ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 113 โชคดีในความโชคร้าย

            สารภาพหรือไม่สารภาพ?

            เมื่อได้ยินคำถามนี้ปี้ลวี่ก็ใจเต้นรัว!

            เดิมทีนางคิดว่าซ่างกวนคงจะพูดและถามอะไรบางอย่างเพื่อที่นางจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและจัดการกับมันได้อย่างถูกต้อง

            แต่ใครจะรู้ว่าซ่างกวนจะขอให้นางสารภาพในประโยคแรก!

            นางต้องจะสารภาพอะไรหรือ?

            พวกเขารู้อะไรมา?

            นอกจากเรื่องขโมยชาแล้วนางยังมีอะไรที่จะต้องสารภาพอีกหรือ?

            ปี้ลวี่ก้มศีรษะลงหัวใจเต้นแรงตึกตัก นางกังวลและประหม่าอย่างมาก

            นางควรจะสารภาพหรือไม่?

            นางอดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองชายผู้สูงส่งราวกับเทพเจ้าที่อยู่ไม่ไกลเพียงแวบเดียวนางก็มองไปทางอื่นด้วยความตื่นตระหนก หัวใจแทบจะเต้นไม่เป็นจังหวะ

            นางไม่รู้ว่าชายผู้นี้เป็นใครแต่นางแน่ใจว่าชายผู้นี้มีฐานะสูงส่งมากซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมแม่ทัพใหญ่ถึงได้ยืนห่างๆ ด้วยความเคารพ

            ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในโรงน้ำชาและคงไม่เกี่ยวอะไรกับการที่นางขโมยชาไปหรอกใช่หรือไม่?

            “เจ้าจะสารภาพหรือไม่!”ซ่างกวนถามอีกครั้ง

            “ข้าไม่รู้...ข้าไม่รู้อะไรเลย!”

            ปี้ลวี่โพล่งออกมาปฏิกิริยาของปากเร็วกว่าปฏิกิริยาของศีรษะ

            “ไม่รู้? ข้าคิดว่าเจ้าคงเป็นพวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ!”ซ่างกวนโกรธจัดและฟาดแส้ยาวลงด้านข้าง ในตอนที่ฟาดมันขึ้นไปในอากาศก็มีเสียง“ฟึ่บ” ดังอย่างชัดเจน

            ปี้ลวี่ถึงกับสะดุ้งโหยงปิดหูโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับตัวที่สั่นเทา สมองของนางขาวโพลนไปโดยสิ้นเชิงนางจะไปสนใจเรื่องนั้นมากขนาดนั้นได้อย่างไร!

            ไม่ว่านางจะฉลาดแค่ไหนอย่างไรก็เป็นแค่สาวชงชาธรรมดา ถูกทำให้ตกใจกลัวขนาดนั้น นางก็น้ำตาไหลและอุทานว่า“ซ่างกวน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย โปรดไว้ชีวิตข้า!”

            “ปี้ลวี่เจ้าเป็นสตรีฉลาด เจ้าคงจะรู้ว่าหากสารภาพโทษหนักจะเป็นเบาแต่ถ้าปฏิเสธจะถูกลงโทษสถานหนัก!” ซ่างกวนเตือนอย่างเย็นชา

            ใครจะรู้ว่าทันทีที่พูดจบ ปี้ลวี่ก็ยอมจำนนทันที

            นางสั่นสะท้านไปทั้งตัวริมฝีปากและฟันก็ต่อสู้กัน “ข้าจะ…ข้า…ข้าจะ...ข้าจะสารภาพ…ข้าจะสารภาพทั้งหมด!”

            เมื่อเห็นเช่นนี้ดวงตาของหลงเฟยเยี่ยก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา และในที่สุดก็มองไปที่สาวชงชาอย่างจริงจัง

            “พูดสิ!”ซ่างกวนรู้สึกประหม่า เขาไม่คาดคิดว่าการกดดันเช่นนี้ จะได้ผลออกมาจริงๆ

            “ข้าแค่...ขะ...ข้า...”

            ริมฝีปากของปี้ลวี่สั่นตลอดเวลาผ่านไปนานก็ยังไม่สามารถพูดประโยคที่สมบูรณ์ออกมาได้

            มู่ชิงอู่กระวนกระวายอย่างมากเขาเดินเข้าไปโดยไม่สนใจสตรีที่อยู่อีกฟากหนึ่งคว้าคอเสื้อของปี้ลวี่และพูดด้วยความโกรธว่า “พูดมาสิ!”

            “ขะ...ข้าขโมย...ข้าขโมยชาจากแขกข้า...”

            คำพูดของปี้ลวี่ขาดช่วงแต่ก่อนที่จะพูดจบ มู่ชิงอู่และซ่างกวนก็ตกตะลึงทั้งคู่

            ขโมยชา?

            มู่ชิงอู่ปล่อยปี้ลวี่ด้วยความตกใจและในที่สุดปี้ลวี่ก็หายใจได้ตามปกติ นางคลานไปที่เท้าของซ่างกวนกอดไว้แน่นและขอร้องอย่างขมขื่น “ซ่างกวนได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ได้โปรด!ข้าซ่อนกระป๋องชาไว้ในห้อง ยังไม่ได้เปิด ข้าจะส่งคืนให้คุณหนูรอง ข้าจะไปขอโทษนางโปรดยกโทษให้ข้าด้วย!”

            บางทีถ้าปี้ลวี่ใจเย็นกว่านี้ นางคงไม่สารภาพออกมา อย่างไรก็ตาม ด้วยความรู้สึกผิดนางไม่สามารถสงบลงได้เมื่อเผชิญกับแส้ของซ่างกวนนางไม่เคยเจอเรื่องน่ากลัวแบบนี้มาก่อน ความคิดของนางยุ่งเหยิง สมองก็ว่างเปล่าทำได้เพียงสารภาพออกไปเท่านั้น

            ซ่างกวนรู้สึกขายขี้หน้าเสียเหลือเกินคิดไม่ถึงว่าการสอบสวนครั้งนี้ จะไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับเขาหนานซานแต่กลับเป็นเรื่องขายขี้หน้าเสียด้วยซ้ำ!

            เขาส่ายหัวขมวดคิ้วและมองไปที่ปี้ลวี่ ไม่รู้จะพูดอะไรดีปีนี้เขายุ่งเกินไปและละเลยที่จะสั่งสอนทาสเหล่านี้สินะ?

            ขายขี้หน้าจริงๆ!

            “ซ่างกวนโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย...โปรดยกโทษให้ข้าด้วย คราวหน้าข้าไม่กล้าอีกแล้วไม่กล้าจริงๆ!”

            “ซ่างกวน...ท่าน...”

            “หุบปาก!”ซ่างกวนที่โกรธเกรี้ยวก็ตะโกนออกมา ปี้ลวี่กลัวมากจนเงียบทันที

            ซ่างกวนกัดฟันแน่นและมองไปที่หลงเฟยเยี่ยด้วยความอับอาย

            ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับสนใจอย่างมากและถามอย่างเย็นชาว่า“เจ้าซ่อนชาของคุณหนูรองหานไว้อย่างนั้นหรือ?”

            ปี้ลวี่รู้สึกเพียงว่าน้ำเสียงที่เย็นชานี้ทุ้มและแหบมากจนน่าฟังเหมือนเสียงกู่ฉินที่ทุ้มลึกและสามารถสัมผัสหัวใจของผู้คนได้นางที่ได้ยินก็รู้สึกตกอยู่ในภวังค์ และไม่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังถามนาง

            “นิ่งอยู่ทำไมฉินอ๋องถามก็ตอบสิ!” ซ่างกวนดุด้วยความโกรธ

            เช่นนี้ปี้ลวี่จึงจะได้สติกลับมาและมองไปที่หลงเฟยเยี่ยด้วยความไม่เชื่อ

            ฉินอ๋อง?

            พระเจ้าเขาคือฉินอ๋องหรือเนี่ย!

            ไม่แปลกใจเลยที่ชายผู้นี้จะสูงส่งราวกับเทพเจ้าแห่งรัตติกาล

            ฉินอ๋องเป็นชายผู้ดำรงอยู่ดั่งเทพเจ้า!

            ปี้ลวี่ตกตะลึงอีกครั้งจ้องมองไปที่หลงเฟยเยี่ยด้วยความงุนงง โดยไม่ตอบเป็นเวลานาน

            การจ้องมองแบบนี้ทำให้หลงเฟยเยี่ยนึกถึงหานอวิ๋นซีโดยไม่รู้ตัวแต่ดวงตาของสตรีผู้นั้นสวยกว่ามาก!

            หลงเฟยเยี่ยรู้สึกรำคาญอย่างมากสีหน้าของเขาก็เย็นชาขึ้นเรื่อยๆ

            มู่ชิงอู่ที่รู้นิสัยของเขาดีจึงเอ่ยปากถามอย่างรวดเร็วว่า “ชาที่คุณหนูรองต้องการให้หลิวเยวี่ยใช่หรือไม่?”

            “ใช่...ไม่...”ปี้ลวี่พูดติดๆ ขัดๆ

            “สรุปใช่หรือไม่?” มู่ชิงอู่เองก็รู้สึกหงุดหงิดเขาคิดว่ามันสมเหตุสมผลแล้วที่ฉินอ๋องจะเกลียดพวกสตรีที่บ้าผู้ชาย

            “ข้าไม่ทราบแน่ชัดเจ้าค่ะชานั่นเป็นชาที่คุณหนูรองของตระกูลหานนำมา และลืมเอาไปตอนที่จากไปก่อนหน้านั้นชาวางอยู่ตรงที่นั่ง เพื่อที่จะมอบให้คุณหนูมู่แต่คราวนี้ยังไม่ทันที่จะมอบให้ก็ออกไปแล้ว...มะ...ไม่รู้ว่าลืมให้หรือไม่”ปี้ลวี่อธิบายอย่างรวดเร็ว

            เมื่อได้ยินเช่นนี้มู่ชิงอู่ก็ตกใจและรีบถามว่า “ของอยู่ที่ไหน?”

            ด้วยความกลัวว่ามู่ชิงอู่ไม่เชื่อปี้ลวี่จึงพูดย้ำว่า “ข้าไม่เคยแตะต้องมันเลย มันอยู่ในห้องของข้าเจ้าค่ะ”มู่ชิงอู่ทั้งประหลาดใจและดีใจ คิดไม่ถึงว่าสอบสวนมาตั้งนานเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้

            ต้องรู้ว่าทั้งเขาและหวังเฟยต่างล้มเลิกความคิดที่จะตามหาชาพิษไปแล้วใครจะรู้ว่าจะมาพบในเวลาสำคัญเช่นนี้!

            ตามการคาดเดาของพวกเขาชาที่คุณหนูรองมอบให้หลิวเยวี่ย น่าจะถูกวางยาพิษได้มากที่สุด

            หากตรวจพบพิษในชากระป๋องนี้ความลึกลับทั้งหมดของพิษงูหมื่นตัวก็จะคลี่คลาย

            เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเรียกว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้าย!

            มู่ชิงอู่มองไปที่ฉินอ๋องและเห็นว่าสีหน้าของเขาดีขึ้นกว่าเดิมมาก

            ซ่างกวนที่กำลังฟังอยู่ด้านข้างแม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ฉลาดมากและส่งคนไปหาชาทันที

            ส่วนปี้ลวี่ก็หวาดกลัวจนสารภาพเรื่องชาออกมานางไม่ใช่สายลับอย่างแน่นอน

            ซ่างกวนไม่กล้าถามฉินอ๋องดังนั้นเขาจึงมองไปที่มู่ชิงอู่และถามว่าจะจัดการอย่างไร

            “คุมขังชั่วคราวอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี!” มู่ชิงอู่พูดอย่างจริงจังการพิจารณาคดีที่เขากำลังพูดถึงไม่ใช่คดีปล้นทรัพย์ แต่เป็นคดีของพิษงูหมื่นตัวหากพบว่าใบชามีพิษ ปี้ลวี่ก็จะเป็นพยาน

            แน่นอนว่าซ่างกวนไม่รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขา

            ในไม่ช้าใบชาที่ปี้ลวี่แอบซ่อนไว้ก็ถูกค้นออกมาและนำมามอบให้

            มันคือกระป๋องทรงกระบอกสีขาวสูงมากกว่าห้าชุ่น ไม่มีฉลากใดๆ และถูกปิดผนึกไว้อย่างดี

            ทันทีที่มู่ชิงอู่เห็นช่องที่ปิดผนึกเขาก็รู้ดี เขาจำได้ว่าหลิวเยวี่ยให้ชาดีๆ มากมายแก่เขาซึ่งทั้งหมดต่างถูกผนึกไว้เช่นนี้

            แม้ว่ามู่ชิงอู่แทบรอไม่ไหวที่จะนำชาไปให้ปรมาจารย์ด้านยาพิษตรวจสอบแต่เมื่อเห็นว่าฉินอ๋องไม่พูดอะไรสักคำ เขาทำได้เพียงอดทนไว้ ท้ายที่สุดสิ่งสำคัญคือการตามหาหวังเฟย!

            เขารับมันมาด้วยตัวเองตรวจดูฝากระป๋อง และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันมีใบชาอยู่ก่อนนำไปให้ฉินอ๋อง

            ซ่างกวนรู้สึกสงสัยอย่างมากคิดว่าฉินอ๋องคงจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ใครจะรู้ว่า หลงเฟยเยี่ยกลับไม่พูดอะไรเลย

            เขาวางกระป๋องชาลงข้างๆและเปิดกระป๋องด้วยมือเรียวสวย ประสานนิ้วเข้าหากันท่าทางที่ดูเกียจคร้านและลึกลับนั้น ทำให้คนยากที่จะเข้าใจ

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหลงเฟยเยี่ยก็มองไปที่ซ่างกวน “สอบสวนต่อ”

            “ท่านอ๋องคนที่เหลือทั้งหมดเป็นคนจากเขาหนานซาน ถูกขังไว้ด้วยกันพวกเขาทั้งหมดอยู่ที่นั่นตอนที่หวังเฟยถูกลักพาตัวไปมีคนเสิร์ฟชาคนหนึ่งเป็นผู้นำทาง สาวชงชาสองคน และองครักษ์อีกสิบห้านายที่ผลัดเปลี่ยนดูแลของพื้นที่เขาหนานซาน”ซ่างกวนรายงานตามความเป็นจริง

            หลงเฟยเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นส่งกระป๋องชาในมือให้กับฉู่ซีเฟิงที่อยู่ข้างๆ และพูดอย่างเย็นชาว่า“นำกลับไปและทดสอบอย่างระมัดระวัง”

            หลังจากพูดจบเขาจึงจะลุกขึ้น “ในเมื่อมีคนมากมาย ข้าจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง”

            จากการคาดการณ์แล้วแม้ว่านักฆ่าจะมีความสามารถในการซุ่มโจมตีในโรงน้ำชาอย่างเงียบๆแต่ก็ต้องมีคนแจ้งพวกเขา มิฉะนั้นพวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าหานอวิ๋นซีและมู่ชิงอู่จะไปเขาหนานซาน? ต้องมีสายลับอย่างแน่นอน เขาไม่มีทางเชื่อว่าจะสอบสวนไม่ได้!

            ในตอนที่หลงเฟยเยี่ยกำลังสอบปากคำด้วยตัวเองบริเวณรอบๆ ภูเขาหวงซานนั้นคนของโรงน้ำชาเทียนเซียงและกูหยวนล้วนแล้วแต่ไม่กล้าที่จะพักผ่อนและค้นหาอย่างเร่งรีบ

            อย่างไรก็ตามไม่มีใครคิดว่านักฆ่าจะซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหน้าผาในเหวลึก

            หานอวิ๋นซีนอนอยู่บนพื้นใบหน้าหน้าซีดเซียว เหงื่อออกเต็มตัวพึมพำกับตัวเองด้วยความงุนงงราวกับกำลังฝันร้าย

            ทันใดนั้นนางก็กรีดร้องและลุกขึ้นนั่งทันที พร้อมกับลืมตาขึ้น

            ในความฝันนางตกลงไปในเหวลึก ทันทีที่ล้มลงกับพื้น นางก็ตื่นขึ้นมาทันทีพร้อมกับเหงื่อที่ไหลพลั่ก

            หานอวิ๋นซีรวบรวมสติและตระหนักได้ว่านางอยู่ในถ้ำมืดนางตกมาจากหน้าผาอย่างนั้นหรือ? ตกลงมาแล้วไม่ตายหรือไร?แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?

            นางจำไม่ได้ด้วยว่านางสลบไปตอนไหนความจำของนางยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่ตกจากหน้าผา

            ความเป็นมืออาชีพทำให้นางมองหากระเป๋ายาของตัวเองโดยทันทีโชคดีที่มันยังอยู่!

            “ฟื้นแล้วหรือ!"

            ทันใดนั้นก็มีเสียงสตรีที่เย็นชาดังขึ้นหานอวิ๋นซีรู้สึกเพียงว่าเสียงนั้นค่อนข้างคุ้นเคยเพียงแต่นางก็ไม่ได้คิดอะไรมากและรีบหันไปมอง

            จึงได้เห็นสตรีสองคนยืนอยู่ข้างหลังคนหนึ่งมีผ้าพันแผลที่แขน นางคือนักฆ่าหญิงที่ลักพาตัวนางและอีกคนคือคนที่กำลังพูดแม้ว่าจะมองเห็นใบหน้าไม่ชัด แต่พอจะมองออกว่า สตรีในชุดดำยังอายุน้อยอย่างมากและสตรีในชุดเขียวอายุไม่น้อยแล้ว

            นางตื่นตัวในทันทีและถามด้วยความโกรธว่า“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? ลักพาตัวข้ามาทำไมกัน?”

            “อวดดีจริงๆ!ท่านป้าของข้ายังไม่ได้สะสางบัญชีกับเจ้าเลยนะ!”สตรีในชุดดำเดินเข้ามาอย่างโกรธเกรี้ยว

            ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของเจ้านายให้ไว้ชีวิตหานอวิ๋นซีนางคงฆ่าสตรีผู้นี้ไปนานแล้ว

            นังสารเลวคนนี้คิดว่าตัวเองมีความสามารถในการวางยาพิษแต่คิดไม่ถึงว่านางจะกล้าวางยาพิษ รนหาที่ตายชัดๆ!

            “ถ้าแน่จริงก็ถอดหน้ากากออกแล้วให้ข้าดูว่าหน้าตาเจ้าเป็นอย่างไรสิ!มิฉะนั้น ข้าก็จำไม่ได้หรอกว่าข้าติดหนี้อะไรเจ้า!” หานอวิ๋นซีตะคอกอย่างเย็นชา

            “เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเถียงกลับ!”

            สตรีในชุดดำเดินเข้ามาในขณะที่พูดทันใดนั้นก็ตบนางอย่างแรง ใครจะรู้ว่าหานอวิ๋นซีจะยกมือขึ้นมาขวางเข็มพิษที่ซ่อนอยู่ในมือของนางแทงเข้าที่ฝ่ามือของสตรีชุดดำ

            “โอ๊ย!”สตรีชุดดำร้องลั่นและเตะเท้าไป “นังสารเลว!”

            “ถ้าฉลาดพอก็ปล่อยข้าไปสิมิฉะนั้น ข้ารับประกันได้เลยว่าในครึ่งชั่วยาม เจ้าจะต้องถูกวางยาพิษตาย!”หานอวิ๋นซีพูดอย่างเย็นชา แม้ว่าจะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกนางแต่หานอวิ๋นซีก็ไม่ปล่อยให้รังแกได้ง่ายๆ!

            สตรีในชุดดำเหลือบมองที่ฝ่ามือของนางและพูดด้วยความไม่พอใจ“ก็แค่พิษเล็กๆ กล้าดีอย่างไรเอามาหลอกข้า!”

            ใครจะไปรู้ว่าหานอวิ๋นซียิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปอีกนางพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสีว่า “แล้วคนวางยาพิษ มีอะไรถึงกล้ามาอวดดี?”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาทั้งสตรีชุดดำและสตรีชุดเขียวก็ตกใจหานอวิ๋นซีรู้เรื่อง “คนวางยาพิษ” จริงหรือ?

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392