“ที่ดินของคุณนี่สวยนะ ด้านหน้าติดถนน ด้านหลังติดลำคลอง ถ้าขายคงได้ราคาดีมากเพราะทำเลเหมาะที่จะทำโรงแรมหรือว่ารีสอร์ท”
ชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบๆแล้วออกความเห็นอย่างหัวนักธุรกิจการค้า
“ที่แห่งนี้เป็สมบัติที่พ่อกับแม่ช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง พวกเรารักและหวงแหนมาก ไม่เคยมีความคิดที่จะขายให้ใครเอาไปทำอะไรอย่างที่คุณว่า”
หญิงสาวกล่าวเสียงเฉียบอย่างบอกให้รู้ว่าไม่พอใจในคำพูดของเขา เมื่อชายหนุ่มหันกลับมามอง ก็ได้สบกับสายตาเอาเื่ของหญิงสาวที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว จึงได้รู้ตัวว่าเขาไม่ควรที่จะพูดอะไรอย่างนั้นออกไป
“ผมขอโทษ คือผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่...”
“คุณจะรออยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ”
หญิงสาวตัดบทก่อนที่เขาจะพูดจบ เพราะไม่อยากฟังข้อแก้ตัวใดใดอีก แล้วรีบเดินลงสะพานไป
“คุณโกรธผมเหรอ?”
เขาถามออกไปเหมือนแคร์ความรู้สึกของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว
“ฉันแค่ไม่ชอบในสิ่งที่คุณพูด”
“ผมก็ขอโทษแล้ว”
“เอาเป็ว่าฉันรับรู้ก็แล้วกัน”
เรือนขวัญกล่าวเสียงเรียบเ็าอย่างเดิมแล้วเดินต่อไป
“เดี๋ยวสิคุณ ผมไปด้วย”
ชายหนุ่มร้องเอะอะพร้อมกับวิ่งตาม
เรือนขวัญหันกลับมามองผู้ชายที่เข้ามาหยุดอยู่ใกล้จนเกือบชิดด้วยสายตาเอาเื่ เวลานี้เหล่าบอดี้การ์ดของหล่อนที่เขาขนานนามให้ไม่ได้เข้ามาขัดขวางด้วย พวกมันคงจะเห็นแล้วว่าเขาไม่ใช่ศัตรูกระมัง เมื่อเห็นที่โล่งริมตลิ่งจึงพากันวิ่งเล่นหยอกเย้าไปตามประสา
“คุณควรจะรออยู่ที่นี่”
“ ถ้าจะรอ ผมรออยู่ที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ แต่ที่ตามมานี่เพราะผมอยาก...อยากนั่งเรือ เอ่อ... อยากเก็บสายบัว”
หญิงสาวเผลอค้อนให้เขาอย่างลืมตัว เมื่อฟังเหตุผลที่แสนจะไม่เข้าท่าของเขาจบ แต่ชายหนุ่มก็ทันเห็นเพราะเขาจับจ้องมองหล่อนอยู่ตลอดเวลา ทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดเขินไม่น้อย เพราะไม่เคยแสดงกิริยาอย่างนั้นกับผู้ชายคนไหนมาก่อน เกริกเกียรติมองผิวแก้มที่แดงเรื่อขึ้นมาทันตานั้นอย่างเอ็นดู หญิงสาวจึงแก้เก้อด้วยการย่อตัวลงนั่งเอื้อมมือไปดึงเรือให้มาชิดสะพาน ชายหนุ่มนั่งลงตามแล้วช่วยดึงอีกแรง
“คุณลงไปก่อนสิฮะ ผมจะจับเรือไว้ให้”
เขาบอกอย่างแสดงความเป็สุภาพบุรุษเมื่อช่วยกันดึงเรือมาจนเทียบเชิงสะพานได้แล้ว
เรือนขวัญก้าวลงไปนั่งในเรือโดยไม่ได้พูดอะไร เธอนั่งลงทางท้ายเรือ ชายหนุ่มตามลงไปนั่งทางหัวเรือแล้วหันมาแก้เชือกที่ผูกเรือออก หญิงสาวใช้ไม้พายยันกับเสาสะพานให้เรือลอยออกไปกลางน้ำ เ้าพวกสุนัขของหล่อนเมื่อหันมาเห็นเรือลอยออกไปห่างฝั่ง ก็พากันวิ่งกลับมาที่สะพานแล้วส่งเสียงเห่าหอนอยากจะตามนายสาวไป และบางตัวก็ถึงกับะโน้ำว่ายตามมาทีเดียว
ฝ่ายนายสาวที่นั่งอยู่ในเรือก็ถึงกับหัวเราะขบขันระคนเอ็นดูในความน่ารักและแสนรู้ของพวกมัน ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามพลอยยิ้มตามไปด้วย แต่ไม่ใช่เพราะเอ็นดูสุนัขหรอกนะเอ็นดูเ้าของต่างหาก กิริยาที่สดใสเป็ธรรมชาติอย่างนี้ประทับใจเขาอย่างน่าประหลาดสายลมอ่อนๆพัดเส้นผมยาวสลวยของเธอทำให้ภาพของเธอยิ่งดูมีชีวิตชีวาน่ามองมากขึ้นไปอีกหลายเท่า
“ไม่ต้องตามมาน่ะ กลับไปรออยู่บนฝั่งโน้นแหละ เดี๋ยวฉันก็กลับมา”
เรือนขวัญร้องบอกสัตว์เลี้ยงของตนเสียงใส แววตาสุกใสราวกับเพชรน้ำหนึ่งทีเดียว พลางก็ใช้ไม้พายวักน้ำไล่ เ้าพวกสุนัขแสนรู้เ่าั้ และเมื่อเห็นว่าเ้านายไม่ให้ไปแน่แล้ว พวกมันจึงว่ายน้ำกลับ ไปวิ่งเล่นอยู่บนฝั่งตามเดิม
เห็นเช่นนั้นหญิงสาวจึงหันกลับมาพายเรือต่อทั้งที่สีหน้ายังเปื้อนยิ้มอยู่
“ให้ผมพายเองดีกว่า คุณจะได้คอยเก็บสายบัว”