เหยาเหยาอายุย่างเข้าสองขวบครึ่งแล้ว ร่างกายกลมป้อมเริ่มหย่านม วิ่งเตาะแตะไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังช่างเจรจาได้อย่างน่าเอ็นดู กลายเป็เด็กน้อยจอมซนผู้เป็แก้วตาดวงใจของคนทั้งจวน
เมื่อบุตรสาวเริ่มเติบใหญ่ เสิ่นว่านอวี๋จึงคิดหาผู้ช่วยมาแบ่งเบาภาระ ทั้งแม่นมที่จะคอยดูแลเื่อาหารการกิน และหมอประจำตัวที่จะมาดูแลรักษายามเจ็บไข้
ข่าวการรับสมัครนี้แพร่ออกไปไม่ทันไร ก็มีผู้เสนอตัวเข้ามาจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือสตรีวัยกลางคนนามว่า 'นางอิน' นางมาพร้อมหนังสือรับรองจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยบารมี กิริยามารยาทเรียบร้อยนุ่มนวล วาจาไพเราะเสนาะหู ทั้งยังมีฝีมือในการดูแลเด็กเล็กอย่างไร้ที่ติ
ทุกอย่างรอบตัวนางอินช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน... ทว่าความสมบูรณ์แบบที่ไร้รอยต่อนี้เอง กลับสะดุดตาซ่งจิ้งอันเข้าอย่างจัง
——————
ค่ำคืนนั้น ภายในห้องหนังสืออันเงียบสงบ ซ่งจิ้งอันวางแผ่นประวัติของนางอินลงบนโต๊ะเบื้องหน้าผู้เป็บิดาอย่างแ่เบา
"ท่านพ่อ แม่นมผู้นี้น่าสงสัยขอรับ" น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยทว่าแฝงความนิ่งลึก "หนังสือรับรองของนางออกโดยตระกูลเฉียน ซึ่งภายนอกดูน่าเชื่อถือไร้มลทิน แต่เมื่อลูกส่งคนไปสืบสาวราวเื่อย่างละเอียดกลับพบว่า ตระกูลเฉียนเพิ่งกู้ยืมเงินก้อนใหญ่จากร้านรับจำนำแห่งหนึ่ง... ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลลับๆ ของตระกูลกู้เมื่อไม่นานมานี้"
ซ่งจงอี้หรี่ตาลง ประกายตาพลันวาบขึ้นด้วยความระแวดระวัง "ตระกูลกู้... ขุมกำลังของอ๋องรองอย่างนั้นหรือ"
"ใช่ขอรับ" ซ่งจิ้งอันพยักหน้า "ลูกคาดว่าตระกูลเฉียนคงถูกบีบบังคับด้วยหนี้สิน จนต้องจำใจลงนามในหนังสือรับรองให้นางอิน เพื่อส่งนางแทรกซึมเข้ามาในจวนของเรา และเป้าหมายของนาง... คงหนีไม่พ้นน้องเล็กเป็แน่"
ซ่งจงอี้กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แววตาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง "อ๋องรองผู้นี้... ถึงกับเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เหยาเหยาแล้ว"
"แล้วเราจะรับมืออย่างไรดี ปฏิเสธนางไปเสียเลยดีหรือไม่ขอรับ" ซ่งติ้งหย่วนที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ เอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
"ปฏิเสธน่ะง่ายเกินไป" ซ่งจิ้งอันส่ายหน้า รอยยิ้มลุ่มลึกผุดขึ้นที่มุมปาก "หากเราปฏิเสธนางอิน อ๋องรองย่อมต้องส่งคนอื่นที่แเีและระวังตัวยิ่งกว่านี้เข้ามาอีก สู้เรายอมรับนางไว้ แล้วคอยจับตาทุกฝีก้าวจะดีกว่า... ในเมื่ออ๋องรองหย่อนเบ็ดลงมาหวังฮุบเหยื่อ เราก็แค่ใช้เบ็ดตัวนี้ ตกปลาตัวใหญ่กลับคืนมา"
"แต่ว่า..." ซ่งติ้งหย่วนขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าฉายแววกังวล "หากปล่อยให้นางเข้าใกล้เหยาเหยา จะไม่เป็การชักศึกเข้าบ้านหรือ น้องเล็กยังเด็กนัก"
"เื่นั้นน้องรองไม่ต้องห่วง เราจะวางกำลังคนเฝ้าระวังนางทุกฝีก้าว" ซ่งจิ้งอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "แม้นางอินจะมีหน้าที่ดูแลน้องเล็ก แต่ทุกสิ่งที่นางป้อน ทุกของเล่นที่นางหยิบจับ จะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากพี่เลี้ยงหลิวก่อนเสมอ และต้องมีคนเฝ้าดูอยู่ตลอดสองชั่วยาม ห้ามปล่อยให้นางอยู่กับน้องเล็กตามลำพังแม้แต่อึดใจเดียว!"
——————
ก่อนจะรับตัวนางอินเข้าจวนอย่างเป็ทางการ ซ่งจิ้งอันยังจัดฉาก ‘ทดสอบ’ ความซื่อสัตย์และการเก็บงำความลับของนางอย่างแยบยลหลายชั้น เขาสั่งให้บ่าวรับใช้ทำของมีค่าตกหล่นตามเส้นทางที่นางต้องเดินผ่านเพื่อทดสอบความโลภ ทว่านางอินกลับเดินผ่านไปอย่างสงบนิ่งราวกับไม่เห็น จัดว่าเป็ผู้ที่ระวังตัวและควบคุมตนเองได้อย่างยอดเยี่ยม
ต่อมา เขาให้บ่าวแกล้งพูดคุยถึงข่าวลือที่เป็ความลับภายในจวนในระยะที่นางพอจะได้ยิน เพื่อดูว่านางจะแสดงอาการอยากรู้อยากเห็นหรือไม่ แม้ภายนอกนางจะทำเป็ไม่ใส่ใจและเดินผ่านไปอย่างสำรวม ทว่าสายตาเฉียบคมของซ่งจิ้งอันที่เฝ้าสังเกตการณ์จากมุมมืด กลับจับประกายวูบไหวในแววตานางได้ในเสี้ยวอึดใจ
"นางผู้นี้ฝีมือไม่เบา" ซ่งจิ้งอันเอ่ยกับบิดาในคืนนั้น "ฉลาดและสุขุมกว่าสายลับทั่วไปมาก ทุกย่างก้าวระมัดระวังจนแทบไม่เหลือพิรุธ ยิ่งนางสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเช่นนี้ ยิ่งยืนยันชัดเจนว่านางไม่ใช่แม่นมธรรมดา"
ในที่สุด นางอินก็ได้เข้ามาทำงานในจวนสกุลซ่งในอีกไม่กี่วันต่อมา
นางปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ คอยดูแลเหยาเหยาด้วยความอ่อนโยนและเอาใจใส่ประหนึ่งมารดาผู้ให้กำเนิด จนคนนอกไม่มีทางจับสังเกตได้เลย ทว่านางไม่มีวันรู้เลยว่า ทุกการเคลื่อนไหวของนางล้วนอยู่ในสายตาของผู้อื่นตลอดเวลา พี่เลี้ยงหลิวคอยประกบติดไม่ห่าง บ่าวรับใช้ในสวนล้วนเป็ยอดฝีมือของซ่งจิ้งอันที่แฝงตัวมา แม้แต่ของกินของใช้ทุกจานที่ผ่านมือนางอิน ก็ต้องถูกตรวจสอบถึงสามรอบก่อนจะถึงมือคุณหนูน้อย
วันหนึ่ง นางอินสบโอกาสขณะที่บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลาย เอ่ยหยั่งเชิงเหยาเหยาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานระคนเอ็นดู "คุณหนูของป้าอินช่างเฉลียวฉลาดเหลือเกินเ้าค่ะ ป้าไม่เคยพบเด็กคนไหนช่างเจรจาเก่งกาจเท่าคุณหนูมาก่อนเลย... คุณหนูคนดี รู้เื่ราวในจวนนี้เยอะหรือเปล่าเ้าคะ บอกป้าหน่อยได้ไหมเอ่ย"
หน้ากลมแป้นของเหยาเหยาแหงนขึ้นสบตาแม่นมคนใหม่ ดวงตากลมโตฉายแววใสซื่อบริสุทธิ์ ก่อนจะส่งยิ้มกว้าง "เหยาเหยารู้แค่ว่า... ขนมอร่อยมาก! แล้วท่านแม่ก็สวยที่สุดเลยเ้าค่ะ!" พูดจบก็หัวเราะร่าเริงพลางปรบมืออย่างไร้เดียงสา
'ฮึ คิดจะหลอกล้วงความลับจากเด็กสองขวบครึ่งอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะป้า!' เหยาเหยาแอบเบ้ปากอย่างรู้ทัน 'ข้าจะเล่นบทเด็กโง่ๆ ที่วันๆ สนใจแต่เื่กินเื่เล่นให้ดู เ้าจะได้ตายใจว่าข้าเป็แค่เด็กธรรมดาที่ไร้ประโยชน์ คุยด้วยไปก็เสียเวลาเปล่า'
นางอินฝืนยิ้มตอบ ทว่าในใจกลับรู้สึกผิดหวังอยู่ครามครัน เด็กคนนี้ภายนอกดูฉลาดหลักแหลม แต่แท้จริงแล้วกลับพูดจาไร้สาระตามประสาเด็กทั่วไป นางเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ‘ความลับอันยิ่งใหญ่’ ที่อ๋องรอง้าจะสืบหาซ่อนอยู่ในตัวเด็กหญิงผู้นี้จริงหรือไม่
ทว่าสำหรับเหยาเหยาแล้ว ั้แ่แรกเห็นนางอิน ความรู้สึกเย็นะเืสายหนึ่งก็แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
'เอ๊ะ... แม่นมคนใหม่ผู้นี้ เหตุใดจึงให้ความรู้สึกแปลกประหลาดนัก' เด็กน้อยลอบพินิจพิจารณาอีกฝ่ายอย่างละเอียด 'แม้นางจะยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน ทว่ายามที่นางคิดว่าไม่มีใครสนใจ แววตากลับเย็นะเืน่ากลัว... แถมสายตายังคอยลอบสังเกตข้าวของเครื่องใช้ของข้าเป็พิเศษอีก'
'แย่แล้ว... หรือว่านางจะเป็สายลับที่อ๋องรองส่งมาเล่นงานข้า! พอใกล้จะอายุครบสามขวบ ก็มีคนแปลกหน้าท่าทางน่าสงสัยโผล่เข้ามาข้างกายทันที มันจะประจวบเหมาะเกินไปแล้ว!'
'ข้าต้องระวังตัวให้ถึงที่สุด! ต่อจากนี้ไป อาหารหรือน้ำที่นางป้อน ข้าจะยอมกินก็ต่อเมื่อท่านแม่หรือพี่เลี้ยงหลิวอยู่ด้วยเท่านั้น!'
เหยาเหยาตั้งปณิธานในใจอย่างแน่วแน่ ภายนอกนางยังคงแสร้งทำเป็เด็กน้อยไร้เดียงสาที่ติดแม่นมคนใหม่แจ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเกิดความระแวง ทว่าในส่วนลึกของจิตใจ นางคอยจับตาทุกความเคลื่อนไหวของแม่นมผู้นี้อย่างไม่ให้คลาดสายตา
เสิ่นว่านอวี๋ซึ่งสามารถรับรู้เสียงความคิดของบุตรสาวได้ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจระคนเอ็นดูในความรอบคอบเกินวัยของเหยาเหยา ความคิดอ่านในการเอาตัวรอดของบุตรสาวช่างสอดรับกับแผนการของครอบครัวได้อย่างยอดเยี่ยม
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นว่านอวี๋จึงยิ่งมั่นใจที่จะปล่อยให้แผนการ ‘ตกปลา’ ดำเนินต่อไป เพราะนอกจากคนในครอบครัวจะต้องคอยระแวดระวังแล้ว แม้แต่ตัวเหยาเหยาเองก็ยังมีเกราะป้องกันตนเองที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
——————
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป นางอินยังคงไม่กล้าลงมือทำการใดๆ เพราะนางััได้ถึงการเฝ้าระวังอันเข้มงวดของตระกูลซ่ง นางไม่เคยมีโอกาสได้อยู่กับเหยาเหยาสองต่อสองเลยแม้แต่เสี้ยวอึดใจเดียว
สุดท้ายนางจึงจำต้องส่งสาส์นลับกลับไปยังตระกูลกู้
‘ตระกูลซ่งระแวดระวังตัวอย่างผิดปกติ ราวกับล่วงรู้ฐานะของข้าล่วงหน้า ยากจะหาโอกาสลงมือ’
เมื่อจดหมายลับนี้ส่งถึงมือเซียวจิ่งหรง เขานั่งนิ่งงันอยู่ในห้องโถงอันมืดสลัว ดวงเนตรหรี่ลงพิจารณาข้อความนั้นอย่างถี่ถ้วน
"ระแวดระวังตัวผิดปกติ... ราวกับล่วงรู้ล่วงหน้าอีกแล้วอย่างนั้นหรือ" เขาพึมพำเสียงต่ำ "ทุกครั้งที่ข้าเริ่มเคลื่อนไหว ตระกูลซ่งเป็ต้องรู้เท่าทันและวางแผนรับมือได้ก่อนเสมอ... มันจะเป็เื่บังเอิญบ่อยครั้งเกินไปแล้ว"
ร่างสูงสง่าลุกขึ้นเดินวนไปมาภายในตำหนักอันเงียบสงัด ก่อนจะหยุดชะงักลง แววตาสาดประกายวาบเจิดจ้าทว่าเย็นเยียบ
"หรือว่า... ในบรรดาคนของตระกูลซ่ง จะมีผู้ที่สามารถหยั่งรู้อนาคตได้จริงๆ?"
ความคิดนี้ทำให้เขาขนลุกซู่ ทว่าในขณะเดียวกัน ความตื่นเต้นและละโมบก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย หากตระกูลซ่งผู้ที่มีความสามารถวิเศษเช่นนั้นจริง คนผู้นั้นย่อมเป็อาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในใต้หล้า... อาวุธที่เขาต้อง่ชิงมาไว้ในกำมือให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใดก็ตาม!
"เปลี่ยนแผน" เขาเอ่ยสั่งการผู้ติดตามด้วยน้ำเสียงเ็า "ส่งข่าวไปบอกนางอิน ไม่ต้องรีบร้อนลงมือสังหาร แต่จงสืบหาให้พบว่า 'ความลับ' ของตระกูลซ่งซ่อนอยู่ที่ใคร... โดยเฉพาะเด็กหญิงคนนั้น เด็กที่สามารถชี้หน้าตราหน้าคุณหนูฟ่านว่าพูดปดได้ั้แ่ยังไม่ประสีประสา"
ผู้ติดตามรับคำสั่งนอบน้อม ก่อนจะเร้นกายหายไปในความมืด
เซียวจิ่งหรงทอดสายตามองแสงเทียนที่สั่นไหวระริก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดพรายบนดวงหน้าหล่อเหลา
เกมกระดานนี้... ช่างน่าสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
——————
ณ จวนสกุลซ่ง เหยาเหยาที่กำลังหยิบจับตุ๊กตาผ้าเล่นอยู่ จู่ๆ ก็พลันมือสั่นเทา ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบแล่นพล่านขึ้นมาอีกระลอก
'เหตุใด่นี้ข้าถึงรู้สึกขนลุกบ่อยครั้งนักนะ...' เด็กน้อยคิดด้วยความกระวนกระวายใจ 'ราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองมา ทว่าไม่ใช่สายตาที่มุ่งหวังจะเอาชีวิต แต่เป็สายตาที่จ้องมองเพื่อ 'ศึกษา' และค้นหาความลับในตัวข้า... แบบนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!'
'นางอินยังไม่เคลื่อนไหว ทว่าสถานการณ์กลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่อ๋องรอง้าเพียงกำจัดข้าให้พ้นทาง ตอนนี้เขากลับเริ่มสงสัยว่าข้าเป็ใคร และอยากรู้ความลับของตระกูลเรา...'
'ไม่ได้การ! หากอ๋องรองสืบรู้ว่าข้าล่วงรู้อนาคต ข้าจะกลายเป็หมากตัวสำคัญที่เขา้าตัวแบบเป็ๆ ซึ่งอันตรายยิ่งกว่าความตายเสียอีก!' เหยาเหยากระชับตุ๊กตาผ้าในอ้อมกอดแน่น ดวงตากลมโตฉายแววมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว 'ข้าต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิมหลายเท่า ต้องสวมบทบาทเด็กน้อยธรรมดาให้แเีที่สุด ห้ามเผยพิรุธให้ผู้ใดจับได้เด็ดขาด!'
'อีกไม่นานก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดครบรอบสามขวบของข้าแล้ว... ด่านเคราะห์สุดท้ายกำลังคืบคลานเข้ามา ข้าต้องผ่านมันไปให้ได้ เพื่อตัวข้าเอง และเพื่อครอบครัวที่ข้ารัก'
นอกหน้าต่าง ลมหนาวต้นฤดูพัดกระโชกผ่านกิ่งไม้แห้ง ส่งเสียงกรอบแกรบโหยหวน ราวกับเสียงกลองนับถอยหลังสู่ด่านตัดสินเป็ตายที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า…