ท่านเข้ามาคลายร้อนในจวนเถอะ บ่าวจะพัดให้ท่านเอง!”
“พัดหรือ? ข้าว่าอย่าดีกว่า! อากาศร้อนแบบนี้ มีแต่จะพัดลมร้อน! ยิ่งพัดยิ่งร้อน จะดีกว่าหากข้านอนอยู่บนเสื่อเฉย ๆ !”
“เอ่อ แต่องค์ชายแปด ท่านจะออกไปตากแดดไม่ได้ หากท่านเป็ไข้แดด บ่าวคงรับผิดชอบผลที่ตามมามิได้!”
“ไม่เป็ไร องค์ชายผู้นี้แข็งแรงดี ไม่เป็ไข้แดดหรอก!”
“นั่น พ่ะย่ะค่ะ!”
หวูกงกงทำอะไรไม่ถูก จึงแค่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลี่เฉิงเฟิงไม่ยอมห่าง
ในวังต้าถัง ทุกฤดูร้อน หลี่ซื่อหมินกับเหล่าขุนนางในราชสำนักมักใช้น้ำแข็งเพื่อดับร้อน
ทว่านั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญาในระยะยาว
อากาศยิ่งร้อน น้ำแข็งยิ่งละลายเร็วขึ้น
หลังจากความเย็นจากน้ำแข็งหมดไป อากาศก็ยิ่งร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
อย่าว่าแต่หลี่เฉิงเฟิงที่ทนไม่ไหว แม้แต่หลี่ซื่อหมินที่จัดการกับกิจบ้านการเมือง ยังต้องเลิกประชุมเพราะอารมณ์เสียจากอากาศร้อน
“ไม่ได้การ อากาศร้อนขึ้นแบบนี้ ข้าจะทนไหวได้อย่างไร ข้าต้องหาพัดลมมาสักตัวแล้ว!”
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วคู่น้อยพลางครุ่นคิดบางอย่างอีกครั้ง
หลี่เฉิงเฟิงคิดในใจ ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีไฟฟ้าเช่นต้าถัง ไม่มีทางเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างแน่นอน
แต่การสร้างพัดลมง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ก็คงไม่ใช่เื่ยากสักเท่าไหร่?
หลี่เฉิงเฟิง้าแลกเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศจากในระบบ
ทว่าในระบบไม่มีขายเครื่องปรับอากาศเลย
จึงครุ่นคิดดูว่ามีอะไรสามารถแลกเปลี่ยนได้บ้าง
หลี่เฉิงเฟิงแลกเปลี่ยนปืนพกออกมาหนึ่งกระบอก
ในอนาคตหากมีปืนพกไว้ป้องกันตัว ใครก็ตามที่กล้าหักหลังเขา เขาจะเป่ามันในนัดเดียว มาดูสิว่าใครจะกล้าอวดดีกับเขาอีก?
แต่ระบบเหมือนจะรู้ว่า หากแลกเปลี่ยนค่าความซุกซนเป็สิ่งของเ่าั้ได้ ก็จะทำให้เสียสมดุลอย่างแน่นอน
ดังนั้นแม้ว่าหลี่เฉิงเฟิงจะมีค่าความซุกซนมากพอ แต่เขาก็ไม่สามารถซื้อสิ่งประดิษฐ์ไฟฟ้าในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดได้
อย่างไรก็ตามหลี่เฉิงเฟิงไม่ได้ตื่นตระหนก
เพราะเขายังไม่ลืมว่า ตนเองเป็นักวิจัยอัจฉริยะในชาติก่อน
ตราบใดที่มีวัสดุเพียงพอ อย่าว่าแต่พัดลม แม้แต่เครื่องปรับอากาศ เครื่องบิน หรือปืนใหญ่ หลี่เฉิงเฟิงก็สามารถสร้างเองได้
ตอนนี้อากาศร้อนขึ้นเรื่อย ๆ หลี่เฉิงเฟิงจึงคิดว่า เขาควรเตรียมความพร้อมสำหรับการมาถึงของฤดูร้อน
การสร้างเครื่องปรับอากาศอาจดูเป็ไปไม่ได้สักเท่าไหร่ แต่การสร้างพัดลมแบบเรียบง่าย สำหรับหลี่เฉิงเฟิงนั้นไม่ใช่ปัญหา!
……
“หวูกงกง ไป ไปหาแผ่นไม้มาให้ข้าสองแผ่น!”
“ได้พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด แต่ท่านจะเอาแผ่นไม้ไปทำอันใดหรือ?”
“ไม่ต้องพูดมาก แค่หามาให้ข้า! จำไว้ว่า เ้าต้องหาแผ่นไม้ที่มีคุณภาพดี มิเช่นนั้นมันอาจแตกหักได้ง่าย!”
“ได้เลยองค์ชายแปด โปรดรอสักประเดี๋ยว!”
พูดจบ หวูกงกงก็วิ่งไปที่สวนหลังจวนเพื่อหาแผ่นไม้
ส่วนหลี่เฉิงเฟิงเดินเตาะแตะกลับไปยังห้องโถงของจวนเจิ้นอ๋อง
จวนเจิ้นอ๋องแห่งนี้กว้างขวางมาก แต่ปัจจุบันมีหลี่เฉิงเฟิงเพียงคนเดียวเท่านั้น นอกจากหวูกงกง กับสาวใช้อีกสองคน ก็มีองครักษ์ลาดตระเวนอีกหนึ่งคน!
ดังนั้นทั้งจวนเจิ้นอ๋องจึงค่อนข้างว่างเปล่า
ไม่นานหวูกงกงก็พบแผ่นไม้หนาสองแผ่นที่จวนด้านหลังฝั่งขวา
หวูกงกงเอ่ยว่า “องค์ชายแปด แผ่นไม้ทั้งสองนี้ทำมาจากลำต้นของต้นหลิว คุณภาพดี ทนทานมาก!”
“อื้ม ดี ให้ข้าดูหน่อย!”
หลี่เฉิงเฟิงรับแผ่นไม้หลิว ก่อนจะใช้มือแกว่งเบา ๆ
แม้ว่าแผ่นไม้ทั้งสองจะมีสภาพดี แต่ก็ยังไม่ดีเท่าใบพัดลมพลาสติก
“เฮ้อ…หรือว่าข้าจะไปร้านช่างตีเหล็ก สั่งทำใบพัดเหล็กสักสองใบดีนะ?”
“ไม่ดีกว่า ใบเหล็กคงหนักเกินไป จากกระบวนการหลอมเหล็กในปัจจุบันของต้าถัง พวกเขาคงทำใบพัดลมแบบที่ข้า้าไม่ได้!”
“ช่างเถอะ ข้าใช้แผ่นไม้สองแผ่นนี้เป็ใบพัดลมตามเดิมจะดีกว่า! อย่างน้อยก็สร้างพัดลมให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นในฤดูร้อนคงจะร้อนสุด ๆ !”
หลี่เฉิงเฟิงปาดเหงื่อออกจากหน้าผากของเขา ก่อนจะหยิบแผ่นกระดานไม้หลิวสองแผ่นมาที่ประตูห้องโถง
หลี่เฉิงเฟิงหาที่ที่มีสว่างและร่มรื่น ก่อนจะนั่งลงกับพื้น
“หวูกงกง หามีดคมมาให้ข้าที ต้องคมมากด้วย!”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด บ่าวจะไปหามาให้เอง!”
หวูกงกงเรียกได้ว่าทำตามหลี่เฉิงเฟิงอย่างเชื่อฟัง
เพราะหลี่เฉิงเฟิงเป็เ้านายของเขา ไม่ว่าหลี่เฉิงเฟิง้าสิ่งใด ตราบใดที่หวูกงกงทำตามคำสั่งของเขา ก็ถือว่าไม่มีปัญหา!
แม้ว่าหวูกงกงจะอยู่ในวัง แต่เขาก็เป็เพียงขันทีน้อยเท่านั้น
ทว่าหวูกงกงเชื่อว่าตราบใดที่เขารับใช้องค์ชายแปดเป็อย่างดี อนาคตข้างหน้าสามารถเลื่อนตำแหน่งได้อย่างราบรื่น บางทีเขาอาจได้เป็หัวหน้าขันทีเลยก็เป็ได้
นับว่ามีหน้ามีตาเป็อย่างมาก!
หลังจากนั้นหวูกงกงก็พบมีดด้ามเล็กเล่มคม แล้วนำมาให้หลี่เฉิงเฟิง
หลี่เฉิงเฟิงเปิดระบบ ใช้คะแนนซุกซนสิบแต้มแลกปากกาสีน้ำหนึ่งด้าม!
หลังจากหลี่เฉิงเฟิงแบ่งแผ่นไม้หลิวออกเป็สีส่วน แล้วใช้ปากกาสีน้ำวาดใบพัดสี่ใบบนแผ่นไม้เล็ก ๆ
ก่อนจะกรีดด้วยมีดอีกครั้ง!