ขวัญข้าวอาศัยอยู่ในคอนโดห้องสตูดิโอขนาดกลางเพียงลำพังเธอใช้ชีวิตด้วยลุคสาวออฟฟิศเรียบร้อยจนไม่มีใครสงสัยว่าเื้ัหน้ากากนั้นคือเ้าของแอคล็อกชื่อดังที่มีคนติดตามนับหมื่น
ภายในห้องที่ดูธรรมดาถูกจัดวางแสงไฟอย่างประณีตขวัญข้าวตั้งกล้องมือถือในมุมที่เห็นเพียงสัดส่วนโค้งเว้าแต่ไร้เงาใบหน้าเธอขยับกายตามจังหวะเพื่อให้ได้ภาพที่ดูน่าค้นหาและปลุกอารมณ์
มือถือเครื่องเก่งคืออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่ใช้ทำงานเธอเก็บไฟล์ดิบและผลงานทั้งหมดไว้ในเครื่องโดยไม่เคยสำรองข้อมูลลงคลาวด์เพราะความระแวงว่าร่องรอยดิจิทัลอาจแว้งมาทำลายชีวิต
หลังจากตรวจเช็กความเรียบร้อยและกดอัปโหลดเสร็จสิ้นเธอรีบลบประวัติการใช้งานรวมถึงไฟล์เสี่ยงๆ ออกจากถังขยะทันทีทุกอย่างต้องสะอาดสะอ้านเพื่อป้องกันการถูกตรวจสอบจากคนภายนอก
เช้าวันถัดมาในจังหวะเร่งรีบมือถือเ้ากรรมกลับลื่นหลุดจากมือกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหน้าจอที่เคยใสสะอาดแตกยับเยินจนใจหายวูบขวัญข้าวพยายามเปิดเครื่องด้วยนิ้วที่สั่นเทาอย่างหนัก
"อย่าเพิ่งพังตอนนี้ได้ไหม...ขอร้องล่ะ" ขวัญข้าวพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพยายามกดปุ่มเปิดเครื่องซ้ำๆแต่หน้าจอที่ร้าวระแหงกลับแสดงเพียงแสงวูบวาบแล้วดับสนิทลงไป
ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อนึกถึงไฟล์งานนับร้อยที่ยังค้างอยู่ในเครื่องหากข้อมูลเหล่านี้หลุดรอดไปถึงมือคนอื่นชีวิตที่แสนสงบสุขคงพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
เธอพยายามตั้งสติแล้วลองเชื่อมต่อมือถือเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อดึงข้อมูลออกมาสำรองไว้ทว่าระบบกลับแจ้งเตือนความผิดพลาดและไม่สามารถเข้าถึงไดรฟ์ภายในได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"ทำไมต้องซวยอะไรตอนนี้ด้วยเนี่ย…"เธอทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง จ้องมองซากอุปกรณ์สื่อสารด้วยแววตาว่างเปล่าทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือการนำเครื่องไปซ่อมที่ร้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความกังวลกัดกินใจจนนั่งไม่ติดขวัญข้าวรีบคว้ากระเป๋าแล้วก้าวออกจากห้องเพื่อไปหาร้านซ่อมมือถือที่ไว้ใจได้ที่สุดโดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
ขวัญข้าวเดินวนเวียนอยู่หน้าศูนย์บริการใหญ่แต่ก็ต้องถอยออกมาเมื่อเห็นพนักงานรุมล้อมลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์เต็มไปหมด "คนเยอะขนาดนี้...ข้อมูลฉันไม่หลุดแน่เหรอเนี่ย"
เธอตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่เลื่องชื่อเื่ช่างซ่อมฝีมือดีจนมาหยุดอยู่หน้าร้านขนาดเล็กที่ดูเงียบสงบและตั้งอยู่ในมุมลับตาคนพอสมควร
ป้ายหน้าร้านเขียนว่ารับซ่อมด่วนทุกอาการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญขวัญข้าวยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วก้าวเท้าเข้าไปข้างในด้วยหัวใจที่เต้นรัว
"สวัสดีครับเครื่องมีปัญหาอะไรครับ"เสียงทุ้มต่ำและดูสุขุมดังขึ้นจากด้านหลังเคาน์เตอร์ไม้ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานเกินกว่าจะเป็ช่าง
เจ๋งละสายตาจากแผงวงจรตรงหน้าเพื่อมองลูกค้าสาวที่ยืนตัวสั่นน้อยๆเขาเลิกคิ้วขึ้นเป็เชิงถามเมื่อเห็นอาการลุกลี้ลุกลนของคนตรงหน้าที่พยายามซ่อนความกังวลไว้
"หน้าจอแตกค่ะแล้วก็... เครื่องมันเปิดติดๆ ดับๆ เข้าใช้งานไม่ได้เลย"ขวัญข้าวส่งมือถือเครื่องสั่นให้ด้วยมือที่ชื้นเหงื่อพยายามหลบสายตาคมกริบของคนตรงหน้า
เจ๋งรับมือถือไปพิจารณาอย่างละเอียดนิ้วหนาลูบไล้ไปตามรอยร้าวบนหน้าจอพลางขมวดคิ้วมุ่น "ตกแรงขนาดนี้ข้างในน่าจะเสียหายพอสมควรนะครับ เดี๋ยวผมต้องแกะเช็กบอร์ดข้างในก่อน"
"ต้องทิ้งเครื่องไว้ไหมคะหรือรอรับได้เลย"เธอรีบถามแทรกขึ้นมาทันทีเพราะความกังวลเื่ข้อมูลลับที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในซึ่งไม่อาจปล่อยให้คลาดสายตาได้
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมรอยยิ้มจางๆที่มุมปาก "ถ้ารีบ ผมทำให้ได้ครับแต่งานแบบนี้อาจใช้เวลาสองสามชั่วโมงนะ"
เขาวางมือถือลงบนแผ่นรองกันไฟฟ้าสถิตพลางหยิบเครื่องมือเตรียมพร้อม"นั่งรอตรงโซฟานั่นก่อนได้ครับ เดี๋ยวผมลองเช็กให้ดูต่อหน้าเลย"
เจ๋งเริ่มลงมือแกะตัวเครื่องอย่างคล่องแคล่วแสงจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานสะท้อนกับแว่นสายตาที่เขาใส่เพิ่มความน่าเชื่อถือ"ในเครื่องมีข้อมูลสำคัญมากใช่ไหมครับ เห็นคุณดูเครียดๆ"
"ค่ะสำคัญมากจริงๆ... พี่พอจะกู้กลับมาได้ไหมคะ" ขวัญข้าวนั่งตัวเกร็งอยู่บนโซฟาสายตาจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของปลายนิ้วหนาที่ค่อยๆ คีบชิ้นส่วนขนาดเล็กออกมา
เขายิ้มรับโดยไม่ละสายตาจากงาน"เดี๋ยวผมลองให้ครับ ปกติผมไม่ไปยุ่งไฟล์ส่วนตัวลูกค้าอยู่แล้ว สบายใจได้งานซ่อมก็คืองานซ่อมครับ" คำพูดนั้นเหมือนจะช่วยให้เธอชื้นใจขึ้น
จังหวะที่เขาต่อสายแพรเข้ากับจอทดสอบหน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันหนึ่งที่เด้งค้างไว้ขวัญข้าวใจหายวูบเมื่อเห็นพรีวิวรูปภาพที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมา
เจ๋งชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็รักษาท่าทีสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็วเขาเลื่อนนิ้วผ่านการแจ้งเตือนนั้นไปเหมือนไม่ได้ใส่ใจ"เครื่องยังรวนนิดหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมเช็กชิปข้างในให้อีกที"
"เมื่อกี้...พี่เห็นอะไรหรือเปล่าคะ" ขวัญข้าวถามเสียงแ่พลางกำมือแน่นบนตักหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อภาพที่เห็นมันช่างล่อแหลมเหลือเกิน
เจ๋งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตัวเล็กด้วยแววตาเรียบเฉย"เห็นแค่แจ้งเตือนครับ ผมไม่ได้ดูรายละเอียดอะไรหน้าที่ผมคือซ่อมเครื่องให้ใช้ได้ก็พอ"
ขวัญข้าวลอบถอนหายใจออกมาเบาๆแต่ความระแวงยังไม่จางหายไปง่ายๆเธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างของช่างหนุ่มที่ดูสุขุมและดูโตกว่าเธอมากจนรู้สึกถึงความต่างของวัย
"เดี๋ยวต้องเปลี่ยนจอใหม่นะครับแล้วก็แบตเริ่มบวมแล้ว ถ้าจะซ่อม แนะนำทำทีเดียวไปเลยดีกว่า"เขาอธิบายพลางชูชิ้นส่วนให้ดูประกอบคำพูดเพื่อให้เธอตัดสินใจเื่ราคา
"โอเคค่ะงั้นรบกวนพี่เจ๋งจัดการให้หน่อยนะคะ" เธอเรียกชื่อเขาตามป้ายหน้าร้านเจ๋งพยักหน้ารับคำสั่งแล้วลงมือประกอบชิ้นส่วนใหม่อย่างตั้งใจโดยไม่ชวนคุยอีก
เจ๋งบรรจงประกอบหน้าจอใหม่เข้ากับตัวเครื่องอย่างใจเย็นก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวเล็กที่นั่งลุ้นอยู่ฝั่งตรงข้าม"ขอรหัสปลดล็อกหน่อยครับ ผมจะเข้าไปเช็กระบบข้างใน"
ขวัญข้าวชะงักไปครู่หนึ่งหัวใจเต้นรัวด้วยความลังเลใจเพราะรู้ดีว่าข้างในนั้นมีอะไรซ่อนอยู่แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นเธอจึงจำใจบอกรหัสสี่ตัวนั้นออกไปเสียงแ่เบา
เขากดรหัสตามที่เธอบอกอย่างรวดเร็วหน้าจอที่เคยดับสนิทสว่างวาบขึ้นมาพร้อมสีสันที่คมชัดเหมือนเดิมเจ๋งเริ่มเลื่อนนิ้วเพื่อทดสอบการตอบสนองของทัชสกรีนตามจุดต่างๆ
"หน้าจอใช้งานได้ปกตินะครับเดี๋ยวผมขอไล่เช็กระบบนิดนึง เผื่อมีอะไรยังรวนอยู่"เขาพึมพำพลางใช้ปลายนิ้วเลื่อนหาเมนูตั้งค่าด้วยความคุ้นชินของช่างมืออาชีพ
จังหวะที่เขากำลังจะกดเข้าเมนูตั้งค่านิ้วหนากลับพลาดไปโดนไอคอนคลังรูปภาพที่อยู่ใกล้กันพอดีทำให้หน้าจอแสดงผลภาพถ่ายล่าสุดที่ขวัญข้าวเพิ่งถ่ายเสร็จไปเมื่อวานนี้
ภาพนิ่งและคลิปวิดีโอหลายสิบไฟล์ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอเจ๋งชะงักงันไปชั่วขณะเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพเรือนร่างกึ่งเปลือยในมุมกล้องที่ดูเร่าร้อนและจงใจยั่วยวน
เขาขยับปลายนิ้วออกจากหน้าจอทันทีเหมือนโดนของร้อนลวกหัวใจแกร่งกระตุกวูบกับสิ่งที่เพิ่งผ่านตาไปเมื่อครู่แต่สีหน้ายังคงพยายามรักษาความสุขุมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
เจ๋งรีบกดออกจากคลังรูปภาพแล้วกลับเข้าสู่หน้าเมนูหลักอย่างรวดเร็วเขาแสร้งทำเป็ตรวจสอบความลื่นไหลของหน้าจอต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในใจที่กำลังปั่นป่วน
"ทัชสกรีนไม่มีปัญหานะครับตอบสนองปกติดี" เขาพึมพำบอกพลางเช็ดรอยนิ้วมือบนหน้าจออย่างประณีตโดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวเล็กที่นั่งรอ
ขวัญข้าวยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พลางลอบสังเกตท่าทางของช่างหนุ่มเธอไม่รู้เลยว่าความลับสุดยอดที่พยายามปิดบังมาตลอดได้ถูกเปิดเผยต่อหน้าเขาไปเรียบร้อยแล้ว
เจ๋งพยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้เป็ปกติขณะก้มหน้าเช็กขอบเครื่องซ้ำๆ"เรียบร้อยครับ จอใหม่ใช้ได้ปกติแล้ว แบตก็ชาร์จเข้าไม่มีปัญหา"
เขายื่นโทรศัพท์คืนให้คนตัวเล็กด้วยมือที่พยายามไม่ให้สั่นขวัญข้าวรีบคว้าเครื่องไปตรวจสอบไฟล์งานทันทีด้วยความร้อนรนจนลืมสังเกตแววตาแปลกๆของคนตรงหน้า
"ขอบคุณมากนะคะพี่ข้อมูลยังอยู่ครบเลย"เธอระบายยิ้มกว้างออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าไฟล์ลับเ่าั้ยังคงปลอดภัยและอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เธอซ่อนไว้
เจ๋งพยักหน้าตอบรับแกนๆพลางเก็บอุปกรณ์ซ่อมเข้าที่ "คราวหน้าระวังหน่อยนะครับ ตกแรงแบบนี้บอร์ดข้างในอาจจะเสียได้ วันดีคืนดีเครื่องอาจดับไปเลยก็มี"
ขวัญข้าวพยักหน้าหงึกหงักพลางหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมจ่ายค่าซ่อม"ค่ะ ต่อไปจะระวังมากกว่านี้ แล้วทั้งหมดเท่าไหร่คะพี่เจ๋ง"
"ทั้งหมดสองพันห้าร้อยครับรวมค่าจอกับค่าแรงเช็กระบบแล้ว"เจ๋งตอบเสียงเรียบพลางดึงลิ้นชักเก็บเงินออกมาเตรียมทอนเงินทอนให้ตามระเบียบร้าน
ขวัญข้าวรีบโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันอย่างรวดเร็ว"โอนให้แล้วนะคะพี่ ขอบคุณมากจริงๆ เลยค่ะ ช่วยชีวิตหนูไว้ทันพอดีเลย"เธอยิ้มให้เขาก่อนจะรีบเดินออกจากร้านไป
เจ๋งมองตามแผ่นหลังบางของสาวน้อยลุคเรียบร้อยที่เพิ่งเดินพ้นประตูร้านไปความภาพจำจากหน้าจอมือถือเมื่อครู่ยังคงติดตาจนเขาต้องลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เขานั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิมพลางนึกถึงมุมกล้องและแสงไฟในคลิปเ่าั้ที่ดูเป็มืออาชีพเกินกว่าจะเป็แค่คนถ่ายเล่นทั่วไป"ไม่น่าเชื่อเลยนะ… ว่าจะเป็คนเดียวกันได้"
รูปของลูกค้าสาววนอยู่ในหัวของช่างหนุ่มเริ่มตีรันพันตูเมื่อความลับของลูกค้าสาวสวยถูกเขาถือไว้โดยบังเอิญเจ๋งหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบพลางจ้องมองความว่างเปล่าหน้าร้านซ่อม