[New Life] อิสระของชีวิต

    [9] บ้านใหม่

    [9] บ้านใหม่
    ช่วงวันแรกๆ ที่เซ็ทต้องตัดสินใจอนาคตของตัวเอง“เซ็ท ลูกจะนั่งอ่านแต่ไลท์โนเวลไม่ได้นะ”อดัมมาบ่นเป็นรอบที่สิบของวัน ลูกชายคนดีคนเก่งของเขาเอาแต่อ่านนิยายจนไม่ยอมกินยอมนอนมาหลายวันแล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าอยู่ๆ เกิดอะไรขึ้นเซ็ทถึงได้อ่านมันจริงจังขนาดนั้น จริงจังยิ่งกว่าตอนเขาเขียนวิทยานิพนธ์ครั้งแรกอีก“รู้แล้ว จบนี่วันนี้ผมก็จะพักล่ะ”อดัมถอนหายใจอีกครั้ง เพราะนั่นคือคำตอบแบบเดียวกันรอบที่สิบของวันแล้ว เขาบ่นเขาเรียกจนขี้เกียจจะบ่นแล้ว หวังว่าลูกชายคนดีของเขาจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควรก็แล้วกัน“ผมอ่านพวกนี้หมดก็เลิกอ่านแล้ว ไม่ต้องห่วงน่ะอดัม ผมไม่ได้เป็นโอตาคุ”“อ่า โอเคๆ”อดัมได้แต่ตอบไปแบบนั้นแล้วก็เดินกลับไปนั่งดูกระดานหุ้นของตัวเองจากไอแพดที่เซ็ทให้มาเซ็ทยังคงจดจ่ออยู่กับนวนิยายกองโตทั้งในเน็ตและหนังสือที่พึ่งสั่งมา วันๆ คือนั่งจดจ่ออยู่กับมันจนไม่สนใจข้าวปลาอาหาร ถ้านังจดจ่อแสยะยิ้มแฮะๆ หายใจแรงๆ คงไม่พ้นโดนเข้าใจผิดว่าเบนสายไปเข้าพวกกับเหล่าโอตาคุบางจำพวกเซ็ทปิดหนังสือในมือ เมื่ออ่านครบทั้งหมดแล้วก็รอให้โรสรุปจุดสำคัญ{ไลท์โนเวลส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการที่ตัวเอกไปเกิดที่ต่างโลก ทั้งมีเหตุผลและไม่มีเหตุผล ช่วงแรกๆ จะทำตัวกลืนไปกับโลกใบใหม่ในกรณีที่โลกเก่ากับโลกใหม่ต่างกันมาก ต่อมาคือการฝึกฝนพัฒนา หรือที่พวกในเน็ตชอบเรียกกันว่าเติมทรู ถ้ามีเหตุการณ์ให้แสดงฝีมือก็จะเก่งขึ้นอย่างรวดเร็ว}“ในส่วนนี้ถ้าเป็นพวกฝีมือไม่มากก็จะมากับดวง ถ้างั้นฉันจัดอยู่ในหมวดไหน?”{อย่างคุณต้องเรียกมีฝีมือ เพราะขืนคุณไม่มี โลกนี้ก็คงไม่มีใครมีฝีมือ ยิ่งมีตัวช่วยอย่างผมติดมาด้วย ชีวิตคุณก็ง่ายขึ้นสองเด้งเลย}เซ็ทหัวเราะเบาๆ ปัดผมหน้าขึ้นแล้วแสยะยิ้ม“นี่เขาเรียกจีเอ็มมาเอง โร”{คุณเรียนรู้การล้อเล่น เหมือนมนุษย์ขึ้นไปอีกหน่อยแล้วนะ}“ใครว่าล้อเล่น เรื่องจริงเถอะ”{แล้วคุณจีเอ็มจะทำอะไรต่อดีล่ะ?}“ออกกำลังกายสิ อุตส่าห์มีความสามารถกับหน้าหล่อๆ แต่ร่างกายดันปวกเปียกแบบนี้มันน่าหงุดหงิด”เซ็ทบ่นขณะกำหมัดชกลมไปด้านหน้า คามเร็วหมัดถือว่าเร็วกว่าคนทั่วไปและเร็วพอๆ กับนักมวยที่ฝึกมาหลายปี แต่สำหรับเซ็ท เซ็ทมองว่ามันอืดอาดยิ่งกว่าเต่าคลาน แถมพอปล่อยหมัดเต็มแรงไปยังรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อกระตุกอีกต่างหาก ถ้าขืนมีเหตุการณ์ให้ต้องใช้ร่างกายสู้ อ่อนแอแบบนี้ไม่เสียชื่อเซ็ทหมดรึไง{กำลังจัดตารางฝึกฝนร่างกาย}“ดี รู้ดีเหมือนเดิม”



    กลับสู่ช่วงเวลาเดิมอดัมจัดการสัญญาซื้อคอนโดเสร็จตั้งแต่วันที่เซ็ทบ่นจะย้ายบ้าน เซ็ทและอดัมก็ลงมือจัดการเก็บข้าวของทุกอย่างในบ้านแยกเป็นหมวดหมู่แพ็กลงกล่องกันอย่างจริงจัง วันนี้คนจากคอนโดดังกล่าวมาช่วยขนข้าวของทุกอย่างไปยังที่อยู่ใหม่ให้ เป็นบริการน่าประทับใจอย่างหนึ่งหลังการขายล่ะนะเป็นการย้ายบ้านที่รวดเร็วที่สุด เพราะผู้เป็นพ่อรู้ดีแหละว่าเซ็ทไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่วันเดียว อดัมเองก็อยู่ที่นี่นะ ทำไมอดัมจะไม่เข้าใจความรู้สึกแล้วตอบสนองความต้องการของลูกชายเล่า “เก็บตรงนี้เสร็จก็หมดแล้วล่ะนะ แล้วเดี๋ยวเราติดรถเขาไปกัน”“ก็ต้องอย่างนั้นแหละ”เซ็ทว่าพลางจัดเก็บคอมและร่างของโรอย่างระมัดระวัง เพราะว่ามันสำคัญจึงต้องจัดการเป็นพิเศษ ตอนยกขึ้นรถขนย้ายเขาก็ตั้งใจว่าจะขนเองคิดแล้วก็ฉุน ตอนพวกช่วยขนของมาถามว่ามีของอะไรที่จะขนไปเองเป็นพิเศษมั้ยแล้วเจออดัมตอบว่าตอนนี้ไม่มีรถไปที คนพวกนั้นถึงกับหน้าเหวอ คงไม่คิดว่าคนที่มีปัญญาซื้อคอนโดหลักสิบล้านได้แต่ดันม่มีปัญญาซื้อรถราคาไม่กี่แสน แถมตอนที่คนพวกนั้นมองเข้ามาในบ้านครั้งแรกก็รู้เลยว่าพวกมันคงดูถูกเขากับอดัมอยู่ในใจ...ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เป็นลูกจ้างเขาแท้ๆแต่สงสัยก็คงต้องไปซื้อรถมาซักคัน ยังไงซะมีรถไปไหนมาไหนเองก็สะดวกกว่าในหลายๆ อย่างด้วย จักรยานมันไม่เพียงพอต่อความต้องการนี่นะ อืม ว่าแล้วก็...“อดัม อยากได้รถคันไหนเป็นพิเศษมั้ย?” “หะ! จะซื้ออีกแล้วเหรอเซ็ท!?”คำพูดคำจาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของเซ็ท ทำเอาอดัมทำหน้าตาตื่นอีกหน ผู้เป็นพ่อเริ่มทำหน้าวิงเวียนไม่อยากได้ยิน ท่าทางจะตกอกตกใจเกินจริง จนเซ็ทถึงกับเบ้ปากมองบน“ของมันต้องใช้ก็ต้องซื้อมั้ยล่ะ”“แต่เซ็ท รถราคาไม่ใช่ถูกๆ นะ”“ถูกกว่าคอนโดก็แล้วกัน อีกอย่างเงินมีก็ใช้ๆ ไปเถอะ จะเก็บไว้ให้ราขึ้นรึไง ผมได้มาสามสิบล้านดอลนะอดัม ไม่ใช่สามร้อย ที่ยังไม่ได้มาอีกเจ็ดสิบล้าน สัญญาก็อ่านแล้วไม่ใช่รึไง เอาไปคูณค่าเงินบาทสิว่าเรามีเงินเท่าไหร่”เซ็ทพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังมากแต่ความไม่สบอารมณ์มาเต็มขั้น คอนโดเป็นสิบๆ ล้านยังซื้อได้ เงินที่ได้มาก็ยังเหลืออีกเยอะ จะถอยรถซักสิบคันขนหน้าแข้งก็ยังไม่ร่วง ไม่เข้าใจจริงๆ ว่ายังจะตื่นตูมอะไรอยู่ได้“ยังไงก็เก็บไว้ซื้อของจำเป็นไม่ดีกว่าเหรอ?”อดัมพูดเสียงอ่อน รู้ดีว่าเซ็ทต้องการจะสื่ออะไร แต่สำหรับเขาที่เคยผ่านช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์แล้วก็หล่นวูบมาแล้ว ยังไงๆ การเซฟอนาคตตัวเองเอาไว้ก็สำคัญกว่ารถคันหนึ่ง“แล้วรถไม่จำเป็นตรงไหน?” เซ็ทถามอย่างหัวเสีย เข้าใจได้ว่าอดัมเป็นห่วงอะไร แต่ต่อให้ไม่รวมยอดเงินที่ใช้ไปแล้ว บวกกับยอดเงินที่ยังไม่ได้รับ เงินที่เหลือก็มากกว่าสี่พันล้านบาทอยู่ดี ถ้าถามว่ากลัวบริษัทเบี้ยวมั้ย ตอบได้เลยว่าไม่ ต่อให้พวกนั้นตั้งใจจะเบี้ยวจริงก็ใช่ว่าเซ็ทจะเอาเงินจำนวนนั้นมาไม่ได้ ดีไม่ดีเอามาทั้งหมดยังไม่มีปัญหา ซึ่งพวกนั้นได้ล้มละลายแบบที่ตั้งตัวอีกครั้งไม่ได้แน่นอน ดังนั้นเขาไม่คิดว่าพวกนั้นจะโง่เง่าขนาดนั้นหรอก “...ก็มะ-ไม่ได้จำเป็นต้องออกไปไหนนี่”เซ็ทสูดหายใจก่อนจะค่อยๆ พูดด้วยเหตุผล“อดัม อนาคตสำคัญแล้วปัจจุบันไม่สำคัญรึยังไง ถ้ามัวแต่กลัวอนาคตปัจจุบันจะยังไงก็ได้เหรอ คุณเองก็ผ่านอะไรมาเยอะนี่ คงไม่คิดว่าผมจะผลาญสี่พันล้านหมดในไม่กี่ปีใช่มั้ย?”“นั่นก็...ไม่”“แล้วผมดูเป็นพวกไร้หัวคิดที่ไม่รู้จักวางแผนอนาคตหรือบริหารเงินรึเปล่า ผมมันไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลย?”“กะ-ก็ไม่ ฮือ เซ็ทอย่าโกรธพ่อนะ พ่อยอมแล้ว พ่อขอโทษ พ่อคิดน้อยไปจริงๆ”เห็นใบหน้าจริงจังเจือไปด้วยความผิดหวังของลูกชาย อดัมก็พุ่งเข้ากอดอย่างแรง หน้าหล่อบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกผิด ส่งเสียงปล่อยโฮอย่างไม่อายด้วยกลัวลูกเกลียด แต่แล้วลูกชายในอ้อมแขนที่กำลังแสดงบทตอแหลท่าทีผิดหวัง ก็พลันหน้าบิดด้วยโดนแทงใจดำโชคดีที่อดัมไม่เห็น{จริงๆ คุณก็ไม่ใช่พวกรู้จักวางแผนใช้เงินจริงๆ เพราะปกติไม่ใช้ก็ไม่ใช้ มีใช้ก็ใช้เรียบ แถมยังไม่ใช่พวกที่คิดถึงอนาคตด้วย ตอนนี้ไม่มีเป้าหมายก็อยู่ไปวันๆ หาอะไรทำไปเรื่อยๆ ไม่ใช่รึไงเซ็ท}‘หุบปากโร’“ไปเก็บของต่อได้แล้วอดัม เดี๋ยวคนจะเข้ามาขนของรอบสุดท้ายไม่ใช่รึไง” เซ็ทดันอดัมออกห่างแล้วเดินไปเก็บของต่อ เห็นแบบนั้นอดัมก็รีบพุ่งไปจัดการข้าวของอีกครั้ง{เกือบเดือนแล้วก็ยังเหมือนเดิม ไฮเปอร์ดีจริงๆ}“ก็นะ ภายใต้ท่าทางขี้เหล้าก็มีตัวจริงที่สนุกสนานซ่อนอยู่ แต่ที่ตอนนั้นต้องขี้เหล้าก็เพราะต้องการปิดบังความเจ็บปวดในใจเท่านั้นเอง”ตัวเซ็ทคนเก่าเองก็อยากจะหนีความจริงนั้น ถึงได้ไม่ยอมเปิดใจพูดคุยกับอดัม จนท้ายที่สุดเรื่องมันก็มาถึงจุดที่กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก จนกระทั่งเขาเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กนี่เอาเถอะ ปัจจุบันก็ดีแล้ว ไม่ต้องไปใส่ใจอดีตมากก็ได้{ความคิดดีครับ ผมเห็นด้วย}


    เซ็ทกับอดัมขนของทั้งหมดไปที่คอนโดที่กำลังจะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของพวกเขา โดยไม่คิดจะบอกเพื่อนบ้านคนไหนให้รู้ว่าพวกเขาจะย้ายไปที่ใด“นอกจากคีย์การ์ดสำหรับเปิดประตูห้องแล้ว ยังมีระบบแสกนนิ้วเพื่อความปลอดภัยทั้งประตูใหญ่และประตูห้องนะคะ ขออนุญาติเก็บลายนิ้วมือของทุกคนในบ้านด้วยค่ะ”“นิ้วไหนครับ?”“ทุกนิ้วค่ะ แต่ตอนเปิดประตูใช้ตามที่ท่านถนัด แค่สองท่านนะคะ”อดัมพยักหน้าว่าในบ้านมีแค่เขากับลูก จากนั้นก็ทำตามที่พนักงานบอกทุกขั้นตอน พอเสร็จคิวเซ็ทก็นั่งให้พนักงานชายเก็บลายนิ้วมือเป็นคิวต่อไป“มิสเตอร์อดัมยังไม่ได้เอารถมาลงทะเบียน ถ้ายังไงอย่าลืมเอามาลงทะเบียนกับทางเราด้วยนะคะ ไม่งั้นอาจจะถูกขวางไม่ให้เข้าออกลานจอดรถส่วนตัวของทางคอนโด”เธอกล่าวอย่างฉะฉาน น่าจะเข้าใจไปว่าอดัมเอารถไปซ่อมมากกว่าจะไม่มีรถใช้“โอเค มีอะไรที่ผมต้องรู้อีกมั้ย”“มีค่ะ สำหรับการใช้งานห้องสันทนาการทุกประเภทนั้นไม่เสียค่าบริการสำหรับคนในครอบครัวที่ลงทะเบียนแล้ว แต่ถ้าเป็นคนนอกที่พาเข้ามายังคิดค่าบริการนะคะ อีกอย่างกรุณาตรวจสอบเวลาก่อนใช้งาน เพราะจะมีเวลาสำหรับทำความสะอาดอยู่ ถ้ามีปัญหาใดๆ ติดต่อที่ประชาสัมพันธ์ได้ตลอดเวลาค่ะ หลักๆ ก็เท่านี้ มีข้อสงสัยตรงไหนมั้ยคะ?”“ไม่มีครับ”“เพราะการทำสัญญาซื้อขายกับมิสเตอร์อดัมรวมถึงเวลาย้ายเข้าเป็นช่วงเวลาที่เร่งด่วนมาก ดังนั้นหากมีสิ่งไหนที่ทำให้ไม่พึงพอใจไม่ว่าจะเฟอร์นิเจอร์มีปัญหา หรือมีการบริการที่ทำให้รู้สึกไม่ประทับใจ ต้องขอประทานอภัย อย่างไรก็ตามหากพบการบริการที่ไม่สมเหตุสมผลสามารถแจ้งแก่พนักงานได้ทันทีนะคะ”“โอเคครับ”“ถ้าเช่นนั้นระบบลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ห้องของคุณคือห้อง 09 ชั้นสามสิบ พนักงานจะช่วยขนของขึ้นไปเก็บ ขอให้มีความสุขกับบ้านหลังใหม่ค่ะ”“ขอบคุณครับ”พนักงานสาวยิ้มเป็นมิตรก่อนจะยื่นคีย์การ์ดสองใบรวมถึงกุญแจสองดอกให้พวกเรา จากนั้นก็หันไปส่งสัญญาณให้พวกพนักงานเอาของที่เราย้ายมาขึ้นไปส่ง เซ็ทค่อนข้างพอใจกับท่าทางของพนักงาน เพราะถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในชุดบ้านๆ ไม่ได้หรูหราอะไรก็ไม่มีท่าทีมองเหยียด จะบอกว่ามารยาทดีหรือฝึกมาดีก็ไม่รู้ล่ะ แต่ก็เรียกได้ว่าสมราคาที่จ่ายไปล่ะนะอดัมล่วงหน้าขึ้นลิฟต์แก้วสำหรับผู้อยู่อาศัยไปกับเซ็ทสองคน พวกเขาสำรวจที่ทางห้องหับได้ก่อนคนขนของมาเพียงสองสามนาที พนักงานก็ลำเลียงข้าวของที่ไม่มากไม่น้อยเข้ามาให้อย่างมืออาชีพ“เรียบร้อยครับ ถ้าต้องการให้ขนย้ายอะไรอีกติดต่อกับทางคอนโดได้นะครับ เพียงแต่ครั้งหน้าเราจะคิดค่าบริการ” พนักงานพูดทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วเหมือนพูดมาหลายครั้งแล้ว แม้สำเนียงจะยังไม่เป๊ะก็ตามปึง...เสียงประตูปิดลงเบาๆ เซ็ทกับอดัมก็มองหน้ากันก่อนจะหันเหสายตามามองกองข้าวของกองใหญ่ ที่พวกเขาจำเป็นต้องจัดเก็บให้เข้าที่เอาเอง“ครัวก่อนมั้ย?”“ได้เลย”เซ็ทตอบรับ ช่วยกันขนย้ายอุปกรณ์ทำครัวที่เอามาจากบ้าน โดยหยิบมาแต่เครื่องครัวที่สภาพยังดี อันไหนแย่หรือทำท่าจะพังทุกอย่างก็ถูกทิ้งไว้ที่บ้านเก่าหมด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในงานครัวที่เอามาด้วยมีแค่กาน้ำร้อน เพราะตู้เย็น เตาอบ หรือไมโครเวฟ ทุกอย่างคอนโดมีให้อยู่แล้ว“ครัวเขาสวยดีนะ ทำออกมาแนวครัวฝรั่งด้วย ตอนพ่อทำอาหารจะได้ไม่ต้องก้มให้ปวดหลัง”“นั่นสิ อดัม ไว้ไปซื้อจานกับแก้วมาเพิ่มหน่อยดีมั้ย กระทะกับตะหลิวใหม่ด้วย”“ซื้ออีกแล้วเหรอ...ก็อยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอก แต่ยังไงของมันก็ต้องใช้ล่ะนะ” อดัมพูดพลางถอนหายใจ ไม่เถียงว่าของที่มีอยู่มันก็ไม่ได้ดีอะไร ใช้ไม่ระวังก็กลัวอันตรายจากอุบัติเหตุอยู่ แถมจานที่ใช้ยังเคยมีประวัติแตกตอนเอาเข้าเวฟซะด้วย“งั้นทิ้งเลยนะ”เพราะข้าวของที่เอามาก็ไม่ได้มาก พอตั้งใจจะทิ้งบางส่วนไปก็ยิ่งเหลือไม่มาก การจัดเก็บของเข้าห้องครัวจึงเสร็จไปอย่างรวดเร็ว“เซ็ทเอาห้องไหน?” อดัมให้สิทธิลูกชายเลือกห้องนอนก่อนได้ตามสบาย จริงๆ แล้วตอนมาทำสัญญาซื้อก็เขียนชื่อผู้ถือครองด้วยชื่อของเซ็ท ก็เงินทั้งหมดนั่นลูกชายคนเก่งของเขาเป็นคนหามา เขาก็แค่คนอยู่อาศัยเท่านั้นล่ะ เงินทุกดอลที่ฝากเข้าบัตรทำใหม่ก็อยู่ในบัตรชื่อลูกชาย เขาแค่ไปช่วยจัดการเรื่องภาษีนิดหน่อย แต่ไม่ได้เอาเงินจำนวนนั้นมาใช้เองซักนิด“ห้องนั้น”“โอเค งั้นเดี๋ยวพ่อช่วยขนของ”อดัมพยักหน้าพลางก็หิ้วกล่องใส่ข้าวของของลูกชายเข้าไปไว้ในห้องที่เซ็ทเลือก ประตูหน้าต่างใสบานใหญ่ติดกับริมระเบียงขนาดไม่ใหญ่ชวนให้ออกไปมองวิวด้านนอก เซ็ทวางกล่องที่ถือมาแล้วเดินไปเปิดประตูระเบียงเดินออกไปด้านนอก“คุ้มราคาดีจริงๆ”{ถึงจะไม่สูงเท่าที่อยู่เดิมของคุณ แต่คุณนี่ก็ชอบที่สูงๆ จริงๆ นะ}เซ็ทมองวิวจากตึกชั้นที่สามสิบ สายลมเย็นๆ พัดโกรกใบหน้า เสียงความวุ่นวายจากด้านล่างแทบดังขึ้นมาไม่ถึง ณ ตรงนี้ ความสูงที่มองลงไปด้านล่างไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัว แต่เซ็ทมองว่ามันปลอดโปร่ง พอมองระเบียงรอบตัวที่ทาด้วยสีขาวประดับด้วยต้นไม้เล็กๆ สีเขียวสบายตา กับเปลแขวนทำจากไม้สานใกล้ๆ แล้วก็ชวนให้อารมณ์ดี“เซ็ทอยากจัดห้องใหม่ตรงไหนรึเปล่า?”อดัมถามอย่างไม่ตระหนี่ เขาปลงแล้วส่วนหนึ่ง และไหนๆ ก็ตั้งใจจะใช้เงินให้เพียงพอต่อสิ่งจำเป็น ผลาญเพิ่มอีกหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ไว้เขาค่อยหาเงินมาคืนลูกชายอีกที ยังไงก็ไม่คิดจะใช้เงินเซ็ทไปตลอดอยู่แล้วด้วย“อยากได้เซ็ทผ้าปูที่นอนใหม่ สีขาวแบบนี้มันสว่างไป”“งั้นไว้ไปซื้อพร้อมกับของอย่างอื่นเลยแล้วกัน”อดัมช่วยขนข้าวของเข้าห้องลูกชายอยู่ห้าหกเที่ยว ก็ย้ายไปขนของเข้าห้องตัวเองบ้าง จากตอนเช้าๆ เก็บของที่บ้านจนมาถึงคอนโด กว่าจะจัดของทั้งหมดเข้าห้องเสร็จก็เกือบบ่ายหนึ่ง เซ็ทและอดัมตัดสินใจจะไปหาอะไรลงท้องที่ห้าง พร้อมๆ กับตระเวนซื้อของเข้าบ้านใหม่กันต่อ


    ยืนรอรถเมล์ที่ป้ายโดยสารที่มีเพียงกระดาษแปะอยู่ที่เสานานเกือบครึ่งชั่วโมงรถเมล์ถึงมา เซ็ทร้อนจนเหงื่อแตกแต่อดัมนอกจากจะเหงื่อท่วมยังตัวแดงเหมือนโดนแดดเผา พอสองพ่อลูกได้ขึ้นรถเมล์ก็พบว่าที่นั่งไม่มี แถมคนยืนเบียดกันเต็ม หลังจากควักเหรียญจ่ายค่าโดยสารพวกเขาก็พากันยืนถอนหายใจ“บอกแล้วว่ารถจำเป็น”“พ่อไม่เถียงแล้ว”ปฏิเสธไม่ออกล่ะนะว่าระบบโดยสารสาธารณะของเมืองไทยมันห่วยแตก ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาต้องไปสอนแล้วต้องเจอแบบนี้ทุกเช้า ไม่ไปสายจนโดนไล่ออก ก็คงโดนแดดจนเป็นมะเร็ง แต่ถ้าแค่เขายังพอว่า แต่เซ็ทยังต้องไปเรียนทุกวัน พ่ออย่างเขาทนเห็นลูกมาฝืนทนลำบากในเรื่องไม่จำเป็นทุกๆ เช้าไม่ได้หรอกนะ“แล้วเซ็ทอยากได้รุ่นไหนยี่ห้อไหนเป็นพิเศษมั้ย”“ไว้ใช้น่ะรุ่นไหนก็ได้”คำตอบของเซ็ททำเอาอดัมต้องก้มหน้าคิดว่ารถยี่ห้อไหนน่าจะถูกใจลูกชายที่สุด แต่คิดชื่อได้ไม่กี่ยี่ห้อเซ็ทก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมันก็ทำให้อดัมต้องอ้าปากค้าง (อีกแล้ว)“แต่จริงๆ ก็อยากได้พวกซุปเปอร์คาร์นะ”“ซะ...เซ็ท นั่นจะสิ้นเปลืองไปแล้วนะ”อดัมอยากจะตะโกนใส่หน้าลูกชาย แต่ติดคนรอบตัวเยอะแยะซ้ำบางส่วนยังจ้องมาอย่างสนใจ เนื่องมาจากเซ็ทกับอดัมคุยกันด้วยภาษาอังกฤษเพื่อกันคนเข้าหานั่นเอง แน่นอนว่าความคิดนี้คือเซ็ทเสนอ มีคนไทยไม่มากนักหรอกที่จะเข้ามาจีบฝรั่งที่พูดภาษาไทยไม่ได้แม้แต่นิดในที่สาธารณะ“อดัมถามเองว่าอยากได้อะไรนี่?”เซ็ทตอบแบบไม่แคร์ เซ็ทไม่ได้โกหก ไอ้อยากได้น่ะอยากได้จริงๆ แต่เป็นไอ้เด็กนี่คนก่อน ไม่ใช่ตัวเซ็ทอยากได้ เซ็ทเพียงแค่จำได้ จากภาพความทรงที่ได้รับมาตอนแรกสุดเท่านั้นแหละเซ็ทนึกถึงความฝันแบบเด็กๆ นั่นแล้วก็อยากกรอกตา เด็กสิบห้าอยากซิ่งซุปเปอร์คาร์ราคาแพงไปรับสาวที่แอบชอบ มันเป็นความคิดไร้สาระที่เซ็ทไม่เคยพบเห็นมาก่อน อีกอย่างจากภาพความจำที่ได้รับมาก็ทำให้เซ็ทรู้ว่าสาวที่เจ้าเด็กนี่หลงน่ะไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าหน้าสวยกับตอแหลเก่งเลย...เด็กหนอเด็ก...“ซุปเปอร์คาร์เหรอ...อืม”อดัมทำหน้าคิดหนัก รู้หรอกว่าเงินลูกชาย แต่ก็ไม่ได้อยากให้ลูกชายใช้เงินสิ้นเปลืองเหมือนละลายน้ำทิ้งแบบนั้นนี่ อดัมชั่งใจจนรถเมล์มาจอดที่ป้ายที่พวกเขาต้องลง อดัมกับเซ็ทเดินลงจากรถเมล์ก่อนจะมุ่งหน้าไปงานโชว์รูมรถที่จัดอยู่ข้างหลังห้างไม่ไกล“ได้ๆ ถ้าเซ็ทอยากได้จริงๆ ล่ะนะ แต่หลังจากนี้พ่อจะขอห้ามไม่ให้ใช้เงินสิ้นเปลืองแบบนี้แล้วนะ ถึงมันจะเป็นเงินของลูกเองแต่ลูกก็ต้องรู้จักประหยัดรู้มั้ย”“โอเคๆ”เซ็ทพยักหน้ารับส่งๆ ไปอย่างนั้น ถ้าอยากได้เขาก็ซื้อ ถ้าหมดก็แค่หาใหม่ เท่านั้นแหละ{นี่ผมไม่เห็นด้วยนะเซ็ท}ถ้าโรมีตา คงเห็นตาดำโรหมุนติ้วๆ เป็นรอบที่สิบของวัน


    {ภารกิจพิเศษ สั่งสอนมัน ข้อมูลเพิ่มเติม...การหนีไม่ใช่เรื่องผิด แต่การไม่สั่งสอนคนที่ทำให้รำคาญนั้นไม่สมควรเกิดขึ้น เมื่อเขาตั้งใจจะทำร้ายเราแม้ตอนนั้นไม่ได้แผล แต่เราก็ต้องได้ทำร้ายมันกลับ จงสั่งสอนจิ๊กโก๋พวกนั้นทิ้งท้ายก่อนที่จะไม่เจอกันอีกซะ}“...”{จำนวน 0/30 คน ระยะเวลาภารกิจ ภายในคืนนี้ รางวัล ทักษะต่อยตีขั้นต้น ไม่มีบทลงโทษถ้าทำไม่สำเร็จ}“...อะไรเนี่ย?”เซ็ทมองหน้าจอตรงหน้าพร้อมๆ กับฟังเสียงพูดไร้อารมณ์ของโรแล้วก็ชวนปวดหัว นิ้วชี้จิ้มลงบนจอโปร่งแสงซ้ำๆ แล้วเซ็ทก็ได้ยินประโยคตอบกลับแบบปกติของโร{ระบบไร้ประโยชน์ที่คุณตั้งชื่อ มันแจ้งเตือนมาอย่างนั้น จะทำตามมั้ย?}“อะไรก็ไม่รู้หรอก แต่ไหนๆ ก็ว่างจะเล่นตามมันซักหน่อยก็ได้”เซ็ทยิ้มแล้วตั้งท่าจะเดินออกจากคอนโดทั้งๆ ที่พึ่งกลับมา ส่งเสียงตะโกนบอกอดัมที่วุ่นวายกับข้าวของที่พึ่งซื้อมาใหม่ให้รู้ว่าเขาจะออกไปข้างนอก“อดัม ผมไปเดินเล่นแถวนี้นะ มืดๆ กลับ”“อย่ากลับดึกนักนะ ระวังตัวด้วย”เพราะพึ่งเกือบๆ ห้าโมงอดัมเลยไม่ว่าอะไร จริงๆ เซ็ทจะออกไปไหนทำอะไรยังไงอดัมก็ไม่ค่อยเป็นห่วงมาก ดังนั้นจึงไม่เคยห้าม เพียงแค่กำชับให้ดูแลตัวเองดีๆ เท่านั้น เซ็ทขานรับผ่านๆ แล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องมือหนาดึงฮู้ดบนศรีษะขึ้นสวมตอนอยู่ในลิฟต์ รอยยิ้มบางประดับอยู่บนมุมปาก ชวนให้ใบหน้าหล่อดูร้ายกาจขึ้นอย่างช่วยไม่ได้“...ไปเล่นเกมส์ตีตัวตุ่นกันเถอะ โร”{...เริ่มการตามหาตัวตุ่น}คอมในห้องของเซ็ทยังคงทำงานเชื่อมต่อกับร่าง R3 ของโรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่นานข้อมูลที่เซ็ทต้องการก็ถูกร่ายยาวด้วยเสียงของโร......ตุ้บ!“...ตัวที่หนึ่ง”
    'เงินทองเป็นของนอกกาย ถ้ายังไม่ตายก็หาใหม่ได้'