ผิวสีเหลือง ตาและผมสีดำนั้นได้รับมาจาก จางฮ่าน
แต่ก็ดีที่ เิเิ ยังมีส่วนคล้ายกับจางฮ่าน แล้วดูเหมือนว่าจะมีแค่ คิ้วกับติ่งหู นี่เป็เื่ที่จางฮ่านคอยสังเกตมาพักใหญ่
ติ่งหูของจื่อเหยียนค่อนข้างบาง ส่วนจางฮ่านกับเิเิอวบกลม
จื่อเหยียนนอกจากหน้าตาสะสวยแล้ว รูปร่างของเธอยังเป็รูปตัว S โค้งเว้า พูดได้ว่าอะไรที่ควรมี เธอมีครบหมด
เสน่ห์ของเธอดึงดูดจนจางฮ่านไม่ยอมละสายตาไปทางอื่น เหมือนว่าเขากระสันจนต้องกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
หลังจากเป็แม่คนแล้ว หุ่นเธอยิ่งดูดีกว่าแต่ก่อน ดูมีเสน่ห์กว่าเดิม ดึงดูดใจจางฮ่านไม่น้อย
ในขณะที่จางฮ่านมองดูเธอ เธอเองก็มองดูจางฮ่าน อยู่เหมือนกัน
มองดูจางฮ่านที่มีอาการน้ำลายสอ จื่อเหยียนแอบลำพองใจอยู่ไม่น้อย
ตาทึ่ม ยอมง้อฉันดีๆ ก็สิ้นเื่ไปแล้ว ยังจะทำเ็าอยู่ได้ ถึงตอนนี้ยังไม่ยอมเผยธาตุแท้ออกมาอีก ฮึ่ม!
แต่พอจางฮ่านแต่งตัวสะอาดสะอ้านแล้ว ก็ทำให้จื่อเหยียนมองเขาใหม่ ครั้งก่อนที่เจอกันที่ห้องเช่าในเมืองหลวง จางฮ่านดูซกมก จื่อเหยียนเห็นแล้วแทบจะไม่มีอารมณ์คุยด้วย แต่ตอนนี้เขาดูเหมือนสมัยห้าปีก่อน ดูเป็ผู้ใหญ่กว่าเดิม ท่าทางเ้าชู้เ้าสำราญก็ไม่เหลือให้เห็นอีกแล้ว
จื่อเหยียนชอบจางฮ่านในตอนนี้มากกว่าตอนที่เขาดูหยาบคายป่าเถื่อนเมื่อสมัยห้าปีก่อน
‘เชอะ ใครจะชอบเขากัน’
จื่อเหยียนบ่นในใจ
ทั้งสองเอาแต่มองกันไปมา ไม่มีใครพูดอะไร ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัด
“นี่คุณไม่คิดจะพูดอะไรเลยหรือยังไง?” จื่อเหยียน ส่งสายตาเป็การเตือนสติ
จางฮ่านถ้าพูดจาน่าฟังก็ยังว่าไปอย่าง แต่นี่ตอนนี้อะไรก็ไม่พูดสักคำ นี่ฉันเดินทางข้ามวันข้ามคืน เซียงเจียงไปเมืองหลวง เมืองหลวงมาเซียงเจียง ไม่ใช่เพราะเขาหรอกเรอะ นี่แค่พูดขอโทษสักคำเขาก็ยังไม่ยอมเอ่ยปาก
“พูดอะไร” จางฮ่านถามย้อน
จื่อเหยียนพอได้ฟังก็โกรธเข้าไปอีก รู้สึกผิดหวังในตัวจางฮ่าน
เธอเดินตรงไปที่ห้องนอน “ช่างเถอะ พูดกับคุณไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา ฉันจะรับEmilyไปล่ะ”
“เดี๋ยวก่อนสิ” จางฮ่าน รีบลุกไปขวาง
ถ้าเป็นิสัยเขาแต่ก่อนคงพูดออกไปโต้งๆ ‘เิเิ เป็ลูกผม ต้องอยู่กับผมที่นี่แหละ’
แต่เขาในตอนนี้ไม่ได้พูดออกไปอย่างนั้น เขารู้ดีว่าหากพูดประโยคนี้ออกไป ผู้หญิงตรงหน้าก็จะกลายเป็แม่เสือร้ายขึ้นมาทันที
จางฮ่านเลยเลือกใช้วิธีเจรจา
“ไม่ใช่คุณบอกว่าให้เิเิอยู่กับผมหนึ่งสัปดาห์หรอกเรอะ? วันนี้เพิ่งจะวันที่ห้าเองนะ”
“เิเิ เป็ลูกของฉัน ฉันจะทำอะไรก็ไม่จำเป็ต้องให้คุณเข้ามายุ่ง?” จื่อเหยียนเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองเหมือนจะพูดอะไรผิด “ถุยๆ ๆ Emily ต่างหากล่ะ”
เธอพูดเสร็จก็เดินเข้าห้องนอนไป ทำเหมือนจางฮ่านเป็อากาศ
“แม่?” เิเิ ได้ยินเสียงคนคุยกันจึงงัวเงียตื่นขึ้นมา พอเห็นแม่ตัวเองยืนอยู่ด้านหน้าก็ดีใจใหญ่
ห้าวันที่ไม่เจอกัน จื่อเหยียนคิดถึงไม่น้อย เธอนั่งลงที่ขอบเตียงคว้าลูกสาวมากอดเอาไว้
ท่าทางของจื่อเหยียนในตอนนี้ดูอบอุ่น แสดงออกถึงความรักของแม่ น้ำเสียงที่ใช้ก็ผิดกับที่ใช้พูดกับจางฮ่านลิบลับ “เบบี๋ คิดถึงแม่หรือเปล่า?”
“คิดถึงๆ ๆ ” เิเิ กล่าวด้วยความดีอกดีใจ หอมแก้มจื่อเหยียนฟอดใหญ่
จางฮ่านมองดูจื่อเหยียนที่แต่งหน้าบางๆ กำลังนึกจะพูด “อย่าหอมเลย เดี๋ยวแป้งก็เข้าปากพอดี”
แต่ก็ทำได้แค่เก็บไว้ในใจ อาจเป็เพราะเขาใจไม่แข็งพอที่จะทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นนี้ลงได้
ตอนนี้สิทธิ์ในตัวเิเิ ไม่ใช่ของเขาคนเดียว เธอมีแม่ แถมยังเป็แม่ที่จะมาพรากเธอไปจากเขา
เฮ้อ...
จางฮ่านตัดใจไม่ลง ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
“แม่มารับหนูแล้ว คุณน้าเฟยเฟยก็รออยู่ที่ชั้นล่าง เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านกันดีกว่า” จื่อเหยียนพูด
“ดีเลย กลับบ้านกัน” เิเิ ดีใจชูแขนขึ้น
เิเิคิดถึงของเล่นที่บ้าน
เพียงแต่ พอแต่งตัวเสร็จจื่อเหยียนมือซ้ายลากกระเป๋า มือขวาอุ้มเิเิกำลังจะเดินออกประตูไป เิเิ ก็รู้สึกตัวขึ้นมา
“แม่ เดี๋ยวก่อน daddy ยังไม่ทันได้แต่งตัวเลย”
“ปาปี๊ยังมีธุระต้องทำ แม่ก็เลยมารับหนูนี่ไง” จื่อเหยียนพูดเลี่ยงๆ
พอจางฮ่านได้ยินก็คันปากขึ้นมาอีกแล้ว อยากจะพูดออกไปว่า “ผมไม่มีธุระอะไร ให้เิเิอยู่นี่แหละ”
แต่ความเป็จริงไม่ใช่อย่างนั้น ถึงต่อให้จื่อเหยียนไม่พูด จางฮ่านก็ยังมีเื่ที่ต้องไปทำอยู่ดี
พอได้ยินว่าจางฮ่านไม่ไปด้วย เิเิก็สะอึกสะอื้นขึ้นมา
“ฮือๆ ....ไม่เอา....หนูอยากให้ daddy ไปด้วยกัน”
เิเิดิ้นรนออกจากอกแม่ ร้องไห้น้ำตาไหลเหมือนเขื่อนแตก ยื่นแขนออกมาให้พ่ออุ้ม
จางฮ่านหวั่นใจอยู่ไม่น้อย จึงรีบอุ้มเิเิขึ้นมาปลอบ
ภาพพ่อปลอบลูกสาว เป็ภาพที่ดูแล้วต้องซาบซึ้ง แต่จื่อเหยียนไม่ได้ซึ้งไปด้วย
นี่ขนาดแค่ห้าวันนะ เธอยังใกล้ชิดสนิทสนมกับพ่อได้ขนาดนี้ ถ้าปล่อยนานกว่านี้ฉันยังจะพาลูกสาวกลับไปได้อีกหรือ?
จื่อเหยียนรู้สึกถึงสัญญาณอันตราย เธอจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาเอาลูกสาวของเธอไปเด็ดขาด เธอขู่จางฮ่านด้วยสายตา
จางฮ่านจนใจ ได้แต่ปลอบลูก “เิเิ พ่อมีธุระจริงๆ พ่อต้องไปหาซื้อที่ดินเอาไว้สร้างบ้านให้เิเิที่น่ารักของพ่อไง แบบนี้ต่อไปเิเิก็จะได้อยู่ด้วยกันกับพ่อ....แล้วก็แม่ด้วยยังไงล่ะ”
“จริงๆ นะ?”
“ต้องจริงสิ พ่อไม่หลอกให้หนูดีใจเล่นหรอก” จางฮ่านพูดพร้อมรอยยิ้ม
“แล้ว...ที่นั่นมีอะไรบ้าง มีตุ๊กตาน่ารักๆ มั้ย?” เิเหยิง หยุดร้องไห้ แต่น้ำตายังคลอเบ้าท่าทางบ้องแบ๊วน่าเอ็นดู
จางฮ่านปาดน้ำตาให้เิเิ “ไม่ใช่แค่ตุ๊กตานะ ยังมีห้องใหญ่เบ้อเริ่ม มีน้องหมาแมวน่ารักๆ ไว้คอยเล่นเป็เพื่อนหนู มีสนามเด็กเล่นอีกด้วยนา”
“เิเิชอบหมา และก็ชอบแมวด้วย” เิเิรีบออกตัวพูด
“ชอบก็ดีแล้ว เพราะอย่างนี้พ่อก็เลยต้องทำธุระเื่นี้ยังไงละ ไว้เสร็จธุระแล้วพ่อจะไปรับเิเิดีมั้ย”
จื่อเหยียนดูจางฮ่านพูดปลอบเิเิ ก็อดไม่ไหวสบถออกมาเบาๆ
“หลอกให้เด็กดีใจเล่น กะล่อนซะไม่มี”
เป็ครั้งแรกที่จื่อเหยียนเห็นจางฮ่านแสดงความอ่อนโยนออกมาให้เห็น ในตอนนี้เธอมองไม่เห็นคนที่ทะเลาะกับเธอเมื่อหลายวันก่อนเลย
“เอาหล่ะ Emily พูดบ๊ายบายกับป่าปี๊สิ พวกเราจะไปกันแล้ว” จื่อเหยียนอุ้มเิเิขึ้นมาอีกครั้ง
“บ๊ายบาย” ถึงตอนนี้ เ้าหญิงตัวน้อยๆ ก็ยังตัดใจไม่ลงโบกไม้โบกมือไม่หยุด
“ผมจะไปส่งพวกคุณ”
จางฮ่านหิ้วกระเป๋าออกไปส่งที่หน้าประตู
จางฮ่านลูบหัวเิเิ พลางพูด
“อีกหน่อยเิเิต้องเรียกพ่อว่าป๊ะป๋า ไม่ใช่ปาปาเข้าใจมั้ย”
“ปาปา?” เิเิ ยังเด็ก ฟันยังขึ้นไม่เต็มปากบวกกับที่เธอเกิดและโตที่อเมริกาเหนือ ถึงภาษาอังกฤษจะคล่อง แต่ภาษาจีนเพิ่งจะเริ่มเรียนได้ไม่นาน ยังพูดไม่ค่อยชัดเท่าไหร่
“ไม่ใช่” จางฮ่านทำหน้าเหยเก “ที่หนูพูดปาปานั่นแปลว่า อึ หรือว่า ป๊ะป๋าดูเหมือนอึ?”
เห็นจางฮ่านทำหน้าเหยเก เิเิ ก็ยิ้มเริงร่า
“ดูๆ ไปก็เหมือนอยู่นะ” จื่อเหยียนเห็นด้วย ระหว่างยิ้มก็พูดว่า “เบบี๋ ต่อไปนี้ก็เรียกคุณพ่อปาปา (อึ) ไม่ใช่ๆ ต้องเรียกโช่วปาปา (อึเหม็น) ”
“ลาลาลา....อึเหม็นๆ อึเหม็นๆ ”
ไม่นาน ทั้งหมดก็ลงถึงชั้นล่าง
พอถึงเวลาต้องจากกัน สาวน้อยยังตัดใจไม่ลง แล้วถาม
“คุณแม่ หนูจะได้พบกับคุณพ่ออีกเมื่อไหร่?”
“ให้คุณพ่อทำธุระให้เสร็จก่อน” จื่อเหยียนตอบ
“แล้วเมื่อไหร่คุณพ่อจะเสร็จธุระล่ะ” เิเิ ถามต่อ
จางฮ่านพอได้ยิน ก็นึกอยากจะพูดออกไปว่า “พ่อไม่ยุ่งเท่าไหร่”
แต่ก็ได้บอกไปว่า “พ่อทำธุระไม่นาน เสร็จธุระแล้วจะไปรับหนู อยู่บ้านเป็เด็กดีนะ”
“เิเิจะเป็เด็กดี”
เิเิขึ้นไปนั่งเบาะหลังรถ จางฮ่านอดไม่ได้ย้ำกับเิเิอีกครั้ง
“เิเิ หนูต้องจำชื่อที่พ่อตั้งให้ จะใช้ชื่อแบบคนต่างชาติไม่ได้นะ”
คำพูดประโยคนี้ทำให้จื่อเหยียนตาขวางขึ้นมาอีกรอบ
“รับทราบ” เิเิตอบ
รถขับออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จางฮ่านยังคงยืนอยู่ที่เดิมคอยมองดูจนรถลับตาไป ถึงกลับเข้าโรงแรม
“หน็อย ตานั่นตั้งชื่อใหม่ให้ Emily?” จางเฟยพูดขึ้น
ครั้งก่อนที่เธอไปเมืองหลวงเป็เพื่อนจื่อเหยียน จึงพบกับจางฮ่านครั้งหนึ่ง เื่ที่จางฮ่านมีปากเสียงกับจื่อเหยียน ทำให้เธอมองเขาเป็เพียงผู้ชายเฮงซวย
ไม่ใช่แค่เฮงซวย แต่เป็ผู้ชายเฮงซวยตกอับ แถมไม่มีความอดทน
“เขาหัวแข็งจะตาย พอได้ยินชื่อ Emily ก็ไม่พอใจ บอกว่าเขาแซ่จาง Emily ก็ต้องแซ่จาง” จื่อเหยียนยังขับข้องใจไม่หาย
ตอนนั้นที่เธอให้กำเนิดเ้าหญิงน้อย กะว่าให้ Emily เป็แค่ชื่อเล่น ในใจลึกๆ ยังอยากให้ลูกนั้นใช้แซ่เดียวกันกับจางฮ่าน แต่หลังจากที่เธอกับจางฮ่านไม่สามารถที่จะปรับตัวเข้าหากันได้ เธอรู้สึกผิดหวังอย่างแรง ความตั้งใจนั้นก็ไม่หลงเหลืออีกต่อไป
“อีตานั่น จะละเมอเพ้อพกอะไรได้ขนาดนั้น” โจวเฟย ยังไม่ยอมลดราวาศอก
“อะแฮ่ม” เิเิ เริ่มไม่พอใจ พูดเสียงดัง “น้าเฟยเฟยปากเหม็น ห้ามว่าคุณพ่อลับหลังนะ”
จื่อเหยียนใมาก
แต่ก่อนเิเิ แค่พูดเสียงดังยังไม่กล้า เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?
โจวเฟยพูดอย่างจนใจ
“ก็ได้ ไม่พูดถึงเขาก็ได้? Emily หนูไปอยู่กับเขาแค่ไม่กี่วันทำไมกลายเป็คนแข็งกระด้างแบบนี้ไปได้?”
“หนู หนูไม่ได้ชื่อ Emily” เิเิ ตะคอก
“ถ้างั้นหนูชื่ออะไร?” โจวเฟยหัวเราะถาม
“หนูชื่อ จางหยู่เิ เิๆ เิๆ ๆ ” เ้าหญิงตัวน้อยชูมือขึ้นพูดอย่างมั่นใจ
“ไอ้หยา คนสมองขี้เลื่อยพรรค์นั้น ก็ตั้งชื่อไพเราะๆ ให้เด็กผู้หญิงกะเขาได้ด้วย” โจวเฟย ยิ้มหน้าเจื่อน
จบตอน