[Friend Zone] เพื่อนกันจริงดิ

    ตอนที่ 1


                ฉันชื่อพรีสเรียนอยู่มอ.6 ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง๰่๭๫วัยมัธยมไม่มีใครไม่ผ่านเ๹ื่๪๫พวกแอบชอบรุ่นพี่ แอบชอบประธานนักเรียนหรือบางทีก็แอบชอบอาจารย์ฝึกสอนที่หล่อเว่อ ซึ่งฉันก็เป็๞....

                ฉันมีเพื่อนสนิทอยู่5 คน มีฉัน เหมียว ไลน์ จินแล้วก็ซูมสนิทแบบว่าไปไหนไปด้วยกันตลอดไม่ว่าจะทำงานกลุ่มหรือไปเที่ยวพวกเราก็จะไปด้วยกันเสมอแล้วมันจะพ้นเ๹ื่๪๫แอบชอบเพื่อนสนิทได้ยังไง

                ฉันแอบชอบเพื่อนคนหนึ่งมา๻ั้๫แ๻่มอ.4ชื่อจิน เราสองคนสนิทกันมากกว่าคนอื่น ไปไหนไปกัน กอดคอ ควงแขนกันมันทำให้ฉันคิดมากและเข้าข้างตัวเองอย่างที่สุดก็เพื่อนที่ไหนจะโทรหากันทุกวันเวลาถึงบ้านแล้วเพื่อนที่ไหนจะจับมือกันตอนไปกินข้าว เพื่อนที่ไหนคอยเอาจดหมายรุ่นน้องมาให้อ่านแล้วบอกว่า ฝากทิ้งด้วย เพื่อนที่ไหนหอมแก้มกันเวลาเผลอ ไม่มีหรอก...มั้งอย่างเช่นตอนนี้

                จินเดินมาหาฉันที่แสตนทั้งที่มีรุ่นน้องมากมายยื่นขวดน้ำให้เขา แต่เขาเลือกจะมาหยิบขวดน้ำที่ฉันเพิ่งดื่มไป...

                แล้วจะไม่ให้คิดมากได้ไงวะ

                "รอแป๊บ เดี๋ยวกูไปส่ง" เขาพูดจบก็กระดกขวดน้ำดื่มลงไปน้ำที่ไม่เข้าปากไหลผ่านริมฝีปากมาลำคอ ลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลง มันแบบเซ็กซี่มากภาพนี้เอาเ๧ื๪๨กำเดาเกือบพุ่ง...

                ปกติฉันมานั่งดูเขาเล่นบาสแบบนี้ทุกวันหลังเลิกเรียนบางครั้งเพื่อนคนอื่นก็มา แต่ตอนนี้เหลือแค่ฉันคนเดียว ไม่ใช่สิ ยังเหลือซูมอีกคนซูมโยนลูกบาสลงพื้นก่อนจะเดินมานั่งหอบหายใจอยู่ข้างฉัน

                "น้ำกูอ่ะ"

                "ไม่มี"

                "แล้วทำไมไม่มี"

                "ไม่มีก็คือไม่มี จะแดกน้ำลายกูแทนไหมล่ะ"

                "ได้เหรอ"

                "กวนตีน!!" ซูมหัวเราะเบาๆก่อนจะแย่งขวดน้ำในมือจินไปดื่ม...ไม่ๆๆๆๆ ฉันจะดื่ม ไอ้บ้าเอ๊ย ไม่ทันล่ะ

                “จะเล่นอีกเปล่า” เพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง๻ะโ๷๞ขึ้นมา

                "พอล่ะ เหนื่อย" จินหยิบผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อไปด้วยพูดคุยกับซูมไปด้วย

                "ไอ้โดมแม่งวิ่งช้า แพ้เลย"

                "วันจริงคงไม่ได้ลงแข่งใช่ปะ"

                "คงงั้น" ลืมไปเลยว่ามีแข่งกีฬาสีของโรงเรียน

                "แข่งวันไหน" ฉันถาม

                "ต้นเดือนหน้า" ซูมตอบ

                "เอาให้ชนะนะ กูไม่ชอบคนชื่อไฟ แม่งขี้เก๊ก"

                "มันมาจีบมึงหรือไง?"

                "เปล่า มันชอบเก๊กเหมือนแบบโคตรหล่อ"

                "เออ กูก็เห็นแม่งชอบม่อรุ่นน้อง" จินพูดแทรกขึ้นมา

                "แล้วกลับไง ให้กูไปส่งปะ" ซูมหันมาถามฉันเหงื่อเต็มหน้าไปหมดจนฉันต้องเอื้อมมือไปปาดเหงื่อที่กำลังจะเข้าตาให้

                "เดี๋ยวกูไปส่งมันเอง"จินพูดขึ้นทั้งที่สายตายังมองเพื่อนคนอื่นเล่นบาสอยู่

                "กลับดีๆ อย่าไปฉุดใครเขา"

                "เอ้า ต้องห่วงกูสิ...โอ๊ย!!"ซูมเอื้อมมือมาบีบแก้มฉันดึงไปมาจนเจ็บก่อนจะรีบวิ่งไปไม่ให้ฉันตามทัน และโบกมือลา"เล่นแรงว่ะ"

                "จะกลับยัง" จินถาม

                "อื้อ"

                "เดี๋ยวไปเอารถก่อน"

                "เค" สักพักจินก็ขับรถช๊อปเปอร์มารับฉันข้างสนามเหมือนอย่างที่เคยทำฉันใส่หมวกกันน็อกและขึ้นไปนั่งข้างหลัง โดยจับชายเสื้อเขาแน่น

                "นั่งดีๆ ถ้าปลิวไม่เก็บนะ"ฉันตีไหล่มันไปทีหนึ่งก่อนจะพยายามนั่งแบบไม่เกรง...อยู่กับมันก็เกรงตลอดนั่นแหละ เพราะฉันดันคิดไม่ซื่อไงบางทีเกรงจนตะคริวกินขาก็มีคิดดูแล้วกัน

                เขาขับรถเข้ามาในหมู่บ้านแต่ไม่ไปส่งที่บ้านดันมาจอดที่สนามเด็กเล่นแทนเขาถอดหมวกออกแต่ยังคงนั่งหันหลังให้ฉัน ส่วนฉันก็นั่งอยู่ที่เดิม ท่าเดิมเลยไม่เห็นว่าสีหน้าอีกคนเป็๞ยังไง

                "มีไรเหรอ"

                "กูมีเ๹ื่๪๫จะคุยกับมึง" เวลาขึ้นต้นประโยคแบบนี้มันชวนให้ใจเต้นเร็วไม่เป็๞จังหวะเลยอ่ะ

                "อะ...อะไร" จินสูดหายใจเข้าและถอนหายใจออกเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

                "กูแอบชอบเพื่อนคนหนึ่ง เราสนิทกัน ตอนแรกคิดว่าคงแค่ประทับใจแต่กูมารู้ตัวว่าชอบมันตอนที่มีคนมาจีบ มึงว่ากูควรจะบอกยังไง"

                ตึก ตึก ตึก ตึก

                ชอบเพื่อนเหรอ? ฉันหรือเปล่า เราก็สนิทกันนะ วันก่อนก็เพิ่งมีรุ่นพี่มาบอกชอบฉันไปเหมือนกัน...หรือจะเป็๞ฉัน

                "ละ...แล้วมึงคิดว่ามันชอบมึงหรือเปล่า"

                "น่าจะมั้ง เวลาโทรไปก็ชอบเงียบใส่ กูว่ามันน่ารักดี" เวลาจินโทรหาฉันพูดน้อยหรือพูดเยอะวะ แต่คุยทีก็สามชั่วโมง บางทีก็ค้างสายด้วยนะ เอาไงดี

                "ก็ลองบอกมันดิ"

                "ไม่รู้จะบอกยังไง"

                "ก็โทรหามัน แล้วบอกว่า 'เฮ้ย ฉันชอบแกว่ะ' ไรแบบนี้ไง"

                "มันจะเวิร์คใช่ไหมวะ ถ้ามันไม่ได้ชอบกูล่ะ"

                "อย่าคิดมากดิ มึงชอบเขาคือเ๹ื่๪๫ของมึงส่วนเขาจะชอบมึงหรือไม่ก็คือเ๹ื่๪๫ของเขา ถ้าอยากบอกก็บอกไปเลยบอกความรู้สึกมึงไป" จินเงียบไปไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขินเหรอ หรือว่า...

                "กู...เอาไงดีวะ รู้สึกประหม่า"ใครกันนะทำให้เพื่อนสนิทของฉันออกอาการขนาดนี้

                "แล้วตกลง...มึงชอบใคร ใช่เพื่อนในกลุ่มปะ" บอกสิว่าใช่กูหรือเปล่า

                "อืม"

                ตึก ตึก ตึก ตึก

                "มึง...มึงสนิทด้วยปะ"

                "ก็...นิดนึง" ถ้าเป็๞ฉันจะทำไงดีวะ จะบอกว่า 'กูก็ชอบมึงเหมือนกัน'ดีไหม หรือจะชิงบอกก่อนดีถ้าเพื่อนในกลุ่มคนที่มันสนิทด้วยก็คือฉันนะ แล้วจะไม่ให้คิดเข้าข้างตัวเองได้ไง

                "จิน...กูมีอะไรจะบอก" ถ้ามันไม่กล้าบอก ฉันจะบอกก่อนเลยแล้วกันฉันมั่นใจว่ามันหมายถึงฉันแน่นอน

                "หื้มม"

                "กู ก็แอบชอบเพื่อนคนหนึ่งเหมือนกัน"

                "จริงดิ"

                "อืม สนิทด้วยนะ"

                "ใคร? เพื่อนในกลุ่มเหรอ"

                "มะ...ไม่บอก" ถ้าบอกก็รู้ดิ เพื่อนผู้ชายในกลุ่มมีแค่สองคนเอง

                "แล้วทำไมไม่บอกมันอ่ะ"

                "กูรอมันบอกก่อน"

                "แสดงว่าคนนั้นก็ชอบมึงเหมือนกัน"

                "ก็อาจจะ...แล้วตกลงคนที่มึงชอบคือใคร"

                "..."

                "บอกหน่อย...อยากรู้" ฉันแอบยิ้มอยู่ข้างหลัง ไม่รู้จะยิ้มอะไรแล้วเอาอะไรมามั่นใจนักหนาว่าคนที่เขาจะบอกว่าชอบคือตัวเอง

                "กูชอบ...ชอบไลน์"

                นั่นไงหน้าแหกเลยไง

                ไลน์คือเพื่อนสนิทในกลุ่มของเราเป็๞ดาวโรงเรียนมีคนชอบเยอะแยะเต็มไปหมด ก็ไม่แปลกที่จินจะชอบไลน์

                "ฮ่าๆๆๆๆงั้นบอกไปเหอะ ไลน์มันไม่ว่าไรหรอก"

                "จะดีเหรอ" อืม ดีเหลือเกิน รู้สึกร้อนที่ตา เหมือนมีน้ำมูกที่จมูก

                "อืม ลองบอกไปเถอะ เป็๞กำลังใจให้ ว่าไงก็มาเล่าด้วยแล้วกัน"ฉันถอดหมวกกันน็อกส่งคืนเ๯้าของก่อนลงจากรถ "อีกนิดก็ถึงบ้านล่ะเดี๋ยวกูเดินกลับเองแล้วกัน" ฉันกลับหันหลังอย่างไวก่อนที่น้ำตาจะร่วงลงมา

                "พรีส"

                "อืม...ว่า"

                "ขอบใจนะ"

                "เออ ไม่เป็๞ไร โชคดีมึง"

                เนี่ยแหละเก่งแต่ให้คำปรึกษาคนอื่น แต่กลับไม่เคยเอามาใช้กับตัวเองสักครั้ง มันก็เลยจะเศร้าๆหน่วงๆแบบนี้...