ท่ามกลางสายตาของทุกคน ในมือจงลู่อันกลับปรากฏกระบี่เล่มนึง ทันใดนั้นจงลู่อันก็เร่งพลังปราณควบแน่นเข้าหากระบี่พร้อมฟาดกลับไป
เปรี้ยง!
เสียงดาบกับกระบี่ปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว ผู้คนที่ชมดูอยู่บริเวณนั้นต่างกางม่านพลังขึ้นมาปกป้องพวกตัวเอง ทั้งสองต่างถอยหลบออกมาคนละสามก้าว
"ธาตุลม?"
"ไม่คิดเลยว่าเ้าจะทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุลมด้วย" ผู่จินหลางใไม่น้อยที่เห็นจงลู่อันะเิพลังแก่นแท้ธาตุลมออกมาในวินาทีสุดท้าย แต่อย่าง ไรเสียมันเองก็ไม่มีเวลามากพอให้เปลี่ยนแปลงกระบวนท่าใดๆ จึงกัดฟันลงมือโต้กลับไปอีกครั้ง
"ให้ข้าดูหน่อยว่าเ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้คิดแลกกับข้าตรงๆ!"
ผู่จินหลางได้เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา ราวกับว่าหากจงลู่อันเลือกที่จะแลกกับมันแบบนี้ โอกาสที่มันจะชนะก็มีเพิ่มมากขึ้นแน่
"รับมือ!"
ดาบของผู่จินหลางปลดปล่อยพลังแก่นแท้ธาตุดินออกมาเป็แสงสีเหลืองอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่แค่รวมเป็อสรพิษตัมาวเดียวแต่กับควบแน่นกลายเป็อสรพิษถึงสามตัวด้วยกัน
ครืนนน!
จงลู่อันไม่รอช้าเหมือนกันปลดปล่อยพลังแก่นแท้ธาตุลมออกมาควบแน่นเป็กระบี่เล็กๆหลายพันเล่ม จากนั้นจึงเริ่มหมุนวนเป็เกลียวคลื่นจากช้าไปเร็วจนกลายเป็พายุหมุนหลายลูก
พลังของทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันอีกครั้ง
เปรี้ยง!
ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองอยู่ พายุลูกแล้วลูกเล่าม้วนอสรพิษทั้งสามเข้ามากักขังใว้ข้างใน จากนั้นจึงหมุนวนอย่างรวดเร็ว คมกระบี่หลายพันเล่นต่างเชือดเฉือนอสรพิษสามตัวนั้นจนไม่มีโอกาสได้หลบลี้หนีออกมาได้ เสียงะเิดังสนั่นสะท้านะเืแก้วหู ขณะเดียวกันกระบี่ของจงลู่อันก็พุ่งเข้าหาผู่จินหลางในทันที
ฉึ่บ!!
อ้าก!!
ผู่จินหลางร้องออกมาด้วยความเ็ปเป็อย่างมาก ที่ไหล่ซ้ายมีเืไหลออกมาราวกับสายน้ำเนื่องจากถูกปลายกระบี่ของจงลู่อันปักคาอยู่
"หลางเอ๋อร์!!"
ผู่จินหลงรีบเหินเข้ามาดึงกระบี่ออกจากหัวไหล่อย่างรวดเร็ว จากนั้นเร่งขับเคลื่อนลมปราณมารักษาาแที่หัวไหล่ของผู่จินหลางในทันที
พอเห็นว่าาแสมานกันดีแล้วจึงหันหน้ามามองจงลู่อันด้วยสายตาเกรี้ยวกราด!
หืม! "เ้าเมืองผู่ท่านมองจงลู่อันด้วยสายตาแบบนี้หมายความว่าอย่างไร"ลู่หยางเดินมาอยู่ข้างจงลู่อันแล้วเอ่ยถาม
"แค่ประลองเปรียบเทียบกันเฉยๆ แต่เ้าจงลู่อันมาทำแบบนี้มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือไร?"ผู่จินหลงเอ่ยถามหา ความรับผิดชอบ
"กระบี่ไม่มีตา เ้าจะไปโทษจงลู่อันมันก็ไม่ถูก! ถ้ามันไม่ยั้งมืออาจจะเป็คอลูกชายเ้าก็ได้ที่จะมีกระบี่ปักอยู่"ลู่หยางมองผู่จินหลงด้วยสายตาเหยียดหยาด
"ดีๆ! ข้าจะจดจำน้ำใจครั้งนี้ไว้!"ผู่จินหลงเดินประคองลูกชายกลับเข้าไปอยู่ในกลุ่มของตนเองโดยไม่หันมามองทางลู่หยางอีก
"เฮ้! เ้าลืมอะไรไปหรือเปล่าเ้าเมืองผู่"ลู่หยางย้ำเตือนเื่ของเดิมพัน
ควับ!
ผู่จินหลงโยนดาบระดับสองออกมาให้ลู่หยางทั้งกัดฟันเครียดแค้นอยู่ในใจ ส่วนลู่หยางหยิบดาบขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะร่าเริงดีใจยกใหญ่
วันนี้เป็วันที่เขามีสุขอีกวันหนึ่ง เพราะได้ทำให้ผู่จินหลงเ้าเมืองฉีหลันเสียหน้าเสียตาไปยกใหญ่
เขาเดินมาตบไหล่จงลู่อันเบาแล้วสัญญาว่าถ้ากลับมาเขาจะตบรางวัลให้อย่างงามเลยทีเดียว
หลังจากการประลองจบลงไปไม่นาน
"ตัวแทนสี่นิกายมากันแล้ว!"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องหน้าพลันปรากฏร่างคนหลายกลุ่มกำลังบินเหาะลัดฟ้ามาแต่ไกล
คนกลุ่มแรกผู้ที่เหาะนำมาก็เป็ชายวัยกลางคนร่างกายกำยำ ดูน่าเกรงขาม มีสมาชิกที่มาด้วยกันทั้งหมดหกคนแต่ละใส่เสื้อสีแดงมีลวดลายคล้ายเปลวไฟปักอยู่
"กลุ่มนี้เป็คนของนิกายเพลิงอัคคีรึ?"
ด้วยชุดคลุมสีแดงเพลิงอันเป็เอกลักษณ์ เทียนฉินก็คาดเดาได้ว่าคนกลุ่มนี้สมควรเป็นิกายเพลิงอัคคีที่เคยได้รับฟังข้อมูลมาไม่ผิดแน่
"ด้านนั้นนิกายจิตนิรันดร์"
ผู้ที่นำหน้ามาคือชายชราสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวหน้าตาดูใจดีมีเมตตา กลิ่นอายที่เผยแพร่ออกมา ชวนให้ผู้คนรู้สึกจิตใจสงบขึ้นมาในทันที
“ส่วนอีกด้านนึงคงเป็คนของนิกายกระบี่สำราญ”
เทียนฉินเริ่มหันไปมองสำรวจกลุ่มคนที่พึ่งมาถึง
คนนำหน้าเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาดีคลายผู้สูงศักดิ์ แต่ละคนใส่ฟ้าครามแลดูเรียบง่ายงดงามมีระดับไม่น้อย
"ดูนั่นนิกายหยกวารีมาแล้ว"
ในขณะที่เทียนฉินกำลังมองสำรวจกลุ่มต่างๆด้วยความสนใจ เสียงโห้ร้องยินดีกับกระตุ้นให้เทียนฉินหันมามองดู
ผู้คนที่รออยู่บริเวณลานกว้างต่างแสดงสีหน้าตื่นเต้นจนเก็บอาการกันไม่อยู่ เพราะว่าสมาชิกนิกายหยกวารีส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็ผู้หญิงรูปร่างหน้าตางดงามผิวพรรณดีเกือบทั้งหมด ผู้ชายในใต้หล้าล้วนหลงไหลหมายปองอยากมีวาสนาได้รู้จักกับผู้หญิงนิกายนี้กันทั้งนั้น
เมื่อสี่นิกายมาถึงพร้อมเพรียงกันแล้ว ชายชราผู้นำนิกายจิตนิรันดร์มาในครั้งนี้ก็ได้ก้าวเดินออกมาข้างหน้าพร้อมยกมือส่งสัญญานให้ทุกคนเงียบเสียง
"ข้าจงอี้เฉิน แห่งนิกายจิตนิรันดร์จะมาเป็ตัวแทนควบคุมดูแลในการแข่งขันครั้งนี้
"นี่พี่ชาย! ผู้าุโคนนี้ที่ออกมานี่เป็ใครกันหรอ?"ชายหนุ่มขี้สงสัยคนนึงเอ่ยถามคนข้างๆ
"หือ!นี่เ้าไม่รู้จักหรือ?"
"โถ่พี่ชาย!ถ้าข้ารู้จักจะมาถามให้เสียเวลาทำไมเล่า!"
"ท่านผู้นี้คือผู้าุโสูงสุดของนิกายจิตนิรันดร์เชียวนะ"
"อ่า! ผู้าุโสูงสุดของนิกายจิตนิรันดร์เลยหรอนี่!!"
"ใช่แล้ว! แถมเป็หนึ่งในไม่กี่คนที่มีพลังถึงระดับก่อกำเนิดขั้นสูงด้วยนะ!!"
"หือ!พี่ชายไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ยนี่!!"
ชายหนุ่มคนนั้นใแล้วใอีก เพราะระดับก่อกำเนิดเป็ระดับพลังที่มันไม่เคยนึกฝันถึงเลย เมื่อได้มาพบเจอคนที่มีพลังระดับนี้ก็อดตื่นเต้นไม่ได้
"ตอนนี้ขอให้เหล่าเ้าเมืองชั้นในทั้งสี่จงนำผู้เข้าแข่งขันก้าวออกมาข้างหน้า"
เสียงของจงอี้เฉินแม้จะฟังดูราบเรียบไม่ได้ดังอะไรมากมาย แต่กับผสานไปด้วยพลังก่อกำเนิดอันเข้มแข็ง จึงดังเข้าหูผู้คนร้อยกว่าคนอย่างทั่วถึงรวมทั้งเทียนฉินเองก็เช่นกัน
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ท่ามกลางผู้คนมากมาย ปรากฏร่างยี่สิบคนรีบเดินออกจากฝูงคนไปหยุดรอคำสั่งเบื้องหน้าจงอิ้เฉินด้วยความเคารพ
"ผู้ใดเป็นักพรตอิสระที่อยากเข้าร่วมการแข่งขันให้ก้าวออกมาข้างหน้า"
จากนั้นก็มีผู้คนร้อยกว่าคนก้าวออกมาจากกลุ่มยืนแยกต่างหาก
"สำหรับตัวแทนของสี่เมืองชั้นใน แต่หัวเมืองจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมแดนลับนี้ห้าสิทธิ์ ตอนนี้ข้าจะมอบจะทำการมอบแผ่นหยกบันทึกคะแนนให้พวกเ้า"
จงอีเฉินกวาดตามองตัวแทนของสี่เมืองแล้วจึงเอ่ยออกเสียงเรียบ
"รายละเอียดการแข่งขันล้วนถูกบันทึกไว้ในแผ่นหยกนี้รวมถึงกฏกติกาต่างๆมีอะไรบ้าง พวกเ้าจงใช้พลังจิตเข้าไปตรวจสอบข้างในด้วยตัวเองเถิด"
เทียนฉินรับแผ่นหยกมาพลิกซ้ายพลิกขวาตรวจดูจะเห็นได้ว่าเป็แผ่นหยกมีขนาดเท่าฝ่ามือเด็กมีสีแดงอำพันแวววาว หลังจากตรวจดูภายนอกแล้วจึงถ่ายเทจิตััเข้าไปในแผ่นหยกทันที
ภายในแผ่นหยกมีข้อมูลเขียนไว้ชัดเจนมากเหมือนที่รู้มาจากคำบอกเล่าของเ้าเมืองลู่ แต่ที่สะดุดตาเทียนฉินคือในนี้มีคะแนนอยู่สิบคะแนน
หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วเทียนฉินก็เก็บใส่เข้าไปในแหวนมิติเลิกสนใจแผ่นหยกนั้นหันมามองคนรอบข้างโดยเฉพาะพวกนักพรตอิสระ
"นี่เ้ารู้มั้ยว่าว่าทำไมแผ่นหยกของนักพรตอิสระถึงสีไม่เหมือนของเรา"
เทียนฉินนึกสงสัยในทันทีเมื่อได้เห็นแผ่นหยกบันทึกคะแนนของทางนักพรตอิสระที่มีความแตกต่างเพราะว่าสีไม่คล้ายกันกับของเขา
เหม่ยหลินที่อยู่ด้านข้างได้ยินจึงหันมาอธิบายให้เทียนฟังว่า สาเหตุที่แผ่นหยกบันทึกคะแนนของทางนักพรตอิสระมีสีสันไม่เหมือนนั้น เป็เหมือนการเล่นสนุกของทางสี่นิกายที่สืบทอดกันมานานแล้ว
ยามแดนลับเปิดออก ทั้งสี่นิกายจะเล่นพนันกันว่าเมื่อมีนักพรตอิสระรอดกลับมาได้มาหลังจากครบกำหนดเวลาแล้ว แผ่นหยกที่นักพรตอิสระนั้นเก็บไว้มีสีของนิกายใดมากที่สุดนิกายนั้นถือเป็ผู้ชนะ
"อ่อ!!"
จบตอนที่ 13