นางร้ายถูกเนรทศกับระบบร้านค้าความดี

    บทที่ 166 ผู้วิเศษ 

    บทที่ 166

    ผู้วิเศษ 

    เหล่าทหารจากพวกขุนนางหลังจากขนส่งของพวกนี้มาถึงหอบำเพ็ญตน พวกมันก็ได้ออกไปตามคำไล่ของเจ้าหอ

     

    แม้ว่าพวกทหารพวกนั้นจะได้รับคำสั่งให้มาสอดแนมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และก็ดูท่าทีของพวกหอบำเพ็ญตน

     

    แต่ว่าเมื่อโดนผู้อาวุโสหม่ากล่าวคำขับไล่ พวกมันเองก็ต้องยอมจากไปแต่โดยดีไม่กล้าขัดขืน

     

    ตัวตนของผู้วิเศษผู้นี้แม้แต่พวกราชวงศ์เองก็ยังให้เกียรติ เขามีตำแหน่งที่สูงส่งมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป

     

    พวกทหารรู้ดีถ้าเกิดว่าทำอันใดไปโดยที่ไม่คิดหน้าคิดหลังและขัดคำสั่งของผู้อาวุโสผู้นี้ พวกมันจะได้รับผลที่ตามมาอย่างแน่นอน

     

    เพราะแบบนั้นพวกมันจึงยอมจากไปแต่โดยดีและปล่อยให้พวกผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณหารือเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกันเอง

     

    หลังจากที่พวกทหารออกไปจากสถานที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้ว บรรยากาศภายในสถานที่แห่งนี้ก็เปลี่ยนกลายเป็นความเงียบ 

     

    ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าท่านผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องหน้าของพวกมันกำลังคิดอันใดอยู่ 

     

    “ คือว่านี่มันอันใดอย่างนั้นหรือขอรับ ”

     

    “ เหตุใดท่านเจ้าหอจึงแสดงท่าทางเช่นนั้น ” ผู้อาวุโสผู้หนึ่งก้าวเข้ามาถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ 

     

    ในยามนี้มันไม่รู้ว่าท่านเจ้าหอเป็นอันใดกันแน่เหตุใดจึงแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา 

     

    “ ลองดูนี่สิหลังจากที่ดูแล้วก็กล่าวกับข้าวว่าเจ้าคิดอย่างไรหลังจากที่ได้เห็นมัน ” ปรมาจารย์หม่ายื่นหินภายในมือให้กับผู้อาวุโสผู้ช่วยข้างกาย 

     

    ผู้นั้นรับมันเอาไว้ทางกลับดึงมันเข้าไปแล้วก็ใช้ดวงตามองดูว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อดวงตาของมันมองดูสิ่งที่อยู่ภายในมือมันก็แสดงใบหน้าจริงจัง 

     

    “ นี่มันพลังวิญญาณจำนวนมากถูกอัดแน่นอยู่ภายในหินก้อนเดียว ”  

     

    “ ใช่แล้วพลังวิญญาณจำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบของอักขระจากนั้นก็อัดแน่นอยู่ภายในหินก้อนเล็กๆก้อนนี้ก้อนเดียวเท่านั้น ”

     

    “ เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกอย่างนั้นหรือ ”

     

    “ ก็แปลกขอรับ แปลกตรงที่ว่าทำไมคนที่มีพลังวิญญาณมากมายขนาดนี้ถึงไม่มีชื่อเรียกแล้วก็ไม่มีชื่อเสียงภายในอาณาจักรเลย ”

     

    “ ไม่ใช่เรื่องนั้น!!! ” ผู้อาวุโสหม่าตวาดขึ้น

     

    พาให้ทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้สะดุ้งกันไปตามๆกัน 

     

    ผู้อาวุโสผู้ช่วยแสดงใบหน้าสับสน “ ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้นแล้ว…. ” 

     

    “ แน่นอนว่าเรื่องที่มีพลังวิญญาณมากมายมันเองก็น่าตกใจ ”

     

    “ แต่ว่าสำหรับพวกเราที่เป็นผู้บำเพ็ญตนรู้ดีอยู่แล้วว่าพลังวิญญาณเป็นสิ่งที่มีค่ามากขนาดไหน ”

     

    “ ที่ตัวของข้าบอกว่ามันน่าแปลกก็คือจะมีผู้ใดที่เอาพลังวิญญาณที่มีค่าขนาดนั้นไม่ยัดใส่ภายในหินเช่นนี้กัน ”

     

    “ แม้จะมองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าเจ้าหินนี่ถูกทำให้กลายเป็นภาชนะรองรับอักขระ”

     

    “ แต่ว่าสำหรับพวกเราที่เป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณการจะหาภาชนะที่รองรับอักขระก็ควรหาของที่มันมีค่ากว่านี้ ”

     

    “ แต่ว่าในตอนนี้คนผู้นั้นกลับนำเอาพลังวิญญาณที่มีค่ามากมายขนาดนั้นมายัดใส่ภายในหินที่ไร้ค่าเช่นนี้ ” 

     

    “ มันน่าแปลกน่าแปลกจริงๆไม่เพียงเท่านั้น เจ้าดูนั่นสิของมากมายขนาดนั้นแล้วแต่ละอย่างก็ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบเดียวกัน ”

     

    “ พลังวิญญาณจำนวนมากที่ใส่เข้าไปก็ล้วนแล้วแต่เป็นพลังวิญญาณจำนวนมหาศาล ไม่เพียงเท่านั้นการสร้างพวกมันใช้เวลานานขนาดไหนหรือใช้เวลาสั้นขนาดไหนพวกเราก็ไม่รู้ ”

     

    “ ไม่ว่าอย่างไรมันก็ล้วนแล้วแต่มีปริศนาเต็มไปหมด คนผู้นั้นเป็นผู้ใดกันแน่ ” หลังจากจ้องมองหินศิลาภายในมือเพียงแค่ครู่เดียว 

     

    ชายชราผู้นี้เองก็ตั้งข้อสงสัยขึ้นมามากมาย ประสบการณ์อันมากมายที่ตนเองสะสมมา กับเรื่องราวที่พบเจอในครั้งนี้ทำให้ตัวของมันรู้สึกสงสัย 

     

    “ ถ้าเช่นนั้นหรือว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะขอรับ ”  ผู้อาวุโสผู้ช่วยถาม 

     

    “ เจ้าบ้าถ้าสามารถทำได้ขนาดนี้จะกล่าวว่าเป็นอัจฉริยะก็อย่างน้อยไป ”

     

    “ คนที่ทำได้ขนาดนี้ถ้าบอกว่าไม่ใช่มนุษย์ข้าเองก็คงจะเชื่อ ด้วยการที่สามารถสร้างของพวกนี้ขึ้นมาทั้งวิธีการทำและก็ทุกๆอย่างจากที่ประเมินสายตาเป็นคนผู้เดียว ” 

     

    “ คนผู้นั้นเป็นผู้ใดกันแน่เหตุใดจึงมีพลังวิญญาณมากมายขนาดนี้ ” 

     

    พวกเหล่าลูกศิษย์ภายในหอผู้บำเพ็ญแห่งนี้พากันตกตะลึง พวกมันกำลังได้ยินผู้ที่พวกมันกำลังเคารพนับถือยกย่องคนอีกผู้หนึ่งอยู่ 

     

    ท่ามกลางพูดวิเศษที่ถูกยกย่องภายในดินแดนแห่งนี้หลายสิบหลายร้อยชีวิตในตอนนี้พวกมันกำลังตั้งข้อสงสัยกับคนปริศนาผู้นั้น

     

    “ ขลของพวกนี้เข้าไปภายในห้องนั้นข้าจะทำการศึกษามันด้วยตนเอง ”

     

    “ เข้าใจแล้วขอรับ ”

     

    …

     

    .หลังจากนั้นหอบบำเพ็ญตนได้รวบรวมเหล่าผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณที่เชี่ยววชาญในด้านอักขระระดับสูงภายในหอบำเพ็ญตนแห่งนี้เข้ามาภายในห้อง 

     

    การระดมคนที่มีความสามารถจำนวนมากขณะนี้เข้ามา แสดงว่ามันคงจะเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน 

     

    หลังจากที่ระดมผู้ที่มีความสามารถในด้านอักขระระดับสูงและเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้ว อาวุโสหม่าและคนพวกนั้นก็เริ่มศึกษาเห็นแสงพวกนี้อย่างรวดเร็ว

     

    ผ่านไปหลายชั่วยาม 

     

    สิ่งที่มันปรากฏขึ้นก็คือความมืดบอด ในยามนี้พวกคนที่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้วิเศษ กำลังพบเจอทางตัน 

     

    พวกมันเองไม่แตกต่างจากพวกคนที่กำลังหลงอยู่ภายในเขาวงกตที่ไม่มีทางออก กำลังตกตะลึงกับอัคราที่หน้าวิเศษที่พวกมันกำลังพบเจอ 

     

    “ นี่มันอะไรกันข้าไม่เคยพบเจอลวดลายอักขระแบบนี้มาก่อนเลย ”

     

    “ แม้ว่ามันจะเหมือนกับพวกอักขระพื้นฐานแต่ว่ามันก็ซับซ้อนกว่ามาก เหมือนกับว่าเป็นอักขระที่ถูกสร้างและพัฒนาขึ้นมา ” ผู้เชี่ยวชาญอักขระแซ่หวังกำลังตกตะลึง

     

    ภายในสถานที่แห่งนี้รวมผู้อาวุโสหม่า ก็มีพวกผู้เชี่ยวชาญพลังวิญญาณอีกประมาณ 10 คน

     

    “ นั่นสิข้าเองไม่เคยพบเจอแบบนี้มาก่อนเลย ”

     

    “ มันทั้งซับซ้อนแถมยังมองออกยากอีกด้วย ลวดลายลิขิตเขียนนี่มันอะไรกันพลังวิญญาณจำนวนมากสถิตอยู่ภายในเส้นอักขระแต่ละเส้น ” 

     

    “ แบบนี้พวกเราจะมองออกได้อย่างไรเกิดมาทั้งชีวิตข้ายังไม่เคยพบเจออักขระที่ซับซ้อนขนาดนี้มาก่อนเลย ”

     

    “ จะเอาอย่างไรดีขอรับท่านเจ้าหอ นี่พวกเราศึกษามาหลายชั่วยามติดติดแล้วยังไม่ได้พบเจออันใดนอกจากความตกตะลึง ” หนึ่งในผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญหันไปถาม 

     

    ปรมาจารย์แซ่หม่าผู้ที่ทุกคนกำลังยกย่องว่าเป็นผู้วิเศษเองก็กำลังตกอยู่ในความสับสนไม่ต่างกัน

     

    “ ศึกษาต่อไปพวกเรามีอีกหลายๆอย่างที่จำเป็นจะต้องรู้เกี่ยวกับเจ้าของสิ่งนี้ ”

     

    “ ลวดลายอักขระที่เหนือธรรมดา ” 

     

    “ และยังเส้นของอักขระที่มากมายขนาดนี้ผู้ที่สร้างขึ้นมาเป็นเทพเซียนหรืออย่างไร ” แม้แต่ปรมาจารย์ผู้ที่ถูกขนานนามว่ายิ่งใหญ่ในด้านอักขระที่สุดของอาณาจักร 

     

    ยังกล่าวยกย่องอักขระที่ถูกสร้างขึ้นมาได้เยี่ยมยอดพวกนี้เลย  ในช่วงอายุที่ยาวนานของชายชราผู้นี้ไม่เคยพบเจออักขระที่ถูกสร้างขึ้นมาแยกยอดขนาดนี้มาก่อนเลย 

     

    หลังจากนั้นเราผู้อาวุโสของหอบำเพ็ญตนก็ใช้เวลาศึกษาอักขระที่ตนเองได้มาอยู่อีกหลายวัน 

     

    ผ่านไปประมาณ 3 วัน

     

    จบบท


     

    คล้ายกับเรื่องนางร้ายถูกเนรทศกับระบบร้านค้าความดี ที่คุณอ่าน