แต่เมื่อเดินผ่านแผงขายอาหารหลินหวั่นชิวกลับพบว่าความเป็นจริงไม่ตรงกับสิ่งที่คิดไว้
เจียงหงหย่วนทั้งตัวสูงใหญ่ ทั้งสะพายห่อผ้าใบโตกินพื้นที่มาก
ความจริงดอกไม้ลูกปัดและดอกไม้ผ้าไม่ได้กินพื้นที่มากแต่เพื่อยกระดับสินค้า หลินหวั่นชิวใส่พวกมันลงในกล่องเครื่องประดับด้วยเหตุนี้จึงกินที่มาก
ช่วยไม่ได้ ทั้งคู่ได้แต่เอาของกลับไปเก็บเสียก่อนหลินหวั่นชิวฝากให้ยายสวีช่วยจัดการให้ บอกนางอย่างชัดเจนว่าดอกไม้ลูกปัดขายอย่างไรดอกไม้ผ้าขายอย่างไร ให้นางช่วยส่งไปที่ร้านเครื่องประดับจวี้ฝูและนำเงินกลับมา
ยายสวีไม่ค่อยกล้า เจียงหงป๋อได้ยินดังนั้นจึงเสนอว่าจะไปกับยายสวีด้วยเรื่องนี้ถึงเป็นอันตกลง
ทั้งคู่พากันออกจากบ้านอีกครั้ง
“ท่านไม่เตือนข้าบ้างเลย” หลินหวั่นชิวโยนความผิดกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตัวเอง
เจียงหงหย่วน “…”
ข้าแค่ฟังตามที่เจ้าว่าก็เท่านั้น
ผลลัพธ์…
เชื่อฟังก็ผิด!
เขาจูงภรรยาตัวน้อยพูดอย่างวางอำนาจว่า “ถ้างั้นต่อไปนี้ทำตามที่ข้าว่า!”
หลินหวั่นชิวพยักหน้า ไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ
เพียงแต่หลังจากที่ใครบางคนได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อในอนาคต ลิ้มรสซ้ำทุกคืน…ปากเอาแต่พูดว่านางรับปากเองว่าจะเชื่อฟังเขา
ตอนนั้นใครบางคนกลับต้องเสียใจในภายหลัง!
ทั้งคู่เปลี่ยนร้านกินไปสามร้านหลินหวั่นชิวได้กินของที่เลือกพวกนั้นสมใจปรารถนา
เต้าฮวยหอมหวาน ปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้เกี๊ยวราดน้ำมันพริก นางกินจนพุงป่อง
แต่บุรุษหนุ่มไม่ชอบที่นางกระเพาะเล็กกวาดของที่นางกินเหลือลงท้องตัวเองหมด “กินน้อยอย่างกับแมว เช่นนี้เมื่อไรจะอ้วน” เจียงหงหย่วนกลัดกลุ้ม
หลินหวั่นชิว “…”
เจ้ากำลังขุนข้าเป็นหมูหรือ?
“ไป พวกเราไปทำทะเบียนสมรส” ทำทะเบียนสมรส เข้าสำมะโนครัว ภรรยาตัวน้อยจะได้เป็นภรรยาที่แม้แต่ที่ทำการอำเภอก็ให้การยอมรับ!
มาถึงที่ทำการอำเภอ เจียงหงหย่วนไม่ได้ไปหาผู้ช่วยนายอำเภอแต่ไปหาจู่ปู้ สองฝ่ายต่างก็รู้จักกัน เรื่องนี้จึงเสร็จเร็วเป็นพิเศษ
ก่อนกลับเจียงหงหย่วนยังบอกว่าจะเชิญจู่ปู้ดื่มสุราก่อนปีใหม่
จู่ปู้ตอบตกลงด้วยความยินดี
“ทะเบียนสมรสในสมัยโบราณเป็นเช่นนี้นี่เอง!” หลินหวั่นชิวมองกระดาษประทับตราสีแดงในมือ แอบถอนหายใจหากนำไปขายในเสียนอวี๋น่าจะได้ราคาดี!
นางคิด
“ข้าจะเก็บทะเบียนสมรสไว้เอง!” รอให้ภรรยาตัวน้อยดูจนพอใจ เจียงหงหย่วนก็ยื่นมือมาแย่งทะเบียนสมรสไปพับแล้วเก็บเข้าอกเสื้อ
ขี้งก!
หลินหวั่นชิวทำตาขวางใส่เขา
“พวกเราไปร้านตีเหล็กก่อนเถิด” ไม่รอให้หลินหวั่นชิวส่งเสียง เจียงหงหย่วนพูดขึ้น
“เหตุใดถึงไปร้านตีเหล็ก?” หลินหวั่นชิวถาม
“สั่งลูกธนูกับดาบเหล็กเย็นไว้มีประโยชน์บนภูเขา” เจียงหงหย่วนตอบ
“ควรซื้อของดีจริงๆ นั่นแหละ” ขึ้นเขาล่าสัตว์เป็นการเอาชีวิตไปเสี่ยงอยากให้ผลงานดีก็ต้องลับเครื่องมือให้คม!
เหตุใดนางไม่เคยคิดจะช่วยเขาหาอาวุธจากบนเสียนอวี๋บ้างเลย?
นางถูกบุรุษหนุ่มจูงมือเดินจึงไม่ได้สนใจมองทางความคิดจมอยู่ในเสียนอวี๋
หึ หาเจอจริงด้วย
“หน้าไม้สภาพสมบูรณ์แปดสิบเปอร์เซ็นต์ทำจากสเตนเลสและโลหะเกรดอากาศยาน พกพาสะดวก ระยะยิงไกล ประสิทธิภาพรุนแรงสามารถยิงแบบต่อเนื่อง มีธนูให้ห้าสิบดอก ยอมขายที่ห้าพันสามร้อยแปดสิบหยวนต่อราคาไสหัวไปให้ไกล…”
“กริชเหล็กกล้าสไตล์เดียวกับแรมโบ้สำหรับเอาชีวิตในป่า ของปลอมเกรดท็อป หลายฟังก์ชัน ตัดเหล็กง่ายเหมือนโคลนราคายุติธรรม! ซองหนังวัวสภาพเก้าสิบเปอร์เซ็นต์คู่ควรกับคุณ หนึ่งพันแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน ต่อราคาขอให้โสดตลอดชีวิต!”
แพงมาก!
มารดามันเถิด พวกขายของมือสองพวกนี้ยังจะกล้าอวด!
แต่ว่า…
ก็สมควรอวดนั่นแหละ
แพงแค่ไหนนางก็ต้องซื้อ!
หลินหวั่นชิวเชื่อมั่นในระบบของเสียนอวี๋ในเมื่อคนเหล่านี้นำของออกมาขายได้ก็ต้องผ่านการประเมินจากเสียนอวี๋ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคาอย่างน้อยคำอธิบายถึงสินค้าของพวกเขาก็ไม่มีปัญหาเป็นแน่
กัดฟันซื้อสองอย่างนี้ บัญชีนางเงินร่อยหรอทันที
ดูท่าคงต้องรีบหาของไปขายในเสียนอวี๋เพิ่มอีกมิเช่นนั้น…วันหน้านางคงซื้อของจากเสียนอวี๋อีกไม่ได้เพราะไม่มีเงินเป็นแน่!
เงินหาได้ช้าแต่ใช้ไวจริงๆ
มาถึงร้านตีเหล็กเจียงหงหย่วนไปตรวจรับของที่สั่งไว้ หลินหวั่นชิวมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นจะมีกระไร
นางไม่เข้าใจ
เจียงหงหย่วนจ่ายเงินรับของเสร็จทั้งคู่จึงกลับบ้าน
หลินหวั่นชิวเข้าห้องแล้วปิดประตูนำของสองอย่างที่ซื้อจากเสียนอวี๋ออกมาซื้อกล่องไม้ขนาดพอดีเพิ่มจากเสียนอวี๋อีกสองใบ
ห่อเรียบร้อยแล้วเปิดประตูพิงประตูกวักมือเรียกเจียงหงหย่วน “หย่วนเกอมานี่หน่อย”
หย่วนเกอมานี่หน่อย…
ภรรยาตัวน้อยพิงประตูกวักมือเรียกเขาเช่นนี้ทิวทัศน์นี้ช่าง…
เจียงหงหย่วนต้องกลืนน้ำลายดังอึก
ภรรยาตัวน้อยไม่อยากให้เขาไปเลยจะให้กินเนื้อก่อนไปใช่หรือไม่?
หึหึหึ เขามาแล้ว!
วิ่งเข้าห้องภรรยาตัวน้อยราวกับหมาป่า
ทว่ากลับถูกนางยกกล่องไม้สองใบขึ้นขวาง
“นี่กระไร?” ชายหนุ่มผิดหวังมาก!
“ท่านเปิดดูสิ!” ภรรยาตัวน้อยตาเป็นประกาย ดวงตาหยาดเยิ้มมีแต่เงาของเขาส่องสะท้อน
บุรุษหนุ่มอารมณ์ดีขึ้นมา
เขารับกล่องมาเปิดดูด้วยความสงสัยเห็นวัตถุหน้าตาคล้ายกริชวางราบอยู่ด้านใน
เจียงหงหย่วนหยิบกริชขึ้นมาดู ดึงกริชออกจากปลอกถูกใจตั้งแต่แวบแรกที่เห็น
สีเงินเป็นประกายแวววาว
ด้านหลังมีฟันเลื่อยกับตะขอเจียงหงหย่วนหยิบกริชออกมาเฉือนใส่มุมโต๊ะด้านข้าง มุมโต๊ะถูกตัดออกราวกับเต้าหู้
มุมปากหลินหวั่นชิวกระตุก โต๊ะก็ต้องใช้เงินซื้อนะ!
ฟืนด้านนอกไม่พอให้ตัดหรือไร?
“กริชดี!” เจียงหงหย่วนชมอย่างถูกใจ กริชเล่มนี้ไม่ได้ทำจากเหล็กธรรมดาแต่ทำจากเหล็กกล้า!
นี่ถือว่าหายากสุดๆ!
เหล็กหลอมง่าย เหล็กกล้าหลอมยากจะหลอมจนเป็นเหล็กกล้าที่มีสิ่งเจือปนน้อยขนาดนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่!
กริชเล่มนี้ถือเป็นสมบัติ!
“ยังมีอีกกล่อง” หลินหวั่นชิวมอบอีกใบให้
เจียงหงหย่วนรีบเสียบกริชเข้ากับสายรัดเอวรับกล่องจากมือหลินหวั่นชิวมาเปิดดู เขาสูดหายใจเข้าดังเฮือก
หน้าไม้ชั้นยอด!
ทำจากเหล็กกล้าเช่นกัน!
เจียงหงหย่วนหยิบหน้าไม้ออกมาแค่พลิกดูไปมาก็รู้ว่าต้องใช้อย่างไร เขานำลูกธนูที่ใช้กับหน้าไม้โดยเฉพาะออกมา(เหมือนตะปู ไม่มีหางขนนก)ใส่ในช่องลูกธนู บรรจุได้ครั้งละห้าดอก!
เจียงหงหย่วนถือหน้าไม้ออกจากห้อง น้ำหนักเหมาะมือใช้งานง่ายมาก
เขาเล็งไปทางกองฟืนที่มุมกำแพงแล้วยิงไก ‘ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว…’
ยิงต่อเนื่องติดต่อกันห้าดอก ธนูปักลงบนไม้เจียงหงหย่วนเดินไปเก็บลูกธนูมือเปล่า ทุกดอกปักลงในไม้ลึกสามชุ่น[1]
อาวุธทรงพลัง!
อาวุธวิเศษ!
เจียงหงหย่วนตื่นเต้นจนไม่รู้จะพูดกระไรดี
“หย่วนเกอสุดยอดมากเลย ดึงธนูมือเปล่าได้ด้วย!” หลินหวั่นชิวไปช่วยดึงธนูออกจากไม้แต่ดึงไม่ได้สักนิด
ตามหลักแล้วตอนนี้นางก็แรงเยอะขึ้นเช่นกัน
เห็นอยู่ว่าที่สุดยอดคือหน้าไม้ แต่ในใจและสายตาภรรยาตัวน้อยมีแต่เขาภรรยาตัวน้อยไม่ได้สนใจหน้าไม้ ไม่สนใจกริช สายตานางมีแค่เจียงหงหย่วน!
มีแค่เขา!
หัวใจเจียงหงหย่วนละลาย
เขากอดภรรยาตัวน้อยและจูบนางอย่าลึกซึ้ง
เจียงหงป๋อกับยายสวีเดินเข้าบ้านมาเห็นภาพนี้พอดีเจียงหงป๋อรีบดึงยายสวีออกไป
เชิงอรรถ
[1] ชุ่น(寸) หน่วยวัดของจีน เท่ากับ 3.33 เซนติเมตร