'งดงาม' คือคำแรกที่เหล่านางกำนัลจะสรรหามาพรรณนารูปโฉมขององค์หญิงผู้นี้ สตรีตรงหน้าของพวกนางช่างโฉมงามกว่าดวงดาราบนท้องนภาที่พวกนางเคยพานพบเสียอีก แม้ว่าพระองค์จะเติบโตมาในชนบท แต่ทว่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยรัศมีแห่งความงดงามที่ยากจะพานพบในสตรีในเมืองหลวง
"คำนับองค์หญิงเพคะ" นางกำนัลสวมชุดสีฟ้าอ่อนยืนเรียงรายอยู่หน้าตำหนักที่ถูกจัดไว้เป็ที่พัก คำนับฟู่หนิงหนิงอย่างนอบน้อม ตำแหน่งองค์หญิงของนางแม้จะไม่สูงศักดิ์เทียมเท่าองค์หญิงคนอื่นๆ หากทว่านางกำนัลเหล่านี้ล้วนไม่กล้าที่จะแสดงท่าทีดูถูกฟู่หนิงหนิงต่อหน้า
หลังจากเข้าสู่วังหลวง นางก็ได้รับพระราชทานนามใหม่จากฮ่องเต้นามว่า 'หนิงเฉิง'
องค์หญิงผู้นี้เป็เพียงบุตรสาวนอกสมรสของฮ่องเต้เท่านั้น อายุของนางในยามนี้คือสิบสี่หนาวหรือเทียบเท่าองค์รัชทายาท
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้ารับ นางไม่เอ่ยสิ่งใดตามที่หย่งซื่อได้สั่งสอน หย่งซื่อบอกกับนางว่าพูดให้น้อยแต่คิดให้มาก เมื่อเข้าไปในตำหนักแล้วร่างบางจึงรีบเดินไปยังเตียงก่อนจะเอ่ยถามหย่งซื่ออย่างสงสัย
"หย่งซื่อ ข้าต้องทำสิ่งใดต่อ" นางยกมือขึ้นนวดศีรษะที่ปวดร้าว ร่างกายของนางในยามนี้เมื่อยล้าไปหมด ั้แ่เข้าวังมานางก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำนี่นั่นไม่หยุด
"สิ่งที่ท่านต้องทำคือห้ามแปลงกายเป็จิ้งจอกเด็ดขาด ห้ามใช้มนต์ตราหรือพลังอื่นใด" หย่งซื่อกำชับอย่างหนักแน่น
ใบหน้าของนางยุ่งขึ้นทันที "หากข้าเผลอเล่า" นางรู้สึกว่าบางคราตนเองก็ยากที่จะควบคุมพลัง
"ท่านต้องพยายาม" หย่งซื่อเดินไปเทน้ำชามาก่อนจะยื่นให้นาง "องค์หญิง ท่านอย่าลืมว่าทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของฮองเฮา ยิ่งที่มาของท่านน่าสงสัยยิ่งต้องเป็ที่จับตาของนาง"
"ข้าเข้าใจแล้ว" ฟู่หนิงหนิงเอ่ยตัดรำคาญก่อนที่นางจะรับน้ำชามาพร้อมทั้งยกขึ้นดื่มอย่างกระหาย
หย่งซื่อถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมของนางเบาๆ "ไป๋ไป๋ จำไว้ว่าเ้าคือองค์หญิง หาใช่จิ้งจอกไม่ ในยามนี้เ้าใช้ชีวิตเป็มนุษย์ดังนั้นจงลืมเื่ราวอดีตไปจนสิ้น"
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้า นางดึงหย่งซื่อเข้ามากอด "ขอบคุณที่ท่านคอยดูแลข้า แม้ครั้งแรกท่านจะโยนข้าเข้าในบ้านโดยไม่ถนอมเลยสักนิด!" ประโยคหลังนางเอ่ยอย่างโกรธเคือง
มุมปากของหย่งซื่อยกขึ้น นางหัวเราะน้อยๆ "ข้าแค่ไม่เข้าใจเหตุใดต้องให้ข้ามาดูแลสุนัขสกปรก"
"ท่านว่าข้าสกปรกหรือ?" ฟู่หนิงหนิงผละออกมาจากอ้อมกอดของหย่งซื่อ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความไม่พอใจ
"ใช่ ขนพันกันขนาดนั้นจะไม่ให้สกปรกได้อย่างไร เอาล่ะข้าต้องไปก่อน จำไว้เ้าต้องแสดงความเคารพต่อฮองเฮาให้ดี"
"อื้ม เข้าใจแล้ว" ดวงใจของฟู่หนิงหนิงหนักอึ้ง เพราะนางจำเป็ต้องจากลากับหย่งซื่อ ดวงตาคู่สวยของนางปรากฏรอยเศร้าหมอง นางไปส่งหย่งซื่อเพียงแค่ประตูเท่านั้น นับจากนี้ชีวิตในวังหลวงเป็สิ่งที่นางต้องเผชิญตามลำพัง…
หลังจากหย่งซื่อจากไปแล้ว นางกำนัลใบหน้าเกลี้ยงเกลาสองคนก็เดินเข้ามา พวกนางแนะนำตัวกับฟู่หนิงหนิงว่าพวกนางคืออาหลันและเสี่ยวเถา
อาหลันเป็สตรีที่มีนิสัยเรียบร้อย ใบหน้าของนางนุ่มนวลอ่อนโยน ส่วนเสี่ยวเถามีแววซุกซนเล็กน้อยเนื่องจากนางยังเด็ก
"หม่อมฉันจะเปลี่ยนฉลองพระองค์ให้องค์หญิงเพคะ พอถึงยามอุ้ย[1]ฉินกงกงจะมารับองค์หญิงไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเพคะ" อาหลันเอ่ยในขณะที่ใบหน้าของนางยังก้มต่ำตามที่ได้รับการฝึกฝนมาั้แ่เด็ก
ฟู่หนิงหนิงขยับกายอย่างอึดอัด นางไม่ชินกับกฎระเบียบที่เคร่งครัดเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
"ได้ เ้านำทางไปเถอะ" นางผุดลุกขึ้นพร้อมทั้งจัดแจงชุดของตนเองอย่างถี่ถ้วน
"เพคะ" เอ่ยจบอาหลันก็เดินออกไปเรียกนางกำนัลที่ยืนรออยู่ด้านนอกให้เข้ามา
ดวงตาของฟู่หนิงหนิงเบิกกว้างมองนางกำนัลที่เดินถือชุดและเครื่องประดับเข้ามาอย่างใ นางทราบดีว่าด้วยตำแหน่งและฐานะของนางจำเป็จะต้องมีนางกำนัลรับใช้ แต่ฟู่หนิงหนิงกลับไม่นึกว่าจะมีมากมายถึงเพียงนี้
"ไปกันเถอะเพคะ" เอ่ยจบเสี่ยวเถาก็ดึงฟู่หนิงหนิงไปยังห้องอาบน้ำโดยไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธสักนิด นางกำนัลพยายามถอดชุดนางออกหากทว่าฟู่หนิงหนิงกลับขัดขืนไว้
"ข้าอาบเอง" นางพยายามยื้อแย่งปมชุดไว้ สายตาคู่สวยมองอย่างหวาดระแวง เห็นเช่นนี้นางก็เขินอายเวลามีสายตานับสิบคู่จ้องมอง
"ไม่ได้เพคะ นี่เป็รับสั่งของฮองเฮาให้หม่อมฉันถวายการรับรององค์หญิง" นางกำนัลที่เอ่ยออกแรงอย่างนิ่มนวล ในที่สุดนางก็สามารถถอดชุดให้กับฟู่หนิงหนิงได้ นางกำนัลอีกคนก็รีบกุลีกุจอเข้ามาปลดชุดเอี๊ยมนาง ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความนิ่งเฉยราวกับว่าเื่เช่นนี้เป็เพียงเื่ธรรมดาเท่านั้น
ดวงหน้างดงามแดงก่ำ นางพยายามปกปิดเนินอกของตนไว้อย่างเขินอาย ฟู่หนิงหนิงรีบวิ่งไปที่อ่างน้ำทันที นางอยากจะร้องไห้เต็มทนั้แ่เกิดมานางยังไม่เคยถูกสายตาจ้องมองมามากมายถึงเพียงนี้
"องค์หญิงช่างงดงามนักเพคะ" เสี่ยวเถาเอ่ยอย่างชื่นชม นางหยิบหวีขึ้นมาหวีผมดำขลับของนางอย่างอ่อนโยน
"เสี่ยวเถา เสียมารยาท" อาหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เสี่ยวเถารีบหุบปากลง นางก้มหน้าลงไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ
ฟู่หนิงหนิงลอบสังเกตทั้งสองเงียบๆ นางหันจ้องเสี่ยวเถาก่อนจะเอ่ย "เสี่ยวเถา เ้าไม่ต้องเกรงใจ" หากเป็เช่นนี้ต่อไปก็คงจะต้องอึดอัดไปทั้งสองฝ่าย
เสี่ยวเถาเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ "จริงหรือเพคะ?" นางถามอย่างไม่แน่ใจนักเนื่องจากองค์หญิงหาได้เฉยชาหรือเย่อหยิ่งไม่
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้า นางไม่อาจทนเห็นใบหน้าเศร้าหมองของนางกำนัลตัวน้อยผู้นี้ได้
เสี่ยวเถายกยิ้มขึ้นอย่างสดใส นางแลบลิ้นใส่อาหลันก่อนจะเอ่ยกับฟู่หนิงหนิงอย่างเอาใจ "ครั้งแรกที่หม่อมฉันเห็นองค์หญิง ดวงตาของหม่อมฉันไม่อาจละไปจากท่านได้เลยแม้แต่น้อย ท่านงดงามเหมือนกับฟู่ซูอี๋ไม่มีผิด งดงามราวกับภาพวาด" เสี่ยวเถามองใบหน้าของนางอย่างหลงใหล ฟู่ซูอี๋ถือเป็หญิงงามอันดับหนึ่ง แม้แต่สตรีเช่นเดียวกันยังอดตะลึงกับความงามของนางไม่ได้
"ฟู่ซูอี๋?" นางเอ่ยทวนอย่างนึกสงสัยว่าจะเป็มารดาของนาง
"เพคะ พระองค์ทรงเป็ที่โปรดปรานจากฝ่าาถึงที่สุด"
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้า ในเมื่อได้ฟังว่าฟู่เจินสบายดีฟู่หนิงหนิงก็หมดห่วง นางนั่งอยู่ในอ่างน้ำที่โรยด้วยดอกเหมยกุ้ยเงียบๆ ให้เหล่านางกำนัลอาบน้ำให้โดยไม่อาจปฏิเสธได้ ฟู่หนิงหนิงถอนหายใจอย่างอึดอัด เื่แบบนี้นางควรจะทำตัวให้ชินสินะ…
ผมที่งดงามราวกับม่านน้ำตกถูกรวบขึ้น ปิ่นลายบุปผาระย้าถูกปักที่เรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างงดงาม ดวงหน้าของนางในยามนี้ถูกแต่งบางๆ ให้มีสีสันขึ้น
ชุดสีชมพูปักด้วยด้ายเงินลายนกกระเรียนถูกสวมลงบนเรือนร่างบอบบางราวกับกิ่งหลิว กำไลหยกขาวเนื้อดีถูกสวมลงบนข้อมือขาวนวล ดูแล้วช่างงดงามยิ่งนัก
"องค์หญิงเพคะ แหวนหยกนี้ช่างงดงามยิ่งนัก เนื้อหยกวาวใสนับว่าเป็ของหายาก" เสี่ยวเถามองแหวนหยกที่อยู่บนนิ้วชี้ของฟู่หนิงหนิง เนื้อหยกเช่นนี้แม้แต่ในวังหลวงยังหายาก
ดวงตาที่ถูกแต่งแต้มก้มลงมองแหวนหยก นางยกยิ้มน้อยๆ อย่างภาคภูมิใจ ของขวัญชิ้นนี้นับว่าเป็ของขวัญสำหรับการทำความดีของนาง แน่นอนว่าฟู่หนิงหนิงต้องเก็บไว้เป็อย่างดี
"เสี่ยวเถา เ้ามาเก็บของให้องค์หญิง" อาหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุ สหายผู้นี้ของนางพูดเก่งเกินไปแล้วแถมยังแอบอู้งานอีก
"ข้าไปแล้วๆ" นางหันมายิ้มให้ฟู่หนิงหนิงก่อนจะรีบวิ่งไปเก็บของ ความจริงนางกำนัลอีกแปดคนยืนกรานว่าจะอยู่รับใช้นาง หากทว่าฟู่หนิงหนิงยืนกรานปฏิเสธ เพียงแค่นางกำนัลรับใช้สองคนฟู่หนิงหนิงก็ยากที่จะขยับตัวไปที่อื่นแล้ว
หลังจากแต่งตัวเสร็จไม่นานฉินกงกงก็มารับนางไปยังตำหนักอันเป็ที่ประทับของฮองเฮา ซึ่งเป็ธรรมเนียมปฏิบัติที่นางต้องไปเข้าเฝ้านายหญิงแห่งวังหลังก่อน
ตำหนักแห่งนี้มีชื่อว่าอันผิง ด้านหน้าตัวตำหนักถูกสลักด้วยลวดลายหงส์งดงาม รอบทางเดินถูกประดับประดาด้วยกรวดก้อนขนาดพอดี ต้นโบตั๋นหลายสิบต้นออกดอกชูช่องดงาม ตำหนักแห่งนี้ช่างงดงามสูงส่งสมกับเป็ที่ประทับของมารดาแห่งแผ่นดิน
ฉินกงกงเดินนำฟู่หนิงหนิงเข้าไปด้านใน เขาบอกกับขันทีรับใช้ฮองเฮาก่อนจะยืนรอให้พระองค์ทรงอนุญาต
ขันทีร่างเล็กยิ้มรับเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปภายในเพื่อแจ้งแก่ฮองเฮา ไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
"เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ" เขาโน้มศีรษะลงอย่างสุภาพ
ฟู่หนิงหนิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แน่นอนว่าภาพของฮองเฮาในหัวนางต้องเป็สตรีที่งดงามพร้อมด้วยฐานะ นางก้าวขาเตรียมจะก้าวเข้าไปด้านในแต่ทว่าจู่ๆ ร่างบางกลับถูกปะทะอย่างแรง
"โอ๊ย!" ร่างของฟู่หนิงหนิงถูกผลักจนล้มลงกับพื้น นางเงยหน้าขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าคนที่ผลักนางเป็เด็กชายอายุราวสิบสามสิบสี่ ใบหน้าเกลี้ยงเกลามีแววหล่อเหลาั้แ่เด็ก หากทว่าใบหน้าของเขาฉายแววไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"องค์หญิง!" เสี่ยวเถาและอาหลันรีบเข้ามาประคองฟู่หนิงหนิง นางลุกขึ้นตามการประคองของทั้งสองพร้อมทั้งปัดชายกระโปรงที่เปื้อนฝุ่นของตนออกด้วยท่าทีนิ่งเฉย
"ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ที่นี่ไม่ต้อนรับเ้า เ้าก็แค่สตรีบ้านป่าไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่วังหลวง ทุ่งหญ้าจึงจะเหมาะกับเ้า!" เขาะโกร้าวอย่างไม่พอใจ
"องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ ทรงเสด็จไปก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้องค์หญิงจะทรงเข้าเฝ้าฮองเฮา" ขันทีร่างผอมเอ่ยเสียงเบาแม้น้ำเสียงจะแฝงร่องรอยความรู้สึกผิดหากทว่าสีหน้าของเขากลับไม่เป็เช่นนั้น
"องค์หญิงหรือ?" เด็กหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองสำรวจนาง เขายอมรับว่านางมีใบหน้างดงามหากทว่ากลับไม่คล้ายคลึงกับเสด็จพ่อเลยสักนิด บางทีนางอาจจะสวมรอยเป็เชื้อพระวงศ์ทำให้สายเืบริสุทธิ์ด่างพร้อย
"ที่แท้ก็องค์รัชทายาทนี่เอง เ้าสามารถเรียกข้าว่าพี่สาวหรือพี่หนิงเฉิงก็ตามแต่ใจเ้า" ฟู่หนิงหนิงฉีกยิ้มแต่ภายในใจของนางกลับลอบก่นด่าเขา เด็กอะไรร้ายกาจยิ่งนัก!
"เพ้ย! เ้าไม่ใช่พี่สาวข้า" แม้นางจะสูงกว่าก็จริงเขาไม่มีทางยอมรับนางเป็พี่สาวแน่
"อ้อ ยอมรับหรือไม่ยอมรับข้าก็ขึ้นชื่อเป็องค์หญิงใหญ่ หลบไปเด็กน้อย เ้าทำร้ายข้าวันนี้ข้าไม่ถือสา" นางยื่นมือไปลูบผมเขาแต่ทว่าเขากลับปัดออกอย่างไม่ไยดี
"ข้าไม่ยอมให้เ้าเข้าเฝ้าเสด็จแม่ เ้ามันนักต้มตุ๋น เ้าหลอกลวงเสด็จพ่อ"
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้า "อ้อ ไม่นึกว่าข้าจะเก่งกาจถึงขนาดหลอกลวงฮ่องเต้ปานนั้น" เอ่ยจบนางก็เดินเข้าไป ในเมื่อฮองเฮาอนุญาตแล้วการเดินเข้าไปเช่นนี้นางก็ไม่ผิด การเงียบถือเป็การยอมรับ ยิ่งนางนิ่งพวกเขายิ่งจะได้ใจจนหาทางกลั่นแกล้งนางอีกไม่รู้จบสิ้น
"เ้า!" เขายังคงเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วตามหลังนางมา แต่มีหรือฟู่หนิงหนิงจะสนใจ คนผู้นั้นคงไม่ลงโทษนางถึงขั้นปะาชีวิตเพียงเพราะขัดใจองค์รัชทายาทแน่
เซียวลู่ไป่มองสตรีเบื้องหน้าอย่างไม่พอใจ เขาได้ยินมาว่าบิดาโปรดปรานนางนั้นยิ่งทำให้เขายิ่งไม่ชอบสตรีผู้นี้ ั้แ่เล็กจนโตเซียวลู่ไป่มักได้รับการตามใจมาโดยตลอดทำให้นิสัยของเขาหยิ่งผยอง
เขากำหมัดแน่นก่อนจะเดินตามนางเข้าไปด้านใน ดวงตาคู่คมมองมารดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ รอบกายของนางมีนางกำนัลบีบนวดให้ ดวงตาที่ดุดันของเขาก็เปลี่ยนเป็อ่อนโยนขึ้นทันที
"ลู่ไป่ เ้าเสียมารยาทต่อพี่สาวเ้าแล้ว" แม้นางจะอายุสามสิบปลายๆ หากทว่าใบหน้าของฮองเฮาผู้นี้กลับยังคงงดงามดูสูงส่งยิ่งนัก
"นางไม่ใช่พี่สาวข้า" เขาเดินไปหยุดอยู่ด้านข้างของมารดา สายตามองฟู่หนิงหนิงอย่างเอาเื่
"หม่อมฉันคำนับฮองเฮาเพคะ" ฟู่หนิงหนิงย่อกายลงตามที่หย่งซื่อเคยสอนไว้ นางเอียงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงสามารถตั้งหลักทันจึงไม่ทำให้ล้มลงไปให้อับอายขายหน้า
ดวงตาคู่สวยลืมขึ้นมองสำรวจฟู่หนิงหนิง มุมปากบางยกยิ้มขึ้นอย่างไม่อาจคาดการณ์ "งดงามสมกับเป็พระธิดาของฝ่าา" นิ้วเรียวกรีดกรายไปหยิบจอกชาขึ้นดื่ม ท่าทีของนางช่างสูงส่งจนยากจะเอื้อมถึงสมกับเป็ฮองเฮาผู้เป็มารดาแห่งแผ่นดิน
"ท่านแม่ขอรับ วันนี้กระหม่อมขอออกไปนอกวังได้หรือไม่ขอรับ" เขาคุกเข่าลงพร้อมทั้งมองมารดาอย่างรอคอย
ตงหว่านจื่อลูบผมของเขาเบาๆ "ไม่ได้" เสียงของนางแข็งขึ้นทันที "เ้าต้องไปท่องตำรา ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเป็องค์รัชทายาทเ้าต้องแบกภาระไว้มากมาย" นางลูบแก้มของเขาอย่างแ่เบา
ฟู่หนิงหนิงยืนอย่างอึดอัด นางไม่แน่ใจว่าตนควรจะออกไปดีหรือไม่
ตงหว่านจื่อหันมามองฟู่หนิงหนิง นางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "น่าขายหน้าองค์หญิงแล้ว บุตรชายคนนี้ของข้าช่างซุกซนนัก"
เมื่อได้ฟังฟู่หนิงหนิงจึงยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย "แม้ข้าจะเพิ่งเข้าวังมา แต่พอจะได้ยินกิตติศัพท์ว่าองค์รัชทายาททรงฉลาดเฉลียว ที่แท้เป็เพราะมีมารดาที่เก่งกาจเช่นฮองเฮานี่เองเพคะ" ได้ทีฟู่หนิงหนิงจึงรีบประจบ
มุมปากที่แต่งแต้มด้วยชาดยกขึ้น "เ้านี่นะ ไม่เพียงแต่งดงาม ทั้งยังฉลาดเฉลียวช่างพูดจา" นางหันไปหานางกำนัลคนสนิทให้นำของขวัญมาให้กับฟู่หนิงหนิง
"เอาล่ะ ในเมื่อเ้าเป็องค์หญิงที่ฝ่าาทรงแต่งตั้ง เ้าก็คิดเสียว่าที่นี่คือบ้านของเ้า" นางเอ่ยยิ้มๆ "นี่เป็ของขวัญที่ข้ามอบให้เ้า"
นางกำนัลผู้นั้นส่งมอบของขวัญให้กับนาง ฟู่หนิงหนิงเอ่ยขอบคุณก่อนจะรับมา สายตาของนางเลื่อนผ่านสายตาถากถางขององค์รัชทายาทอย่างไม่ใส่ใจ
"เอาล่ะ เ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ กลับไปพักผ่อนเถอะ" ตงหว่านจื่อเอนหลังพิงพนักอย่างผ่อนคลาย
"ขอบพระทัยเพคะ" นางคำนับฮองเฮาก่อนจะเดินตามขันทีออกมา ฟู่หนิงหนิงถอนหายใจอย่างโล่งอก นางเดินกลับไปยังตำหนักของตนพร้อมกับทั้งเอ่ยถามนางกำนัลส่วนตัว
"อาหลัน หากข้า้าไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ได้หรือไม่?" นางเอ่ยถามเนื่องจากยังไม่แน่ใจนัก แม้นางจะไม่ใช่คนยุคนี้แต่เดิม หากแต่ฟู่หนิงหนิงพอจะรู้ว่าการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ยุ่งยากพอควร
"นอกจากพระองค์จะทรงรับสั่งให้องค์หญิงเข้าเฝ้าเพคะ ในยามนี้พระองค์ทรงยุ่งอยู่กับพระราชกิจ แต่หม่อมฉันเชื่อว่าอีกไม่นานพระองค์จะทรงเรียกองค์หญิงเข้าเฝ้าเป็แน่" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ "แล้ววังหลังคือที่ประทับของพระสนมหรือ?"
"เพคะ"
"แล้ว...ตำหนักของฟู่ซูอี๋เล่า?" นางพยายามเอ่ยถามถึงตำหนักของท่านแม่
อาหลันนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ "อยู่ที่ตำหนักผิงเยว่เพคะ อยู่เยื้องจากเรือนไผ่เล็กน้อย"
มุมปากของนางกระตุก วังหลวงกว้างใหญ่เช่นนี้นางจะหาเจอได้อย่างไรกัน
"แล้วมีแผนที่วังหลวงหรือไม่?" ฟู่หนิงหนิงเบาเสียงลงเล็กน้อย
อาหลันมองนางก่อนจะเอ่ยตอบอย่างใจเย็น "แผนที่วังหลวงมีเพียงฮ่องเต้ที่ หากผู้ใดถือสิทธิ์โทษถึงขั้นปะาในฐานะฏเพคะ"
"ขนาดนั้นเชียวหรือ" นางเดินตามฉินกงกงไปตามทางเดิน วังหลวงงดงามสมชื่อ ทุกย่างก้าวย่อมเต็มไปด้วยบุปผางดงามให้เชยชม ฟู่หนิงหนิงมองทหารยามที่ยืนอยู่ทุกมุมอย่างสำรวจ นางคิดว่าคืนนี้นางจะต้องไปพบกับมารดาให้ได้
ร่างบางเดินตามฉินกงกงไปยังตำหนัก ขันทีผู้นั้นหันมาหานางก่อนจะคำนับ
"เชิญองค์หญิงพักผ่อน"
ฟู่หนิงหนิงเอ่ยขอบคุณเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในตำหนัก กว่าจะมาถึงดวงสุริยันก็เคลื่อนคล้อยจากนภาแล้ว ทั่วทั้งบริเวณจึงถูกจุดด้วยโคมไฟนับพันดูสว่างไสวราวกับกลางวัน
ร่างบางเดินไปยังเตียงที่ฉลุลวดลายบุปผานานาพรรณ นางนั่งลงก่อนจะเอ่ยบอกกับนางกำนัลให้ไปพักผ่อน
"ให้หม่อมฉันช่วยพระองค์เปลี่ยนฉลองพระองค์ก่อนนะเพคะ" อาหลันเอ่ย
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้า นางปล่อยให้นางกำนัลทั้งสองจัดการก่อนที่ตนเองจะมาอยู่ในชุดนอนบางเบา
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฟู่หนิงหนิงจึงสั่งให้ทั้งสองไปพักผ่อน เมื่อเห็นว่าทั้งสองไปแล้วร่างในชุดสีขาวเดินออกมายังหน้าต่าง แขนเรียวเล็กลองผลักบานหน้าต่างเบาๆ เมื่อเห็นว่าเปิดออกได้อย่างง่ายดายนางจึงมองสำรวจรอบด้าน
แม้จะมีเวรยามเฝ้าอย่างหนาแน่น หากทว่ายังมีบางบริเวณที่นางจะสามารถลอบไปสำรวจได้ มุมปากของนางยกขึ้นอย่างพึงพอใจ ดวงตาคู่สวยหลับลงก่อนที่ร่างบางจะกลายเป็สุนัขจิ้งจอกสีขาว แสงจันทร์ส่องสว่างทำให้ขนของนางมันเงาราวกับสีของไข่มุก เมื่อเห็นว่าทางสะดวก เรือนร่างเล็กปราดเปรียวะโออกจากหน้าต่างทันที
นางมองซ้ายขวาก่อนจะวิ่งไปยังสถานที่ที่ไร้เวรยามคอยเฝ้า
วังหลวงแห่งแคว้นฉู่แห่งนี้กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่จนไม่อาจทราบความกว้างได้ แม้แต่ตัวตำหนักยังอยู่ห่างกันมาก สายตาคู่สวยสีฟ้าจางมองสำรวจรอบด้าน นางพยายามจดจำเส้นทางเพื่อไม่ให้หลงทางกลับตำหนักของตน
สายลมอันหนาวเหน็บไม่ได้ทำให้ฟู่หนิงหนิงละความพยายาม นางหยุดลงมองทางแยกครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังฝั่งขวา
คล้ายว่านางจะตัดสินใจผิดพลาดเพราะในยามนี้สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าเหมยบานสะพรั่ง เสียงลมหวีดหวิวในยามดึกคล้ายกับเสียงโหยหวนร่ำไห้ทำให้นางอดนึกถึงตำนานภูตผีิญญาไม่ได้
หากว่านางที่เป็ปีศาจยังมีอยู่บนโลกใบนี้ แล้วิญญาเล่า!
ฟู่หนิงหนิงก้าวถอยหลังอย่างหวาดระแวง นางคิดว่าตนเองอาจจะเจอดีเข้าแล้ว เบื้องหน้านางเห็นแสงเรืองรองคล้ายหิ่งห้อย หากทว่ามีขนาดใหญ่กว่า ดูเหมือนว่าแสงนั้นกำลังใกล้เข้ามา
ดวงใจของนางเต้นระส่ำอย่างหวั่นวิตก ฟู่หนิงหนิงรีบเตรียมจะก้าวหนีหากทว่านางกลับถูกพลังนั้นฉุดรั้งเอาไว้
'ปล่อยข้า!' นางะโก้องในใจ หากร่ำไห้ได้นางก็คงจะร่ำไห้
นางพยายามจะดิ้นรนหลบหนี หากทว่ายิ่งดิ้นรนมันกลับยิ่งรัดแน่น ดวงตาของนางหลับลงอย่างปลงตก นางช่างโชคร้ายนักที่มาเจอกับอะไรแบบนี้
มือเย็นเฉียบคว้ามาจับร่างเล็กของนางไว้ ฟู่หนิงหนิงส่งเสียงร้องอย่างไม่กลัวอับอาย ยิ่งนึกถึงหนังสยองขวัญที่เคยดู ขนทั้งกายของนางก็ยิ่งลุกชัน
"อยู่นิ่งๆ" น้ำเสียงเรียบนิ่งดังนั้น มือขนาดไม่ใหญ่นักก็แกะเถาวัลย์ออกจากฟู่หนิงหนิง แท้จริงแล้วแสงไฟที่นางเห็นคือแสงคบเพลิง ส่วนพลังที่มองไม่เห็นคือขาของนางถูกเถาวัลย์เกี่ยวไว้ ยิ่งนางดิ้นเถาวัลย์กลับยิ่งรัดแน่น
ฟู่หนิงหนิงนิ่งลง นางหันมองเด็กชายเื้ั แสงตะเกียงส่องเข้ากับเสี้ยวหน้าของเขาเลือนราง แม้เขาจะยังเด็กแต่กลับสุขุมผิดกับเด็กวัยทั่วไป ใบหน้าของเขาปรากฏรอยฟกช้ำน้อยๆ แต่ก็ไม่อาจทำให้ความดูดีของเขาลดลง
นับว่าเขาเป็เด็กที่หน้าตาดีที่สุดที่ฟู่หนิงหนิงเคยเจอ หากเขาอยู่ในปัจจุบันเขาอาจจะเป็ดาราเด็กไปแล้วก็ได้
เซียวอู๋ซวนพยายามแกะเถาวัลย์ออกจากขาเล็ก เขาก้มลงหยิบมีดพกอันเล็กๆ ในอกเสื้อก่อนจะแกะออกให้นางอย่างตั้งใจ
"เ้าจงรีบออกไปจากที่นี่เสีย หากถูกจับได้เ้าอาจจะถูกฆ่าตาย" เขาเอ่ยเบาๆ หลังจากช่วยนางเสร็จ เขาลุกขึ้นมองนางอย่างสำรวจเมื่อเห็นว่านางปลอดภัยดีเซียวอู๋ซวนก้มลงหยิบโคมไฟก่อนจะหันหลังเดินไปยังทิศทางของป่า
ฟู่หนิงหนิงขมวดคิ้ว ในวังหลวงแห่งนี้ยังมีใครกล้าปล่อยเด็กให้เดินตามลำพังได้อย่างไร ดูจากอายุแล้วน่าจะประมาณสิบกว่าขวบ นางมองแผ่นหลังที่โดดเดี่ยวของเขาก่อนจะเดินตามหลังเขาไปเงียบๆ ด้วยความสงสัยกึ่งเป็ห่วง
เด็กคนนั้นเดินไปหยุดที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง เขาวางโคมไฟลงก่อนจะหยิบไม้ขึ้นมา ร่างเล็กพยายามที่จะฝึกกระบวนท่าต่างๆ อย่างยากลำบาก เขากวัดแกว่งไม้เป็จังหวะผิดๆ ถูกๆ ฟู่หนิงหนิงนั่งลงนางสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงต้องมาฝึกดาบดึกๆ ดื่นๆ เช่นนี้…
เสียงฝีเท้าหลายเสียงเดินเข้ามายังบริเวณนี้ เด็กน้อยคนนั้นเหมือนจะรู้ตัว เขารีบทิ้งไม้ลงก่อนจะหันไปมองยังต้นเสียง ใบหน้าของเขานิ่งเฉยไร้ความหวาดเกรงแม้แต่น้อย
"ไอ้ลูกฏ เ้าเองก็เตรียมก่อฏ เหมือนกับบิดาเ้าหรือ?" ฟู่หนิงหนิงที่หลบอยู่หลังต้นไม้หรี่ตามอง คนผู้นี้เหมือนว่าจะเป็เด็กชายที่นางไม่คุ้นหน้า
เด็กชายผู้นั้นกำหมัดแน่น เขาไม่เอ่ยสิ่งใด
"จับมันไว้" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนึกสนุก ขันทีที่ติดตามเขามารีบไปจับตรึงร่างของเด็กคนนั้นไว้ ส่วนเด็กที่เป็หัวหน้าย่างก้าวเข้าไปกระชากผมของเด็กชายที่ช่วยนางไว้ยุ่งเหยิง
ฟู่หนิงหนิงเตรียมจะออกไปช่วยหากทว่านางลืมไปว่าในยามนี้ตนเองอยู่ร่างจิ้งจอก เด็กคนนั้นถูกทุบตีอย่างไม่ออมมือ เขาทำเพียงยกมือขึ้นบังศีรษะไว้ แม้จะเจ็บแต่เขาก็ไม่ร้องออกมาแม้สักคำ
นางจะทนเห็นภาพเช่นนี้ได้อย่างไร ฟู่หนิงหนิงแปลงกายเป็สตรีก่อนจะะโเสียงดัง "พวกเ้า!" นางรวบรวมกำลังเพื่อลอยขึ้นต้นไม้ ผมของนางในยามนี้ถูกนำมาปกปิดใบหน้าไว้เพื่อไม่ให้ใครจดจำนางได้
คนทั้งสี่ชะงักทันที พวกเขามองไปตามเสียงก่อนจะเบิกตาโพลงอย่างใ ขันทีเองก็ใจนปล่อยให้เซียวอู๋ซวนออกจากการเกาะกุมทันที
ฟู่หนิงหนิงยกยิ้มอย่างพอใจ นางพยายามรวบรวมกำลังเพื่อให้ตนขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้หากทว่าเรี่ยวแรงของนางกลับหมดก่อน
ตุ๊บ! ร่างของสตรีในชุดขาวหล่นลงกระแทกพื้น นางกัดฟันด้วยความเจ็บแต่ทว่าช่วยก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด นางรีบเลียนแบบท่าทางจากหนังสยองขวัญที่เคยดูทันที ร่างบอบบางค่อยๆ คลานไปยังเด็กเกเร เสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ช่วยด้วยยยย~~"
เซียวซานหลางหรือองค์ชายสามเบิกตาโพลงอย่างใ ขาของเขาสั่นจนไม่กล้าที่จะก้าววิ่ง
"อะ...องค์ชาย" ขันทีเอ่ยเสียงสั่น เขารีบกุลีกุจออุ้มองค์ชายขึ้นทันที แม้จะหกล้มคลุกคลานแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะช่วยองค์ชายของเขา
อ๊ากกกกกกกกก เสียงกรีดร้องลั่นป่าพร้อมทั้งร่างเล็กรีบดิ้นหลุดออกจากอ้อมกอดของขันที เขารีบวิ่งลนลานออกไปด้วยความหวาดกลัวทันที นายของเขาไปแล้ว แล้วขันทีจะอยู่ต่อเพื่ออะไร พวกเขาเองก็รีบวิ่งหนีตามเ้านายของเขาไปเช่นกัน
ฟู่หนิงหนิงมองพวกเขาลนลานหนีไปก่อนจะหัวเราะด้วยความขบขัน นางพยายามจะลุกขึ้นหากทว่ากลับล้มลงเช่นเดิม
กร๊อบ! กระดูกของนางดังลั่นจากการขยับตัว อะไรกันนางเพิ่งจะอายุหนึ่งร้อยหนึ่งปี กระดูกกระเดี้ยวของนางก็เปราะหักง่ายแล้วหรือ
"เ้าเป็ใคร?" น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามฟู่หนิงหนิง เด็กผู้ชายคนนั้นหาได้มีท่าทีหวาดกลัวเช่นคนอื่น เขาทำเพียงมองนางด้วยสายตาเ็าเท่านั้น
ฟู่หนิงหนิงเม้มปาก นางพยายามปกปิดใบหน้าของตนไว้ "เอาเป็ว่าข้ามาช่วยเ้า" นางพยายามผุดลุกขึ้น เด็กคนนี้สูงเพียงไหล่ของนางเท่านั้น "ข้าควรถามว่าเ้าเป็ใครมากกว่า เหตุใดจึงออกมาดึกๆ ดื่นๆ" ฟู่หนิงหนิงเอ่ยพลางปัดเศษฝุ่นออกจากตัว
"ไม่ใช่เื่ของเ้า" เขาเอ่ยก่อนจะเดินไปหยิบโคมไฟ สายตาของเขาไม่เหลือบมองนางอีก
ฟู่หนิงหนิงหวนนึกถึงคำที่เด็กคนนั้นเอ่ยเรียกเขา ดูเหมือนว่าเขาจะถูกเรียกว่าลูกฏ?
นี่อาจจะเป็สาเหตุที่ทำให้เขาแอบมาฝึกกำลังภายในที่นี่ บางทีรอยฟกช้ำที่หน้าอาจจะเป็เพราะเขาถูกรังแก
"นี่เด็กน้อย เ้าไม่เอ่ยขอบคุณก็แล้วไป เหตุใดจึงแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อผู้มีพระคุณ"
เซียวอู๋ซวนเหลือบมองนางเล็กน้อย เขาก้มลงมองสิ่งของมีค่า หากทว่าในยามนี้ตนเองกลับไม่มีสิ่งใดติดกายมาเลยแม้แต่น้อย "หากเ้า้าของตอบแทนก็จงไปที่ตำหนักท้ายวัง"
"ไม่ ข้าไม่้าสิ่งตอบแทน" นางเอ่ย เขาช่วยตัดเถาวัลย์ให้นางแล้วนางช่วยเขาก็ถือว่าหายกัน แต่นางเพียงเห็นท่าทีของเขาน่าเป็ห่วงเท่านั้น "เดี๋ยวข้าไปส่ง"
"ไม่ต้อง" เขาเอ่ยปฏิเสธแทบจะทันที "ขอบคุณ" เขาเอ่ยเบาๆ เอ่ยจบเซียวอู๋ซวนก็เดินต่อ มือของเขากำเข้าหากันเล็กน้อย การที่เขาถูกหยามเกียรติก็ไม่เท่าที่บิดาของเขาถูกกระทำ เขาจะต้องเข้มแข็งไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
เซียวอู๋ซวนกัดฟันข่มความเจ็บที่ขา เขาเดินหน้าต่อไปโดยไม่ส่งเสียงร้องออกมา
ฟู่หนิงหนิงส่ายหน้าอย่างระอาช่างดื้อรั้นเหลือเกิน นางคอยเดินตามไปส่งเขาอย่างห่างๆ ดวงตาของนางจ้องมองเขาเดินเข้าไปในตำหนักหลังเก่าที่มีหญ้าขึ้นรกด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
ในวังหลวงที่สง่างามกลับยังมีสถานที่เช่นนี้อยู่อีกหรือ? แสงเทียนภายในตำหนักถูกจุดขึ้นปรากฏสีส้มจางเลือนราง เมื่อเห็นว่าเขากลับได้อย่างปลอดภัยฟู่หนิงหนิงจึงหันหลังกลับ วันนี้นางตามหาตำหนักของมารดาไม่เจอ เอาไว้วันพรุ่งนี้นางค่อยเสาะหาเส้นทางกับนางกำนัลต่อ...
[1] ยามอุ้ย คือ่เวลา 13.00-14.59
***
บางทีอาจจะอัพไม่ตรงเวลาบ้าง พอดียังงงๆ กับแอพนี้อยู่เลยค่ะ