เมื่อลุงใวิ่งหนีไปแล้ว มะลิเองใช่ว่าจะกล้า ความจริงเธออยากจะวิ่งใจจะขาด แต่ขาเ้ากรรมนี่สิ มันดันไม่ขยับ เธอเลยต้องทนรับอาการที่โดนผีหลอกต่อไป
เธอคิดในใจ ทำยังไงดีเนี๊ยะ พ่อแก้ว แม่แก้วเ้าขา ช่วยลูกช้าง ลูกแก้ว สารพัดจะลูก เธอได้พูดไปหมดแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่เป็ผลแต่ประการใด
“ช่วยด้วย ๆ จะตายอยู่แล้ว หิวน้ำ ขอน้ำหน่อย” เสียงแหบ ๆ พร่า ๆ ดังมาอีกแล้ว
คราวนี้ เธอถอนหายใจ ตั้งสติสิ มะลิเอ้ย...ตั้งสติ เธอยกมือพนมสวดคาถาไล่ผีไปแบบมั่ว ๆ
"น้ำ ขอน้ำผมกินหน่อย ผมไม่มีแรงเลย คุณคนสวย ขอน้ำหน่อย" เสียงนั้นยังคงดังมาเรื่อย ๆ
แต่คราวนี้ มาแปลก มีคนสวยด้วย ตายแล้ว...ผีบ้ากาม จะมาลวนลามชั้นไหม? ไม่นะ อย่า ๆ
"คุณนั่นแหละ เอาน้ำให้หน่อยนะ คนสวย ถ้าไม่ได้น้ำ ผมจะตายจริง ๆแล้วนะ" เธอเริ่มเอะใจขึ้นมาบ้างแล้ว
เธอเดินเข้าไปใกล้เข่งผลไม้อย่างช้า ๆ ระมัดระวัง หูก็คอยตั้งใจฟัง
"สรุป วันนี้ ผมจะได้กินน้ำมั้ย?" เสียงอ่อนแรงนั้นดังขึ้นเมื่อเธอเข้าไปใกล้ ๆ มากขึ้น
นั่นมันเสียงผู้ชายนี่ เธอพยายามข่มความกลัว ทำใจดีสู้เสือ เดินเข้าไปใกล้ ๆ อีก ค่อยๆดึงเข่งที่อยู่ใกล้ตัวเธอที่สุดออกมา เธอกวาดสายตามองก็ยังไม่เจอใคร จึงตัดสินใจดึงออกมาอีกหนึ่งใบ
“ว้าย ตายแล้ว ปล่อยนะ เ้าผีตะเข่ง ชั้นกลัวแล้ว มีอะไร มาเข้าฝันนะ อยากจะกินอะไร ชั้นจะอุทิศส่วนกุศลไปให้ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ปล่อยๆ” เธอพูดซะยาวเลย
“ขอน้ำผมหน่อย หิวมากเลย” เสียงนั้นทั้งแหบทั้งเบา เธอตั้งสติได้ ข่มความกลัวเอาไว้
“นายไม่ใช่ผีนะ” เธอกัดฟันถามไปตรง ๆ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่า ผีไม่มากลางวัน
“ไม่ใช่ ขอน้ำก่อน แล้วชั้นจะเล่าให้ฟังนะ” เสียงนั้นแหบเหมือนขาดน้ำมานาน เมื่อมะลิเริ่มคุ้นเคยแล้ว น่าจะเป็คนแหละ คงไม่ใช่ผีหรอก
เธอจึงดึงเข่งผักและผลไม้ออกสองาสมใบจึงเห็นเขาอยู่ในระหว่างเข่งทั้งหลาย ท่าทางอิดโรยมาก น่าจะหิวน้ำเป็กำลัง ความกลัวของเธอได้หายไปแล้ว กลับมาอยู่โลกความเป็จริงเสียที โล่งอกไป
“ได้ เดี๋ยวชั้นเอาให้ รอแป๊บหนึ่ง อย่าออกไปไหนนะ เดี๋ยวเขาใกันหมด” เธอพูดด้วยเสียงปกติมากขึ้น ไม่ใแล้ว
“เร็ว ๆ นะ แล้วห้ามคุณหนีผมไปด้วย” เสียงนั้นพูดตามความรู้สึกจริง ๆ
“เอาน่า ๆ ชั้นรับปากแล้ว ชั้นไม่ได้สวยอย่างเดี๋ยวนะ ยังใจดีอีกด้วย รอแป๊บหนึ่ง” เธอเริ่มสบายๆมากขึ้น
“อย่าโกหกกันนะ ถ้าคุณไม่เอาน้ำมาให้ผมกิน เกิดผมตายขึ้นมา จำไว้ว่าเป็ความผิดคุณและผมจะมาหลอกคุณทุกวันทุกคืนเลย” เขาพูดขู่เธอไปอย่างนั้นเอง ความขริงเขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะทำอะไรอีกแล้ว
เขามองน่าสงสารจริง ๆ เนื้อตัวมองแมม ผิวพรรณดูดีมีชาติตระกูล เสื้อผ้าที่ไส่ดูแล้วราคาแพงน่าดู
เธอหายไปสักพัก
“เอ้า เอาน้ำไป กินซะ ไม่ต้องรีบ” เธอยื่นน้ำให้เขาดื่ม เขารับน้ำมาดื่มทันทีแต่ก้อดื่มได้ยากมากเพราะในน้ำนั้นมีแต่ดอกอะไรบางอย่างลอยอยู่พอสมควร
“คุณใส่ดอกอะไรมาเนี๊ยะ ผมดื่มน้ำได้ช้าเลย” เขาหันมามองเธอ
“ดอกมะลิไง ชั้นเห็นเธอหิวน้ำมาก กลัวว่าถ้ากินเร็วๆจะสำลักนะ ไม่เคยเห็นในหนังรึ ใคร ๆ เขาก้อทำกัน” เธอตอบไปว่าที่ทำเพราะความหวังดีนะ
“ชั้นไม่ได้ว่าเธอใส่อะไรมา เื่หนังอะไร ชั้นไม่ชอบนิยายน้ำเน่าอะไรนั่น" เขาเริ่มโวยวาย
"แต่ที่ถามเนี๊ยะ ผมอยากจะบอกว่าผมแพ้ดอกมะลิ" เขาละล่ำละลัก แต่กว่าจะพูดออกมาด้วยก็แทบแย่
"อ้าว แล้วชั้นจะไปรู้กับคุณมั้ย?" มะลิเริ่มเสียงดัง ไม่ยอมรับความผิด เขาอยากแพ้มะลิเอง ช่วยไม่ได้
"รู้ก็รู้ว่าตัวเองแพ้มะลิแล้วยังจะกินเข้าไปอีก บ้าชัด ๆ" เธอยังบ่นไม่หยุด
"โอ้ย...นี่มันวันใช้กรรมแห่งชาติรึไง" เขาสมเพชในชะตากรรมของตนเอง หันหน้ามามองหญิงสาวที่เกือบจะเป็มือนักฆ่าไปแล้ว
เขาพูดจบก็อ๊วก อาเจียนออกมาและสลบไป
---------------------------------------------------------------------
เสียงเอะอะโวยวายของคุณหญิงดาหรา ภรรยาเ้าของตลาดส่งออกผลไม้รายใหญ่ของประเทศ ดูเธอแล้วน่าจะโกรธมากมาย
“วางใจเถอะคุณหญิง ผมไม่เอาเขาไม่ฆ่าทิ้งหรอกนะ ผมก็แค่อยากสอบบทเรียนให้เขาบ้าง ให้เขาเติบโตด้วยตนเอง ทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ก้อเท่านั้น” ท่านประธานและเ้าของตลาดผลไม้ไทยไปต่างแดนตอบกลับภรรยาเขาอย่างใจเย็น เขาเบื่อพฤติกรรมของลูกชายเขาเต็มทน เคยเตือนหลายหนแล้วว่าให้ทำตัวให้มีสาระบ้าง ไม่ใช่วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเคล้านารี ไม่เคยช่วยเหลือกิจการที่บ้านสักอย่างหรือแม้แต่สักครั้งเดียว
“คุณมันเืเย็น ทำได้แม้แต่กระทั่งลูกชายของตัวเอง” คุณหญิงยังไม่ยอมหยุด
“คุณนั่นแหละที่เป็ต้นเหตุให้ผมต้องทำแบบนี้” ชายวัยกลางคนปลายๆ เข้าห้าสิบกว่าปีแล้วหันมาจ้องตาเขม่งไปที่ภรรยาคนสวยจอมโวยวายของเขา
“ชั้นทำอะไร ชั้นไม่ได้ก่อเื่อะไรนี่ ไม่เคยทำผิดอะไรด้วย” เธอตอบกลับอย่างกับนึกอะไรออกมาได้ เลิ่กลั่ก ๆ ลุกลี้ลุกลนชอบกล
“แหม ทำเป็จำไม่ได้นะคุณดา ภรรยาที่รักของผม คุณสัญญาอะไรกับผมไว้ หา...จำได้มั้ย” เขาเดินเข้าหาเมียคนเก่งของเขาจนทำให้เธอต้องหกล้ม ดีนะที่ล้มลงที่โซฟาเลิศหรูราคาแพงซะก่อน เขามองหน้าเธอ แต่คุณภรรเมียไม่ยอมมองตอบ กลับหันไปทางอื่น ทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก
คุณสามีเสียงแข็งขึ้นมาทันที
เพียงเท่านี้ ความจำของคุณดาหราก็ดีขึ้นมาทันทีเลย เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เธอเคยรับปากสามีว่าจะแก้นิสัยไม่เอาถ่านของลูกชายเธอให้ดีขึ้น ไม่เช่นนั้น สามีของเธอจะเอาลูกชายของเธอไปทิ้ง ใจจริง ๆ แล้วเธอก็รับปากไปอย่างนั้น เพราะไม่คิดว่าพ่อแท้ ๆ จะทำกับลูกชายได้ลงคอ
“ชั้น เอ่อ ชั้น จำได้ค่ะ" เธอเริ่มใช้บทบาทเมียเ้าน้ำตาเหมือนเคย
"แต่ชั้นก้อรับปากคุณไปอย่างนั้น ไม่นึกว่าคุณจะทำอย่างที่พูดจริงๆ” เธอพูดไปพลางก้มหน้าไป สะอึกสะอื้อไม่หยุด น้ำตาไหลพรากตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่กล้าสบตาเขาอย่างตรงๆ
“ไหนลองพูดทบทวนให้ชั้นฟังสิว่า เธอรับปากชั้นว่าอะไร คุณแม่ผู้หลงผิด” เขาเริ่มเสียงเข้มขึ้นมาแล้ว
“เอ่อคือ คือ ชั้นรับปากว่า....” เธอไม่กล้าพูดออกมา
“เร็วๆ ถ้าเธอไม่พูดออกมา ชั้นจะส่งเธอไปด้วยอีกคน” เขาเสียงเข้มมากขึ้นจนเธอเริ่มกลัวจริงๆขึ้นมา
“ชั้นรับปากว่า ว่า...ถ้าชั้นไม่สามารถทำให้ตาตะวัน ลูกชายของเราไม่ยอมทำงานเป็เื่เป็ราวได้ ชั้นจะยอมให้คุณทำอะไรกับเขาก้อได้ค่ะ” เธอเสียงอ่อยลงมากเมื่อเทียบกับตอนแรก
“เธอจำได้ก้อดีแล้ว ส่วนเื่ของเธอเนี๊ยะ ชั้นจะลงโทษทีหลัง ขั้นแรกหักเงินเดือนเหลือเดือนละสองแสน ไปเที่ยวได้เดือนละสองครั้ง ถ้าเกินหว่านั้น ชั้นจะส่งเธอไปขายของที่แผงขายผลไม้ของชั้น เข้าใจนะ” เขาพูดออกมาอย่างสะใจที่นานๆเขาจะลดทอนอำนาจของภรรยาได้
“ได้ค่ะ ชั้นผิดไปแล้ว” เธอเสียงอ่อย ๆ ยอมรับชะตากรรมอันโหดร้าย แต่เมื่อเธอได้นึกทบทวนคำสั่งลงโทษของสามีที่รักของเธอ นิสัยเดิมของเธอก็กลับมาทันที
“หา...อะไรนะคุ๊ณ” เธอโวยวายเสียงแปล๊นมาทันที
“คุณจะทำอย่างนี้กับชั้นไม่ได้นะ ชั้นเพิ่งสั่งกระเป๋าแบรนเนมมานะ” คณภรรยา วิ่งตามออกมาที่หน้าบ้าน แต่ก็ไม่ทันแล้ว เขาได้นั่งรถยนต์ส่วนตัวราคาหลายสิบล้านออกไปแล้ว ความโมโหประดังเข้ามา สมองเธอเริ่มวางแผนอะไรสักอย่างทันที