หญิงสาวโบกมือลาก่อนจะขึ้นรถสตาร์ทเครื่องยนต์ ยังไม่ทันขับออกจากร้าน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อนหยิบบลูทูธขึ้นมาเสียบหูแล้วรับสาย เสียงปลายสายแหลมเข้าหู
[นี่แก เป็ไงบ้าง]
“เป็ไงคืออะไรยะยัยลิลลี่”
รถคันหรูแล่นออกจากซอยขณะที่พัตราสนทนากับคู่สายไปด้วยได้ยินเสียงของลิลลี่คะยั้นคะยอถาม
[ก็พ่อหนุ่มตาน้ำข้าวคนนั้นยังไงล่ะจ๊ะ หล่อน]
“เชื่อมะ…หมอนั่นสงสัยโรคจิตอ่ะแก”
พัตรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆมีอย่างที่ไหนคนเพิ่งพบหน้ากันครั้งแรกก็ถามโน่นนี่เกี่ยวกับเื่ส่วนตัวถ้าไม่โรคจิตก็พวกสตอล์กเกอร์ดีๆ นี่เอง
[นี่แก จู่ๆ ก็มาว่าคนหล่อของลิลลี่เป็โรคจิตได้ยังไง]
“ก็มันจริงนี่นาหมอนั่นเอาแต่ถามมิลค์ว่าเคยมีแฟนไหม แล้วตอนนี้ยังโสดไหม แกก็ลองคิดดูว่า ถ้าไม่ใช่โรคจิตแล้วให้เรียกว่าอะไร”
[อ๊าย! ยัยมิลค์ ยัยตาถั่วยัยบ๊อง ยัยโง่เง่า]
“นี่ๆถ้าแกจะให้ท้ายเขานะ ไม่ต้องมาด่ากันขนาดนี้ก็ได้”
พัตรานึกหมั่นไส้เพื่อนที่ไม่เข้าข้างตัวเองแถมยังมาว่าเธอเสียยกใหญ่ราวกับเธอเป็คนผิดเสียอย่างนั้น
[ลิลลี่จะด่ามีอะไรไหม แกอินโนเซนท์ถึงขั้นไม่รู้ว่าผู้ชายกำลังจีบแกอยู่รึไง]
“เขาเนี่ยนะจีบมิลค์ไม่มั้ง”
พัตราอดขำเพื่อนไม่ได้ที่ชอบคิดอะไรไปไกลเซดริกคงไม่ถูกสเปคเธอั้แ่แรกพบหรอกกระมัง คนอย่างเขาเป็ถึงหนุ่มลูกครึ่งอีกทั้งยังหน้าตาดีมีฐานะ แค่กระดิกนิ้วสาวสวยต่างก็แย่งกันวิ่งเข้าหาไม่เห็นต้องมาสนใจคนอย่างเธอที่มีหน้าตาแสนธรรมดาเลยนี่นา
ยอมรับว่าหน้าตาเธอถึงกับไม่ขี้ริ้วขี้เหร่จนมองไม่ได้แต่ก็ไม่สวยขนาดดารานางแบบในทีวี เซดริกไม่มีทางมาชอบคนอย่างเธอแน่นอนคอนเฟิร์มเลย
[ถ้าเป็เมื่อก่อน ลิลลี่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเขาไม่สนใจยายเพิ้งอย่างแกแน่]
“เอ้า ซะงั้นเมื่อก่อนมิลค์ก็สวยแบบตอนนี้แหละ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยน”
[โนๆๆ กลับบ้านไปแล้วหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ขึ้นมาเปรียบเทียบกับหน้าตาแกตอนนี้ด้วยนะว่ามันต่างกันยังไง]
“ชิ มิลค์ไม่ได้ศัลยกรรมสักหน่อยทำไมต้องเปรียบเทียบด้วย”
พัตรามีริมฝีปากบางไม่ถึงขั้นกระจับจมูกทรงตุ๊กตาบาร์บี้ไม่บานออกไม่โด่งนัก ดวงตากลมโตพอควร หน้าเรียวรูปไข่ธรรมชาติอีกทั้งรูปร่างแม่ให้มา หน้าอกคัพซีอยู่แล้วไม่ต้องเสริมแต่งให้เปลืองเงิน ส่วนสะโพกเธอก็คอยออกกำลังกายปั้นจนกลมเด้งเอวคอดบาง หุ่นดีเลิศ
มีอะไรที่พัตราไม่พอใจอีกที่เป็อยู่ก็ดีพอสำหรับเธอแล้ว เก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ดีกว่า
[เฮ้อ…เอาเป็ว่าตอนนี้แกสวยขึ้นมากก็แล้วกัน]
ดูเหมือนลิลลี่เกียจคร้านอธิบายจึงสรุปสั้นๆว่าอย่างนั้นพัตราเบ้ปาก ไม่ปฏิเสธว่าสวยพอไปวัดไปวากับเขาได้เท่านั้นแต่ไม่ได้โดดเด่นถึงขั้นหนุ่มหล่อต้องเหลียวหลังมอง
“จ้าๆแล้วไงอ่ะ”
[ยังจะมาถาม คนหล่อต้องอยากจีบคนสวยจริงมะ]
“นี่หล่อน…ก็บอกว่าเขาไม่ได้จีบ”
[เออๆ ถ้าอีกสามวันเขาไม่ติดต่อมาหาแก ลิลลี่ค่อยเชื่อละกัน]
มุมปากหนายังคงยกยิ้มเล็กน้อยไม่ยอมหุบดวงตาคู่คมแวววาวราวกับดวงดาวเจิดจรัสบนฟากฟ้าจดจ้องลงบนโทรศัพท์มือถือมีรูปของหญิงสาวอยู่ในหน้าจอคนร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่อย่างสบายอารมณ์
“คุณไปพบเธอราบรื่นดีไหมครับ”
เพชรยืนมองเ้านายสักครู่ใหญ่จึงเอ่ยถามขึ้นเห็นรอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาไม่จางหาย
หากปกติแล้วเซดริกไม่เคยยิ้ม
“ดูดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ”
เ้านายเพียงตอบสั้นๆทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากภาพบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เพชรไม่เคยเห็นเซดริกสนใจหญิงสาวคนไหนเท่าเด็กสาวคนนี้มาก่อน
หน้าตาไม่ได้โดดเด่นอะไรไม่เข้าใจว่าทำไมเซดริกถึงได้สนอกสนใจเธอนักด้วยฐานะและหน้าตาของเซดริกหาคนสวยกว่านี้มาควงเล่นไม่ยากเลย
“แล้วทำไมคุณถึงไม่เข้าหาเธอ ั้แ่ตอนเจอเธอแรกๆ ครับ”
ในที่สุดเพชรก็เอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมาเป็เวลาเกือบสองปีเขาเป็คนขับรถของเซดริก ย่อมรู้เื่ของเ้านายบ้างเป็ธรรมดาตอนนั้นจำได้ว่าเซดริกสั่งให้เขาขับรถไปยังตึกเก่าๆ แห่งหนึ่ง เซดริกเพียงด้อมๆมองๆ พัตราผ่านกระจกรถเท่านั้น
“บ้าเรอะ! ใครจะอยากเข้าไปคุยกับแม่สาวสิวเขรอะเต็มหน้าแบบนั้นหรือว่านายอยาก” เซดริกทิ้งตัวไปยังพนักพิงโซฟาเงยหน้าทอดสายตามองออกไปด้านนอกคอนโดหรูผ่านทางกระจกบานใหญ่
“ปละ…เปล่าครับ ฮะ…ฮ่าๆ”
พอรู้ถึงเหตุผลของเ้านายเพชรถึงกับอดกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ เผลอหลุดกิริยาไม่เหมาะสมต่อหน้าเซดริก
“ขำเข้าไปเดี๋ยวฉันก็หาแม่สาวหน้าสิวเขรอะมาเป็เมียนายซะเลย”
“ขอโทษครับอุ๊บ!”
เพชรรู้ดีว่าเซดริกกล้าทำอย่างที่พูดจริงๆจึงรีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยถามต่อ
“คุณชอบเธอจริงๆเหรอ”
“นี่นาย มันเื่ของฉันฉันจำเป็ต้องรายงานนายทุกเื่ไหม หืมมม”