“กู้ตงหลิง เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!” ถังเชี่ยวโมโหจนคลุ้มคลั่งนางกรีดร้องเสียงดัง พลางปรี่เข้าไปปิดปากกู้ตงหลิงไว้ สีหน้านางซีดขาวเพียงขยับกายเล็กน้อยก็เจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างแต่ยามนี้นางกลับต้องใช้แรงทั้งหมดเพื่อรั้งกู้ตงหลิงไว้
นางรู้ดีว่าวันนี้ต้องมีผู้สูงศักดิ์อยู่เบื้องหลังคอยชักใยหากผิดพลาดเพียงนิด กู้ตงหลิงจะต้องตกอยู่ในห้วงหายนะตลอดกาลและชีวิตคงต้องพินาศลง
“ฝ่าบาท กู้ตงหลิงผู้นี้คงถูกภูตผีเข้าสิงเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะจึงได้เอ่ยถ้อยคำเช่นนี้ออกมา นางไม่ได้กระทำเรื่องดังกล่าวคนผู้นี้กำลังกล่าววาจาเหลวไหลใส่ร้ายกู้ตงหลิง ขอเพียงส่งตัวไปยังต้าหลี่ซื่อก็จะสอบสวนได้ว่าผู้ใดเป็นคนบงการ” กู้หยวนเจี๋ยคุกเข่าลงเสียงของเขากังวานก้อง ใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความคับแค้น
อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงราชครูผู้สูงศักดิ์ หากเรื่องของกู้ตงหลิงเป็นจริงหน้าของเขาคงจะต้องถูกโยนทิ้งไปหมด ในราชสำนักคงจะไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้อีก
ดังนั้นในยามนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการส่งตัวคนผู้นั้นไปยังต้าหลี่ซื่อไม่ว่าจะให้เป็นหรือให้ตาย ก็ขึ้นอยู่กับเขา แม้เรื่องในวันนี้จะส่งผลกระทบบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ยามนี้กู้หยวนเจี๋ยได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างอย่างแท้จริง
ถังเชี่ยวที่โอบกู้ตงหลิงอยู่รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจนางรู้ดีว่าพวกเขากำลังหาเรื่องกับคนที่ไม่ควรกระทำ
ตั้งแต่บุรษผู้นี้ปรากฏตัวท่าทีของกู้ตงหลิงก็เผยออกมาทั้งหมดแล้ว ยากที่จะไม่เกิดความสงสัยได้
ยามนี้บุรษผู้นี้ยังกล่าวเรื่องเช่นนี้ออกมาอีกสำหรับสตรีแล้ว นี่เป็นการผลักนางไปสู่ความตายอย่างแท้จริงไม่เหลือทางให้ถอยแม้แต่น้อย
“ฝ่าบาท ขอทรงโปรดประทานความเป็นธรรมแก่กระหม่อมด้วยเถิดเพราะคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ คู่หมั้นของกระหม่อมจึงได้ถอนหมั้นไปแล้วกระหม่อมไม่อาจอยู่ในหมู่บ้านได้อีกต่อไป ยามนี้จึงต้องร่อนเร่พเนจรพ่ะย่ะค่ะ”บุรษผู้นี้คุกเข่าลง มือทั้งสองข้างวางราบกับพื้นศีรษะก้มต่ำจรดพื้น ช่างน่าสมเพชนัก น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความคับแค้นใจ
ฮ่องเต้ฉินทรงปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นอย่างยิ่งเขาทรงเป็นถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับต้องมาจัดการเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจเช่นนี้อีก
เขาเองก็อยากจะจับบุรษผู้นี้ผู้นั้นส่งไปต้าหลี่ซื่อแล้วเช่นกันเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้ เห็นได้ชัดว่ามีคนวางแผนไว้แต่แรกมิฉะนั้นคงไม่บังเอิญเช่นนี้ ในตอนนี้ องค์รัชทายาทปรากฏตัวอย่างเปิดเผยส่วนอีกคนหนึ่ง เขาสงสัยว่าจะเป็นรุ่ยอ๋อง
ยามนี้เขาจึงรู้สึกไม่พอใจรุ่ยอ๋องเล็กน้อยความรู้สึกของเขาซับซ้อนนัก เขาเงยหน้ามองรุ่ยอ๋องแวบหนึ่งรุ่ยอ๋องผู้นี้ไม่เคยรู้จักคำว่าถ่อมตนเลย วันนี้ถึงกับไม่ได้รถเข็นเขายังกล่าวต่อหน้าธารกำนัลว่าหมอเทวดากู้แห่งอันหยวนถังได้รักษาขาของเขาจนหายเป็นปกติแล้ว
แน่นอนว่าจุดประสงค์ที่เขากล่าวเช่นนี้ก็คือการบอกทุกคนว่าผู้ใดก็ตามที่กล้าเป็นศัตรูกับอันหยวนถัง ก็คือการเป็นศัตรูกับรุ่ยอ๋องจะไม่มีทางปล่อยไปอย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือเป็นการปกป้องอันหยวนถังทางอ้อม
ครั้งนี้กู้ชิงเฉิงมายังเมืองหลวงโดยไม่ได้พาผู้ใดมาเลย ก็เพื่อต้องการให้พวกเขาอยู่ในเมืองอี๋สุ่ยปกป้องอันหยวนถังและคนในนั้นให้ดี
“เจ้าเคยประจำอยู่ตำหนักใด?” ฮองเฮาตรัสก่อนฮ่องเต้ทรงถามบุรษผู้นี้
แน่นอนว่านางก็ทรงเข้าใจถึงความสำคัญของเรื่องในวันนี้เช่นกันหากจัดการไม่ดี ตระกูลกู้ก็จะต้องพังพินาศ และเป็นเหมือนการตบหน้าฮ่องเต้ฉิน
“ทูลฮองเฮา กระหม่อมเคยประจำอยู่ที่ตำหนักชิงซวงพ่ะย่ะค่ะ” บุรษผู้นี้ยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ศีรษะแตะพื้น
“ตำหนักชิงซวง...” ฮองเฮาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าจำได้ว่า ก่อนหน้านี้พระชายาก็เคยอยู่ที่ตำหนักชิงซวง”
“เสด็จแม่” โม่อวี้เฉินเอ่ยขัดฮองเฮา “เป็นตำหนักชิงซวงจริงพ่ะย่ะค่ะ เป็นเพราะลูกบุกรุกเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ”
เขาทรงทราบความจริงแล้วว่ากู้ชิงเฉิงเป็นผู้บริสุทธิ์วันนี้ในขณะที่สังหารกู้ตงหลิง ก็จะต้องคืนความบริสุทธิ์ให้แก่กู้ชิงเฉิงด้วยไม่ใช่ว่ากู้ชิงเฉิงใช้เล่ห์เหลี่ยมต่ำช้าทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงความบังเอิญที่ผิดพลาด
ในสายตาของโม่อวี้เฉินหากผู้ที่อยู่ในตำหนักชิงซวงในวันนั้นเป็นกู้ตงหลิง เขาก็ไม่อาจจินตนาการได้เลย…
เมื่อโม่อวี้เฉินเอ่ยปากปกป้องกู้ชิงเฉิงสีหน้าของฮองเฮาพลันแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง นางไม่ได้พอใจกู้ชิงเฉิงแม้แต่น้อยโดยเฉพาะรูปโฉมที่อัปลักษณ์ในยามนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งรังเกียจจนไม่อาจเทียบได้กับซูเหวินจิ้ง ในสายตาของฮองเฮากู้ชิงเฉิงไม่อาจคู่ควรแม้กระทั่งจะยกยอรองเท้าให้ซูเหวินจิ้งเลยด้วยซ้ำ
“ท่านไม่ได้บุกรุก แต่นางจงใจวางแผนล่อลวงองค์รัชทายาทต่างหากวันนั้นมีผู้คนมากมายเห็นเหตุการณ์!” กู้ตงหลิงสะบัดหลุดจากการเกาะกุมของถังเชี่ยวนางไม่อาจยอมรับถ้อยคำของโม่อวี้เฉินได้เลยแม้แต่น้อย
ในใจของนางโม่อวี้เฉินควรจะเกลียดชังกู้ชิงเฉิงยิ่งนัก ด้วยเล่ห์กลอันต่ำทรามเช่นนั้นผู้ใดเล่าจะไม่รังเกียจ โดยเฉพาะโม่อวี้เฉินผู้สูงส่งราวเทพเซียน
ถังเชี่ยวร้อนรนจนแทบคลั่งกายด้วยความเจ็บปวดทำให้การเคลื่อนไหวของนางแข็งทื่อจนไม่อาจหยุดยั้งกู้ตงหลิงที่กำลังบ้าคลั่งได้
เรื่องราวในวันนี้ด้วยอุบายของนางย่อมสามารถระงับไว้ได้ ตราบใดที่ไม่ได้เอ่ยปากโดยง่ายและไม่ได้ถูกกู้ชิงเฉิงชักนำ ย่อมมีโอกาสโต้กลับได้เสมอทว่ากู้ตงหลิงกลับเป็นคนโง่เขลา ไม่อาจทนทานต่อการยั่วยุได้แม้แต่น้อยยิ่งโวยวายก็ยิ่งน่าสมเพช
“คุณหนูใหญ่กู้ เจ้าควรกล่าวถึงเรื่องราวของเจ้าก่อนเถิดกู้ชิงเฉิงจะเป็นเช่นไร นางก็เป็นพระชายาของข้าแล้วอีกทั้งยังให้กำเนิดซือจื่อให้ข้าอีกด้วย ส่วนเจ้า กลับก่อเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้มิหนำซ้ำยังคิดปิดปากสังหารพยาน” เสียงของโม่อวี้เฉินเจือด้วยความเย็นชาไม่ได้ดังหรือเบาจนเกินไป ทว่าผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนได้ยินชัดเจน
ผู้คนในที่นั้นไม่กล้าเอ่ยปากสิ่งใดองค์รัชทายาทเอ่ยปาก ก็เหมือนฮ่องเต้เอ่ยปากแล้วถ้อยคำของเขาย่อมเป็นเหมือนราชโองการ
ประโยคนี้ตัดสินความผิดของกู้ตงหลิงทำให้ชาตินี้นางไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้อีกเลย
“องค์รัชทายาท หม่อมฉันถูกใส่ร้ายนะเพคะท่านจะร่วมมือกับคนชั่วเหล่านี้กล่าวหานางได้อย่างไร!” ถังเชี่ยวเหงื่อไหลซึมเต็มใบหน้าทว่านางก็ยังกัดฟันอดทน เพื่อรักษาความเข้มแข็งของตนเองวันนี้เป็นสถานการณ์ที่อันตรายยิ่งนัก หากพลาดไปแม้แต่น้อย กู้ตงหลิงก็ต้องจบสิ้น
บุรุษหนุ่มที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างเป็นเพียงองครักษ์ผู้หนึ่งตงหลิงของนางจะแต่งให้บุรุษผู้ต่ำต้อยเช่นนี้ได้อย่างไร?ไม่อาจเป็นไปได้เด็ดขาด ดังนั้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ต้องกำจัดบุรุษหนุ่มผู้นี้ให้สิ้นซาก
กู้หยวนเจี๋ยมองไปยังฮ่องเต้ด้วยแววตาวิงวอนฮ่องเต้หรี่ตาและก้มหน้าลง ทำให้ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้ในชั่วขณะนั้นพระองค์ทรงคำนึงถึงผลได้ผลเสีย ในยามนี้ แม้แต่ฮองเฮาก็ไม่กล้าเอ่ยปากสิ่งใด
“ท่านแม่ ท่านกำลังกล่าวโทษองค์รัชทายาทหรือเพคะ?” กู้ชิงเฉิงเอ่ยถามเบาๆ“องค์รัชทายาทเพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่อย่างยุติธรรม สอบสวนเรื่องราวและเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมให้แก่ราษฎร เหตุใดจึงกลายเป็นการใส่ร้ายได้เล่าเพคะ?”
ถ้อยคำของนางคมคายยิ่งนักมิหนำซ้ำยังช่วยเชิดชูโม่อวี้เฉินเสียอีก ประโยคที่ว่า 'เป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมให้แก่ราษฎร' ยิ่งทำให้ฮ่องเต้ฉินตระหนักถึงสิ่งใดบางอย่างเขาถึงกับหันมามองกู้ชิงเฉิงด้วยแววตาตกตะลึง
พระชายาผู้ที่เคยสร้างความอื้อฉาวไปทั่วเมืองจนเสียชื่อเสียงในอดีตดูเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้ว
ถังเชี่ยวถึงกับอับจนถ้อยคำ
รุ่ยอ๋องยกนิ้วโป้งให้กู้ชิงเฉิงแม้ว่าแผนการนี้จะเป็นเขาผู้วางแผน ทว่าผู้ที่ให้เบาะแสเหล่านั้นคือกู้ชิงเฉิงเขายิ่งรู้สึกเลื่อมใสนางมากขึ้นทุกที
กู้ชิงเฉิงเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มแม้มีผ้าคลุมหน้าเผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่สวยทว่าก็ยังคงให้ความรู้สึกงดงามไร้ที่ติความงดงามนั้นราวกับสามารถดึงดูดจิตใจของผู้คนให้ตกหลุมรักได้
ใจของโม่อวี้เฉินรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นักเขาจึงหันข้างเล็กน้อยเพื่อบดบังสายตาของรุ่ยอ๋องเขารู้สึกว่ากู้ชิงเฉิงยิ้มมากเกินไป ยิ้มเช่นนี้ให้บุรุษอื่นได้อย่างไร?
กู้ชิงเฉิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อยรอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า “องค์รัชทายาท? ผู้ที่อยู่เบื้องล่างยังคงรอท่านอยู่เพคะ”
บุรุษหนุ่มที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างไม่กล้าแทรกแซงง่ายๆเขาเคยรับราชการในวังจึงรู้กฎเกณฑ์ดี เพียงประมาทไปเล็กน้อยก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ทุกคนต่างมองไปยังโม่อวี้เฉิน
“อะแฮ่ม!” โม่อวี้เฉินรู้ว่าตนเองเสียมารยาทไปแล้วทว่าเขาก็ยังคงบังร่างของกู้ชิงเฉิงไว้ครึ่งหนึ่ง ไม่ให้รุ่ยอ๋องมองเห็นจากนั้นก็มองไปยังบุรุษหนุ่มเบื้องล่าง “เจ้ามีหลักฐานใดมายืนยันว่าวันนั้นที่ตำหนักชิงซวงเป็นคุณหนูใหญ่กู้?”
อันที่จริงเขาก็รู้สึกเลื่อมใสกู้ชิงเฉิงไม่น้อย แผนการนี้ช่างแยบคายยิ่งนักไม่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก ไม่กล่าวอ้างถึงตระกูลกู้แต่กลับทำลายกู้ตงหลิงจนย่อยยับ
เรื่องราวในวันนี้แม้จะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ชื่อเสียงของกู้ตงหลิงก็ถูกทำลายสิ้นแล้ว